- หน้าแรก
- ผมเป็นผู้ชายนะ แต่ดันมีสกิลแปลงร่างเป็นสาวงามล่มเมืองซะงั้น
- บทที่ 19 การพานพบระหว่างบทกวีซ่งและกวีถัง
บทที่ 19 การพานพบระหว่างบทกวีซ่งและกวีถัง
บทที่ 19 การพานพบระหว่างบทกวีซ่งและกวีถัง
บทที่ 19 การพานพบระหว่างบทกวีซ่งและกวีถัง
"รสไหนอร่อยที่สุดเหรอ?" หมิงซีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ถังหลินตอบ "อร่อยทุกรสเลย"
"งั้นคราวหน้าฉันจะทำมาให้กินอีกนะ" นัยน์ตาของหมิงซีทอประกายสดใสขณะคลี่ยิ้ม ช่างดูงดงามจับตา
ถังหลินสบตากับเธอ รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
"เราไปเดินเล่นกันไหม?" หมิงซีถามยิ้มๆ
ถังหลินพยักหน้า เขาปิดฝากล่องแล้วเก็บกลับลงไปในถุง จากนั้นก็ถือถุงเดินเคียงคู่ไปกับหมิงซีในบริเวณใกล้เคียง ทั้งสองเดินทอดน่องไปตามริมฝั่งแม่น้ำพลางพูดคุยกันไปตลอดทาง
ทิวทัศน์ริมแม่น้ำนั้นงดงาม ถังหลินจึงอาสาถ่ายรูปให้หมิงซี ซึ่งเธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
คนสวยอย่างหมิงซีไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดีไปหมด เธองดงามไร้ที่ติในทุกองศา พวกเขาถ่ายรูปกันอยู่ราวๆ หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมานั่งดูรูปด้วยกันบนม้านั่งริมแม่น้ำ
"รูปนี้ดูดีจัง"
"ฉันว่ารูปนี้สวยกว่านะ"
ถังหลินเอ่ยยิ้มๆ "ฉันว่ามันก็ดูดีทุกรูปนั่นแหละ สำคัญที่คนในรูปสวยต่างหาก ถ่ายยังไงก็เลยออกมาสวย"
หมิงซีเคยถูกชมเรื่องความสวยมานับครั้งไม่ถ้วน การได้ยินคนชมว่าสวยกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเธอไปนานแล้ว เธอทำเพียงแค่กล่าวขอบคุณตามมารยาท ทว่าในใจกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่ตอนนี้ พวงแก้มขาวเนียนของคุณหนูซ่งหมิงซีกลับซับสีระเรื่อ
ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า แสงสาดส่องสุดท้ายทาบทาลงบนผืนน้ำ เมฆยามเย็นอาบย้อมผืนนภาจนกลายเป็นสีแดงชาด
ภาพของหญิงสาวผู้เอียงอายจนต้องก้มหน้าลงนั้น ช่างงดงามยิ่งกว่าท้องฟ้าที่ถูกย้อมด้วยสีแดงของเมฆยามเย็นเสียอีก
ถังหลินเพิ่งตระหนักได้ว่าตอนนี้เขากับหมิงซีอยู่ใกล้ชิดกันมาก... มากเสียจนเขาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอ เส้นผมยาวสลวยพริ้วไหวไปตามสายลม และใบหน้ากระจ่างใสที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอายก็ยิ่งดูงดงามจนแทบลืมหายใจ ความรู้สึกวูบวาบสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมาในอก เขาอยากจะจูบเธอ
แต่พวกเขาเพิ่งเจอกันแค่สองครั้งเองนะ
ข่มใจไว้ ถังหลิน ยังมีเวลาอีกถมเถ อย่าเพิ่งทำให้เธอตื่นตูมสิ
ถังหลินพยายามอย่างหนักที่จะข่มความปรารถนาอยากจุมพิตหญิงสาวตรงหน้าเอาไว้
ทว่าบรรยากาศแห่งความคลุมเครือได้แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วแล้ว
ทุกคราที่สบตากัน หัวใจของทั้งคู่ต่างก็เต้นระรัว แต่ก็มัวแต่เขินอายเกินกว่าจะเผยความรู้สึกออกไป
"เอ่อ ถังหลิน ฝีมือถ่ายรูปของนายไม่เลวเลยนะ นายเคยเรียนมาโดยตรงเหรอ?" หมิงซีถามพลางทอดสายตามองไปทางฝั่งแม่น้ำด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน
"ก็ไม่หรอก ฉันแค่... ฉันแค่ศึกษาเอาเองบ้างเป็นบางครั้งน่ะ" ถังหลินตอบ แก้มของเขาก็ร้อนผ่าวไม่แพ้กัน เขาเหลือบมองหมิงซีแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าไปมองท้องฟ้า
"วิวพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยดีนะ"
"อืม สวยจริงๆ"
"เธอมาที่นี่บ่อยไหม?" ถังหลินถามหมิงซี "เธอเป็นคนแถวนี้ น่าจะเคยมาบ้างใช่ไหมล่ะ?"
"ก็เคยมาสักครั้งสองครั้งน่ะ" หมิงซีตอบ
ดวงตะวันลาลับจมหายไปในผืนน้ำ ไฟถนนริมทางสว่างไสวขึ้น
หมิงซีได้รับข้อความบางอย่างก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะ"
ถังหลินลุกขึ้นยืน "เธอเรียกจองรถหรือยัง?"
"คนขับรถของฉันรออยู่หน้าสวนสาธารณะน่ะ"
"งั้นฉันเดินไปส่งนะ"
"โอเค"
สวนสาธารณะลั่วสุ่ยมีทางเข้าออกหลายทาง พวกเขาเดินออกไปทางหนึ่ง ถังหลินมองดูรถหรูลีมูซีนสีดำคันยาวจอดเทียบริมฟุตบาท หมิงซีเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"ไว้เจอกันคราวหน้านะ"
"โอเค!"
ถังหลินถือถุงคุกกี้ที่หมิงซีให้มา มองดูเธอก้าวขึ้นรถและแล่นออกไป
— — — —
ภายในรถ
หมิงซีนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีแอนนา บอดี้การ์ดสาวของเธอเป็นคนขับ โชคดีที่แอนนาไม่ได้ลงจากรถ ทั้งสองครั้งที่เธอขับรถมารับหมิงซี ถังหลินจึงไม่ได้เห็นหน้าเธอชัดๆ ไม่อย่างนั้นถังหลินอาจจะจับสังเกตอะไรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เขาบุกเข้าไปในคฤหาสน์ของซ่งฉือเมื่อคราวก่อนและทำให้แอนนาสลบไป
หมิงซีเอ่ยถามแอนนา
"แอนนา เธอทำขนมปังปิ้งเป็นไหม?"
แอนนาตอบ "คุณหนูคะ คุณมีเชฟทำขนมส่วนตัวอยู่แล้วนะคะ"
หมิงซียิ้มแล้วพูดว่า "เธอรู้ไหมว่าทำไมเงินเดือนของเธอถึงสูงกว่าคนที่เข้ามาทำงานพร้อมๆ กับเธอตั้งหลายเท่าน่ะ?"
แอนนา "ขนมปังปิ้งเป็นของถนัดของฉันเลยค่ะ คุณหนูอยากทานตอนไหนคะ?"
หมิงซียิ้มพลางตอบ "ไว้เมื่อไหร่ที่ฉันต้องการ ฉันจะสั่งเธอเองแหละ ฉันค่อนข้างพอใจกับคุกกี้พวกนี้อยู่นะ"
แอนนา "แค่คุณหนูชอบก็พอแล้วค่ะ"
รอยยิ้มของหมิงซีสว่างไสวยิ่งขึ้น "ไม่ใช่ฉันหรอกที่ชอบ ถังหลินต่างหากที่ชอบ"
แอนนา "ด้วยความเคารพนะคะคุณหนู ด้วยรูปร่างหน้าตาและชาติตระกูลของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องไปประจบประแจงใคร หรือไม่จำเป็นต้องโกหกเลยด้วยซ้ำ"
"นั่นไม่ได้เรียกว่าโกหกซะหน่อย คำโกหกเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีพิษมีภัยในความรักน่ะ เขาเรียกว่าเสน่ห์ต่างหาก" หมิงซีกล่าว
"แต่เดี๋ยวเขาก็ต้องจับได้อยู่ดีนะคะว่าคุณทำอะไรไม่เป็นเลย" แอนนาแย้ง
หมิงซียิ้มอย่างมีเลศนัย "เพราะงั้น ตั้งแต่วันนี้ไปเธอต้องเริ่มสอนฉันทำขนมแล้วล่ะ จะได้เปลี่ยนเรื่องโกหกให้เป็นเรื่องจริงยังไงล่ะ"
แอนนา "..."
เธอจำได้ว่าเชฟทำขนมของตระกูลซ่งที่ทำงานมานานกว่าสิบปีเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่คุณหนูอายุสิบสองและพยายามจะทำบะหมี่อายุยืนให้คุณพ่อ ผลปรากฏว่าห้องครัวระเบิดเละเทะไปทั้งห้อง
"จริงสิ เธอติดต่อไปหาผู้ช่วยของถังซือหรือยัง?" จู่ๆ หมิงซีก็ถามขึ้น
แอนนาตอบ "ฉันติดต่อไปแล้วค่ะ แต่ทางผู้ช่วยของถังซือบอกว่าต้องรอคอนเฟิร์มกับถังซือก่อนถึงจะให้คำตอบเราได้"
หมิงซียกแขนขึ้นกอดอก ตอนนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่นึกถึงถังซือ เธอจะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตาม...
หมิงซีนะหมิงซี ห้ามวู่วามเด็ดขาด!
ความใจร้อนเพียงเล็กน้อยอาจทำเสียการใหญ่ได้
— — — —
หลังจากหมิงซีกลับไป ถังหลินก็ได้รับสายจากผู้ช่วยของตน เมื่อเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากซูเสี่ยวเสี่ยว ถังหลินก็กลายร่างเป็นผู้หญิงและเทเลพอร์ตกลับไปยังห้องพักในหอพักของมหาวิทยาลัยลั่ว
"คุณชายซ่งฉือแห่งเครือซ่งต้องการจะพบฉันงั้นเหรอ?"
ซูเสี่ยวเสี่ยว "ใช่ค่ะ แต่พอฉันถามว่าภารกิจคืออะไร พวกเขากลับไม่ยอมบอก บอกแค่ว่าให้ช่วยส่งข้อความถึงบอส บอสจะไปพบเขาไหมคะ?"
ถังหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ "ตกลง เข้าใจแล้ว บอกให้พวกเขากำหนดเวลามาได้เลย"
ซูเสี่ยวเสี่ยว "รับทราบค่ะ"
หลังจากวางสายของซูเสี่ยวเสี่ยว ถังหลินก็คืนร่างกลับเป็นผู้ชายอีกครั้ง
เขาเปิดอัลบั้มรูปในโทรศัพท์ ดูรูปของหมิงซีทีละรูป เขาตั้งรูปหนึ่งเป็นภาพพื้นหลังหน้าจอ และส่งรูปทั้งหมดที่ถ่ายในวันนี้ไปให้หมิงซี
ถังหลิน: ส่งรูปของวันนี้ไปให้นะ
หมิงซีรีบตอบกลับมาพร้อมอีโมจิหน้ายิ้มอย่างรวดเร็ว
หมิงซี: ขอบคุณนะ
หมิงซี: วันนี้ฉันมีความสุขมากเลย ขอบใจนะ [ยิ้ม]
ริมฝีปากของถังหลินยกยิ้มขึ้นขณะพิมพ์ตอบกลับไป: ฉันก็เหมือนกัน ขอบใจนะ [ยิ้ม]
— — — —
【วันต่อมา】
ซ่งฉือนั่งอยู่ในร้านกาแฟ โดยมีแอนนา บอดี้การ์ดสาวยืนอยู่เบื้องหลัง
ซ่งฉือก้มมองโทรศัพท์ เหลือเวลาอีกสองนาทีจะถึงเวลานัดหมาย
ร้านกาแฟแห่งนี้ตั้งอยู่บนไหล่เขาที่ระดับความสูงสองพันเมตร และจุดที่เขานั่งก็เป็นระเบียงชมวิวที่ยอดเยี่ยมมาก ทว่าซ่งฉือกลับไม่มีกะจิตกะใจจะมาดื่มด่ำกับทิวทัศน์ในตอนนี้ การมาพบกับถังซือ การเคลียร์พื้นที่ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งร้านกาแฟเต็มไปด้วยคนของเขา แต่ต่อให้มีคนเยอะแค่ไหนแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดระดับถังซือ ต่อให้เขาพาผู้ใช้พลังวิเศษระดับคลาส S มาเป็นร้อยคน มันก็คงเปล่าประโยชน์อยู่ดีไม่ใช่เหรอ?
เมื่อถึงเวลาสิบโมงตรง ถังซือก็ปรากฏตัวขึ้น
เธอปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันราวกับเสกได้
จากความว่างเปล่า จู่ๆ เธอก็มายืนอยู่ภายในร้านกาแฟ
เธอสวมชุดเดรสรัดรูปสีดำทับด้วยเสื้อโค้ตตัวยาวสีขาว เรือนผมสีดำขลับสยายยาวจรดบั้นเอว นัยน์ตาสีแดงชาดดุจอัญมณีสีเลือดนก ผิวขาวผ่องเนียนละเอียด แววตาคมกริบ ด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตร บวกกับรองเท้าส้นสูงแปดเซนติเมตร และกลิ่นอายที่แผ่ออกมา การปรากฏตัวของเธอทำให้ทุกคนในร้านกาแฟถึงกับเกร็งจนตัวแข็งทื่อ
เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบกับพื้นไม้ดูราวกับจะคอยบงการจังหวะการเต้นของหัวใจผู้คนให้ดังเป็นจังหวะเดียวกัน
ซ่งฉือเห็นถังซือจึงลุกขึ้นยืน
"คุณหนูถังซือ"