เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 ใครยังจะกล้าบอกว่าข้าใช้อำนาจบาตรใหญ่กัน?!

ตอนที่ 26 ใครยังจะกล้าบอกว่าข้าใช้อำนาจบาตรใหญ่กัน?!

ตอนที่ 26 ใครยังจะกล้าบอกว่าข้าใช้อำนาจบาตรใหญ่กัน?!


"ผู้เฒ่าอู๋ ถึงแม้ตอนนี้เจ้าเด็กนั่นจะเป็นคนเก็บสมุนไพรของหออวี้ติ่ง แต่พูดตามตรงมันก็แค่เด็กบ้านนอกดวงดีคนหนึ่งเท่านั้น ท่านไปก้มหัวขอโทษขอโพยมันแบบนั้น มิเป็นการให้เกียรติมันเกินไปหน่อยหรือขอรับ?!"

เมื่อทั้งสามพ้นจากเขตหมู่บ้านตระกูลกู้ ลูกน้องคนหนึ่งก็ขยับเข้ามาใกล้พลางเอ่ยขึ้นอย่างอดรนทนไม่ได้

เขาสะบัดคอจนเกิดเสียงดัง "กร๊อบแกร๊บ" พร้อมเผยยิ้มเหี้ยมเกรียม

"ความจริงขอแค่ท่านสั่งคำเดียว คืนนี้ข้าจะมาหักคอพวกมันให้สิ้นซาก สังหารล้างครัวให้หมด รับรองว่าเรื่องนี้จะถูกจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอน!"

"เจ้าคิดว่าคนแก่อย่างข้าไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรือ?"

พ่อบ้านอู๋เหลือบมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ทะลุปรุโปร่งถึงความคิดที่อยากจะประจบเอาใจนายน้อยอวิ๋นเจี๋ยและแสดงผลงาน แต่เขาก็ไม่ได้ฉีกหน้า เพียงแต่เอ่ยว่า

"เจ้าเด็กนั่นต้องตายแน่ แต่มันฝึกฝนจนบรรลุขั้นขัดเกลาผิวหนังระดับสมบูรณ์ กลายเป็นจอมยุทธเต็มตัวแล้ว ลำพังแค่เจ้า... เกรงว่าจะเอาชนะมันไม่ได้เสียด้วยซ้ำ"

"จอมยุทธ?"

ลูกน้องหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง

"เป็นไปได้ยังไงกัน มันเพิ่งจะเริ่มฝึกวรยุทธไม่ใช่หรือขอรับ?"

"อาจจะเคยแอบฝึกกับใครมาก่อน หรือไม่เจ้าเด็กนั่นก็คงมีวาสนาปาฏิหาริย์บางอย่าง"

พ่อบ้านอู๋ไม่ได้ใส่ใจนัก จอมยุทธขั้นขัดเกลาผิวหนังระดับสมบูรณ์เพียงคนเดียวในสายตาเขาไม่ได้สลักสำคัญอะไร

"ส่วนเรื่องในวันนี้ เจ้าไม่ต้องเอาตัวมาสอดแทรก ถึงเวลาธรรมชาติย่อมมีคนจัดการเอง สิ่งที่พวกเจ้าสองคนต้องทำคือหุบปากให้สนิท หากมีข่าวคราวหลุดรอดออกไป แม้ข้าไม่พูด พวกเจ้าก็น่าจะรู้ว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร"

"ขอรับ!"

แม้โทนเสียงของพ่อบ้านอู๋จะราบเรียบ แต่ทั้งคู่กลับตัวสั่นสะท้าน รีบขานรับโดยไม่กล้ามีความเห็นโต้แย้งอีก

เมื่อนึกถึงกู้หย่วนเมื่อครู่ พ่อบ้านอู๋พลันฉายแววตาแปลกประหลาดออกมา

ความจริงแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานที่เขาทราบข่าวว่ากู้หย่วนลงมือหักแขนหักขาตงกุ้ยและซุนเอ้อ เขาก็เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้เริ่มหลุดลอยจากการควบคุม!

เดิมทีก็แค่ลูกชาวนาจากชนบท สิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยราวกับมดปลวก เขาไม่เคยเก็บมาใส่ใจ และไม่คิดว่ามันจะสร้างคลื่นลมอะไรได้

เพื่อกันเหนียว ในตอนแรกเขาจึงส่งเพียงอันธพาลกะโหลกกะลาสองคนไปคอยจับตาดูอย่างห่างๆ ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าใดนัก

ส่วนนายน้อยเฉียนอวิ๋นเจี๋ยของเขานั้น ยิ่งหลงลืมเรื่องขี้ปะติ๋วพวกนี้ไปนานแล้ว

ใครจะไปคาดคิด เพียงแค่เดือนเศษๆ เจ้าเด็กนี่กลับดิ้นรนจนเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ

เมื่อเขาไปสืบสาวราวเรื่องถึงสิ่งที่กู้หย่วนทำในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับได้เห็นด้วยตาตนเองในวันนี้ เขายิ่งสัมผัสได้ว่ากู้หย่วนไม่ใช่คนที่จะยอมสงบเสงี่ยม

คนที่ยอมอยู่นิ่งๆ จะฝึกวรยุทธหรือ? จะเข้าหออวี้ติ่งเพื่อเป็นคนเก็บสมุนไพรหรือ?

การฝึกวรยุทธ ย่อมหมายถึงความต้องการในอำนาจพลัง และเมื่อมีพลัง ในสายตาของคนระดับพวกเขานั่นคือปัจจัยของความไม่มั่นคง!

โดยปกติแล้ว ผู้ที่อยู่เหนือกว่ามักจะเลือกใช้วิธีควบคุมให้อยู่ในกำมือ

ทว่ากู้หย่วนมีความแค้นฝังลึกกับจวนตระกูลเฉียน อีกทั้งยังเป็นพวกซ่อนคมอดทนเก่ง การจะควบคุมเจ้าเด็กนี่จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สู้กำจัดตัวอันตรายนี้ให้สิ้นซากไปเสียเลยจะดีกว่า

เรื่องพวกนี้ พ่อบ้านอู๋มองเห็นทะลุปรุโปร่งทุกแง่มุม

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมในเมื่อตั้งใจจะฆ่าแล้ว ยังต้องมอบกระบี่ดีๆ และเงินอีกห้าสิบตำลึงให้เหมือนเป็นการหนุนส่งศัตรู...

หึหึ ตระกูลเฉียนอย่างไรก็เป็นขุมอำนาจใหญ่ในอำเภอ เป็นตระกูลสูงส่ง ท่าทีเบื้องหน้าย่อมต้องทำให้ดูดีไว้ก่อน

พวกเจ้าดูสิ คนระดับข้าถึงขั้นยอมก้มหัวขอโทษเด็กบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง นี่ถือเป็นการให้เกียรติมันอย่างถึงที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ?

ในสถานการณ์เช่นนี้ ใครยังจะกล้าประณามว่าตระกูลเฉียนเราใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้อื่นได้อีก?!

การที่มันจะอยู่หรือตายก็เป็นเพราะดวงกุดเอง ไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉียนของข้าแม้แต่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ข้าก็ได้ทำพิธีขอโทษขอขมาไปต่อหน้าผู้คนแล้ว

หากจะบอกว่าตระกูลเฉียนเป็นคนทำ ใครเล่าจะเชื่อ?

ใครเล่าจะกล้าเชื่อ?!

"อาหย่วน... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

ในบ้านตระกูลกู้ พ่อและแม่ของกู้หย่วนยังคงตกอยู่ในอาการงุนงงทำอะไรไม่ถูก

พ่อบ้านอู๋ที่เคยวางท่าสูงส่งไม่เห็นหัวใคร วันนี้กลับบุกมาขอโทษขอโพยด้วยตัวเอง แถมยังยิ้มแย้มมอบเงินทองมากมายให้จนทั้งสองมึนงงไปหมด

"ก็เพราะสถานะของข้าไม่เหมือนเดิมแล้วอย่างไรล่ะท่านแม่ ตอนนี้ข้าเป็นคนเก็บสมุนไพรของหออวี้ติ่งแล้ว"

กู้หย่วนส่ายหน้าพลางอธิบายเรื่องราวสั้นๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวเสริมว่า

"อีกอย่างนะท่านพ่อท่านแม่ เงินพวกนี้เก็บไว้ที่บ้านจะเป็นภัยเปล่าๆ มีแต่จะกวักมือเรียกปัญหา ให้ข้าเป็นคนถือไว้เถอะ"

"อาหย่วน..."

แม่กู้ไม่ได้สนใจเงินเงินทองๆ ที่ส่องประกายวาววับนั่น แต่นางกลับมองกู้หย่วนด้วยสายตาเป็นห่วง

"แม่เป็นแค่ชาวบ้านร้านตลาด ไม่รู้หลักการใหญ่อะไรหรอก แต่แม่รู้ว่าพวกตระกูลใหญ่พวกนี้ไม่ใช่คนที่จะตอแยได้ง่ายๆ เรามันครอบครัวเล็กๆ แต่เขากลับมอบผลประโยชน์ให้มากมายขนาดนี้ มันอาจไม่ใช่เรื่องดี เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ!"

กู้หย่วนมองมารดาด้วยความประหลาดใจที่นางมีสติปัญญามองการณ์ไกลเช่นนี้ เขาจึงเอ่ยปลอบใจ

"วางใจเถอะท่านแม่ ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร"

เขาหยิบกระบี่เล่มนั้นขึ้นมา ตัวกระบี่ยาวสามฟุตเศษ ฝักทำจากไม้เหล็กสีเทาอมเขียว สลักลวดลายวิจิตรบรรจง

เช้ง—

ตัวกระบี่วาววับถูกชักออกพ้นฝัก สะท้อนใบหน้าเกลี้ยงเกลาของกู้หย่วนจนเห็นไรขนได้ชัดเจน ใบกระบี่ที่บางเฉียบและคมกริบแผ่กลิ่นอายสังหารอันเฉียบคมออกมาจางๆ

"กระบี่ดี!"

ฉับ!

กู้หย่วนเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม

ขั้นต่อไปเขาจำเป็นต้องฝึกฝนเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณ กระบี่เล่มนี้ช่างมาได้ถูกจังหวะพอดี หากต้องไปหาซื้อเอง ไม่แน่ว่าจะได้ของดีระดับนี้

สำหรับจวนตระกูลเฉียน แม้ฝ่ายนั้นจะบุกมาขอโทษถึงที่ แต่ก็เป็นอย่างที่ท่านแม่ว่าไว้ พวกเขามันพวกหมาป่าในคราบแกะหรือตัวชะมดมาสวัสดีปีใหม่ไก่ ไม่มีทางหวังดีแน่นอน

เรื่องนี้กู้หย่วนย่อมรู้แก่ใจ แม้ตอนนี้เขามีหัวโขนเป็นคนเก็บสมุนไพรของหออวี้ติ่ง แต่กู้หย่วนไม่ได้โอหังถึงขนาดคิดว่าลำพังตำแหน่งนี้จะทำให้ตระกูลใหญ่ที่หยั่งรากลึกอย่างตระกูลเฉียนยอมศิโรราบได้

เรื่องนี้มันมีความผิดปกติแฝงอยู่!

ดังนั้น การเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุด!

หากเขามีพลังมากพอ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีแผนอุบายชั่วร้ายเพียงใด เขาก็สามารถจัดการได้ด้วยกระบี่เดียว!

ส่วนวิธีที่จะเพิ่มพลังในระยะเวลาอันสั้นนั้น กู้หย่วนมีแผนการอยู่ในใจแล้ว...

เขาตั้งใจจะปราบงูมาเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณ!

เขารู้ซึ้งดีว่า รากฐานและขุมพลังที่สำคัญที่สุดของเขาก็คือระบบเกมสัตว์เลี้ยงวิญญาณ

และหนึ่งในฟังก์ชันที่สำคัญที่สุดของระบบนี้ก็คือ การส่งต่อพรสวรรค์ของสัตว์เลี้ยงที่ปราบได้ มาให้กับผู้เป็นเจ้านายอย่างเขา

ด้วยความบังเอิญ เขาได้รับเคล็ดวิชาพญางูทองกลืนปราณและเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณมาครอบครอง ซึ่งหนึ่งคือวิชาลมปราณภายใน และอีกหนึ่งคือวิชาจู่โจมภายนอก แต่ทั้งสองวิชามีจุดร่วมอย่างหนึ่งคือ... บรรพชนผู้สร้างวิชาต่างเลียนแบบท่วงท่ามาจากงูวิญญาณ

หากกู้หย่วนสามารถสยบงูมาได้ และได้รับพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์งูมาเสริมพลัง อีกทั้งยังมีสัตว์เลี้ยงสายงูให้คอยสังเกตท่วงท่าและจิตวิญญาณอย่างใกล้ชิด ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเข้าถึงแก่นแท้ของวรยุทธทั้งสองสายนี้จนก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด!

แน่นอนว่างูแต่ละชนิดย่อมมีพรสวรรค์ที่ต่างกัน กู้หย่วนตั้งใจจะเลือกสรรงูที่เหมาะสมที่สุดอย่างพิถีพิถัน ก่อนที่จะเริ่มการสยบมันมาเป็นบริวาร

จบบทที่ ตอนที่ 26 ใครยังจะกล้าบอกว่าข้าใช้อำนาจบาตรใหญ่กัน?!

คัดลอกลิงก์แล้ว