- หน้าแรก
- จอมราชันย์แห่งราตรี
- ตอนที่ 48 ทะลวงจุดตายระหว่างการต่อสู้
ตอนที่ 48 ทะลวงจุดตายระหว่างการต่อสู้
ตอนที่ 48 ทะลวงจุดตายระหว่างการต่อสู้
ผู้เข้ารอบสี่คนสุดท้ายปรากฏโฉมแล้ว
ได้แก่ ฟางเช่อ, ฮั่วชูหราน, ชิวอวิ๋นซ่าง, อวี่จงเกอ
สิ่งที่เกินความคาดหมายของทุกคนก็คือ แม้ทั้งสามคนจะได้เห็นกระบวนท่าไร้เทียมทานของฟางเช่อมาแล้ว แต่ก็ไม่มีใครยอมถอดใจเลยแม้แต่คนเดียว!
ตามกฎแล้ว ฟางเช่อจะต้องประลองอีกสองรอบ
ตอนที่ฟางเช่อจับฉลาก ทั้งฮั่วชูหรานและชิวอวิ๋นซ่างต่างก็ชะเง้อคอยาวด้วยใบหน้าที่บวมปูดเป็นหัวหมู จ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ
อวี่จงเกอก็มองอยู่เช่นกัน เพียงแต่เขาสภาพสมบูรณ์ดี ไม่ได้หน้ายับเป็นหัวหมูแบบสองคนนั้น
นิ้วเรียวยาวขาวซีดของฟางเช่อคีบฉลากขึ้นมา ค่อยๆ พลิกดู
หมายเลขสอง!
ฟางเช่อจับได้คู่ฮั่วชูหราน!
ดวงตาของฮั่วชูหรานพลันลุกโชนด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่พวยพุ่ง!
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ฟางเช่อส่งยิ้มเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า
"พี่ฮั่ว รอบต่อไปถึงตาพวกเราสองคนแล้วนะ"
คุณชายฟางผู้ทรงธรรมกะจะใช้มุกเดิม ที่เคยใช้ได้ผลกับติงเจี๋ยหราน มาใช้กับฮั่วชูหรานอีกครั้ง
แต่ใครจะไปนึกว่าฮั่วชูหรานจะไม่เล่นด้วย เขาเอ่ยอย่างเย็นชาและเย่อหยิ่งว่า
"ฟางเช่อ เลิกเห็นข้าเป็นไอ้โง่แบบติงเจี๋ยหรานได้แล้ว ข้าไม่มีเวลามานั่งผูกมิตรกับเจ้าหรอกนะ!"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ฟางเช่อยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาอะไร ติงเจี๋ยหรานที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ของขึ้นทันที มือข้างหนึ่งตะปบลงบนด้ามกระบี่ เอ่ยเสียงเหี้ยมว่า
"ฮั่วชูหราน นี่เจ้าอยากตายงั้นรึ?!"
ฮั่วชูหรานตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว
"อยากสู้กับข้าเรอะ ตอนนี้เจ้ายังไม่คู่ควรหรอก รอให้ข้าจัดการฟางเช่อเสร็จก่อนเถอะ แล้วค่อยถึงตาเจ้า!"
ติงเจี๋ยหรานสูดลมหายใจเข้าลึก รังสีแห่งดาบอันคมกริบและจิตสังหารอันรุนแรงแผ่ซ่านออกมาจากร่าง เขาเน้นเสียงทีละคำ
"นี่เจ้าพูดเองนะ ถึงตอนนั้น อย่ามาร้องขอชีวิตก็แล้วกัน!"
ฟางเช่อหัวเราะร่วน เอ่ยว่า
"พี่ติงใจเย็นๆ ก่อน หลังจากฮั่วชูหรานสู้กับข้าเสร็จแล้ว เขาจะมีปัญญาไปสู้กับท่านต่อได้หรือเปล่า ก็ยังไม่แน่หรอกนะ"
เขาชี้นิ้วไปที่ฮั่วชูหราน เอ่ยเสียงเรียบ
"เราไม่ใช่เพื่อนกัน เจ้าเป็นคนพูดเองนะ วันนี้อย่าหาว่าข้าลงมือโหดก็แล้วกัน ไม่ใช่แค่วันนี้นะ ต่อให้เป็นวันหน้า ข้าเจอเจ้าเมื่อไหร่ ข้าจะซัดหน้าเจ้าเมื่อนั้น!"
"น้ำหน้าอย่างเจ้าน่ะรึ?!" ฮั่วชูหรานแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
ฟางเช่อทำเป็นโกรธจัด ชูมือขึ้นฟ้าสาบานเสียงดังฟังชัด
"ข้าขอสาบานต่อฟ้า! ว่าต่อจากนี้ไป ถ้าข้าเจอหน้าไอ้ฮั่วชูหรานเมื่อไหร่ ข้าจะซัดมันให้หมอบทุกครั้ง! ต่อให้ไม่เจอ ข้าก็จะตามหาตัวมันไปซัดให้ได้!"
ทุกคนถึงกับอึ้งกิมกี่
ไอ้ฉิบหาย จะโหดไปไหนวะเนี่ย?
หารู้ไม่ว่าในใจฟางเช่อก็แอบจนปัญญาเหมือนกัน
เป็นเพื่อนกันไม่ได้ แล้วจะไปอัดมันจนตายหรือพิการบนเวทีก็ไม่ได้อีก —พวกอาจารย์ผู้ตัดสินจับตาดูเขาอยู่แน่ๆ
แล้วทีนี้เขาจะจัดการกับฮั่วชูหรานที่เป็นตัวเต็งของลัทธิซานเซิ่งได้ยังไงล่ะ?
มันก็ต้องหาข้ออ้างสิ
และในเมื่อฮั่วชูหรานดันทำตัวหยิ่งผยองอวดดี ประเคนข้ออ้างมาให้เขาถึงที่ ฟางเช่อก็ย่อมต้องสนองให้ถึงใจ
เจอหน้าเป็นต้องซัด!
ไม่เจอก็จะดั้นด้นไปหาเรื่องซัดให้ได้!
ข้าสาบานไปแล้ว พวกเจ้าทุกคนก็ได้ยินกันหมด
งานนี้จะมาโทษข้าไม่ได้นะเว้ย!
"ฟางเช่อ เหลือลมหายใจให้มันไว้รวยรินสักเฮือกก็พอนะ!" ชิวอวิ๋นซ่างพูดแทรกขึ้นมาจากด้านข้าง
"ได้เลย! แต่ข้าจะเหลือไว้แค่เฮือกเดียวนะ ฮ่าๆๆ"
ฟางเช่อหัวเราะ แม้ปากจะยิ้ม แต่ดวงตากลับเย็นเยียบสุดขั้วหัวใจ
...
การประลองระหว่างฟางเช่อกับฮั่วชูหรานเปิดฉากขึ้นแล้ว
จะพูดว่ายังไงดีล่ะ การต่อสู้ครั้งนี้ ทั้งอยู่ในความคาดหมาย และเหนือความคาดหมายของทุกคนไปพร้อมๆ กัน!
ฮั่วชูหรานงัดเอาพลังทั้งหมดที่มีออกมาตั้งแต่เริ่ม
แตกต่างจากการต่อสู้กับเซี่ยกงผิง ฮั่วชูหรานเปิดฉากมาก็เร่งเร้าพลังปราณจนถึงขีดสุด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วร่าง
และระดับพลังยุทธ์ของเขาก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสู้ยิ่งดุดัน จนในที่สุดก็รีดเร้นพลังออกมาได้เทียบเท่ากับยอดฝีมือระดับสี่ขั้นสุดยอด!
มองจากที่ไกลๆ ฮั่วชูหรานที่สวมชุดขาว กลับดูราวกับก้อนเลือดสีแดงฉาน
หมอกเลือดพวยพุ่ง ม้วนตัวไปมาบนลานประลอง แม้ลมจะพัดก็ไม่ยอมจางหาย!
"นี่น่าจะเป็นวิชาลับที่เผาผลาญโลหิตเพื่อยกระดับพลังยุทธ์"
"หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ต่อให้ชนะ ร่างกายก็คงต้องอ่อนแอไปอีกพักใหญ่ นึกไม่ถึงเลยว่าฮั่วชูหรานจะเชี่ยวชาญวิชาแลกชีวิตแบบนี้ด้วย"
อาจารย์ผู้ตัดสินทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียด
พวกเขาสุดแสนจะไม่หวังให้ฮั่วชูหรานเป็นฝ่ายชนะ
ใครชนะก็ช่าง ขอแค่ไม่ใช่ฮั่วชูหรานก็พอ
เพียงเพราะเพลงฝ่ามือก่อนหน้านี้ของเขา มันให้ความรู้สึกน่าสะอิดสะเอียนเกินไป!
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ภายใต้การใช้วิชาลับของฮั่วชูหราน ฟางเช่อคงแย่แน่ๆ
ระดับพลังยุทธ์ห่างกันเกินไป ต่อให้ฟางเช่องัดกระบวนท่า 'เนรมิตเจดีย์พุทธ' ออกมา ก็คงช่วยอะไรไม่ได้
"ดูนั่น!"
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนทั้งสอง ฟางเช่อตะโกนก้อง ซัดหมัดและฝ่ามือออกไปพร้อมกัน
พลังปราณของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นเช่นกัน!
ในชั่วพริบตา พลังของเขาก็ทะลุถึงระดับยอดฝีมือขั้นสี่ ปะทะกับฮั่วชูหรานอย่างดุเดือด!
เสียงระเบิดตูมตามดังสนั่นหวั่นไหว!
ทว่า ลมปราณของฟางเช่อนั้นหนักแน่นคงที่ ลมหายใจสม่ำเสมอ พลังปราณไหลเวียนอย่างลื่นไหล เห็นได้ชัดว่านี่คือพลังของยอดฝีมือระดับสี่ขั้นสุดยอดของแท้แน่นอน!
"พระเจ้าช่วย!"
"ไอ้เด็กนี่สู้มาตั้งนานนม ดันซ่อนไพ่ตายไว้ซะมิดเชียว! แม่งเอ๊ย เจ้าเล่ห์ซะไม่มี จะเก๋าเกมสู้ท่านอาจารย์ใหญ่ได้อยู่แล้วเนี่ย!"
อาจารย์ผู้ตัดสินคนหนึ่งหลุดปากอุทานออกมา
อีกคนรีบกระแอมไอขัดจังหวะทันที
"แฮ่มๆๆ..."
อาจารย์ผู้ตัดสินคนแรกหันไปมองตามเสียง ก็เห็นสายตาเย็นเยียบดุจลูกศรน้ำแข็งของท่านอาจารย์ใหญ่เกาชิงอวี่ พุ่งตรงมาจากที่ไกลๆ!
เขารู้สึกเหมือนโดนศรปักเข่า แทบจะทรุดลงไปคุกเข่าขอขมาเสียเดี๋ยวนั้น
...
อีกด้านหนึ่ง การต่อสู้ระหว่างชิวอวิ๋นซ่างกับอวี่จงเกอก็ดุเดือดเลือดพล่านไม่แพ้กัน
การต่อสู้ของสองคนนี้ กลับกลายเป็นการฉายภาพซ้ำการต่อสู้ระหว่างฟางเช่อกับโม่ก่านอวิ๋นซะงั้น
ปะทะกันตรงๆ ทุกกระบวนท่า
ชิวอวิ๋นซ่างเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกก่อน
เพราะเขารู้ตัวดีว่า การต่อสู้ต่อเนื่องทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสไม่เบา หากยืดเยื้อต่อไป เขาอาจจะเสียเปรียบอวี่จงเกอที่กำลังสดชื่นเต็มร้อย
แต่ระดับพลังของอวี่จงเกออ่อนด้อยกว่าเขาอยู่ขั้นหนึ่ง
ดังนั้นเขาจึงบุกตะลุยอย่างบ้าคลั่ง ปะทะตรงๆ ทุกกระบวนท่า ยอมเจ็บตัวแลกอาการบาดเจ็บ เอาแต่บุกไม่ยอมตั้งรับ!
อวี่จงเกอรู้สึกอึดอัดแทบคลั่ง แม้ระดับพลังของเขาจะด้อยกว่าชิวอวิ๋นซ่างเพียงนิดเดียว แต่ในการต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตายเช่นนี้ ความเสียเปรียบนั้นก็เห็นผลชัดเจน
ในที่สุดเขาก็หาจังหวะชักกระบี่ออกมาได้ แต่ชิวอวิ๋นซ่างกลับใช้กระบี่ยาวของตัวเองหวดฟันราวกับเป็นดาบใหญ่ ฟาดฟันใส่อวี่จงเกอเก้าดาบซ้อน
หลังจากปะทะกันเก้าครั้ง กระบี่ยาวของทั้งคู่ก็หักสะบั้นพร้อมกัน
ทั้งสองโยนอาวุธทิ้ง แล้วหันมาซัดกันด้วยมือเปล่าอีกครั้ง
ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาสง่างามของชิวอวิ๋นซ่าง ตอนนี้บวมปูดจนดูไม่ออกแล้วว่าเป็นใคร ตาบวมเป่งจนเหลือแค่ขีดเดียว แต่การโจมตีของเขากลับดุดันราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง พุ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง
อวี่จงเกอพยายามหลบหลีก หวังจะอาศัยจังหวะสวนกลับด้วยความนุ่มนวลสยบความแข็งกร้าว
แต่ท่าร่างและวิชาตัวเบาของชิวอวิ๋นซ่างก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน อวี่จงเกอหนีไปทางไหน เขาก็พุ่งตามไปติดๆ ไม่เปิดโอกาสให้อวี่จงเกอทิ้งระยะห่างได้เลย
แถมยังคอยต้อนให้อวี่จงเกอถอยร่นไปจนเกือบจะตกเวทีอยู่รอมร่อ
หลังจากการปะทะกันอย่างดุเดือด...
ตาขวาและแก้มขวาของอวี่จงเกอกับชิวอวิ๋นซ่างโดนหมัดกระแทกพร้อมกัน แถมยังโดนเตะอัดเข้าที่ท้องน้อยพร้อมกันอีกต่างหาก
ทั้งคู่กระเด็นหงายหลังไปพร้อมกัน
เพียงแต่ว่า ชิวอวิ๋นซ่างกระเด็นไปตกบนลานประลอง ส่วนอวี่จงเกอกระเด็นลอยละลิ่วออกนอกเวทีไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บใจ ตกลงไปกองกับพื้นดังตุ้บ
เขาโกรธจัดจนแหงนหน้าคำรามลั่น สองมือทุบพื้นระบายอารมณ์
บนลานประลอง ชิวอวิ๋นซ่างนอนหอบแฮ่กๆ ใบหน้าบวมเป่งใหญ่กว่าก้นซะอีก ตาบวมจนปิดสนิท แก้มสองข้างบวมปูดจนเสมอสันจมูก เหลือแค่ปากที่เป็นรูโบ๋ๆ ให้เห็น นอกนั้นบวมเปล่งไปหมด
ดูไปดูมาก็เหมือนก้นจริงๆ นั่นแหละ
เขานอนแผ่หราหัวเราะลั่น
"ข้าชนะแล้วโว้ย!"
คนดูพากันขำพรืด
ไอ้สองคนนี้มันสู้กันได้สะใจจริงๆ
...
ตัดภาพมาอีกฝั่ง
เมื่อเห็นฟางเช่อต้านทานการโจมตีของตัวเองได้ ฮั่วชูหรานก็หรี่ตาลง แววตาฉายประกายอำมหิต
"ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์! บัดซบเอ๊ย กล้าซ่อนพลังงั้นรึ!"
ฮั่วชูหรานโกรธจัด
ในการประลองศิษย์ใหม่ครั้งนี้ ฮั่วชูหรานในฐานะตัวเต็งของลัทธิซานเซิ่ง ย่อมแบกรับภารกิจที่ต้องทำสำเร็จเท่านั้น ห้ามล้มเหลวเด็ดขาด!
เขาต้องคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อแย่งชิงทรัพยากรส่วนใหญ่ของสำนักยุทธ์ไป๋อวิ๋น และเมื่อเรียนจบ ก็จะแฝงตัวเข้าไปในสมาพันธ์ผู้พิทักษ์
ไต่เต้าขึ้นรับตำแหน่ง เพื่อเป็นสายสืบส่งข่าวให้ลัทธิ
นี่คือภารกิจสูงสุดของฮั่วชูหราน
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ต้องเริ่มต้นจากการคว้าอันดับหนึ่งให้ได้ซะก่อน
ดังนั้น อันดับหนึ่งในครั้งนี้ ฮั่วชูหรานจึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเอามาครองให้จงได้!
ฮั่วชูหรานตะโกนลั่น
เขากระโดดถอยหลังไปสามก้าว ก่อนจะชักดาบออกมาทันที กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วตัวดาบ แผ่รังสีอำมหิต พุ่งเข้าใส่ฟางเช่อราวกับพายุบ้าคลั่ง!
ในขณะเดียวกัน ฟางเช่อก็ตะโกนก้อง ร่างพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
กลางอากาศ จู่ๆ เขาก็เปล่งเสียงคำรามยาวเหยียด
ผู้คนต่างตื่นตะลึง พากันแหงนหน้ามอง
เพราะเสียงคำรามนี้ไม่เหมือนกับตั้งใจเปล่งออกมา แต่เหมือนกับเป็นพลังปราณที่อัดอั้นจนระเบิดออกมาเอง และมักจะเกิดขึ้นเมื่อ...
และก็เป็นไปตามคาด ร่างของฟางเช่อกลางอากาศสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
พลังปราณระเบิดกระจายออกมารอบทิศทาง
"เชี่ยเอ๊ย!"
คนดูหลายพันคนในแถวหน้า พร้อมใจกันสบถคำหยาบยอดฮิตประจำโลกนี้ออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย
ทะลวงขั้นแล้ว!
ฟางเช่อทะลวงขึ้นสู่ระดับยอดฝีมือขั้นห้าในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ!
นี่มันด่านหินเลยนะเว้ย!
ทะลวงจุดตายระหว่างการต่อสู้ ทนรับแรงกดดันจากการโจมตีอันบ้าคลั่งของศัตรู รีดเร้นพลังแฝงของตัวเองจนทะลวงขั้นสำเร็จ! แถมยังเป็นการทะลวงขั้นในรอบชิงแชมป์อีกต่างหาก!
นี่มันสร้างตำนานบทใหม่ให้สำนักยุทธ์ไป๋อวิ๋นเลยนี่หว่า!
หลังจากทะลวงขั้น ร่างของฟางเช่อก็ยังคงลอยสูงขึ้นไปอีก
ร่างสูงโปร่งของเขาดูเหมือนจะเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางแสงแดด
ท่ามกลางเสียงคำรามก้อง ฟางเช่อลอยไปจนถึงจุดสูงสุด ก่อนจะทิ้งตัวดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว! จากความสูงสิบกว่าจั้ง เขาพุ่งหลาวลงมาราวกับดาวตก!
ประกายดาบพุ่งนำหน้า ฟาดฟันลงมาราวกับสายฟ้าฟาด!
พริบตาเดียว เขาก็พุ่งแหวกอากาศมาโผล่ตรงหน้าฮั่วชูหราน
เคร้ง! ดาบฟันฉับลงบนดาบของฮั่วชูหรานอย่างจัง!
ฮั่วชูหรานที่รวบรวมพลังเตรียมพร้อมไว้แล้ว กลับถูกดาบนี้ฟันจนร้องลั่น หงายหลังล้มตึง ไถลครูดไปกับพื้นดัง ครืดดด เลือดซึมมุมปาก
แค่ดาบเดียว ก็ทำให้อวัยวะภายในบอบช้ำแล้ว!
แต่ฟางเช่อยังไม่ยอมเท้าแตะพื้น และไม่ได้หยุดโจมตีแค่นั้น
เขาอาศัยแรงส่งจากการทิ้งตัว พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง
ฟาดดาบซ้ำอีกครั้ง!
เคร้ง! ดาบของฮั่วชูหรานกระเด็นหลุดมือลอยละลิ่วขึ้นฟ้า!
ฮั่วชูหรานกระอักเลือด เซถอยหลังไปหลายก้าว
"นี่เจ้าหาเรื่องเองนะ!"
ฟางเช่อตะโกนก้อง โยนดาบของตัวเองทิ้งไป
หมัดขวาพุ่งกระแทกเข้าเบ้าตาซ้ายของฮั่วชูหรานอย่างจัง ตามด้วยหมัดซ้ายกระแทกเข้าเบ้าตาขวา
หมัดสุดท้ายอัดเข้ากลางดั้งจมูก
เสียงกระดูกแตกหักดังก๊อบแก๊บ ทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ ลานประลองได้ยินชัดเจนจนพากันขนลุกซู่
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นราวกับแตงโมที่โดนค้อนปอนด์ทุบ
ฮั่วชูหรานร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด จมูกยุบพังยับเยิน!
จังหวะที่หัวหงายไปข้างหลัง ฟางเช่อก็คว้าผมของเขาแล้วกระชากกลับมา
ผมหลุดติดมือมาเป็นกระจุก
จากนั้นก็แทงเข่าอัดเข้าที่จุดตันเถียนอย่างแรง
อั้ก! อั้ก! อั้ก! แทงซ้ำไปเจ็ดทีรวด!
ก๊อบ... แก๊บ... เสียงซี่โครงหักดังระงม
ตัวของฮั่วชูหรานงอเป็นกุ้ง สองเท้าลอยหวือขึ้นจากพื้น
เพียะ! ตบหน้าซ้าย ฟันร่วงกราว เพียะ! ตบหน้าขวา ฟันอีกซีกร่วงตามไปติดๆ!
ฟางเช่อหมุนตัวเตะก้านคอกลางอากาศ!
กระแทกเข้ากลางอกเต็มๆ
ก๊อบ... แก๊บ... ซี่โครงหักเพิ่มอีกห้าหกซี่!
ร่างของฮั่วชูหรานลอยละลิ่วออกนอกเวทีไปอย่างหมดสติ
ใบหน้าของฟางเช่อเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ร่างพุ่งทะยานตามไปติดๆ กำหมัดแน่นจนข้อขาว
"ข้าจะกระทืบเจ้าให้ตาย!" ฟางเช่อตะโกนลั่นด้วยความโกรธแค้น
"บังอาจมาหยามเกียรติข้า!"
พูดคำไหนคำนั้น
ถ้าไม่มีใครเข้ามาห้าม เขาคงกระทืบให้ตายคาตีนจริงๆ!
อุตส่าห์ปูทางมาตั้งนาน กระทืบให้ตายไปเลยก็คงไม่เป็นไรมั้ง?
...