- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 22 เพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณ!
ตอนที่ 22 เพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณ!
ตอนที่ 22 เพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณ!
"คัมภีร์วรยุทธ์ที่อยู่ตรงหน้าเจ้าเหล่านี้ ล้วนเป็นของสะสมที่หออวี้ติ่งเก็บรวบรวมมาหลายยุคหลายสมัย"
หยางฮั่นมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
"แม้จะเป็นเพียงวิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำทั้งหมด แต่ขอเพียงหมั่นฝึกฝนอย่างหนัก ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไม่ได้ เพียงพอให้คนธรรมดาใช้ฝึกฝนไปได้ชั่วชีวิต"
"เจ้าสามารถเลือกนำไปฝึกฝนได้หนึ่งเล่ม"
"วิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำงั้นรึ?"
กู้หย่วนชะงักไป อดนึกถึงเคล็ดวิชาพญางูทองกลืนปราณที่เพิ่งได้มาเมื่อเช้านี้ไม่ได้ นั่นมันสุดยอดวิชาวรยุทธ์ชั้นสูงของแท้เลยเชียวนะ
"ถูกต้อง"
หยางฮั่นกลับคิดว่ากู้หย่วนกำลังสงสัยว่าวิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำคืออะไร จึงอธิบายเสริมไปส่งๆ
"รากฐานพรสวรรค์ของคนเรามีสูงมีต่ำ คัมภีร์วรยุทธ์เหล่านี้ก็ย่อมมีการแบ่งแยกดีเลวเช่นกัน"
เมื่อเห็นกู้หย่วนมีสีหน้างุนงง หยางฮั่นก็หัวเราะออกมา
"ช่างเถอะ ข้าจะอธิบายเพิ่มให้อีกสักหน่อยก็แล้วกัน"
"เรื่องการแบ่งระดับพรสวรรค์ของคน ข้าคงไม่ต้องพูดอะไรมาก ในห้องเก็บสมบัติแห่งนี้ก็มีตำราความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโลกแห่งการฝึกตนอยู่บ้าง หากเจ้าสร้างผลงานและได้รับแต้มผลงาน ก็สามารถใช้แต้มผลงานมาแลกไปอ่านได้ หรือหนังสือธรรมดาทั่วไปก็สามารถใช้เงินซื้ออ่านได้เช่นกัน"
"พูดถึงแค่วิชาวรยุทธ์ก็พอ จะแบ่งออกเป็นวิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำ วิชาวรยุทธ์ชั้นกลาง วิชาวรยุทธ์ชั้นสูง และวิชาวรยุทธ์ขั้นสุดยอด ส่วนระดับที่เหนือกว่าวิชาวรยุทธ์ขั้นสุดยอดขึ้นไปนั้น หึหึ นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนระดับพวกเราจะล่วงรู้ได้แล้ว..."
พูดมาถึงตรงนี้ หยางฮั่นราวกับนึกถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าฉายแววซับซ้อน ก่อนจะกล่าวต่อ
"วิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำยังพอพบเห็นได้ทั่วไป จ่ายเงินสักหน่อย หรือไปฝากตัวเป็นศิษย์ตามสำนักคุ้มภัยก็อาจจะได้เรียนรู้ แต่วิชาวรยุทธ์ชั้นกลางจะหาได้ยากกว่ามีความลึกล้ำซับซ้อนกว่าวิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำมาก ขอเพียงตีฉานและฝึกฝนจนแตกฉานก็เพียงพอจะทำให้คนธรรมดาสามารถตั้งตัวและพลิกชะตาชีวิตของตัวเองได้เลย"
"ส่วนวิชาวรยุทธ์ชั้นสูงและวิชาวรยุทธ์ขั้นสุดยอดนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาใดล้วนเป็นเคล็ดวิชาสืบทอดที่ต่อให้เอาทองหมื่นชั่งมาแลกก็ไม่ยอม ยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งประสบความสำเร็จสูงล้ำ มีเพียงสำนักใหญ่โตที่มีชื่อเสียง หรือขุมกำลังระดับเมืองหลวงเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้เรียนรู้"
"แน่นอนว่า หออวี้ติ่งของเรามีขุมกำลังมหาศาล มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งชายแดนใต้ ย่อมไม่ขาดแคลนวิชาวรยุทธ์สืบทอดระดับนี้ ทว่าต้องเป็นผู้ที่สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงเท่านั้น ถึงจะได้รับการถ่ายทอด หากเจ้ามีวาสนาได้รับวิชาวรยุทธ์ชั้นกลางหรือชั้นสูง ก็ย่อมมีโอกาสทะลวงผ่านระดับเซียนเทียนสามารถยืดอายุขัยได้ถึงร้อยห้าสิบปี เหนือกว่าระดับเซียนเทียนขึ้นไปยังมีระดับเทียนเหริน (มนุษย์สวรรค์) เล่าลือกันว่าอายุขัยจะยืนยาวถึงสามร้อยปี สามารถควบคุมของวิเศษ เหาะเหินเดินอากาศได้เลยทีเดียว"
เมื่อเห็นดวงตาของกู้หย่วนเป็นประกายวาววับ หยางฮั่นก็หลงคิดไปว่าไอ้หนุ่มตรงหน้าถูกคำพูดไม่กี่ประโยคของตนปลุกปั่นจนฮึกเหิมตื่นเต้นขึ้นมา จึงอดที่จะแอบหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ สายตาที่มองกู้หย่วนก็แฝงไปด้วยความเวทนาเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน
การฝึกฝนวิถีแห่งยุทธ มักจะเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดไปทีละขั้น ยิ่งก้าวก็ยิ่งยากลำบาก
อย่าว่าแต่ระดับเทียนเหรินเลย ต่อให้เป็นแค่ระดับเซียนเทียน ทั่วทั้งอำเภอเป่ยเหลียงก็มีคนไปถึงระดับนั้นได้ไม่กี่คนหรอก
และอำเภอเป่ยเหลียงเล็กๆ แห่งนี้ เมื่อเทียบกับเมืองเซิ่งหยาง หรือแม้แต่แคว้นฉินและดินแดนชายแดนใต้ทั้งหมดแล้ว ก็เป็นเพียงแค่ชนบทห่างไกลมุมหนึ่งเท่านั้น
น้ำตื้นย่อมไม่อาจเลี้ยงดูมังกรได้ ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นมังกรตอนที่ยังเล็กก็ยังอ่อนแอเปราะบางจำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรนานาชนิดในการเติบโต
มีเพียงต้นกล้าชั้นยอดที่มีพร้อมทั้งพรสวรรค์ ทรัพยากร โชคชะตา และความมุมานะเท่านั้น ถึงจะสามารถเติบโตขึ้นไปทีละก้าว และประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรได้
บรรดาลูกหลานของสำนักใหญ่หรือตระกูลดังเหล่านั้น มักจะได้รับการบำรุงครรภ์ด้วยสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าต่างๆ ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เพื่อเสริมสร้างรากฐาน พอเกิดมา แต่ละคนก็ล้วนเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์และรากฐานชั้นเลิศ
พอโตขึ้นมาหน่อย ก็ยังมีปรมจารย์ชื่อดังคอยชี้แนะ ฝึกฝนไปตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ไม่เร่งรัดจนเสียการ และไม่พลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฝึกฝนไป
ถึงกระนั้น ผู้ที่สามารถบรรลุถึงระดับเทียนเหรินหรือแม้แต่ระดับเซียนเทียนได้ก็ยังมีให้เห็นไม่มากนัก
ส่วนกู้หย่วน เป็นแค่ชาวป่าชาวเขาต่ำต้อย ข้าวปลาอาหารยังแทบไม่มีตกถึงท้อง ร่างกายไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ พรสวรรค์และรากฐานก็คงจะดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่
ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ การจะประสบความสำเร็จในวิถีแห่งยุทธได้นั้น ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์เสียอีก
ถอยหลังมาสักหมื่นก้าว ต่อให้กู้หย่วนจะมีกายาวิญญาณเซียนเทียน หรือกายาสมบัติในตำนาน แต่ฐานะของเขาต่ำต้อย ความรู้ตื้นเขิน ซ้ำยังพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฝึกฝนไปแล้ว หากไม่ได้รับการบ่มเพาะด้วยทรัพยากรที่มากพอ ต่อให้เป็นกายาวิญญาณเซียนเทียนก็ต้องแปดเปื้อนฝุ่นธุลี ยากที่จะตื่นรู้ได้
ชะตาชีวิตถูกกำหนดให้ต้องใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอยไปจนตาย ราวกับกบในกะลา ไม่อาจได้เห็นความงดงามของโลกภายนอกได้เลย!
เหมือนอย่างตัวหยางฮั่นเอง พรสวรรค์ถือว่าดีเยี่ยม ทว่าน่าเสียดายที่เขาไม่มีภูมิหลังอะไรเลย ซ้ำยังไร้ทรัพยากรในการฝึกฝน วรยุทธ์ของเขากลับถูกพวกที่มีพรสวรรค์ด้อยกว่าแซงหน้าไปหมด
ปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนครึ่งค่อนชีวิต ถึงได้พอดิ้นรนจนมีหน้ามีตาในหออวี้ติ่งได้บ้าง และพอจะมีความหวังที่จะเลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกยุทธระดับเซียนเทียนได้อยู่ลางๆ
ความขมขื่นสารพัดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนั้น ยากที่จะอธิบายให้คนนอกเข้าใจได้
"ไอ้หนุ่มบ้านนอกคอกนาแบบนี้จะไปรู้อะไร การฝึกฝนไม่ใช่แค่การเข่นฆ่าต่อสู้ และไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์หรือความขยันหมั่นเพียรเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องมีขุมกำลังและมีเส้นสายหนุนหลังต่างหาก!"
"มีต้นไม้ใหญ่ให้พิงหลังถึงจะร่มเย็นสบายสิ..."
คิดถึงตรงนี้ หยางฮั่นก็รู้สึกหมดอารมณ์ หมดความสนใจที่จะพูดต่อ เขาโบกมืออย่างรำคาญเล็กน้อย
"เอาล่ะ ตอนนี้ เจ้าเลือกได้แล้ว"
"ขอรับ"
กู้หย่วนไม่รู้เลยว่าในช่วงเสี้ยววินาทีนี้ หยางฮั่นได้จินตนาการไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีรำคาญ เขาก็ระมัดระวังตัว ไม่ได้พูดอะไรอีก หันไปมองคัมภีร์วรยุทธ์ชั้นต่ำตรงหน้า แล้วเริ่มลงมือคัดเลือกอย่างละเอียด
จากคำอธิบายของหยางฮั่นเมื่อครู่นี้ เขาก็พอจะรู้ว่าวิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำเหล่านี้มูลค่าไม่สูงนัก แต่ในเมื่อเป็นวิชาที่เขาต้องเอาไปฝึกฝนเอง กู้หย่วนก็ย่อมต้องเลือกอย่างรอบคอบสักหน่อย
"เคล็ดวิชาพญางูทองกลืนปราณเป็นวิชาสำหรับขัดเกลาผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูก ตลอดจนชำระล้างอวัยวะภายใน ผลัดเปลี่ยนโลหิต และล้างไขกระดูก ชี้ทิศทางไปสู่ความสมบูรณ์แบบของระดับเซียนเทียนโดยตรง ถือเป็นสุดยอดวิชาวรยุทธ์ชั้นสูงที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างร่างกายจากภายใน ดังนั้น เคล็ดวิชาประเภทนี้จึงไม่จำเป็นต้องเลือกแล้ว"
เขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว สุ่มหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งเปิดดูผ่านๆ ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดในใจอย่างเงียบๆ
"หืม? วิชากระทิงดุงั้นรึ? ถึงจะดูไม่เลว แต่ก็เป็นวิชาฝึกฝนภายใน ข้ามีเคล็ดวิชาพญางูทองกลืนปราณที่ดีกว่าตั้งเยอะแล้ว เล่มนี้ก็ไม่จำเป็น ข้าควรจะเลือกวิชาวรยุทธ์สายโจมตีที่มีพลังทำลายล้างสูงๆ สิ!"
คิดได้ดังนั้น กู้หย่วนก็วางวิชากระทิงดุในมือลงอย่างเด็ดขาด แล้วหันไปพุ่งความสนใจไปที่พวกวิชาดาบ วิชากระบี่แทน
【แต้มเต๋า +7!】
【แต้มเต๋า +9!】
【แต้มเต๋า +4!】
【แต้มเต๋า +5!】
ในระหว่างที่ตรวจสอบคัมภีร์วรยุทธ์เหล่านี้ ข้อความแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาตรงหน้ากู้หย่วนอย่างต่อเนื่อง ทว่ากู้หย่วนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ทำเพียงแค่รีดไถแต้มเต๋าอย่างเงียบๆ แนบเนียน
ไม่นานนัก สายตาของกู้หย่วนก็ไปสะดุดเข้ากับหนังสือปกสีเทาเล่มหนึ่ง เพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณ!
เมื่อหยิบมันขึ้นมา กู้หย่วนก็เปิดดูคร่าวๆ และเห็นข้อความบรรทัดหนึ่งเขียนไว้ในหน้าแรก เพลงกระบี่ชุดนี้มีท่วงท่าพลิ้วไหว รวดเร็ว ดุดัน และเหี้ยมโหด เป็นวิชาที่ข้าบัญญัติขึ้นจากการเฝ้ามองการต่อสู้ห้ำหั่นของอสรพิษวิญญาณ!
"ใต้เท้า ข้าขอเลือกเล่มนี้ขอรับ"
กู้หย่วนตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
คัมภีร์ตรงหน้านี้ล้วนเป็นวิชาวรยุทธ์ชั้นต่ำทั้งหมด คงจะไม่มีความแตกต่างกันมากนักหรอก
ยิ่งไปกว่านั้นเคล็ดวิชาพญางูทองกลืนปราณกับเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณเล่มนี้ก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง ตรงที่เป็นวิชาที่ยอดคนบัญญัติขึ้นจากการเฝ้ามองอสรพิษวิญญาณและงูประหลาดเหมือนกัน
หากเขาใช้เคล็ดวิชาพญางูทองกลืนปราณเป็นรากฐาน ควบคู่ไปกับการฝึกฝนเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณเล่มนี้ไปพร้อมๆ กัน ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับประโยชน์ที่ไม่คาดคิดก็เป็นได้
"เพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณรึ?"
หยางฮั่นรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
กู้หย่วนถึงกับเมินวิชาฝึกฝนภายในอย่างวิชากระทิงดุหรือเคล็ดวิชาหมูป่าคลั่งแต่กลับไปเลือกวิชากระบี่แทน
หรือว่าไอ้เด็กนี่จะไม่รู้ว่าวิชาวรยุทธ์ต้องมีเคล็ดวิชาฝึกฝนภายในเป็นรากฐาน เปรียบเสมือนรากและลำต้นของต้นไม้ใหญ่
ในทางกลับกัน วิชากระบี่หรือวิชาดาบที่เป็นวิชาวรยุทธ์สายโจมตี แม้จะมีอานุภาพร้ายกาจ แต่นั่นก็เป็นเพียงกิ่งก้านสาขาเท่านั้น
การกระทำของกู้หย่วน ช่างเป็นการทิ้งแก่นแท้ไปคว้าเปลือกนอก โยนแตงโมทิ้งแล้วไปเก็บเมล็ดงาชัดๆ!
แน่นอนว่า เขาไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรกับกู้หย่วน ย่อมไม่มีทางไปเตือนสติอะไรอยู่แล้ว จึงพยักหน้ารับ
"ได้"
หยางฮั่นมีสีหน้าเรียบเฉย
"เจ้าสามารถนำเพลงกระบี่อสรพิษวิญญาณเล่มนี้ไปได้ แต่ต้องนำมาคืนภายในสามวัน และห้ามนำไปเผยแพร่เด็ดขาด มิเช่นนั้นล่ะก็... ผลที่จะตามมา ต่อให้ข้าไม่บอก เจ้าก็คงจะรู้ดีสินะ"
"เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้วขอรับ"
กู้หย่วนประสานมือคารวะ
"นอกจากนี้ ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอคำชี้แนะจากใต้เท้าขอรับ"
"ว่ามาสิ" หยางฮั่นเอ่ย
"เป็นเรื่องของแต้มผลงานขอรับ"
กู้หย่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ไม่ทราบว่าแต้มผลงานนี้จะหามาได้อย่างไรหรือขอรับ?"
"แต้มผลงานงั้นรึ?"
หยางฮั่นร้องอ๋อ แล้วหัวเราะออกมา
"เรื่องนี้ต่อให้เจ้าไม่ถาม ข้าก็ตั้งใจจะบอกเจ้าอยู่แล้ว"
"ระบบแต้มผลงานนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ..."