เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - เถาวัลย์กลืนวิญญาณ

บทที่ 11 - เถาวัลย์กลืนวิญญาณ

บทที่ 11 - เถาวัลย์กลืนวิญญาณ


บทที่ 11 - เถาวัลย์กลืนวิญญาณ

ทุกครั้งที่ข้ายิ้มมุมปาก จะต้องมีคนถูกข้าตบหน้าโชว์เทพ! ——ราชันมังกรยิ้มมุมปาก

ตอนที่ตู้เทียนเล่อยิ้ม ถึงแม้จะไม่ได้ยิ้มมุมปาก

แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็แทบจะไม่ต่างกันเลย

เป้าหมาย 'เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' เริ่มการอัดฉีด!

[เริ่มการจำลองการฝึกฝน!]

[ปีที่ 1 ท่านเริ่มชำระล้างเนื้อหนัง หล่อหลอมร่างกาย]

[การปราศจากยาต้มสมุนไพรคอยช่วยเหลือ ทำให้ทุกย่างก้าวของท่านเต็มไปด้วยความยากลำบากและความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส]

[แต่ในความเป็นความตาย ไม่ยอมให้ท่านถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว ทำได้เพียงกัดฟันสู้ต่อไป!]

……

[ปีที่ 10 ร่างกายของท่านเริ่มแข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้น]

……

[ปีที่ 30 ความเจ็บปวดยังคงดำเนินต่อไป!]

……

[ปีที่ 60 จู่ๆ ท่านก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินเข้ามาโดยอัตโนมัติ]

['เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' เข้าสู่ขั้นตอนเริ่มต้น!]

……

[ปีที่ 61 เพียงแค่ขั้นเริ่มต้นยังไม่เพียงพอ ท่านตัดสินใจหล่อหลอมร่างกายต่อไป]

[พลังปราณแทรกซึมผ่านผิวหนัง เริ่มชอนไชลึกลงไปในกล้ามเนื้อ]

[ท่านสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องแปดแพ็กขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย……]

……

[ปีที่ 120 ผ่านการหล่อหลอมร่างกายมาอย่างยาวนานถึงหกสิบปี กล้ามเนื้อของท่านแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า]

[กล้ามเนื้ออันทรงพลังนำมาซึ่งพละกำลังที่ระเบิดออกได้อย่างมหาศาล]

['เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' สำเร็จขั้นต้น!]

[ท่านยังคงไม่พอใจ และหล่อหลอมร่างกายต่อไป]

[พลังเวทแทรกซึมลึกลงไปถึงเส้นเอ็นและกระดูก ราวกับค้อนเหล็กยักษ์ที่คอยทุบตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า]

……

[ปีที่ 180 ผ่านพ้นความเจ็บปวดทรมานมาอีกหกสิบปีเต็ม]

[เส้นเอ็นและกระดูกของท่านราวกับเหล็กเส้นที่ผสมคอนกรีตเบอร์สี่สิบสอง แข็งแกร่งทนทานไม่มีวันทำลายได้!]

['เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' สำเร็จขั้นสูง!]

[ท่านกัดฟันยืนหยัดต่อไป]

[พลังเวทแห่งการฝึกกายาเริ่มอาบย้อมไปถึงอวัยวะภายในทั้งห้า]

……

[ปีที่ 240 ความเจ็บปวดทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดตลอดหกสิบปีที่ผ่านมา ทำให้ท่านค่อยๆ ชาชิน]

[อวัยวะภายในของท่านยิ่งทรงพลังและเต้นตุบๆ อย่างแข็งแรง!]

['เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' ขั้นสมบูรณ์!]

[ในขณะที่ท่านเตรียมจะยุติประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดนี้ลง]

[จู่ๆ ก็พบว่า 'เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' ดูเหมือนจะยังมีความเป็นไปได้ที่จะก้าวหน้าไปได้อีก]

[ท่านลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะขอสู้อีกสักตั้ง!]

……

[พลังเวทฝึกกายาวิ่งพล่านไปทั่วร่างกายของท่านอย่างไร้ทิศทาง แต่มันกลับหาจุดที่สามารถเสริมความแข็งแกร่งไม่ได้เลย!]

[แรงดันวิญญาณที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ท่านกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองจะระเบิดตู้มขึ้นมาหรือเปล่า]

[เลือดของท่านเริ่มเดือดพล่าน!]

[พลังเวทที่ไม่มีทางระบายออกดูเหมือนจะไปสัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่าง]

[นั่นคือความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกสุดในสายเลือด!]

[ทว่าเคล็ดวิชาฝึกกายาพื้นฐานเล่มนี้ กลับไม่เพียงพอที่จะทำให้ท่านเข้าใจความลับเหล่านั้นได้]

[ปีที่ 300 ในที่สุดท่านก็เดินมาถึงสุดทาง]

['เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' ขั้นสุดยอด!]

[ระดับขั้นการฝึกกายาของท่านบรรลุถึงระดับสร้างรากฐานแล้ว]

[ท่านตระหนักรู้ถึงฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์แห่งการฝึกกายา —— งอกอวัยวะใหม่!]

งอกอวัยวะใหม่: ร่างกายที่แข็งแกร่งทำให้ได้รับความสามารถสุดอัศจรรย์ ต่อให้ถูกฟันแขนขาขาด ก็สามารถงอกออกมาใหม่ได้อีกครั้ง!

……

ณ บริเวณด้านล่างทำเนียบที่คัมภีร์สวรรค์แสดงผล

กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรที่เพิ่งจะมุงดูเรื่องชาวบ้านเสร็จ กำลังเตรียมตัวจะแยกย้ายกันไป

ทันใดนั้นก็มีคนร้องอุทานขึ้นมา: "มารดามันเถอะ พวกเจ้าดูเร็วเข้า ผู้บำเพ็ญเพียรจากทวีปเทียนหนานคนเมื่อกี้ เขาคลอดแล้ว!"

"คลอดแล้ว? บ้าอะไรวะ? ทำเนียบยอดอัจฉริยะคลอดลูกได้ด้วยหรือไง?"

"อย่ามาปากหมาแถวนี้นะ รีบดูทำเนียบเร็วเข้า!"

ทำเนียบยอดอัจฉริยะระดับติง อันดับที่เก้า ทวีปเทียนหนาน ตู้เทียนเล่อ ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ ระดับสร้างรากฐานขั้นต้น!

"ทำเนียบนี่มันรวนหรือเปล่าเนี่ย"

ทุกคนต่างพากันมองหน้าคนที่พูดด้วยสายตาที่มองคนโง่

ก็ไม่แปลกหรอก

นับตั้งแต่คัมภีร์สวรรค์แสดงทำเนียบนี้มาตลอดกว่าหนึ่งแสนปี มันไม่เคยมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เมื่อเทียบกับการที่ทำเนียบคัมภีร์สวรรค์เกิดความผิดพลาดแล้ว

ทุกคนเต็มใจที่จะเชื่อมากกว่าว่า คนที่ชื่อตู้เทียนเล่อผู้นี้

ได้ทะลวงผ่านระดับขั้นอีกครั้งในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ

แต่อะไรกันล่ะที่ทำให้เขาเลื่อนอันดับขึ้นมาได้ถึงเจ็ดแปดอันดับในคราวเดียว?

ต้องรู้ไว้นะว่า นี่คือทำเนียบยอดอัจฉริยะเชียวนะ!

สิ่งมีชีวิตในโลกชางชิงมีจำนวนมหาศาลนับล้านล้านชีวิต

ด้วยฐานจำนวนคนที่มากมายมหาศาลขนาดนี้ ต่อให้เงื่อนไขในการบำเพ็ญเพียรจะเข้มงวดแค่ไหนก็ตาม

จำนวนผู้บำเพ็ญเพียรก็ยังคงมีมากมายราวกับฝูงปลาคาร์ปข้ามแม่น้ำ นับไม่ถ้วนอยู่ดี

คนที่สามารถขึ้นไปอยู่บนทำเนียบยอดอัจฉริยะได้ มีใครบ้างที่ไม่ใช่หนึ่งในล้านล้านคน

ตู้เทียนเล่อคนนี้ เพิ่งจะติดทำเนียบวันแรกก็พุ่งพรวดไปอยู่อันดับที่สิบเจ็ดแล้ว

ผ่านไปแค่แป๊บเดียว กลับไต่ขึ้นมาถึงอันดับที่เก้าได้อีก

นี่มันฝืนลิขิตฟ้าของแท้ ฝืนจนเปิดประตูบ้านต้อนรับความฝืนลิขิตฟ้าเลยทีเดียว

ในขณะที่ทุกคนกำลังทอดถอนใจอยู่นั้น

เหล่าศิษย์หน่วยข่าวกรองของสำนักใหญ่ต่างๆ ถึงกับกุมขมับแทบคลั่ง...

รายงานข่าวกรองเพิ่งจะส่งออกไปหมาดๆ ดันหมดอายุซะแล้ว

เอาเถอะ รีบส่งไปอีกฉบับก็แล้วกัน

ไม่งั้นเดี๋ยวสำนักจะยัดเยียดข้อหารายงานเท็จให้เอา...

……

เมื่อกี้พอได้ยินตาเฒ่าเทพอารักษ์พูดถึงเรื่องการฝึกกายา

ตู้เทียนเล่อถึงได้นึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเองยังมีเคล็ดวิชาฝึกกายาอีกหนึ่งเล่มที่ยังไม่ได้ฝึก

ด้วยความที่คิดว่าไหนๆ ม้ามันก็ตายแล้ว ลองรักษาแบบเป็นๆ ดูสักตั้งจะเป็นไรไป จึงเริ่มอัดฉีดอายุขัยลงไป

คิดไม่ถึงเลยว่า กะอีแค่เคล็ดวิชาฝึกกายาพื้นฐานเล่มเดียว จะผลาญอายุขัยไปมหาศาลขนาดนี้

โชคดีนะที่ตอนเลื่อนขั้นจากระดับฝึกปราณขึ้นมาเป็นระดับสร้างรากฐาน

อายุขัยของเขาเพิ่มขึ้นมาหนึ่งร้อยปีพอดี

พอบวกกับอายุขัยที่เหลืออยู่ก่อนหน้านี้ ก็เลยพอดีเป๊ะ

'เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' ไม่เพียงแต่มอบพละกำลังอันแข็งแกร่งให้เท่านั้น

แต่ยังทำให้เขาได้รับฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์มาอีกหนึ่งอย่างด้วย!

แถมส่วนสูงก็ยังเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อยด้วย

จากเดิมที่สูงไม่ถึงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ตอนนี้กะด้วยสายตาน่าจะเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตรไปแล้ว

เรื่องนี้ทำให้ตู้เทียนเล่อพอใจเป็นอย่างมาก

เขากำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่พลุ่งพล่านและดุดัน

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ในที่สุดก็เผยรอยยิ้มออกมาได้

จากนั้นเขาก็คว้าเถาวัลย์กลืนวิญญาณที่คอเอาไว้ แล้วออกแรงดึงอย่างสุดกำลัง

อักขระเวทอันลี้ลับซับซ้อนบนเถาวัลย์กลืนวิญญาณกะพริบวิบวับอย่างบ้าคลั่ง

มันบิดตัวดิ้นรนราวกับงูพิษตัวยาว

แต่มันก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังอันแข็งแกร่งของเขาได้เลย

มันถูกตู้เทียนเล่อดึงยืดออกช้าๆ ราวกับกำลังดึงหนังยางยังไงยังงั้น

จากนั้นเขาก็สะบัดหัว

เถาวัลย์กลืนวิญญาณที่รัดคอเหมือนปลอกคอ ก็ถูกถอดออกมาจากคอในที่สุด

ตาเฒ่าเทพอารักษ์กรีดร้องเสียงหลง: "เป็นไปได้ยังไง แกเป็นผู้บำเพ็ญกระบี่ชัดๆ!"

"ทำไมถึงมีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้ได้?!"

ตู้เทียนเล่อค่อยๆ ยืนขึ้น

ข้อต่อทั่วร่างส่งเสียงดัง 'กร๊อบแกร๊บ' ลั่นไปหมด

"ใครบอกแกกัน ว่าข้าเป็นผู้บำเพ็ญกระบี่?!"

"แล้วอีกอย่าง ใครเป็นคนกำหนดว่าผู้บำเพ็ญกระบี่จะฝึกกายาไม่ได้ล่ะ?"

"กะอีแค่เทพอารักษ์กระจอกๆ ตัวหนึ่ง ริอ่านมาตั้งตนเป็นผู้รู้เรื่องการบำเพ็ญเพียร ช่างน่าขันสิ้นดี!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงของตู้เทียนเล่อ ตาเฒ่าเทพอารักษ์ก็สติแตกไปอย่างสิ้นเชิง

"ท่านเซียน ข้า... ข้าผู้น้อยไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายท่านจริงๆ นะ"

"มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นเอง"

"ขอท่านเซียนโปรด..."

ตู้เทียนเล่อขี้เกียจฟังมันพล่าม เขาก้าวพรวดเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

แล้วเหวี่ยงหมัดซัดเข้าที่หัวของตาเฒ่าเทพอารักษ์อย่างแรง

ความเร็วของมันรวดเร็วจนเทพอารักษ์ไม่อาจหลบหลีกได้ทัน

แค่หมัดเดียว

ร่างของเทพอารักษ์ก็ถูกซัดจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ

จากนั้นมันก็กลายสภาพเป็นควันสีน้ำเงินหลายสาย แล้วสลายหายวับไปในอากาศ

ตู้เทียนเล่อชะงักไป

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

หนีไปแล้ว? หรือว่าตายแล้ว?

เขาที่ไม่เคยสัมผัสกับวิถีแห่งศรัทธามาก่อน ได้แต่งงเป็นไก่ตาแตก

ทำได้เพียงระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อน

ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น:

[เทพอารักษ์ ระดับเบิกปัญญาขั้นกลาง]

[สังหารแล้วได้รับอายุขัย 100 ปี]

[อายุขัยคงเหลือของท่าน: 102 ปี]

ตู้เทียนเล่อถึงได้วางใจลง

ถึงแม้จะไม่เข้าใจวิถีแห่งศรัทธาก็เถอะ แต่ในเมื่อระบบแจ้งเตือนว่าสังหารได้แล้ว

นั่นก็แปลว่าตาเฒ่าเทพอารักษ์ตายสนิทไปแล้วจริงๆ

แต่ได้อายุขัยมาแค่ร้อยเดียวเนี่ย มันน้อยไปหน่อยหรือเปล่า?

ยังไงซะอีกฝ่ายก็เป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าที่อยู่มาตั้งพันกว่าปีเชียวนะ...

เมื่อพิจารณาดูแล้ว พลังต่อสู้ของวิถีแห่งศรัทธานี่มันขยะจริงๆ

รับหมัดเขาแค่หมัดเดียวยังไม่ได้เลย

เก่งแต่เรื่องใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรก

แต่ก็นะ จะว่าไปแล้ว

มารดามันเถอะ เกือบจะเสียท่าให้มันซะแล้ว

……

ตู้เทียนเล่อไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องพักอยู่ในถ้ำหมีดำนี้ต่อไปอีกสองวัน

ก็ช่วยไม่ได้นี่นา พลังปราณแท้ที่ถูกเถาวัลย์กลืนวิญญาณดูดกลืนไป จะปล่อยไว้ไม่ยอมฟื้นฟูก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ

การฟื้นฟูครั้งนี้ใช้เวลาไปถึงสองวันเต็มๆ

สองวันให้หลัง

ตู้เทียนเล่อมองของสองชิ้นในมือแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

ชิ้นแรกคือเถาวัลย์กลืนวิญญาณที่เกือบจะเอาชีวิตเขาไป

ตามที่ตาเฒ่าเทพอารักษ์บอกเอาไว้

ของชิ้นนี้เป็นของวิเศษชั้นยอด

มีสรรพคุณมากมายมหาศาล

ดังคำกล่าวที่ว่า ถูกงูกัดหนึ่งครั้ง หวาดผวาเชือกกล้วยไปสิบปี

ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันยังมีผลข้างเคียงอะไรแอบแฝงอยู่อีกหรือเปล่า

แต่ก็นะ การบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน มันก็ต้องมีเรื่องอันตรายบ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

ถ้ามัวแต่กล้าๆ กลัวๆ เป็นเต่าหดหัว แล้วจะไปบำเพ็ญเพียรหาพระแสงอะไรล่ะ

เมื่อคิดได้เช่นนี้

ตู้เทียนเล่อก็เอาเถาวัลย์กลืนวิญญาณมาพันรอบข้อมือซ้ายอย่างไม่ลังเล

จากนั้นเขาก็เบิกตากว้างจ้องมองมันเขม็ง

พอพันเสร็จปุ๊บ

ไอ้ของชิ้นนี้ก็เหมือนมีชีวิต มันปรับขนาดให้พอดีได้เองโดยอัตโนมัติ

จากนั้นก็มีกิ่งแขนงเล็กๆ สองสามกิ่งงอกออกมาจากเถาวัลย์

แทงลึกลงไปในเนื้อของเขาอย่างแรง

ตามที่ตาเฒ่าเทพอารักษ์เคยบอกเอาไว้

ของชิ้นนี้คือพืชวิญญาณปรสิต

ไม่เพียงแต่จะดูดกลืนพลังปราณแท้และพลังวิญญาณเท่านั้น แต่มันยังดูดกลืนเลือดบริสุทธิ์อีกด้วย

มันก็ไม่ได้เจ็บอะไรหรอก

แต่มันรู้สึกเสียวสันหลังวาบแปลกๆ

อาจจะเป็นเพราะเมื่อสองวันก่อนตอนที่มันรัดอยู่ที่คอ มันดูดกลืนพลังปราณแท้ไปเยอะแล้วมั้ง

ครั้งนี้มันเลยไม่ได้ดูดพลังปราณแท้อีก

แต่มันกลับมีความต้องการเลือดของเขาอย่างมาก

แต่ตู้เทียนเล่อในตอนนี้มีร่างกายที่แข็งแกร่ง ถึงขั้นที่แขนขาขาดก็ยังงอกใหม่ได้

กะอีแค่เลือดบริสุทธิ์นิดหน่อย ย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอยู่แล้ว

เมื่อเวลาผ่านไป

เถาวัลย์ที่เดิมทีเป็นสีเหลืองแห้งเหี่ยว

ก็กลับกลายเป็นสีแดงสดใสและโปร่งแสงขึ้นมา

เมื่อมองแวบแรก มันดูเหมือนกำไลหยกสีแดงที่มีความกว้างเท่ากับสองนิ้วมือเลยทีเดียว

ในขณะที่เขากำลังสังเกตดูมันอย่างละเอียดอยู่นั้น

เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง:

[เถาวัลย์กลืนวิญญาณดูดกลืนอายุขัยของท่านไป 1 ปี!]

……

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 11 - เถาวัลย์กลืนวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว