เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 สามชัยชนะ

บทที่ 8 สามชัยชนะ

บทที่ 8 สามชัยชนะ


บทที่ 8 สามชัยชนะ

ก็อบลินกลุ่มที่สองมีจำนวนน้อยกว่า 50 ตัว และเช่นเดียวกับครั้งแรก นักธนูยิงลูกศรออกไป ทำก็อบลินบางตัวบาดเจ็บและล้มตายลง ก่อนที่ผู้ใช้โล่จะรีบวิ่งขึ้นไปพร้อมกับกองทหารราบที่ติดตามอยู่เบื้องหลัง

จ้าวฝูยิงไฟร์บอลไปอีกสองลูก ก่อนที่เขาจะเริ่มรู้สึกถึงความอ่อนล้าทางจิตใจ เขาจำเป็นต้องหยุดพักสักครู่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขายิงไฟบอลไปแล้วถึงเจ็ดลูกในการเข้าปะทะกับก็อบลินกลุ่มแรก

ทหารราบและผู้ใช้โล่เข้าต่อสู้กับก็อบลินในขณะที่ยังคงรักษากระบวนทัพไว้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมด้วยนักธนูที่ยิงได้อย่างอิสระจากด้านหลังของพวกเขา

ในจังหวะนั้นเอง ก็อบลินตัวหนึ่งก็ได้วิ่งแตกกลุ่มออกมาจากการต่อสู้และยกกระบี่ของมันขึ้นในขณะที่มันกู่ร้องออกมา และพุ่งเข้าใส่จ้าวฝู

จ้าวฝูไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใดเมื่อเขาได้เห็น เพราะเขาได้เตรียมใจไว้นานแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายเช่นนี้ เขากระชับดาบเหล็กไว้ในมือและพุ่งตัวออกไปปะทะกับก็อบลิน จ้าวฝูมองก็อบลินที่กำลังพุ่งเข้าใส่เขาและฟาดมันด้วยพลังทั้งหมดของตัวเอง

ก็อบลินเอี่ยวหัวหลบการโจมตีของจ้าวฝูได้อย่างง่ายดาย มันหัวเราะเสียงแหลมในขณะที่มันเยาะเย้ยจ้าวฝู และตวัดฟันสวนไปที่เอวของจ้าวฝูด้วยกระบี่ของมัน ทำให้จ้าวฝูต้องถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นดังนั้นก็อบลินจึงรุกคืบต่อไป

แม้จ้าวฝูจะเพลี่ยงพล้ำในครั้งแรก แต่เขายังคงสงบและไม่สนใจท่าทางยั่วยุของมัน เมื่อเผชิญหน้ากับการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายจริงๆ หัวใจของเขาก็เต้นอย่างบ้าคลั่งด้วยความกังวล ยังไงก็ตามเขาไม่ได้สูญเสียการสังเกตการณ์รอบตัว จ้าวฝูก้าวถอยหลังก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ก็อบลินอย่างฉับพลันและจ้วงแทงไปที่มัน

ก็อบลินยังสามารถหลบการโจมตีนี้ได้อย่างง่ายดาย และมันก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าในทันใดและเหวี่ยงกระบี่ของมันไปทางจ้าวฝู ยังไงก็ตามครั้งนี้มันกลับสะดุดก้อนหินและสูญเสียสมดุล

แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่จ้าวฝูกำลังเล็งไว้ และเขาก็เหวี่ยงดาบไปที่ก็อบลิน

ดาบฟันเข้าที่ลำคอของมัน และเลือดบางส่วนก็สาดกระเด็ดออกมา แต่ทว่าบาดแผลยังตื้นเกินไป ดังนั้นมันจึงไม่ได้รับความเสียหายมากนัก

ก็อบลินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและยกกระบี่ในมือของมันขึ้นมา ในขณะที่กำลังยื้อยุดกันอยู่นั้น เมื่อหัวใจของจ้าวฝูเปลี่ยนเป็นเด็ดขาด เขาก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อดันดาบให้ลึกเข้าไปในลำคอของก็อบลินอีก

เลือดพุ่งออกมา และเต็มไปทั่วทั้งอากาศ

หยาดเลือดอุ่นๆปกคลุมร่างของจ้าวฝู และศพของก็อบลินก็ค่อยๆล้มลงกับพื้น หลังจากช่วงชิงชีวิตของผู้อื่นเป็นครั้งแรก หัวใจของจ้าวฝูก็กระหน่ำเต้นอย่างรุนแรงในขณะที่เขาสูดหายใจด้วยความยากลำบาก

ตอนนี้การสู้รบระหว่างกลุ่มก็ได้ข้อสรุปแล้ว ไป่ฉีฆ่านักรบก็อบลิน และหันมองมาจ้าวฝูที่ถูกปกคลุมไปด้วยเลือดในทันใด เขาตกใจเป็นอย่างมาก และรีบพุ่งทะยานเข้ามาถามด้วยความเป็นกังวล "ฝ่าบาท ท่านเป็นอะไรไหม?"

จ้าวฝูค่อยๆฟื้นตัวขึ้นและส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณว่าเขายังสบายดี

เมื่อเห็นดังนั้น ไป่ฉีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ไปตรวจดูรอบๆว่ามีใครได้รับบาดเจ็บไหม!" จ้าวฝูกล่าว

ไปฉีพยักหน้าและมองไปที่ทุกคนก่อนจะตอบว่า "ฝ่าบาทไม่มีผู้ใดได้รับบาทเจ็บร้ายแรง"

จ้าวฝูถอนหายใจออกมาและแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เกือบเที่ยงแล้วพวกเขาย่อมไม่สามารถไล่ทันกลุ่มที่สามและสี่ได้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงตัดสินใจที่จะรอซุ่มโจมตีกลุ่มที่สามเมื่อพวกมันกลับมา

หลี่ซือนำกลุ่มผู้หญิงแจกจ่ายเสบียงอาหารกลางวันให้กับพวกเขา และทุกคนก็พักผ่อนกันอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า ก็อบลินกลุ่มที่สามก็กลับมาพร้อมหมาป่าสองสามตัว กระต่ายป่า 10 กว่าตัว และหมูป่าตัวหนึ่งที่หนักประมาณ 200 กิโลกรัม – ช่างเป็นการเดินทางอันอุดมสมบูรณ์เสียจริง

จ้าวฝูและทหารของเขาซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าเพื่อรอโอกาส

จู่ๆนักรบก็อบลินที่วางท่าว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มก็จามออกมา และได้ดึงดูดความสนใจของทหารก็อบลินทั้งหลาย จังหวะนั่นเองที่ไป่ฉีออกคำสั่งให้โจมตี

ลูกธนูพุ่งมาทางก็อบลิน และเจาะทะลวงพวกมัน ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นมา ก็อบลินบางตัวถูกสังหารในทันที และอีกหลายตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากฟื้นฟูร่างกายมาหลายชั่วโมง จิตใจของจ้าวฝูก็ฟื้นตัวได้มากกว่าครึ่ง และเขาก็สามารถใช้ไฟร์บอลได้อีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงยิงมันออกไปอีกหลายๆลูกด้วย

ด้วยประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากการต่อสู้สองครั้งที่ผ่านมา และเมื่อรวมกับความจริงที่ว่ามันเป็นการซุ่มโจมตี การต่อสู้ในรอบนี้จึงจบลงเร็วกว่าสองครั้งก่อนมาก แทบจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ – แน่นอนว่านี่ก็เป็นเพราะเหล่าก็อบลินต่างพากันเหน็ดเหนื่อยและได้รับบาดเจ็บมาจากการล่าสัตว์แล้ว

หลังจากพักอีกสักหน่อย จ้าวฝูก็นำคนของเขาไปรอตรงที่ก็อบลินกลุ่มที่สี่จะกลับมา

มันน่าเสียดายที่กลุ่มสี่ได้ไปถึงหมู่บ้านก็อบลินเรียบร้อยแล้ว และนั่นทำให้จ้าวฝูรู้สึกผิดหวังมาก ถ้าพวกเขาสามารถบดขยี้กลุ่มที่สี่ได้ หมู่บ้านก็อบลินจะไม่น่ากลัวอีกต่อไป

ในตอนนี้ พวกเขาได้สังหารก็อบลินไปร่วมๆ 150 ตัว ทำให้หมู่บ้านก็อบลินรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ พวกมันไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใครหรือมีจำนวนเท่าไหร่ ดังนั้นสิ่งที่พวกมันทำได้ก็คือการเฝ้าระวังด้วยความกังวลใจเท่านั้น

ก็อบลินจำนวนมากกำลังยืนประจำการอยู่นอกอาณาเขตของหมู่บ้าน และมองไปรอบๆด้วยความตั้งอกตั้งใจ เมื่อใดก็ตามที่ค้นพบอะไรบางอย่าง พวกมันจะรีบวิ่งกรูกันเข้าไปล้อมกรอบเอาไว้

เมื่อจ้าวฝูและเหล่าทหารเข้ามาใกล้กับหมู่บ้านพอสมควร และเขาก็ได้มองไปที่การความปลอดภัยอย่างแน่นหนา จ้าวฝูก็พึมพำออกมา "ตอนนี้ในหมู่บ้านมีก็อบลินประมาณ 60 ตัวเท่านั้นที่สามารถต่อสู้ได้ ส่วนที่เหลือถ้าไม่แก่แล้วก็เป็นเด็กกับผู้หญิง"

หมู่บ้านก็อบลินดูเหมือนจะอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก แต่จ้าวฝูยังไม่มีแผนที่จะโจมตีในตอนนี้ เขาไม่รีบร้อนเพราะยังไงพวกก็อบลินก็ต้องออกไปล่าสัตว์ทุกๆวันเพื่อหาอาหารอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อพวกมันกินอาหารหมด พวกมันจะต้องออกมาอย่างแน่นอน เมื่อเทียบกับการโจมตีซึ่งๆหน้า การซุ่มโจมตีนั่นง่ายและเป็นไปอย่างราบรื่นมากกว่าเยอะ

ยิ่งไปกว่านั้นจ้าวฝูยังไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้น เพราะตอนนี้จ้าวฝูรู้สึกใกล้ชิดกับหมู่บ้านฉินและชาวบ้านอย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถรอให้ก็อบลินออกมาเฉยๆได้ ในขณะที่พวกก็อบบลินยังคงอยู่ในหมู่บ้าน จ้าวฝูสั่งให้คนของเขาเริ่มสร้างกับดักทุกๆชนิดไว้รอบบริเวณหมู่บ้าน

ท้องฟ้าค่อยๆมืดลง และหลังจากทิ้งคน 2 - 3 คนไว้คอยจับตามอง จ้าวฝูและคนอื่นๆก็นำสินสงครามที่ได้มาจากการต่อสู้กับพวกก็อบลินกลับมา มันมีกระต่ายป่า 10 กว่าตัว หมาป่า 2 - 3 ตัว และหมูป่า แม้ว่าเนื้อหมาป่าจะไม่ได้อร่อยนัก แต่มันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย นอกจากนี้ เขี้ยวหมาป่ายังสามารถนำไปสร้างหัวลูกศรได้ และหนังหมาป่าก็ยังสามารถนำไปสร้างเกราะหนังได้

ข้าวของที่ได้จากกระต่ายเพลิงคลั่งคือระดับคราม อย่างไรก็ตาม เหออวิ๋น เจ้าของร้านตัดเสื้อก็มีทักษะการตัดเย็บเพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถใช้วัสดุระดับสีครามเพื่อสร้างเกราะหนังได้ สุดท้ายมันจึงแค่ถูกเก็บไว้ในร้านของเธอ

หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านฉิน จ้าวฝูและคนอื่นๆก็ลงมือก่อกองไฟ ตอนนี้วิกฤติได้รับการแก้ไขแล้ว บรรยากาศก็ไม่ได้ตึงเครียดอะไรอีกต่อไป ชาวบ้านต่างหัวเราะและคุยกันอย่างเต็มที่

เมื่อจ้าวฝูเข้าไปในหมู่บ้าน เด็กวัย 4-5 ขวบสองสามคนก็วิ่งเข้ามาหา พวกเขาเบียดเสียดกันรอบๆจ้าวฝู และมองมาที่เขาด้วยความยำเกรงในขณะที่พวกเขาชื่นชมออกมา "ฝ่าบาท! ท่านน่าอัศจรรย์มาก ท่านสังหารพวกคนแปลกหน้านั้นไปมากมาย!"

จ้าวฝูยิ้มเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเช่นนี้และอธิบายว่า "ข้าไม่ได้ทำทั้งหมดเพียงลำพัง พ่อแม่ของพวกเจ้าต่างมีส่วนช่วยเหลือด้วยกันทั้งสิ้น"

"แต่เพราะภายใต้ร่มเงาอันน่าอัศจรรย์ของฝ่าบาทที่ทำให้พวกเราสามารถสังหารคนแปลกหน้าได้มากมาย" เด็กชายคนหนึ่งพูดอย่างกระตือรือร้นในขณะที่เขากอดขาจ้าวฝู

เด็กน้อยคนนี้ช่างประจบสอพลอได้เก่งยิ่งนักแม้จะยังเล็กอยู่ จ้าวฝูยิ้มเล็กน้อยและลูบหัวน้อยๆของเขา ความหนาวเหน็บภายในหัวใจของจ้าวฝูค่อยๆละลายลงแล้ว

จากนั้นพ่อแม่ของเด็กๆก็เข้ามาขอโทษขอโพยอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพาพวกเขาไป

จ้าวฝูไปยังสำนักงานหมู่บ้าน และคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามหลี่ซือว่า "ผลประโยชน์ของเราจากการสังหารก็อบลินในวันนี้เป็นยังไงบ้าง?"

มันไม่มีเวลาสำหรับจ้าวฝูและกลุ่มทหารของเขาสำหรับการเก็บของมีค่าทั้งหมดที่หลงเหลือจากสนามรบในแต่ละครั้ง ดังนั้นหน้าที่พวกนี้จึงถูกปล่อยไว้ให้กับหลี่ซือและกลุ่มของผู้หญิง

เหออวิ๋นยิ้มและประสานมือด้วยความเคารพในขณะที่เขาตอบว่า "เราได้รับกระบี่ของก็อบลินมา 152 เล่ม อย่างไรก็ตามพวกมันมีขนาดเล็กเกินไป และไม่เหมาะสำหรับการใช้งานของเรา ดังนั้นจึงต้องมีการแก้ไขหน่อย นอกจากนั้นเราได้เหรียญทองแดงจำนวน 685 เหรียญจากการฆ่าทหารก็อบลิน และเหรียญเงิน 7 เหรียญจากการฆ่านักรบก็อบลิน 3 ตัว "

 

กดไลค์เพจให้หน่อยจิ: The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 8 สามชัยชนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว