- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 8 สามชัยชนะ
บทที่ 8 สามชัยชนะ
บทที่ 8 สามชัยชนะ
บทที่ 8 สามชัยชนะ
ก็อบลินกลุ่มที่สองมีจำนวนน้อยกว่า 50 ตัว และเช่นเดียวกับครั้งแรก นักธนูยิงลูกศรออกไป ทำก็อบลินบางตัวบาดเจ็บและล้มตายลง ก่อนที่ผู้ใช้โล่จะรีบวิ่งขึ้นไปพร้อมกับกองทหารราบที่ติดตามอยู่เบื้องหลัง
จ้าวฝูยิงไฟร์บอลไปอีกสองลูก ก่อนที่เขาจะเริ่มรู้สึกถึงความอ่อนล้าทางจิตใจ เขาจำเป็นต้องหยุดพักสักครู่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขายิงไฟบอลไปแล้วถึงเจ็ดลูกในการเข้าปะทะกับก็อบลินกลุ่มแรก
ทหารราบและผู้ใช้โล่เข้าต่อสู้กับก็อบลินในขณะที่ยังคงรักษากระบวนทัพไว้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมด้วยนักธนูที่ยิงได้อย่างอิสระจากด้านหลังของพวกเขา
ในจังหวะนั้นเอง ก็อบลินตัวหนึ่งก็ได้วิ่งแตกกลุ่มออกมาจากการต่อสู้และยกกระบี่ของมันขึ้นในขณะที่มันกู่ร้องออกมา และพุ่งเข้าใส่จ้าวฝู
จ้าวฝูไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใดเมื่อเขาได้เห็น เพราะเขาได้เตรียมใจไว้นานแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายเช่นนี้ เขากระชับดาบเหล็กไว้ในมือและพุ่งตัวออกไปปะทะกับก็อบลิน จ้าวฝูมองก็อบลินที่กำลังพุ่งเข้าใส่เขาและฟาดมันด้วยพลังทั้งหมดของตัวเอง
ก็อบลินเอี่ยวหัวหลบการโจมตีของจ้าวฝูได้อย่างง่ายดาย มันหัวเราะเสียงแหลมในขณะที่มันเยาะเย้ยจ้าวฝู และตวัดฟันสวนไปที่เอวของจ้าวฝูด้วยกระบี่ของมัน ทำให้จ้าวฝูต้องถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นดังนั้นก็อบลินจึงรุกคืบต่อไป
แม้จ้าวฝูจะเพลี่ยงพล้ำในครั้งแรก แต่เขายังคงสงบและไม่สนใจท่าทางยั่วยุของมัน เมื่อเผชิญหน้ากับการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายจริงๆ หัวใจของเขาก็เต้นอย่างบ้าคลั่งด้วยความกังวล ยังไงก็ตามเขาไม่ได้สูญเสียการสังเกตการณ์รอบตัว จ้าวฝูก้าวถอยหลังก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ก็อบลินอย่างฉับพลันและจ้วงแทงไปที่มัน
ก็อบลินยังสามารถหลบการโจมตีนี้ได้อย่างง่ายดาย และมันก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าในทันใดและเหวี่ยงกระบี่ของมันไปทางจ้าวฝู ยังไงก็ตามครั้งนี้มันกลับสะดุดก้อนหินและสูญเสียสมดุล
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่จ้าวฝูกำลังเล็งไว้ และเขาก็เหวี่ยงดาบไปที่ก็อบลิน
ดาบฟันเข้าที่ลำคอของมัน และเลือดบางส่วนก็สาดกระเด็ดออกมา แต่ทว่าบาดแผลยังตื้นเกินไป ดังนั้นมันจึงไม่ได้รับความเสียหายมากนัก
ก็อบลินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและยกกระบี่ในมือของมันขึ้นมา ในขณะที่กำลังยื้อยุดกันอยู่นั้น เมื่อหัวใจของจ้าวฝูเปลี่ยนเป็นเด็ดขาด เขาก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อดันดาบให้ลึกเข้าไปในลำคอของก็อบลินอีก
เลือดพุ่งออกมา และเต็มไปทั่วทั้งอากาศ
หยาดเลือดอุ่นๆปกคลุมร่างของจ้าวฝู และศพของก็อบลินก็ค่อยๆล้มลงกับพื้น หลังจากช่วงชิงชีวิตของผู้อื่นเป็นครั้งแรก หัวใจของจ้าวฝูก็กระหน่ำเต้นอย่างรุนแรงในขณะที่เขาสูดหายใจด้วยความยากลำบาก
ตอนนี้การสู้รบระหว่างกลุ่มก็ได้ข้อสรุปแล้ว ไป่ฉีฆ่านักรบก็อบลิน และหันมองมาจ้าวฝูที่ถูกปกคลุมไปด้วยเลือดในทันใด เขาตกใจเป็นอย่างมาก และรีบพุ่งทะยานเข้ามาถามด้วยความเป็นกังวล "ฝ่าบาท ท่านเป็นอะไรไหม?"
จ้าวฝูค่อยๆฟื้นตัวขึ้นและส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณว่าเขายังสบายดี
เมื่อเห็นดังนั้น ไป่ฉีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ไปตรวจดูรอบๆว่ามีใครได้รับบาดเจ็บไหม!" จ้าวฝูกล่าว
ไปฉีพยักหน้าและมองไปที่ทุกคนก่อนจะตอบว่า "ฝ่าบาทไม่มีผู้ใดได้รับบาทเจ็บร้ายแรง"
จ้าวฝูถอนหายใจออกมาและแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เกือบเที่ยงแล้วพวกเขาย่อมไม่สามารถไล่ทันกลุ่มที่สามและสี่ได้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงตัดสินใจที่จะรอซุ่มโจมตีกลุ่มที่สามเมื่อพวกมันกลับมา
หลี่ซือนำกลุ่มผู้หญิงแจกจ่ายเสบียงอาหารกลางวันให้กับพวกเขา และทุกคนก็พักผ่อนกันอยู่ชั่วครู่หนึ่ง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า ก็อบลินกลุ่มที่สามก็กลับมาพร้อมหมาป่าสองสามตัว กระต่ายป่า 10 กว่าตัว และหมูป่าตัวหนึ่งที่หนักประมาณ 200 กิโลกรัม – ช่างเป็นการเดินทางอันอุดมสมบูรณ์เสียจริง
จ้าวฝูและทหารของเขาซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าเพื่อรอโอกาส
จู่ๆนักรบก็อบลินที่วางท่าว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มก็จามออกมา และได้ดึงดูดความสนใจของทหารก็อบลินทั้งหลาย จังหวะนั่นเองที่ไป่ฉีออกคำสั่งให้โจมตี
ลูกธนูพุ่งมาทางก็อบลิน และเจาะทะลวงพวกมัน ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นมา ก็อบลินบางตัวถูกสังหารในทันที และอีกหลายตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากฟื้นฟูร่างกายมาหลายชั่วโมง จิตใจของจ้าวฝูก็ฟื้นตัวได้มากกว่าครึ่ง และเขาก็สามารถใช้ไฟร์บอลได้อีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงยิงมันออกไปอีกหลายๆลูกด้วย
ด้วยประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากการต่อสู้สองครั้งที่ผ่านมา และเมื่อรวมกับความจริงที่ว่ามันเป็นการซุ่มโจมตี การต่อสู้ในรอบนี้จึงจบลงเร็วกว่าสองครั้งก่อนมาก แทบจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ – แน่นอนว่านี่ก็เป็นเพราะเหล่าก็อบลินต่างพากันเหน็ดเหนื่อยและได้รับบาดเจ็บมาจากการล่าสัตว์แล้ว
หลังจากพักอีกสักหน่อย จ้าวฝูก็นำคนของเขาไปรอตรงที่ก็อบลินกลุ่มที่สี่จะกลับมา
มันน่าเสียดายที่กลุ่มสี่ได้ไปถึงหมู่บ้านก็อบลินเรียบร้อยแล้ว และนั่นทำให้จ้าวฝูรู้สึกผิดหวังมาก ถ้าพวกเขาสามารถบดขยี้กลุ่มที่สี่ได้ หมู่บ้านก็อบลินจะไม่น่ากลัวอีกต่อไป
ในตอนนี้ พวกเขาได้สังหารก็อบลินไปร่วมๆ 150 ตัว ทำให้หมู่บ้านก็อบลินรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ พวกมันไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใครหรือมีจำนวนเท่าไหร่ ดังนั้นสิ่งที่พวกมันทำได้ก็คือการเฝ้าระวังด้วยความกังวลใจเท่านั้น
ก็อบลินจำนวนมากกำลังยืนประจำการอยู่นอกอาณาเขตของหมู่บ้าน และมองไปรอบๆด้วยความตั้งอกตั้งใจ เมื่อใดก็ตามที่ค้นพบอะไรบางอย่าง พวกมันจะรีบวิ่งกรูกันเข้าไปล้อมกรอบเอาไว้
เมื่อจ้าวฝูและเหล่าทหารเข้ามาใกล้กับหมู่บ้านพอสมควร และเขาก็ได้มองไปที่การความปลอดภัยอย่างแน่นหนา จ้าวฝูก็พึมพำออกมา "ตอนนี้ในหมู่บ้านมีก็อบลินประมาณ 60 ตัวเท่านั้นที่สามารถต่อสู้ได้ ส่วนที่เหลือถ้าไม่แก่แล้วก็เป็นเด็กกับผู้หญิง"
หมู่บ้านก็อบลินดูเหมือนจะอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก แต่จ้าวฝูยังไม่มีแผนที่จะโจมตีในตอนนี้ เขาไม่รีบร้อนเพราะยังไงพวกก็อบลินก็ต้องออกไปล่าสัตว์ทุกๆวันเพื่อหาอาหารอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อพวกมันกินอาหารหมด พวกมันจะต้องออกมาอย่างแน่นอน เมื่อเทียบกับการโจมตีซึ่งๆหน้า การซุ่มโจมตีนั่นง่ายและเป็นไปอย่างราบรื่นมากกว่าเยอะ
ยิ่งไปกว่านั้นจ้าวฝูยังไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้น เพราะตอนนี้จ้าวฝูรู้สึกใกล้ชิดกับหมู่บ้านฉินและชาวบ้านอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถรอให้ก็อบลินออกมาเฉยๆได้ ในขณะที่พวกก็อบบลินยังคงอยู่ในหมู่บ้าน จ้าวฝูสั่งให้คนของเขาเริ่มสร้างกับดักทุกๆชนิดไว้รอบบริเวณหมู่บ้าน
ท้องฟ้าค่อยๆมืดลง และหลังจากทิ้งคน 2 - 3 คนไว้คอยจับตามอง จ้าวฝูและคนอื่นๆก็นำสินสงครามที่ได้มาจากการต่อสู้กับพวกก็อบลินกลับมา มันมีกระต่ายป่า 10 กว่าตัว หมาป่า 2 - 3 ตัว และหมูป่า แม้ว่าเนื้อหมาป่าจะไม่ได้อร่อยนัก แต่มันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย นอกจากนี้ เขี้ยวหมาป่ายังสามารถนำไปสร้างหัวลูกศรได้ และหนังหมาป่าก็ยังสามารถนำไปสร้างเกราะหนังได้
ข้าวของที่ได้จากกระต่ายเพลิงคลั่งคือระดับคราม อย่างไรก็ตาม เหออวิ๋น เจ้าของร้านตัดเสื้อก็มีทักษะการตัดเย็บเพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถใช้วัสดุระดับสีครามเพื่อสร้างเกราะหนังได้ สุดท้ายมันจึงแค่ถูกเก็บไว้ในร้านของเธอ
หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านฉิน จ้าวฝูและคนอื่นๆก็ลงมือก่อกองไฟ ตอนนี้วิกฤติได้รับการแก้ไขแล้ว บรรยากาศก็ไม่ได้ตึงเครียดอะไรอีกต่อไป ชาวบ้านต่างหัวเราะและคุยกันอย่างเต็มที่
เมื่อจ้าวฝูเข้าไปในหมู่บ้าน เด็กวัย 4-5 ขวบสองสามคนก็วิ่งเข้ามาหา พวกเขาเบียดเสียดกันรอบๆจ้าวฝู และมองมาที่เขาด้วยความยำเกรงในขณะที่พวกเขาชื่นชมออกมา "ฝ่าบาท! ท่านน่าอัศจรรย์มาก ท่านสังหารพวกคนแปลกหน้านั้นไปมากมาย!"
จ้าวฝูยิ้มเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเช่นนี้และอธิบายว่า "ข้าไม่ได้ทำทั้งหมดเพียงลำพัง พ่อแม่ของพวกเจ้าต่างมีส่วนช่วยเหลือด้วยกันทั้งสิ้น"
"แต่เพราะภายใต้ร่มเงาอันน่าอัศจรรย์ของฝ่าบาทที่ทำให้พวกเราสามารถสังหารคนแปลกหน้าได้มากมาย" เด็กชายคนหนึ่งพูดอย่างกระตือรือร้นในขณะที่เขากอดขาจ้าวฝู
เด็กน้อยคนนี้ช่างประจบสอพลอได้เก่งยิ่งนักแม้จะยังเล็กอยู่ จ้าวฝูยิ้มเล็กน้อยและลูบหัวน้อยๆของเขา ความหนาวเหน็บภายในหัวใจของจ้าวฝูค่อยๆละลายลงแล้ว
จากนั้นพ่อแม่ของเด็กๆก็เข้ามาขอโทษขอโพยอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพาพวกเขาไป
จ้าวฝูไปยังสำนักงานหมู่บ้าน และคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามหลี่ซือว่า "ผลประโยชน์ของเราจากการสังหารก็อบลินในวันนี้เป็นยังไงบ้าง?"
มันไม่มีเวลาสำหรับจ้าวฝูและกลุ่มทหารของเขาสำหรับการเก็บของมีค่าทั้งหมดที่หลงเหลือจากสนามรบในแต่ละครั้ง ดังนั้นหน้าที่พวกนี้จึงถูกปล่อยไว้ให้กับหลี่ซือและกลุ่มของผู้หญิง
เหออวิ๋นยิ้มและประสานมือด้วยความเคารพในขณะที่เขาตอบว่า "เราได้รับกระบี่ของก็อบลินมา 152 เล่ม อย่างไรก็ตามพวกมันมีขนาดเล็กเกินไป และไม่เหมาะสำหรับการใช้งานของเรา ดังนั้นจึงต้องมีการแก้ไขหน่อย นอกจากนั้นเราได้เหรียญทองแดงจำนวน 685 เหรียญจากการฆ่าทหารก็อบลิน และเหรียญเงิน 7 เหรียญจากการฆ่านักรบก็อบลิน 3 ตัว "
กดไลค์เพจให้หน่อยจิ: The Lord's Empire - นิยายแปล