- หน้าแรก
- ผมเป็นผู้ชายนะ แต่ดันมีสกิลแปลงร่างเป็นสาวงามล่มเมืองซะงั้น
- บทที่ 18 คุณหนูจอมโกหก
บทที่ 18 คุณหนูจอมโกหก
บทที่ 18 คุณหนูจอมโกหก
บทที่ 18 คุณหนูจอมโกหก
ถังหลินลุกขึ้นยืนและมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามา
คนที่เดินนำหน้าสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมสีสันฉูดฉาดและมีดวงตารูปสามเหลี่ยม
หลี่เหวินเจี๋ยกับลูกน้องกำลังเดินผ่านมาระแวกนั้นพอดี
ทันทีที่พวกลูกน้องเห็นถังหลิน ก็รีบหันไปพูดกับลูกพี่ทันที
"นายน้อยหลี่ ดูนั่นสิครับ ไอ้ขยะถังหลินนี่นา"
"แถวนี้คนน้อยด้วย เราไปรุมกระทืบมันตรงนี้เลยดีไหมครับ?"
ทว่าปฏิกิริยาของหลี่เหวินเจี๋ยกลับผิดคาด ทันทีที่เห็นถังหลิน เขากลับหันหลังเดินหนีไปดื้อๆ
"นายน้อยหลี่? นายน้อยหลี่ครับ?"
"เป็นอะไรไปครับนายน้อยหลี่?"
"เราจะไม่ไปอัดไอ้ถังหลินแล้วเหรอครับ?"
"หุบปากไปเลย!"
หลี่เหวินเจี๋ยตวาดลั่นใส่ลูกน้อง
ไอ้หน้าจืดถังหลินนั่นดันมีเส้นสายเกี่ยวข้องกับถังซือ บ้าเอ๊ย! แค่นึกถึงถังซือ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวแถมยังอิจฉาตาร้อนสุดๆ
ทั้งที่มันเป็นแค่ไอ้ขยะอ่อนแอแท้ๆ แต่กลับไปเกี่ยวข้องกับถังซือได้
ถังหลินยืนอยู่หน้าม้านั่ง มองดูหลี่เหวินเจี๋ยเดินจากไปพลางคิดในใจ: อ้าว หมอนั่นเดินหนีไปจริงๆ แฮะ
เห็นแบบนั้น ถังหลินก็เดาว่าหลี่เหวินเจี๋ยคงไม่กล้าไปวุ่นวายกับพี่เมิ่งซินอีกแล้วล่ะมั้ง
ตราบใดที่หลี่เหวินเจี๋ยไม่มารอนหาที่ตายอีก ถังหลินก็ขี้เกียจจะไปลดตัวใส่ใจ
เดต! นัดเดตตอนบ่ายสามครึ่ง แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!
ริมฝีปากของถังหลินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
หลังจากหมิงซีนำวิทยานิพนธ์ของถังหลินไปส่งให้ศาสตราจารย์หลัว เธอก็ออกจากมหาวิทยาลัยลั่วและมุ่งหน้าไปยังบริษัท SR Technology
เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนเลยมัวแต่คิดทบทวนว่าถังซือมีเจตนาอะไรกันแน่
พ่อแม่ของเธอก็รู้เรื่องที่เธอถูกถังซือเล่นงานแล้วและเป็นกังวลอย่างหนัก
ภูมิหลังของถังซือนั้นลึกลับ ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของเธอเลย
ยามที่เธอไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเอง เธอก็เปรียบเสมือนวิญญาณที่ไร้ร่องรอยให้ติดตาม
เส้นสายเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับโลกภายนอกคือผู้ช่วยของเธอ ทว่าก่อนหน้าที่จะมาเป็นซูเสี่ยวเสี่ยว เธอก็เปลี่ยนผู้ช่วยมาแล้วถึงสามคน
ลือกันว่าผู้ช่วยทั้งสามคนนั้นล้วนถูกเธอจัดการไปแล้วทั้งสิ้น
มีการคาดเดากันว่าพลังวิเศษของถังซืออาจมีมากกว่ายี่สิบชนิด และเธอน่าจะครอบครองพลังวิเศษระดับซูเปอร์ระดับคลาส S มากกว่าหนึ่งชนิดด้วยซ้ำ
การถูกคนระดับนี้หมายหัวถือเป็นประสบการณ์ที่ทรมานจิตใจสุดๆ
ทำไมจู่ๆ คนๆ นี้ถึงมาทำร้ายเธอกันล่ะ?
ใครๆ ก็บอกว่าถังซือเป็นคนรักความยุติธรรม หรือว่าซ่งกรุ๊ปจะไปทำเรื่องเลวร้ายอุกฉกรรจ์อะไรเข้าจริงๆ?
หมิงซีเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการหลักของตระกูลตั้งแต่ยังเด็ก
เธอเชื่อว่าแม้จุดยืนของตระกูลซ่งจะไม่ได้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ตระกูลของเธอก็มีเส้นแบ่งความพอดีเสมอ
หากเทียบกับตระกูลอื่นๆ เธอรู้สึกว่าตระกูลของตัวเองแทบจะเรียกได้ว่าไร้รอยด่างพร้อยเลยด้วยซ้ำ
ส่วนเรื่องราวในยุคมืด... นั่นมันก็ผ่านมาเป็นร้อยปีแล้วนะ
การจะมาขุดคุ้ยบัญชีแค้นเก่าๆ จากยุคนั้นมันออกจะไร้เหตุผลไปหน่อยมั้ง!
หมิงซีนอนคิดมาทั้งคืนและสรุปได้ว่าเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเกี่ยวข้องกับอสูรกลายพันธุ์ในเขต 16
ดังนั้น เธอจึงวางแผนที่จะไปเยือน SR Technology
เวลาบ่ายสามโมงห้านาที ถังหลินมาถึงสวนสาธารณะลั่วสุ่ยก่อนเวลานัด
เขานั่งลงบนม้านั่งในป่าต้นเบิร์ชของสวนลั่วสุ่ย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
ยังมีเวลาเหลืออีกถมเถ
บรรยากาศเงียบสงบมาก เมื่อมองตรงไปข้างหน้า เขาสามารถมองเห็นผิวน้ำในแม่น้ำอันกว้างใหญ่ เรือที่แล่นเอื่อยๆ และเมฆสีขาวที่ลอยล่องอยู่ไกลลิบ
ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง สีสันของต้นไม้หลายต้นในสวนกำลังค่อยๆ ผลัดเปลี่ยนอย่างงดงาม
เขานั่งรออยู่เพียงไม่กี่นาที หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างๆ หนึ่ง
เขาหันขวับไปมองและพบว่าเป็นหมิงซีที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา
สาวงามเรือนผมสีเงิน นัยน์ตาสีม่วงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสไตล์วินเทจประดับด้วยลูกไม้และกระดุมฝังคริสตัล ทับด้วยชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์สายเดี่ยวสีฟ้า
ชายกระโปรงยาวคลุมเข่าพอดี เผยให้เห็นน่องเรียวขาวเนียน
เธอสวมหมวกสีน้ำตาลประดับด้วยริบบิ้นสีแดงผูกเป็นโบ ในมือถือถุงกระดาษใบหนึ่ง
ท่ามกลางป่าฤดูใบไม้ร่วง เธอเดินทอดน่องรับแสงตะวัน ผิวพรรณดูขาวผ่องโปร่งแสงภายใต้แสงแดด นัยน์ตาสีม่วงเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรสีม่วง รอยยิ้มของเธอสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ที่พร้อมจะสาดส่องไปทั่วทั้งโลก
"ซีซี..."
ทันทีที่เห็นเธอ ถังหลินก็รีบลุกพรวดและเดินเข้าไปหาทันที
"รอนานไหมคะ?" หมิงซีเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
ถังหลินรีบตอบ "ไม่เลยๆ ฉันก็เพิ่งมาถึงนี่แหละ มาก่อนเวลานิดหน่อยน่ะ"
ทั้งสองนั่งลงบนม้านั่งด้วยกัน
หมิงซีวางถุงที่ถือมาลงบนเก้าอี้
ภายในถุงมีกล่องโปร่งแสงใบหนึ่ง ทันทีที่เปิดกล่อง กลิ่นหอมนมเนยเย้ายวนใจก็ลอยเตะจมูก
มันคือคุกกี้ ภายในกล่องอัดแน่นไปด้วยชอร์ตเบรดคุกกี้หลากหลายรสชาติ
"ลองชิมดูสิคะ ฉันทำเองเลยนะ" หมิงซีบอกด้วยรอยยิ้ม
"เธอทำขนมอบเป็นด้วยเหรอ? เก่งจังเลย!" ถังหลินเอ่ยชม
"ลองชิมดูสักชิ้นสิคะ เร็วเข้า ลองชิมดูนะ" หมิงซีคะยั้นคะยอ
สาวงามเรือนผมสีเงิน นัยน์ตาสีม่วงประคองกล่องคุกกี้ด้วยสองมือแล้วยื่นให้ถังหลิน
เพียงแค่มองใบหน้าอันงดงามราวกับลูกรักพระเจ้าของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองละลายไปครึ่งตัวแล้วตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มกิน
ถังหลินหยิบชอร์ตเบรดคุกกี้รสเนยขึ้นมาหนึ่งชิ้น และหลังจากลิ้มรส เขาก็เอ่ยปากชมเปาะทันที
"อร่อยมาก! นี่เป็นชอร์ตเบรดคุกกี้ที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาเลย เธอทำได้ยังไงเนี่ย?"
"ฉันก็แค่ดูคลิปสอนทำในเน็ตแล้วลองทำตามดูน่ะค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะออกมาดีตั้งแต่ครั้งแรก" หมิงซียิ้มรับ
ทว่าความจริงแล้ว:
สาวงามเรือนผมสีเงิน นัยน์ตาสีม่วงกำลังถือถ้วยชาดำและสั่งการบอดี้การ์ดสาวข้างกายว่า:
"แอนนา ฉันอยากกินชอร์ตเบรดคุกกี้ฝีมือเธอ ขอหลายๆ รสเลยนะ เตรียมให้เสร็จก่อนบ่ายสามโมงล่ะ ฉันจะเอาไปให้ถังหลิน"
"คุณหนูคะ นี่คุณหนูกะจะเอาคุกกี้ที่ฉันทำไปแอบอ้างว่าเป็นฝีมือตัวเองเหรอคะ? แบบนั้นมันโกหกกันชัดๆ ไม่สง่างามเอาซะเลยนะคะ"
ประกายความเย็นชาพาดผ่านดวงตาของหญิงสาวผู้งดงาม:
"เธอยังอยากได้โบนัสปลายปีอยู่ไหมฮึ?"
"ฉันจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้เลยค่ะคุณหนู"
คุณหนูซ่งหมิงซีไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายเข้าครัวเลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการทำคุกกี้
และตอนนี้ เธอกำลังเอามือเท้าคางข้างหนึ่ง โกหกถังหลินหน้าตาเฉยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานโดยที่หน้าไม่แดงเลยสักนิด:
"ไม่คิดเลยนะคะว่าตัวเองจะมีพรสวรรค์ด้านการทำขนม วันหลังฉันอาจจะลองทำอย่างอื่นดูบ้าง"
"ทำสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกนี่เก่งจริงๆ นะ เมื่อก่อนฉันเคยลองหัดทำขนมปังปิ้งดูเหมือนกัน แต่พอลองทำไปสองสามครั้งก็ยอมแพ้ มันยากเกินไปน่ะ" ถังหลินพูดไปพลาง สวาปามชอร์ตเบรดคุกกี้รวดเดียวห้าชิ้นไปพลาง
ขนมปังปิ้งงั้นเหรอ?
ถังหลินชอบกินขนมปังปิ้งสินะ
หมิงซีจดจำข้อมูลนั้นไว้ในใจทันที
"ทำไมจู่ๆ ถึงนึกอยากทำชอร์ตเบรดคุกกี้ขึ้นมาล่ะ?" ถังหลินถามยิ้มๆ
"ก็คุณเคยบอกว่าชอบกินคุกกี้นี่คะ" หมิงซีตอบ
พวกเขาเป็นเพื่อนออนไลน์กันมาตั้งห้าปีแล้ว และเคยคุยกันเรื่องสัพเพเหระมากมาย
เอาเข้าจริง ถังหลินก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองเคยไปบอกเธอตอนไหนว่าชอบกินชอร์ตเบรดคุกกี้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก
สิ่งสำคัญคือ หมิงซีจำของที่เขาชอบได้ต่างหาก
เธอจำได้จริงๆ ว่าเขาชอบชอร์ตเบรดคุกกี้ แถมยังลงมือทำมาให้เขาด้วยตัวเองอีก
เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกโยนลงไปในโหลน้ำผึ้งที่เขียนป้ายแปะไว้ว่า 'ความสุข' มันมีความสุขเสียจนรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะระเบิดออกเป็นพลุไฟ
เขามองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตแสนสวยของหญิงสาว ใบหูของเขาค่อยๆ ซับสีเลือดขึ้นมา
เขาประคองกล่องคุกกี้ไว้ในมือ พลางคิดในใจว่าชาติที่แล้วเขาคงเคยกอบกู้ทางช้างเผือกเอาไว้แน่ๆ ชาตินี้ถึงได้มีวาสนาปานนี้