- หน้าแรก
- ยอดเซียนจำแลงระบบ ผู้ชักใยเบื้องหลังทุกมิติ
- บทที่ 29 : เซี่ยฟาน : โฮสต์ ดูสภาพท่านสิ รนรานอีกแล้วนะ
บทที่ 29 : เซี่ยฟาน : โฮสต์ ดูสภาพท่านสิ รนรานอีกแล้วนะ
บทที่ 29 : เซี่ยฟาน : โฮสต์ ดูสภาพท่านสิ รนรานอีกแล้วนะ
เฉินชวนไม่มีความสนใจที่จะเข้ารับราชการแม้แต่น้อย
ทว่าสำหรับอำเภอกานเฉวียนในยามนี้ เมืองอวิ๋นโจวนับเป็นศัตรูที่อยู่คนละชั้นกันอย่างสิ้นเชิง
หากเมืองอวิ๋นโจวส่งกองทัพมาปราบปราม ก็จะทำให้จังหวะการพัฒนาของอำเภอกานเฉวียนต้องหยุดชะงัก และทำให้แผนการทั้งหมดของเฉินชวนพังพินาศ
ดังนั้น เฉินชวนจำต้องระมัดระวังท่าทีของเมืองอวิ๋นโจวเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อคิดได้ดังนี้ สายตาของเฉินชวนก็กวาดมองไล่ลงไปตามเนื้อความในจดหมาย
เนื้อความในจดหมายระบุว่า ขณะนี้เมืองอวิ๋นโจวกำลังทำศึกปราบกบฏและได้รับชัยชนะเป็นขั้นเป็นตอนแล้ว แต่เพื่อขยายผลแห่งชัยชนะ ทางเมืองจึงตัดสินใจไล่ล่าข้าศึกที่แตกพ่าย
ด้วยเหตุนี้ จึงได้ส่ง 'ทูตพิเศษ' ไปยังทุกอำเภอในเขตอวิ๋นโจว เพื่อเกณฑ์เสบียง หญ้าเลี้ยงม้า และแรงงาน ส่งไปยังแนวหน้าโดยด่วน
จดหมายลับมาถึงก่อน ส่วนทูตพิเศษจะตามมาในไม่ช้า
หวังว่าแต่ละอำเภอจะเตรียมเงิน เสบียง และแรงงานไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เสียการใหญ่ในแนวหน้า
ส่วนผู้ที่ขัดขืน ทูตพิเศษมีอำนาจประหารก่อนแล้วค่อยรายงาน!
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ จะมาไถคนไถเสบียงจากข้านี่เอง มิน่าล่ะถึงได้พูดจาสุภาพนัก"
เฉินชวนเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้ว
เจ้าเมืองอวิ๋นโจวกุมอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายขุนนางในเขตอวิ๋นโจว เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่อำเภอกานเฉวียน แต่เขาแค่ไม่ใส่ใจ
ตราบใดที่อำเภอกานเฉวียนส่งคนส่งเสบียงให้ตรงเวลา ใครจะเป็นนายอำเภอก็ช่างหัวมัน
ท้ายที่สุดแล้ว ในยุคโกลาหลที่สงครามปะทุไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
การมีคนมีเสบียงต่างหากคืออำนาจที่แท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น ราชสำนักแคว้นฉีก็มีธรรมเนียมขายตำแหน่งขุนนางอยู่แล้ว ถ้ามีเงินจริง ก็แค่บริจาคเงินซื้อตำแหน่งก็ได้
ดังนั้น จุดประสงค์ของจดหมายจากเมืองอวิ๋นโจวนั้นเรียบง่ายมาก
มันคือการบอกเฉินชวนว่า ขอแค่เขาเชื่อฟังและส่งคนส่งเสบียงตามที่ขอ ตำแหน่งนายอำเภอนี้ก็เหมือนขายให้เขา
แต่หากไม่เชื่อฟัง ก็เท่ากับกบฏ!
และจุดจบของกบฏคงไม่ต้องพูดถึง
การที่ในจดหมายระบุชัดเจนว่ากำลังปราบกบฏอยู่ ก็คือการเชือดไก่ให้ลิงดูนั่นเอง
"บัดซบ! ถ้าข้ายอมส่งคนส่งเสบียงให้ แล้วข้าจะก่อกบฏไปเพื่ออะไร?"
เฉินชวนวางจดหมายลงพลางคิดอย่างหัวเสีย
ก่อนก่อกบฏต้องฟังคำสั่งราชสำนัก หลังก่อกบฏยังต้องฟังคำสั่งราชสำนักอีก? งั้นการก่อกบฏของเขาจะไม่สูญเปล่าหรอกรึ?
แต่จะให้เฉินชวนงัดข้อกับเมืองอวิ๋นโจวตอนนี้ ก็ดูจะเร็วเกินไปหน่อย
เวลาในการพัฒนายังไม่เพียงพอ
"ถ้าแค่เสบียงกับหญ้าเลี้ยงม้า ไม่เอาแรงงาน ข้าก็พอจะหยวนๆ ถือว่าจ่ายค่าผ่านทางซื้อความสงบได้"
"แต่เรื่องประชากร... ข้ายกให้ไม่ได้จริงๆ"
เฉินชวนครุ่นคิดอย่างหนักใจ
เสบียงสามารถซื้อได้ในร้านค้าระบบ แต่ประชากรซื้อไม่ได้ เรื่องนี้สมเหตุสมผล
เพราะประชากรในอาณาเขตสามารถแปลงเป็นแต้มโชคชะตาได้
ดังนั้น เฉินชวนจึงให้ความสำคัญกับทุกคนที่สามารถสร้างแต้มโชคชะตาได้—ยกเว้นพวกมอนสเตอร์ชื่อแดงที่มีไว้ดรอปเหรียญทองเท่านั้น
"โฮสต์ ดูท่านจะกลัดกลุ้มใจน่าดูเลยนะ?"
เซี่ยฟานสัมผัสได้ถึงความผันผวนทางอารมณ์ของเฉินชวนโดยตรง
ยังไงเสียก็นับเป็นโฮสต์คนแรก ถึงเวลาต้องแสดงความห่วงใยบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวจิตใจจะเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่
"ข้ากลุ้มใจจริงๆ นั่นแหละ"
เฉินชวนถอนหายใจ โบกจดหมายในมือไปมาแล้วถามในใจ "ระบบ ท่านเห็นเนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ไหม?"
"เห็นสิ"
เซี่ยฟานตอบตามตรง
"งั้นช่วยข้าคิดหน่อยสิ ตอนนี้ข้าควรทำยังไง?"
หลังจากคิดทบทวนดูแล้ว เฉินชวนพบว่าผู้เดียวที่เขาจะเปิดอกคุยได้ทุกเรื่องอย่างไม่มีปิดบัง ก็คงมีแต่ระบบเท่านั้น
"เรื่องนั้นง่ายมาก"
เซี่ยฟานเอ่ยตรงไปตรงมา "จ่ายมา 10 แต้มโชคชะตา แล้วข้าจะบอกข้อมูลสำคัญให้"
เฉินชวน : "..."
เซี่ยฟาน : "รับประกันว่าคุ้มค่าแน่นอน"
เฉินชวน : "ซื้อ!"
"เป็นทางเลือกที่ฉลาด"
หลังจากเซี่ยฟานหักแต้มโชคชะตาไป เขาก็เอ่ยอย่างไม่รีบร้อน "ความจริงแล้ว สถานการณ์ของเมืองอวิ๋นโจวไม่ได้ดูดีเหมือนที่เขียนในจดหมายหรอก"
"ปัจจุบัน กองทัพทั้งหมดของอวิ๋นโจวกำลังติดหล่มอยู่ในสงครามยืดเยื้อกับพวกกบฏ"
"ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ ขบวนลำเลียงเสบียงของเมืองอวิ๋นโจวถูกพวกกบฏตรวจพบและตัดเส้นทางลำเลียงไปแล้ว"
"คำนวณจากวันเวลา เสบียงสำรองในเมืองอวิ๋นโจวน่าจะใกล้หมดเกลี้ยง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเมืองอวิ๋นโจวถึงต้องเร่งเกณฑ์เสบียงและหญ้าเลี้ยงม้าจากแนวหลังอย่างเร่งด่วน และใช้ถ้อยคำรุนแรงข่มขู่ขนาดนั้น"
"พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้ท่านเมินจดหมายฉบับนี้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร"
"ในระยะสั้น เมืองอวิ๋นโจวไม่มีปัญญาแบ่งกำลังมาจัดการท่านหรอก"
ข้อมูลนี้ถือเป็นความลับสุดยอดของเมืองอวิ๋นโจว
การขาดแคลนเสบียงคือเรื่องบั่นทอนขวัญกำลังใจอย่างร้ายแรง และห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด
ดังนั้นคนนอกย่อมไม่รู้สถานการณ์เป็นธรรมดา
แต่สำหรับเซี่ยฟาน เขาแค่ใช้จิตสัมผัสกวาดผ่านแวบเดียว ก็รู้ความเป็นไปในเมืองอวิ๋นโจวที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
แค่ต้องเสียแต้มโชคชะตานิดหน่อยเพื่ออำพรางตัวตน
กันไม่ให้วิถีสวรรค์ตรวจจับได้
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ?"
"งั้นนี่ก็นับเป็นข้อมูลสำคัญจริงๆ คุ้มราคามาก"
เฉินชวนรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที ความกลัดกลุ้มหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ที่แท้เมืองอวิ๋นโจวก็แค่ราคาคุย
บัดซบ!
ทำเอาเขาตกใจแทบแย่
"โฮสต์ ตอนนี้ท่านวางแผนจะทำอย่างไร?"
จู่ๆ เซี่ยฟานก็ถามขึ้น
เพราะเขาตระหนักว่า ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นโอกาสดีที่จะชี้แนะโฮสต์ให้กอบโกยแต้มโชคชะตาได้มหาศาล
นี่คือจุดประสงค์ดั้งเดิมของเซี่ยฟานในการปลอมตัวเป็นระบบ
การช่วยให้โฮสต์ได้รับแต้มโชคชะตาจำนวนมาก สอดคล้องกับผลประโยชน์ของเซี่ยฟานเอง
ในเมื่อมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถแปลงแต้มโชคชะตาเป็นสิ่งของได้โดยตรง ไม่ว่าโฮสต์จะได้แต้มมาเท่าไหร่ หากต้องการเปลี่ยนเป็นไอเทมหรือพลัง ก็ต้องผ่านมือเขาอยู่ดี
ท้ายที่สุด แต้มโชคชะตาก็จะไหลมารวมที่มือเขา
ดังนั้น การให้คำแนะนำที่เหมาะสมแก่โฮสต์จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น
"จะทำยังไง? ก็ฆ่าไอ้ทูตพิเศษจอมปลอมนั่นเพื่อสังเวยธงรบเลยสิ!"
เฉินชวนตอบโดยไม่ลังเล
"อะไรคือประหารก่อนรายงาน?"
"ข้าดูเหมือนคนที่ยอมจำนนโดยไม่สู้หรือไง?"
ในเมื่อได้ข้อมูลของเมืองอวิ๋นโจวมาแล้ว เฉินชวนก็ตัดสินใจทำเหมือนไม่เคยเห็นจดหมายฉบับนี้
และในเมื่อเขาไม่ยอมส่งคนส่งเสบียง ทูตพิเศษที่เมืองอวิ๋นโจวส่งมา ย่อมต้องใช้อำนาจข่มขู่และพยายามจะ 'ประหารก่อนรายงาน' แน่
คนอย่างเฉินชวนจะยอมอยู่เฉยๆ ให้ฆ่าได้ไง?
เขาย่อมต้องสวนกลับอย่างสาสม!
"ดูสภาพท่านสิ รนรานอีกแล้วนะ"
เซี่ยฟานรู้ว่าต้องออกมาอีหรอบนี้ จึงจำต้องเอ่ยปากชี้แนะ
"โฮสต์ เมืองอวิ๋นโจวยังไงก็เป็นหน้าตาของราชสำนัก ท่านไม่จำเป็นต้องยอมรับพวกมัน แต่ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากพวกมันได้"
"ยังไง?"
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินชวนได้ยินระบบพูดจายืดยาว เขาจึงสนใจขึ้นมาทันที ตั้งท่ารอฟังอย่างตั้งใจ
"ง่ายมาก"
"เมืองอวิ๋นโจวตอนนี้ขาดแคลนเสบียงแต่ไม่ขาดคน ท่านสามารถเสนอให้เสบียงเพิ่มเป็น 2 เท่าแต่ไม่ให้คน ให้ที่อื่นส่งคนไปแทน แล้วฉวยโอกาสนี้เรียกร้องขอแต่งตั้งเป็น 'ขุนนางตรวจการเสบียง'"
"จากนั้นท่านก็ใช้ข้ออ้างนี้ ยึดครองความชอบธรรมทางศีลธรรม เพื่อเข้ายึดครองอำเภอต่างๆ ในอวิ๋นโจว"
เมื่อเซี่ยฟานพูดถึงตรงนี้ เฉินชวนก็ขัดจังหวะทันที
"ช้าก่อน!"
"ข้าสามารถยึดอำเภอต่างๆ ในอวิ๋นโจวได้โดยไม่ต้องมีตำแหน่งขุนนางตรวจการเสบียงนี่นา นี่ไม่เท่ากับถอดกางเกงผายลม (ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก) หรอกรึ?"
"เจ้าโง่"
เซี่ยฟานถอนหายใจพลางเทศนา "ตอนนี้เมืองอวิ๋นโจวกำลังยันพวกกบฏไว้ให้ท่าน หากท่านไม่ส่งเสบียงไปช่วย แล้วเมืองอวิ๋นโจวแตก ท่านจะไปสู้กับพวกกบฏแทนงั้นรึ?"
"..."
"ท่านระบบสอนสั่งได้ถูกต้อง โปรดชี้แนะต่อเถิด"
เฉินชวนยอมรับผิดพร้อมยิ้มแหยๆ
"การให้เสบียง ก็เพื่อให้เมืองอวิ๋นโจวยื้อพวกกบฏไว้"
"และการใช้ตำแหน่งขุนนางตรวจการเสบียง ก็เพื่อผนวกอำเภอต่างๆ ในอวิ๋นโจวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รอเวลาที่เหมาะสม แล้วค่อยยึดเมืองอวิ๋นโจวในคราวเดียว รวบกินทั้งมณฑล!"
"เข้าใจหรือยัง?"
เซี่ยฟานพูดอย่างอ่อนใจเล็กน้อย
"เข้าใจแล้ว"
เฉินชวนทำหน้าเหมือนนักเรียนที่เพิ่งบรรลุธรรม เขาไม่ได้คิดถึงประเด็นพวกนี้จริงๆ
ตอนเล่นเกมสามก๊กเมื่อก่อน เขาไม่สนแทคติกพวกนี้หรอก มีทหารพอก็บุกเลย
อย่างมากก็แค่ดูเรื่องเงินกับเสบียงนิดหน่อย
ส่วนเรื่องอื่น ไม่สำคัญ
แต่ตรรกะในโลกความเป็นจริงไม่เหมือนเกม จิตใจของผู้คนสำคัญมาก
"ระบบ ข้าพบว่าท่านฉลาดมาก มิน่าถึงชื่อว่า 'ระบบรับโองการสวรรค์' ท่านครองแผ่นดินได้จริงๆ นะเนี่ย"
"ฮึ"
เซี่ยฟานไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
เพราะเขาไม่มีความสนใจในโลกใบนี้จริงๆ
การครองแผ่นดินเป็นความต้องการของโฮสต์ ไม่ใช่งานอดิเรกของระบบ อย่าเอามาปนกัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดสถานการณ์ที่วิน-วินทั้งสองฝ่าย และกระตุ้นไฟในตัวโฮสต์ เซี่ยฟานจึงเตรียมการไว้อีกอย่างหนึ่ง
[ติ๊ง! โฮสต์ มีภารกิจใหม่!]
[ภารกิจทำซ้ำ : ยึดครองดินแดน] (สามารถรับได้)
[เนื้อหาภารกิจ : ยึดครองเมืองใหม่ (รางวัลจะคำนวณเพียงครั้งเดียวต่อเมือง โปรดอย่าพยายามแกล้งเสียเมืองแล้วยึดกลับมาใหม่)]
[รางวัลภารกิจ : ขึ้นอยู่กับขนาดของเมืองที่ยึดได้ ตั้งแต่ 500 แต้มโชคชะตา (อำเภอขนาดเล็ก) ไปจนถึง 100,000 แต้มโชคชะตา (เมืองหลวง)]
"หนึ่งแสนแต้ม!?"
เฉินชวนเบิกตากว้างทันที
ส่วนเงื่อนไขที่จะได้ 100,000 แต้มนั้นไม่สำคัญ เขาแทบมองไม่เห็นมันด้วยซ้ำ
"ดี ดี ดีมาก ถ้าอย่างนั้น มาเริ่มเตรียมการกันเถอะ"
"ได้เวลาที่ข้าจะยึดครองดินแดนเพิ่มแล้ว"