เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 แท่นบูชาสีเลือด

บทที่ 7 แท่นบูชาสีเลือด

บทที่ 7 แท่นบูชาสีเลือด


บทที่ 7 : แท่นบูชาสีเลือด

 

มีนักรบก็อบบลินอยู่ไม่มากนัก มีพวกมันอยู่เพียงแค่ 5 ตัวเท่านั้น แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของจ้าวฝูก็คือแท่นบูชาสีเลือดสูงหนึ่งเมตรที่ใจกลางหมู่บ้าน แท่นบูชาทำด้วยหินชนิดต่างๆ และมันทำให้เขารู้สึกไม่ดีเอามากๆ

ยิ่งพวกมันอยู่ใกล้เท่าไร หมู่บ้านฉินก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายเท่านั้นถ้าพวกก็อบลินค้นพบหมู่บ้านฉิน ตอนนี้หมู่บ้านฉินมีชาวบ้านเพียง 47 คนและทหาร 21 นาย พวกเขาจะสามารถต่อสู้กับก็อบลินจำนวนกว่า 190 ตัวได้อย่างไร?

ก็อบลินเหล่านี้ไม่ได้สังหารได้ง่ายๆเหมือนดั่งในเกมที่พวกมันแทบจะไม่มีพลังในการต่อสู้เลย หลังจากตรวจสอบพวกมันใกล้ๆ จ้าวฝูก็พบว่าพลังในการต่อสู้ของพวกมันมีอยู่พอสมควร

จ้าวฝูคิดอยู่ชั่วขณะด้วยใบหน้าที่จริงจัง

"ไป่ฉี! ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อสังเกตการณ์พวกก็อบลิน รีบพาทุกคนกลับไปที่หมู่บ้านฉินและบอกหลี่ซือให้เข้าสู่โหมดป้องกันระดับ 1 ฝึกทหารทั้งหมดเพื่อไม่ให้มันเหมือนกับการสู้รบครั้งแรกถ้าเราจะเข้าสู่สงคราม ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่อยากให้มีใครตายเพราะเราไม่สามารถเตรียมพร้อมได้ทัน"

ไป่ฉีเริ่มกังวลมากขึ้นเมื่อได้ยินเรื่องนี้ และเขาก็กล่าวด้วยความกังวลว่า "แต่ฝ่าบาท ความปลอดภัยของท่าน... "

จ้าวฝูรู้สึกถึงความรู้สึกอบอุ่นภายในใจของเขา และพูดแทรกไป่ฉีไปว่า "ไม่ต้องกังวล! ข้าจะระมัดระวังให้ดี และมันจะดีที่สุดที่ข้าจะทำเช่นนี้ ข้าจะสามารถวางแผนการป้องกันของเราในขณะที่มองหาจุดอ่อนของมันได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าควรฝึกพวกเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากพวกก็อบลินอาจพบเราในไม่ช้านี้"

ไป่ฉีตระหนักได้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และเขาก็ทำได้แค่พยักหน้าอย่างจริงจังก่อนที่จะพาทุกคนกลับไปที่หมู่บ้านและแจ้งหลี่ซือทราบเรื่องนี้

หลี่ซือเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา และสั่งให้พวกผู้หญิงเสริมสร้างรั้วและช่วยสร้างอาวุธทุกประเภท

ไป่ฉีเรียกทหารทั้งหมดมารวมกันและฝึกให้พวกเขาจัดระเบียบแถว ทำงานร่วมกัน และเคลื่อนพลพร้อมๆกัน

เมื่อชาวบ้านของหมู่บ้านฉินได้ยินว่าจ้าวฝูกำลังเสี่ยงชีวิตโดยการยืนเฝ้าระวังหมู่บ้านก็อบลินอยู่ พวกเขาทุกคนก็ต่างรู้สึกเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนทำงานร่วมกันอย่างหนักหน่วง และในไม่ช้า การสนับสนุนด้านประชากรก็เพิ่มขึ้นเป็น 90 จุด

จ้าวฝูซ่อนตัวอยู่ในพุ่มหญ้าสูงบนเนินเขาและมองลงมาที่หมู่บ้านก็อบลินเพื่อค้นหาจุดอ่อนต่างๆ หากพวกเขาคิดจะเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรง มันจะเป็นชัยชนะที่เสียหายเป็นอย่างมากแม้ว่าพวกเขาจะชนะก็ตาม นี่ไม่ใช่สิ่งที่จ้าวฝูต้องการ

เวลาค่อยๆผ่านไป และในไม่ช้า พระอาทิตย์ก็ตกดินและบางส่วนของท้องฟ้าก็ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง ในขณะนั้นเองไป่ฉีก็พาคนมาหาเขา

จ้าวฝูถอนหายใจ หลังจากสังเกตการณ์มานานแล้ว เขาก็ไม่พบอะไรที่เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรก็ตามเขาก็ได้เรียนรู้บางสิ่งเกี่ยวกับก็อบลิน ประการแรก ความฉลาดของพวกมันไม่ได้สูงมากนัก และพวกมันก็รักในการต่อสู้ พวกมันจะเริ่มการต่อสู้กับชิ้นเนื้ออยู่บ่อยๆ

มันกำลังจะมืดแล้ว ดังนั้นจ้าวฝูจึงทำได้แค่กลับไป โดยทิ้งคนสองคนยืนเฝ้ายามไว้ เขาได้พิจารณาถึงการโจมตีในตอนกลางคืน แต่พวกเขาก็ยังมีคนเพียงแค่ 23 คนเท่านั้นเมื่อรวมกับตัวเขาเองและไป่ฉี การเผชิญหน้ากับก็อบลินกว่า 300 ตัวนั้น แม้จะเป็นการโจมตีในตอนกลางคืนก็คงจะไม่ได้ผล

ด้วยเหตุนี้ จ้าวฝูจึงหลับไม่ค่อยลงเท่าไร วันรุ่งขึ้น เขาได้อัญเชิญชาวบ้านกลุ่มใหม่มาอีกครั้ง คราวนี้มีเพียงห้าคนเท่านั้นที่สามารถต่อสู้ได้จากสิบห้าคนที่เขาอัญเชิญมา มันทำให้จ้าวฝูรู้สึกผิดหวังมาก

ในขณะนั้น ชาวบ้านคนหนึ่งที่เขาทิ้งไว้เมื่อคืนเพื่อคอยเฝ้าดูก็เข้ามารายงานว่า "ฝ่าบาท! ก็อบลินเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"

จ้าวฝูถามถึงรายละเอียดอย่างรวดเร็ว เขารู้มาว่าทหารของหมู่บ้านก็อบลินได้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม โดยมีก็อบลินประมาณ 50 ตัวในแต่ละกลุ่ม และมุ่งหน้าแยกออกไปทั้ง 4 ทิศทาง

หลังจากที่ชาวบ้านรายงานเรื่องนี้ จ้าวฝูก็รู้สึกว่าโอกาสได้มาถึงแล้ว พวกก็อบลินไม่ได้เป็นชนเผ่าเกษตรกรรม และพวกมันก็พึ่งพาการล่าสัตว์เพื่อหาอาหาร พวกก็อบลินออกไปล่าสัตว์ทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันจะมีอาหารกินมากพอ

"ไป่ฉี! รีบเรียกรวมพลทุกๆคนเร็ว!" จ้าวฝูออกคำสั่งทันที

ต่อจากนั้นก็มีทหาร 26 นายมารวมกันที่หน้าจ้าวฝู จ้าวฝูนำผลไม้ 2-3 ลูกเพื่อใช้เป็นอาหารเช้า และนำไป่ฉีพร้อมกับพวกทหารไล่ตามก็อบลินกลุ่มหนึ่งไป

มันมีก็อบลินประมาณ 50 ตัวอยู่ในกลุ่มนี้ และมันถูกนำโดยนักรบก็อบลิน

ในขณะนี้ ไป่ฉีได้แสดงผลการฝึกของเขาออกมา สิ่งที่ตามมาคือการต่อสู้ที่แท้จริง ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทอย่างไร้ระเบียบ

ไป่ฉีสั่งทหารให้แบ่งเป็นสามแถว: ผู้ใช้โล่อยู่แถวแรก ทหารราบอยู่แถวที่สอง และพลธนูอยู่แถวที่สาม นี่เป็นการตั้งขบวนแบบพื้นฐานที่สุด

"พลธนู ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเพิ่งเปลี่ยนอาชีพได้ไม่นาน ดังนั้นข้าไม่หวังให้พวกเจ้าฆ่าก็อบลินด้วยลูกศรทุกๆลูก เพียงแค่ให้แน่ใจว่าพวกเจ้ายิงโดนพวกมันก็พอ; มุ่งเป้าไปที่ส่วนที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายพวกมัน" ไป่ฉีกล่าวกับพลธนูก่อนที่จะทำการส่งสัญญาณ

ต่อจากนั้น พลธนูก็ยกคันธนูของพวกเขาขึ้น และยิงลูกศรเข้าไปในกลุ่มของพวกก็อบลิน จ้าวฝูเองก็ได้ปลดปล่อยไฟร์บอลออกไปพร้อมกัน และส่งพวกมันให้พุ่งเข้าไปยังเหล่าก็อบลิน

นักธนูทั้งแปดคนโจมตีถูกก็อบลินทุกตัว ก็อบลินสามตัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สี่ตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส และหนึ่งตัวที่โชคร้ายถูกฆ่าตายคาที่ ไฟร์บอลของจ้าวฝูเองก็ระเบิดออกมาด้วย ทำให้ก็อบลิน 5 - 6 ตัวได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นถูกระเบิดขึ้นสู่ท้องฟ้าและกระแทกเข้ากับพื้นดิน ทำให้มันสิ้นชีวิตไป

ในเวลานี้บรรดาก็อบลินก็ได้ค้นพบพวกเขาเช่นกัน พวกมันคำรามออกมาในขณะที่พวกมันยกกระบี่ขึ้นและพุ่งเข้ามา

ทหารหลายคนแสดงอาการกลัวเมื่อพวกเขาเห็นก็อบลินจำนวนมากวิ่งเข้าหาพวกเขา ถึงอย่างไรก็ตามพวกเขาทุกคนก็ไม่เคยต่อสู้จริงมาก่อน ไป่ฉีแค่นเสียงอย่างเย็นชาเมื่อเขาเห็นสิ่งนี้ และความกลัวที่ทุกคนรู้สึกได้ลดลงอย่างฉับพลันเมื่อได้ยินเสียงของไป่ฉี ส่วนมากนั้นเป็นเพราะสมญานามของไป่ฉีที่ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจได้

"ปล่อยลูกศร!" ไป่ฉีตะเบ็งเสียงอีกครั้ง และลูกศรทั้งแปดได้บินออกมา และพุ่งเข้าใส่พวกก็อบลิน คราวนี้พวกก็อบบลินได้เตรียมพร้อมแล้ว ดังนั้นจึงมีลูกศรหลายลูกที่พลาดเป้าไป จ้าวฝูเองก็ปลดปล่อยไฟร์บอลออกมา และระเบิดก็อบบลินบางส่วนไปอีกครั้ง

ตอนนี้ระยะห่างระหว่างก็อบลินและพวกเขาเหลืออยู่ประมาณ 10 เมตรแล้ว ไป่ฉีตะโกน "ทหารโล่ เดินทัพ! กระจายตัวพวกมันออก! ทหารราบ เดินตามหลังพวกเขาไป!"

ผู้ใช้โล่ทั้ง 8 คนพุ่งเข้าไป และประจันหน้ากับก็อบลินตรงหน้า  พวกก็อบลินฟันใส่โล่ไม้ ทิ้งเป็นรอยตื้นๆไว้ แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำร้ายใครได้ ด้วยเหตุนั้นสมดุลของพวกก็อบลินจึงลดลงไปเป็นอย่างมาก

การพุ่งตัวจำเป็นต้องใช้การระเบิดพลังเป็นจำนวนมาก และต้องเป็นการพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะทำให้พวกมันสามารถรักษาสมดุลไว้ได้ หลังจากที่ถูกปิดกั้นโดยผู้ใช้โล่ ก็อบลินไม่เพียงแต่สูญเสียสมดุลของมันเท่านั้น แต่พวกมันยังสูญเสียขวัญกำลังใจของพวกมันไปอีกด้วย

ในตอนแรก ลูกศรและไฟร์บอลได้ลดกำลังของก็อบลินลงไปแล้วเกือบหนึ่งในสามและตอนนี้พวกมันก็ถูกหยุดลง ทหารโล่และทหารราบก็เริ่มโจมตีโต้กลับ พลธนูที่อยู่ข้างหลังพวกเขายังสามารถโจมตีได้อย่างอิสระในขณะที่จ้าวฝูก็ยิงไฟร์บอลต่อไป

สถานการณ์เทมาทางฝั่งจ้าวฝูอย่างรวดเร็ว

สำหรับร่างกายขนาดใหญ่และกำยำของนักรบก็อบลิน มันถูกแยกห่างออกไปโดยไป่ฉีเพียงลำพัง ถึงแม้ว่านักรบก็อบลินตัวใหญ่จะดูค่อนข้างอ้วน แต่มันก็คล่องแคล่วมาก มันแกว่งมีดในมือของมันอย่างรวดเร็ว และจ้าวฝูก็สามารถมองเห็นได้เพียงแค่แสงวูบวาบในขณะที่มันโจมตี จ้าวฝูรู้สึกกังวลมากเมื่อเห็นเช่นนี้ แต่ก็ดีที่ไป่ฉีนั้นไม่ได้อ่อนแอ

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดการต่อสู้ก็รู้ผล มีคนของจ้าวฝูได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ก็ถือไม่เป็นอะไร ในทางกลับกัน ก็อบลินถูกทำลายย่อยยับ นี่เป็นผลมาจากอาชีพทางการทหารที่หลากหลายซึ่งสอดประสานกันได้เป็นอย่างดี

หลังจากพักอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวฝูก็พาคนไปไล่ล่ากลุ่มก็อบลินกลุ่มอื่นๆ

 

เพจ: The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 7 แท่นบูชาสีเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว