เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ก็อบลิน

บทที่ 6 ก็อบลิน

บทที่ 6 ก็อบลิน


บทที่ 6 ก็อบลิน

 

ในตอนเช้าจ้าวฝูได้เข้ามายังโลกจุติสวรรค์อีกครั้ง คราวนี้ จ้าวฝูอัญเชิญคนออกมาได้ 14 คน: เป็นชาย 8 คน และหญิง 6 คน และ 7 คนในนั้นสามารถต่อสู้ได้ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านระดับ B อยู่ในหมู่พวกเขาด้วย ซึ่งเป็นผู้อาวุโสผมสีขาว และจ้าวฝูก็ได้เปลี่ยนอาชีพของเขาให้กลายเป็นบัณฑิตในทันที

สำหรับสิ่งที่เขาต้องค้นคว้านั้น เนื่องจากว่าผลผลิตของพืชผลไม่ใช่ปัญหาเพราะว่ามีค่าสถานะพิเศษของหมู่บ้านอยู่ จ้าวฝูจึงได้ให้ผู้อาวุโสเลือกเป็นการฝึกสัตว์ ถ้าพวกเขาได้รับทักษะการฝึกสัตว์มา พวกเขาก็จะสามารถควบคุมสัตว์ป่าบางชนิดและเริ่มการทำปศุสัตว์ได้

ในตอนนี้พวกเขามีบ้านแล้ว พวกเขาจึงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและสามารถเริ่มการทำฟาร์มได้ จ้าวฝูไม่ได้ทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และเขาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหลี่ซือแทน จ้าวฝูได้พาไป่ฉีไปด้วย และเอาอาวุธสองสามชิ้นในโรงหลอมไป พวกเขาเริ่มลาดตระเวณบริเวณโดยรอบเพื่อดูว่ามีอันตรายหรือทรัพยากรใดๆบ้าง

ระหว่างทาง จ้าวฝูและสุดยอดองครักษ์ของเขาอย่างไป่ฉีได้สังหารกระต่ายป่าไปสองสามตัวและหมาป่าอีกสองตัว พวกมันดรอปเพียงแค่เหรียญทองแดงเท่านั้น และกระต่ายป่าก็ดรอปเหรียญทองแดงมาแค่ตัวละเหรียญ ในขณะที่หมาป่าดรอปมา 3 - 4 เหรียญทองแดงต่อตัว

ทันใดนั้น หญ้าก็เริ่มสั่นไหวในขณะที่กระต่ายตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าสุนัขเล็กน้อยได้ปรากฏตัวขึ้น มันมีขนสีแดงดุจเปลวเพลิงและไม่ได้น่ารักเหมือนกระต่ายส่วนใหญ่ กลับมัน มันดูค่อนข้างน่าเกลียด และมีความป่าเถื่อนและความดุร้ายอยู่ภายในดวงตาของมัน

ไป่ฉีโยนเนื้อกระต่ายและหมาป่าที่เขาถืออยู่ลงไปและยืนขวางหน้าจ้าวฝูไว้

ในขณะนั้นเอง กระต่ายได้อ้าปากของมันและองค์ประกอบธาตุไฟก็รวมตัวกับอยู่ภายในปากของมัน ก่อตัวขึ้นเป็นลูกไฟ ต่อจากนั้น มันจะสบัดหัวขึ้นในขณะที่ลูกไฟได้พุ่งไปยังจ้าวฝู

ในขณะที่เผชิญหน้ากับลูกไฟ ไป่ฉีได้กล่าวอย่างจริงจังว่า "ฝ่าบาท! กรุณาถอยไปสักครู่!"

จ้าวฝูพยักหน้า การต่อสู้ไม่ใช่จุดแข็งของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่พาปัญหาเข้ามาใส่ตัวเอง

ลูกไฟพุ่งเข้ามา และไป่ฉีได้ใช้ดาบของเขาฟาดเข้าใส่ลูกไฟ

ปัง!!

ลูกไฟระเบิดออกมาเป็นประกายไฟ โดยที่ไม่ทำอันตรายไป่ฉีแม้แต่น้อย

จ้าวฝูถอนหายใจด้วยความทึ่งเมื่อเขาได้เห็นแบบนี้ ตัวละครระดับ SSS ช่างทรงพลังจริงๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ การบ่มเพาะของไป่ฉีก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากแล้ว

ต่อจากนั้น กระต่ายก็ได้ยิงลูกไฟใส่ไป่ฉีอีกสองสามลูก แต่เขาก็สามารถหลบหลีกพวกมันได้อย่างง่ายดาย ไป่ฉีไม่ใช่แค่ระดับ SSS เท่านั้น แต่ค่าสถานะของเขายังสูงอย่างไม่น่าเชื่อ และเขาก็ได้รับการเสริมพลังจากทั้งสมญานามและอาชีพของเขา ทำให้เขาแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

กระต่ายเริ่มโมโหเมื่อมันเห็นว่าลูกไฟของมันไม่สามารถโจมตีไป่ฉีได้ มันกระโจนเข้าใส่และอ้าปาก เผยให้เห็นถึงเขี้ยวอันคมกริบสองเขี้ยวในขณะที่มันพยายามที่จะกัดไป่ฉี

ไป่ฉีทำเสียงต่ำในลำคออย่างเย็นชาและหันร่างของเขาในขณะที่เขาจ้วงแทงมันด้วยดาบของตัวเอง เลือดกระเด็นในอากาศในขณะที่ดาบได้ทะลุผ่านลำคอของกระต่าย และสังหารมันในทันที

"ประกาศจากระบบ! ขุนพลของท่านได้สังหารสัตว์เวทชั้นยอด กระต่ายเพลิงคลั่ง และได้รับคะแนนความสำเร็จ 6 แต้ม"

"ประกาศจากระบบ! ท่านได้รับคะแนนความสำเร็จ 3 แต้ม"

งั้นมันก็เป็นสัตว์เวทชั้นยอด สัตว์เวทคือสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตตามปกติ และพวกมันมีร่างกายที่แข็งแกร่งรวมทั้งเวทมนตร์ ยกตัวอย่างเช่น กระต่ายเพลิงคลั่งสามารถยิงลูกไฟได้

การฆ่าสัตว์เวทชั้นยอดหรือเหนือกว่านั้นจะมอบคะแนนความสำเร็จให้ เช่นเดียวกับการโจมตีหมู่บ้านอื่นๆ คะแนนความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่จะใช้เพื่อยกระดับสถานะของผู้คน เพื่อที่จะเลื่อนระดับของหมู่บ้าน เขาหรือเธอจำเป็นต้องมีสถานะบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น เพื่อที่จะยกระดับหมู่บ้านของเขาให้เป็นหมู่บ้านระดับกลาง สถานะของจ้าวฝูอย่างน้อยก็จำเป็นที่จะต้องเป็นพลเมือง แต่ในตอนนี้เขายังเป็นแค่สามัญชนอยู่

ในเวลาเดียวกัน ยิ่งสถานะของคนๆนั้นสูงเท่าไร พวกเขาก็จะได้รับการปฏิบัติที่ดีขึ้นในเมืองหลัก

กระต่ายเพลิงคลั่งดรอปเหรียญเงินที่ส่องประกายออกมา 2 เหรียญ และลูกแก้วแสงสีแดง 1 ลูก ซึ่งไป่ฉีได้นำมาให้จ้าวฝู

จ้าวฝูมองไปที่ลูกแก้วแสงสีแดง มันถูกเรียกว่าลูกแก้วต้นกำเนิดธาตุ และหลังจากใช้มัน คนผู้นั้นจะได้รับทักษะแบบเดียวกัน หลังจากที่ใช้มัน จ้าวฝูจะได้รับทักษะไฟร์บอล

ผลตอบแทนของวันนี้ค่อนข้างดี เมื่อรู้ว่ามันเกือบจะเที่ยงแล้ว จ้าวฝูก็แบกกระต่ายเพลิงคลั่งในขณะที่ไป่ฉีแบกกระต่ายป่าและหมาป่า พร้อมกับที่พวกเขาได้เดินทางกลับ

ในขณะเดียวกัน ฉับพลันจ้าวฝูก็มองเห็นต้นไม้ที่ดูแปลกมากๆ เปลือกของมันเป็นสีดำปี๋และให้ความรู้สึกมันมันเงาราวกับโลหะ ต้นไม้สูงประมาณ 10 เมตร และลำต้นก็กว้างประมาณ 1 เมตร ใบของมันก็ยังเป็นสีเขียวเข้มอีกด้วย

จ้าวฝูมองและเห็นว่ามันถูกเรียกว่าต้นเหล็กทศวรรษ

[ต้นเหล็กทศวรรษ]: ระดับ: สีขาว สามารถใช้ในการสร้างอุปกรณ์ได้

จ้าวฝูรู้สึกยินดีเมื่อเขาได้เห็นต้นไม้ต้นนี้เพราะตอนนี้พวกเขาสามารถสร้างอาวุธได้แล้ว ในตอนนี้มีอาวุธอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นในโรงหลอม และมันก็มีไม่เพียงพอสำหรับทุกๆคน ด้วยเหตุนี้ การค้นพบต้นเหล็กทศวรรษของจ้าวฝูจึงช่วยบรรเทาความอึดอัดของการขาดแคลนอาวุธไปได้

จ้าวฝูรีบเดินกลับไปในทันทีและพาคนมาตัดต้นเหล็กทศวรรษเพื่อนำไปสร้างเป็นกระบี่ไม้ ดาบไม้ โล่ไม้ และธนูไม้ แม้ว่าดาบและกระบี่ไม้จะไม่สามารถเทียบกับดาบและกระบี่เหล็กได้ แต่พวกมันก็ยังสร้างความเสียหายได้ นอกจากนี้ ในตอนนี้จ้าวฝูยังสามารถพาคนไปเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้ใช้โล่และนักธนูได้แล้ว

วันนี้พวกเขามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก: พวกเขาได้สร้างอาวุธขึ้น ลงแปลงเพาะปลูก และเริ่มปลูกเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี  ทุกๆอย่างไปพร้อมกันอย่างงดงาม และจ้าวฝูก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ในตอนกลางคืน เขาไม่ได้ออกไปจากโลกสวรรค์จุติและเลือกที่จะบ่มเพาะพลังแทน

วันที่สาม

คราวนี้ เขาอัญเชิญคนออกมาได้ 15 คน: เป็นชาย 10 คน และเป็นหญิง 5 คน มี 8 คนที่สามารถต่อสู้ได้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงให้พวกเขา 4 คนเปลี่ยนเป็นผู้ใช้โล่ และอีก 4 คนเปลี่ยนเป็นนักธนู ในตอนนี้หมู่บ้านฉินได้มีทหารทั้งหมด 21 คนแล้ว

จ้าวฝูกำลังจะพาไป่ฉีไปลาดตระเวณรอบๆกับเขา แต่ทันใดนั้นหญิงสาวสองคนก็รับผิดชอบในการเก็บผลไม้ป่าก็วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและบอกว่าพวกเธอเจอคนแปลกหน้า ซึ่งดูจะเป็นเผ่าพันธุ์อื่น

สีหน้าของจ้าวฝูเปลี่ยนเป็นจริงจังเมื่อเขาได้ยินเรื่องนี้ และเขาก็รีบถามข้อมูลโดยพลัน

หญิงสาวทั้งสองได้ออกไปทางทิศใต้ของหมู่บ้านฉินเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และพวกเธอได้เก็บที่กำลังเก็บผลไม้ป่าอยู่นั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหมูป่า พวกเธอรวบรวมความกล้าของตัวเองเพื่อเข้าไปดูและเห็นหมูป่าถูกล้อมกรอบและสังหารโดยเหล่าคนแปลกหน้า หลังจากนั้นพวกเธอก็วิ่งหนีกลับมาด้วยความหวาดกลัวในทันทีและมารายงานสิ่งที่พวกเธอเห็นให้จ้าวฝูฟัง

จ้าวฝูพาคนไปยังทิศใต้ในทันที ในตอนนี้บรรดาคนแปลกหน้าได้จากไปแล้ว แต่ก็ยังมีร่องรอยของเลือดและรอยเท้าอยู่บนพื้น สามกิโลเมตรทางตอนใต้ของหมู่บ้านฉิน จ้าวฝูได้ค้นพบหมู่บ้านของคนแปลกหน้า

คนแปลกหน้าที่อาศัยอยู่นั้นตัวไม่ได้สูงนัก พวกมันสูงแค่ประมาณหนึ่งเมตร และมีผิวหน้าสีเขียว หูแหลม และท้องที่ป่อง พวกมันเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่พบได้ในเกมส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก ก็อบลิน

มีก็อบลินอยู่ในหมู่บ้านก็อบลินประมาณ 300 กว่าตัว และจ้าวฝูก็รู้สึกได้ถึงอันตรายในทันทีในขณะที่เขากำลังเฝ้าสังเกตหมู่บ้านจากภายนอกด้วยความระมัดระวัง

เขาพบว่ามีก็อบลินอยู่ในหมู่บ้านประมาณ 300 กว่าตัว มีก็อบลินชราและก็อบลินเด็กอยู่ประมาณ 40 - 50 ตัว และมีก็อบลินผู้หญิงอยู่ประมาณ 80 กว่าตัว มีก็อบลินอยู่แค่ประมาณ 190 ตัวเท่านั้นที่สามารถต่อสู้ได้

นี่เป็นหมู่บ้านระดับทั่วไป ซึ่งหมายความว่าจะมีทหารอย่างมากก็แค่ 100 นายเท่านั้น เกือบครึ่งหนึ่งของก็อบลินที่สามารถต่อสู้ได้นั้นไม่ได้มีอาชีพ ทำให้พวกมันอ่อนแอกว่าเนื่องจากไม่มีทักษะหรือโบนัสอาชีพ

ก็อบลินส่วนใหญ่ถือกระบี่และมีชื่อว่า [ทหารก็อบลิน] และจ้าวฝูยังพบว่ามีก็อบลินบางตัวที่สูงกว่าสองเมตรและมีร่างกายกำยำมากๆ พวกมันถือมีดที่ดูไม่สมส่วนกับร่างกายของพวกมันและดูป่าเถื่อนเป็นอย่างยิ่ง ก็อบลินเหล่านี้มีชื่อว่า [นักรบก็อบลิน]

 

ติดตามข่าวสารได้ที่: The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 6 ก็อบลิน

คัดลอกลิงก์แล้ว