- หน้าแรก
- ยอดเซียนจำแลงระบบ ผู้ชักใยเบื้องหลังทุกมิติ
- บทที่ 27 : เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
บทที่ 27 : เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
บทที่ 27 : เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
โจรก็คือโจรวันยังค่ำ
พอเห็นทหารสวมเกราะเหล็กเต็มยศ มองมาด้วยสายตาเรียบเฉยราวกับมองคนตาย แข้งขาของพวกมันก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด
นั่นมันทหารหลวงที่มีอาวุธครบมือเชียวนะ!
ลำพังแค่ดาบในมือพวกมัน จะไปฟันเกราะเหล็กเข้าได้ยังไง?
ฝันไปเถอะ
"ใครคือเสือลงเขา?"
จางเอ้อร์หู่ก้าวอาดๆ เข้าไป ฟันโจรที่ยังไม่ยอมวางอาวุธร่วงไปอีกคนอย่างไม่ไยดี
ทหารที่โอบล้อมอยู่ตะโกนเตือนเสียงเย็น "ก้มหัวลง!"
"นี่คือคำเตือนครั้งแรก"
"ครั้งต่อไป จะไม่มีการเตือนอีก!"
เจ้าคนที่ชื่อเสือลงเขาแทบจะเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น แต่ศักดิ์ศรีของหัวหน้าโจรทำให้มันยังฝืนเชิดหน้าขึ้น มองไปทางจางเอ้อร์หู่
"ข้าเอง!"
"อ๋อ เจ้านี่เอง"
จางเอ้อร์หู่เดินแบกดาบม่อเตาเข้ามาหา
ปากก็พูดยียวน "ข้าชื่อจางเอ้อร์หู่ (เสือสองตัว) เป็นผู้กองกองร้อยที่ 1 แห่งกองทัพหงเฟิง"
"ได้ยินมาว่าบนเขารูปหัวเสือลูกนี้ ยังมีเสืออีกตัวอยู่ ข้าเลยสงสัยว่า เสือของเจ้ากับเสือของข้า ตัวไหนมันจะแน่กว่ากัน?"
จางเอ้อร์หู่ถลึงตาใส่เมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสือลงเขา
อันที่จริง เสือลงเขาก็ไม่ใช่คนตัวเตี้ย สูงตั้ง 180 เซนติเมตร ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ถือว่าหุ่นดีใช้ได้เลยทีเดียว
น่าเสียดายที่ดันมาเจอจางเอ้อร์หู่
ด้วยส่วนสูงกว่า 2 เมตร บวกกับอาหารการกินที่เฉินชวนประเคนให้อย่างไม่อั้น ร่างกายของจางเอ้อร์หู่จึงบึกบึนกว่าตอนแรกเสียอีก
แถมยังสวมเกราะเหล็กทับเข้าไป
พอยืนเทียบกับเสือลงเขาตอนนี้ เขาดูตัวใหญ่กว่าถึงสองเท่า
สายตาอันดุดันคู่นั้นทำเอาเสือลงเขากลัวจนแทบฉี่ราด
"เจ้า... ข้า..."
"กองทัพหงเฟิง?"
"พวกเจ้า... พวกเจ้าเป็นคนของกองทัพหงเฟิงเรอะ!?"
เสือลงเขาเงยหน้ามองจางเอ้อร์หู่ ฟันกระทบกันกึกๆ จู่ๆ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงคำสำคัญเมื่อครู่
เดี๋ยวนะ ไม่ถูกสิ!?
กองทัพหงเฟิงมีสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์แบบนี้ด้วยเหรอ?
"ข้าดูไม่เหมือนเหรอ?"
จางเอ้อร์หู่แสยะยิ้ม เตะดาบเล่มหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นไปให้
"ข้าให้โอกาสเจ้า หยิบดาบขึ้นมา แล้วแสดงให้ข้าเห็นหน่อยว่าเจ้ามีดีอะไรถึงกล้าเรียกตัวเองว่าเสือ!"
"ข้า..."
เสือลงเขากลืนน้ำลายเอือก มือไม้สั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ แล้วจะไปจับดาบไหวได้ยังไง?
"เหอะ! ให้โอกาสแล้วไม่รับ ไอ้ขี้ขลาด!"
จางเอ้อร์หู่ชกเสือลงเขาจนร่วงลงไปกองกับพื้นในหมัดเดียว แล้วกระทืบซ้ำจนขาหัก
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน ทหารสองนายรีบเข้ามามัดตัวเสือลงเขา เพื่อเตรียมลากตัวกลับไปแห่ประจานและประหารชีวิตเพื่อปลอบขวัญชาวบ้าน...
ค่ายพยัคฆ์ทมิฬถูกกวาดล้างจนราบคาบ
เสือลงเขาถูกประหารชีวิตต่อหน้าสาธารณชนกลางอำเภอกานเฉวียน
บรรดาโจรในค่ายที่มีเลือดเปื้อนมือ ล้วนถูกประหารชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้น
ส่วนพวกที่ถูกบังคับให้ขึ้นเขาไปเป็นสมุนและยังไม่เคยฆ่าใคร ถูกตัดสินให้ใช้แรงงานหนักเป็นเวลา 10 ปี เพื่อดูความประพฤติ
แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
การล่มสลายของค่ายพยัคฆ์ทมิฬ เปรียบเสมือนฉากเปิดของละครฉากใหญ่
และผู้ที่จะต้องขึ้นแสดงรายต่อไป คือค่ายโจรอื่นๆ
เมื่อค่ายโรรอบอำเภอกานเฉวียนถูกกองทัพหงเฟิงกวาดล้างทีละแห่ง หัวหน้าโจรทั้งหมดถูกประหาร และสมุนโจรถูกลงโทษตามความผิด!
ชื่อเสียงของกองทัพหงเฟิงในอำเภอกานเฉวียนและเมืองรอบข้างก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
พวกโจรที่อยู่ไกลออกไปต่างพากันหนีหัวซุกหัวซุนเพียงแค่ได้ยินชื่อ
ผู้อพยพจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาเพราะเลื่อมใสในชื่อเสียง
ในจำนวนนั้นมีทั้งบัณฑิตตกยาก ช่างฝีมือที่ไม่มีข้าวกิน ทหารปลดประจำการ หมอ และคนเก่งๆ จากชาวบ้านร้านตลาด
คนเหล่านี้ล้วนช่วยเฉินชวนพัฒนาอำเภอกานเฉวียนและสร้างรากฐานให้มั่นคงยิ่งขึ้น
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากคนงานในไซต์ก่อสร้างได้รับจัดสรรที่ดิน และเฉินชวนแจกเมล็ดพันธุ์ให้ฟรี หลายคนจึงขอกลับไปทำนาที่บ้าน
สำหรับชาวนา ที่ดินคือชีวิต
การทำงานก่อสร้างเป็นเพียงอาชีพเสริมเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัวในช่วงว่างเว้นจากการทำนา
ดังนั้น เฉินชวนจึงปรับเปลี่ยนแผนงาน โดยส่งผู้อพยพที่เพิ่งเข้ามาใหม่และไม่ทันรอบแจกที่ดิน ให้ไปทำงานในไซต์ก่อสร้างแทน
"งานโครงสร้างพื้นฐานจะหยุดไม่ได้"
"ถ้างานหายไปขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะมีคนอดอยากอีกกี่คน"
เฉินชวนคิดเผื่อไว้แล้ว
หลังจากผู้อพยพกลุ่มหลังเข้ามาตั้งรกรากในอำเภอกานเฉวียน ในเมื่อพวกเขาพลาดโอกาสได้รับแจกที่ดินและไม่มีที่ทำกิน พวกเขาจะอยู่รอดได้อย่างไร?
มี 2 ทางเลือก—
ทางหนึ่งคือไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้าง
อีกทางคือเช่าที่ดินสาธารณะทำกิน
การแจกที่ดินรอบก่อนไม่ได้แจกหมดเกลี้ยง ยังมีส่วนที่กันไว้เป็นที่ดินสาธารณะเผื่อฉุกเฉิน
ชาวบ้านสามารถเช่าที่ดินสาธารณะทำกินได้ โดยค่าเช่ากำหนดไว้ที่ 20% ของผลผลิตในปีนั้น—นี่เป็นราคาที่ลดลงมาแล้ว จากเดิม 30%
แต่ไม่ว่าจะ 20% หรือ 30% ก็ยังดีกว่าค่าเช่า 50% หรือ 60% ที่พวกเศรษฐีที่ดินเคยขูดรีดสมัยที่พวกเขายังเป็นชาวนาเช่า
แถมเมล็ดพันธุ์ยังแจกฟรีอีก
ดังนั้นจึงมีคนเช่าที่ดินสาธารณะอยู่ไม่น้อย
แต่กว่าจะถึงเวลาเก็บเกี่ยว ชาวบ้านจะเอาอะไรกินระหว่างนั้น?
เฉินชวนจึงตั้ง 'ธนาคารเสบียงของรัฐ' ขึ้นมา ให้ชาวบ้านที่ไม่มีเสบียงสำรองกู้ยืมเสบียงได้ โดยมีกำหนดคืนใน 1 ปี พร้อมดอกเบี้ย 20%
ผลปรากฏว่า ทันทีที่ธนาคารเสบียงเปิดทำการ ชาวบ้านก็แห่กันมากู้ยืมเสบียงจนล้นหลาม
ต้องรู้ไว้ด้วยว่า ในอดีต เวลาพวกเศรษฐีที่ดินให้ยืมเสบียง ไม่ใช่แค่ 'ยืมฤดูใบไม้ผลิ คืนฤดูใบไม้ร่วง' แต่ยังเป็นเงินกู้นอกระบบ ที่คิดดอกเบี้ยอย่างต่ำ 50%
ถ้ารู้ว่าคุณไม่มีทางเลือก พวกมันอาจโขกสับถึง 100% เลยก็ได้!
เมื่อเทียบกันแล้ว ดอกเบี้ย 20% กับระยะเวลา 1 ปีของเฉินชวน แทบจะเหมือนแจกฟรี
เพราะในช่วงว่างเว้นจากการทำนา พวกเขายังสามารถไปทำงานที่ไซต์ก่อสร้างเพื่อหาเงินได้ และค่าแรงก็ไม่ใช่น้อยๆ หลังจากคืนเสบียงที่ยืมไปแล้ว เผลอๆ อาจมีเงินเหลือเก็บด้วยซ้ำ
ค่าแรงคนงานถูกปรับปรุงครั้งหนึ่งโดยเฉินชวน หลังจากตู้เชียนวางแผนงานใหม่
ปัจจุบัน เลี้ยงข้าววันละ 2 มื้อเหมือนเดิม แต่ยกเลิกการแจกข้าวสารเพิ่ม เปลี่ยนเป็นจ่ายเงินเพิ่มวันละ 0.4 ตำลึงแทน
ต่อมา เฉินชวนยังได้ปรับราคาเสบียงในอำเภอกานเฉวียน โดยตรึงราคาชั่วคราวไว้ที่ชั่งละ 10 อีแปะ ขายให้ประชาชนผ่านธนาคารเสบียงของรัฐ
เมื่ออำเภอกานเฉวียนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้สัก 2 รอบจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ราคาคงจะถูกลงกว่านี้
แต่ต่อให้ราคาไม่ลง เงิน 0.4 ตำลึงก็ซื้อข้าวได้ถึง 40 ชั่ง
เทียบกับวันละ 1 ชั่งเมื่อก่อน ถือว่าได้ขึ้นค่าแรงเยอะเลยทีเดียว
เหตุผลที่เปลี่ยนจากแจกเสบียงเป็นแจกเงิน ก็เพื่อให้ชาวบ้านมีเงินหมุนเวียน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเงินตรา
ถ้ามัวแต่แลกของกันไปมา เศรษฐกิจคงไม่โต
และตอนนี้ ตราบใดที่ธนาคารเสบียงของรัฐยังดำเนินการได้อย่างมั่นคง ชาวเมืองกานเฉวียนก็จะไม่ตื่นตระหนก
"การพัฒนาอำเภอกานเฉวียนเข้าที่เข้าทางแล้ว"
"โจรผู้ร้ายรอบๆ ก็ถูกกวาดล้างจนเกลี้ยง คราวนี้ถ้าข้าจะสุ่มหาคนเก่ง คงไม่เกิดเรื่องผิดพลาดแล้วสินะ"
เมื่อโจรถูกประหารไปทีละกลุ่มๆ เฉินชวนก็เริ่มคิดถึงไอเทม [เฟ้นหาผู้มีความสามารถ] อีกครั้ง
ช่วยไม่ได้ คนเก่งที่เฉินชวนหามาได้เองจากชาวบ้าน พอถูไถเป็นเสมียนเล็กๆ น้อยๆ ได้
แต่พอตำแหน่งสูงขึ้น งานที่รับผิดชอบมากขึ้น ธาตุแท้ก็ตามออกมา
ขุนนางที่ไร้ความสามารถ คือภัยพิบัติของประชาชน
ดังนั้นเขาจึงต้องพึ่งระบบช่วย
"ซื้อ 'เฟ้นหาผู้มีความสามารถ'!"
"100 แต้มโชคชะตา ขอบคุณที่ใช้บริการ"
หนึ่งวันต่อมา
[โฮสต์ เป้าหมายของ 'เฟ้นหาผู้มีความสามารถ' ที่ท่านซื้อ เดินทางเข้าสู่อำเภอกานเฉวียนแล้ว คาดว่าจะมาขอเข้าพบท่านในอีกไม่ช้า]