- หน้าแรก
- หลังจากปั้นนางเอกให้เป็นตัวร้าย พวกเธอก็ตามมาหาผมถึงที่
- บทที่ 27 - ระหว่างสร้างรากฐาน ก็ยังมีความต่าง?
บทที่ 27 - ระหว่างสร้างรากฐาน ก็ยังมีความต่าง?
บทที่ 27 - ระหว่างสร้างรากฐาน ก็ยังมีความต่าง?
บทที่ 27 - ระหว่างสร้างรากฐาน ก็ยังมีความต่าง?
จี้ชิงเกอย่อมไม่มีวิชาลับอะไรซ่อนอยู่อีกแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาคมที่อยู่เหนือขอบเขตของระดับสร้างรากฐาน นางหมดหนทางสู้แล้วจริงๆ ที่ยังยื้อเอาไว้ได้ในตอนนี้ก็เพียงเพราะลมหายใจเฮือกสุดท้ายเท่านั้น
ทำไมกัน?
ทำไมการเกิดเป็นปีศาจ ถึงต้องมีชีวิตที่ต่ำต้อยขนาดนี้ ถึงต้องถูกตีตราว่าเป็น ‘พวกทำร้ายคน’ ไปเสียหมด นางเพียงแค่ชอบใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์ ชอบบรรยากาศที่ครอบครัวอยู่กันอย่างอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาเท่านั้นเอง... จี้ชิงเกอไม่เคยคิดจะทำเรื่องเลวร้ายเลย นางเพียงอยากใช้ชีวิตไปอย่างสงบสุขและปลอดภัยเท่านั้น
ที่มุมห้อง... หญิงสาวหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง รอคอยการตัดสินลงทัณฑ์ครั้งสุดท้ายที่จะมาถึง น่าแปลกที่จู่ๆ นางก็พลันนึกถึงคำเตือนของใครบางคนก่อนหน้านี้
“ข้าเห็นว่าที่เรือนหลังมีไอปีศาจพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แม่นางจี้รองควรจะระมัดระวังตัวให้มากนะ”
พอนึกถึงตรงนี้ จี้ชิงเกอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่นในใจ เจ้านักพรตน้อยคนนี้ก็พอจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ว่านะ... ไอปีศาจและปีศาจที่ท่านพูดถึงน่ะ มันก็คือข้าจี้ชิงเกอนี่แหละ! ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกเสียใจเล็กๆ หากตอนนั้นนางเชื่อคำพูดของเขา บางทีนางอาจไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพที่กำลังจะถูกคนควักเอาแกนอสูรไปเช่นนี้
ในขณะที่จี้ชิงเกอกำลังคิดฟุ้งซ่าน เสียงที่ดูแจ่มใสและคุ้นหูก็ดังมาจากนอกห้องทันที
“สวัสดีตอนเย็นนะ แม่นางจี้รอง”
จี้ชิงเกอลืมตาขึ้นทันควัน นางเบี่ยงตัวหันไปมองที่ประตูอย่างไม่เชื่อสายตา เห็นเพียงนักพรตหนุ่มรูปงามในความทรงจำ ค่อยๆ ซ้อนทับกับร่างของผู้ชายที่หน้าประตู จนท้ายที่สุดก็กลายเป็นร่างของคนสองคน หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก
เฉินอันมองดูสภาพอันอเนจอนาถของนางแล้วส่งเสียงจึ๊ออกมาคำหนึ่ง พลางส่ายหน้าถอนหายใจ “เห็นไหมล่ะ ไม่ฟังคำเตือนของคนแก่กว่า ความซวยเลยมาเยือนถึงที่”
ซูฉือฉือนั้นดีกว่าอาจารย์มาก นางรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปประคองหญิงสาวที่นั่งอึ้งอยู่บนพื้นขึ้นมา เมื่อเห็นบาดแผลและรอยเลือดทั่วตัวจี้ชิงเกอ นางก็ร้อนใจจนตาทั้งสองข้างแดงระเรื่อ
“พี่สาว... เจ็บไหมเจ้าคะ?” เด็กหญิงตัวน้อยแก้มป่อง พยายามเป่าลมเบาๆ หวังจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้นาง “ฉือฉือเป่าให้นะเจ้าคะ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จี้ชิงเกอยื่นมือไปปาดที่ใบหน้า ความจริงบนหน้านางไม่มีอะไรเลย นางเพียงแค่รู้สึกแสบที่ดวงตาเท่านั้น นางลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อยเบาๆ “ไม่เป็นไร ไม่เจ็บหรอก”
ซูฉือฉือจ้องมองนางด้วยตาเป็นประกาย “มิน่าล่ะพี่สาวถึงได้สวยขนาดนี้ ที่แท้พี่สาวนี่เองที่เป็นปีศาจตามที่ท่านอาจารย์พูดถึง”
จี้ชิงเกอได้ฟังก็อึ้งไป ก่อนที่สีหน้าจะหม่นหมองลง นางไม่อยากหลอกเด็กหญิงตัวน้อย และในสถานการณ์ตอนนี้ นางก็หลอกไม่ได้แล้วด้วย ท้ายที่สุด มนุษย์และปีศาจก็มีเส้นทางที่แตกต่างกัน วินาทีต่อมา เสียงใสๆ นั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“แต่ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ” ซูฉือฉือโผเข้ากอดหญิงสาวไว้แน่น บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่แสดงออกว่าไม่ได้รังเกียจเลยแม้แต่น้อย
จี้ชิงเกออึ้งไปนานทีเดียว กำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นเสียงกระบี่กังวานใสก็ดังขึ้น ขัดจังหวะความอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่นี้ไปเสียสิ้น และมันก็ทำให้จี้ชิงเกอได้สติกลับมาด้วย นางรีบใช้เรี่ยวแรงที่เหลือบังหน้าซูฉือฉือไว้พลางจ้องเขม็งไปยังฉู่ชิงหลี
“พวกท่านที่เป็นเซียนฝ่ายธรรมะ คงไม่ถึงขนาดจะลงมือกับเด็กที่ไร้ความผิดด้วยหรอกนะ?”
ฉู่ชิงหลีขมวดคิ้วแน่น นางกำลังสงสัยว่าคนสองคนที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวออกมานี้ เข้ามาข้างในอาคมได้อย่างไร เพราะหากไม่ใช่ผู้บำเพ็ญที่มีระดับสูงกว่านางหนึ่งขั้นใหญ่ๆ ย่อมต้องถูกอาคมกักปีศาจผลักออกไป ทว่าเมื่อมองดูเฉินอัน นางกลับสัมผัสไม่ได้เลยว่าเขาเก่งกาจตรงไหน อย่างมากที่สุดก็น่าจะอยู่เพียงระดับสร้างรากฐานช่วงกลางหรือช่วงปลายเท่านั้น
หรือว่า... ตอนที่ข้าสลักอาคมจะมีจุดผิดพลาดเกิดขึ้น?
แต่ตอนนี้เรื่องนั้นไม่สำคัญแล้ว ฉู่ชิงหลีปรายสายตามองซูฉือฉือแวบหนึ่ง เมื่อยืนยันว่าเด็กคนนี้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา นางจึงพยักหน้า “ข้าจะไม่ทำร้ายเด็กคนนี้ แต่เจ้าต้องกลับไปที่ภูเขากับข้า ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าจากไปเช่นนี้แน่”
เรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้ย่อมไม่มีที่ว่างให้เจรจาอีกต่อไป ปีศาจจิ้งจอกไม่มีทางได้กลับคืนสู่โลกมนุษย์ มิฉะนั้นบรรดาผู้คนที่ร่วมมือกันหลอกลวงนางในคฤหาสน์นี้ คงไม่มีโอกาสได้เห็นแสงตะวันในวันพรุ่งแน่นอน
จี้ชิงเกอคาดการณ์ไว้แล้ว นางเหนื่อยที่จะขัดขืน การที่นางได้เห็นหน้าซูฉือฉือในวินาทีสุดท้าย และอีกฝ่ายยังไม่รังเกียจนาง จี้ชิงเกอก็รู้สึกพึงพอใจมากแล้ว นางจึงตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า
“เดี๋ยวก่อน” เฉินอันเดินเข้ามา
วินาทีต่อมา สายตาที่เย็นชาและเฉียบคมของฉู่ชิงหลีก็ตกลงบนตัวเขา ราวกับกำลังเตือนเขาว่าอย่าได้คิดทำอะไรวู่วาม แต่เฉินอันไม่ได้มองนาง เขาเพียงแค่จ้องมองจี้ชิงเกอ
จี้ชิงเกอถูกเขามองจนรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง สภาพที่ดูอเนจอนาถของนางในตอนนี้ช่างน่าอับอายขายหน้านัก โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงคำพูดอวดดีก่อนหน้านี้ของตัวเอง “ต่อให้มีสิ่งชั่วร้ายอะไรแอบแฝงเข้ามาจริงๆ ข้าก็สามารถทำให้มันมลายสิ้นไปได้ในพริบตา”
ตอนพูดมันเท่เพียงใด ตอนนี้ก็น่าอายเพียงนั้น...
นางรีบสลัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งแล้วกล่าวว่า “นักพรตน้อย ท่านอย่าทำเรื่องโง่ๆ เลย ข้ายอมรับว่าก่อนหน้านี้มองท่านพลาดไป แต่ท่านจงรีบพาเด็กคนนี้หนีไปเถอะ ข้าจะไม่ลืมพวกท่านเลย”
จี้ชิงเกอผลักเด็กหญิงไปทางเขา นางต้องการให้เรื่องทั้งหมดจบลงโดยเร็ว
“สตรีก้อนน้ำแข็งผู้นั้น เก่งมากหรือ?” เมื่อได้ยินเฉินอันถาม จี้ชิงเกอก็พยักหน้าอย่างจริงจัง “เก่งมาก เก่งจนเหลือเชื่อเลยล่ะ”
“นางก็อยู่ระดับสร้างรากฐานไม่ใช่หรือ? ทำไมท่านถึงถูกอัดยับขนาดนี้เล่า”
จี้ชิงเกอเม้มริมฝีปาก “แล้วข้าจะไปเหมือนกับนางได้อย่างไร? ท่านเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ไม่เคยได้ยินชื่อฉู่ชิงหลีบ้างเลยหรือ?” นางพูดออกมาอย่างเซ็งๆ ฉู่ชิงหลีคืออัจฉริยะแห่งยุคที่เคยสังหารปีศาจระดับสร้างรากฐานจุดสูงสุดมาแล้ว
เฉินอันพยักหน้าทำเป็นเหมือนรู้เรื่อง “เคยได้ยินสิ ข้าก็เพิ่งได้ยินจากหน้าประตูเรือนพักเมื่อครู่นี้เอง”
จี้ชิงเกอถึงกับพูดไม่ออก นางเกือบจะหลุดขำออกมาด้วยความโมโหทั้งที่อยู่ในนาทีวิกฤต นางกัดฟันพูดว่า “ถ้าเป็นคนอื่นที่มา ข้าก็มิได้ว่าจะแพ้หรอกนะ... แต่คนคนนี้คือ ฉู่ชิงหลี”
เฉินอันเข้าใจแล้ว เขาตบบ่าจี้ชิงเกอเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ “ข้าเข้าใจแล้ว... ระหว่างสร้างรากฐาน ก็ยังมีความต่างกันสินะ?”
(จบแล้ว)