- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นพนักงานทำความสะอาดในโลกสยองขวัญ
- บทที่ 15: ยินดีต้อนรับสู่อพาร์ตเมนต์หย่งอัน (1)
บทที่ 15: ยินดีต้อนรับสู่อพาร์ตเมนต์หย่งอัน (1)
บทที่ 15: ยินดีต้อนรับสู่อพาร์ตเมนต์หย่งอัน (1)
"หนานเยว่ รหัสประจำตัว FCY091452 ที่พำนักนครรัฐหมายเลข 66 โครงการที่เข้าร่วม: กิจวัตรประจำวันของผู้เก็บกวาด"
"ภารกิจประเมินผลแบบกลุ่ม รหัส 28534: อพาร์ตเมนต์หย่งอัน"
"หัวข้อ: ความปรองดองของเพื่อนบ้านคือมาตรฐานในการยกระดับคุณภาพชีวิต"
"ขอให้คุณโชคดีกับการประเมิน อีเดนกำลังรอคุณอยู่"
ห้องยืนยันตัวตนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ต่างจากที่นครนิรนาม หนานเยว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยขณะรับฟังเสียงประกาศ
รหัสภารกิจนี้... มีภารกิจเยอะมากจริงๆ โรงเรียนพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง มีงานที่รอให้ผู้เก็บกวาดไปชำระล้างอยู่มากเกินไป แม้ในระดับหนึ่งพวกเขาจะถูกปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งของสิ้นเปลือง แต่มันก็ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่น
ขณะที่หนานเยว่กำลังจมอยู่กับความคิด สภาพแวดล้อมรอบตัวเธอก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ
หนานเยว่มาปรากฏตัวอยู่ที่สี่แยกแห่งหนึ่ง เวลาล่วงเลยจนดึกดื่น บรรยากาศรอบด้านมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาริมทางที่สว่างกะพริบติดๆ ดับๆ ราวกับสายไฟขัดข้อง
เบื้องหน้าของเธอคืออาคารเก่าแก่ที่ดูทรุดโทรมอย่างหนัก ปูนสีเทาบนกำแพงหลุดร่อนเป็นหย่อมๆ หน้าต่างที่มืดมิดดำสนิทดูราวกับปากอันอ้ากว้างของสัตว์ประหลาดที่กำลังรอคอยพวกเขาอยู่
"เอ๊ะ?"
ระหว่างที่ลอบสังเกตการณ์อาคารหลังนั้น หนานเยว่ก็เหลือบไปเห็นผู้เก็บกวาดคนอื่นๆ อยู่ไม่ไกล ในบรรดาคนเหล่านั้น มีร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
แม้จะอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้เก็บกวาดที่มีบุคลิกหน้าตาค่อนข้างดี ทว่าตัวตนของกู้เสียงข่ายก็ยังคงโดดเด่นสะดุดตา
ชายหนุ่มที่ล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดๆ ของตัวเองอยู่ ก็สังเกตเห็นหนานเยว่เช่นกัน
สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ ก่อนจะผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว และเริ่มประเมินเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ สำหรับภารกิจในครั้งนี้
ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดแปดคน แบ่งเป็นชายสี่และหญิงสี่อย่างเท่าเทียมกัน
คนแรกที่เอ่ยปากขึ้นคือหญิงสาวผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมง "ฉันชื่อลู่หลี ถ้าไม่มีใครขัดข้อง พวกเรามาเริ่มจากการแนะนำตัวกันก่อนดีไหม"
"เห็นได้ชัดว่าฉากของภารกิจนี้คืออพาร์ตเมนต์ และคำใบ้ก็บอกเป็นนัยว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านนั้นสำคัญมาก พวกเราอาจจะได้เป็นเพื่อนบ้านกันด้วยซ้ำ ถ้าใครมีความคิดเห็นอะไร ก็ลองเสนอมาได้เลยนะ"
ในขณะที่คนอื่นๆ ไม่ได้ขัดข้องอะไรที่จะมีคนคอยเป็นผู้นำ แต่กู้เสียงข่ายกลับดูไม่มีความอดทนมากนัก
"มัวแต่ยืนคุยกันตรงนี้จะได้อะไรขึ้นมา ยืนอยู่ข้างนอกก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรหรอก ฉันจะเข้าไปข้างในแล้ว"
พูดจบเขาก็เดินนำหน้าตรงไปยังอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามทันที
ลู่หลีดูไม่ได้หงุดหงิดอะไรที่กู้เสียงข่ายเมินเฉยต่อคำพูดของเธอ เธอพยักหน้าและกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ"
ทันทีที่คนกลุ่มนี้เดินข้ามถนน อพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามก็คล้ายกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่งและค่อยๆ สว่างขึ้นมา
แสงไฟสีเหลืองสลัวลอดผ่านบานหน้าต่าง และในที่สุดทุกคนก็มองเห็นว่า... มีคนยืนอยู่ตรงหน้าต่างทุกบาน เงาดำทะมึนของพวกเขาเหล่านั้นยืนนิ่งสนิทอยู่ภายใต้แสงไฟ ชวนให้รู้สึกขนลุกซู่
พอคิดว่าเพื่อนบ้านเหล่านี้เอาแต่ยืนประเมินพวกเขาอย่างเงียบๆ มาตั้งแต่เมื่อครู่ ทุกคนก็พากันเสียวสันหลังวาบ
"ติ๊งต่อง ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"
ท่ามกลางความเงียบสงัด กู้เสียงข่ายผลักประตูทางเข้าหลักของอพาร์ตเมนต์ให้เปิดออก เซ็นเซอร์ตรงทางเข้าก็ทำหน้าที่กล่าวต้อนรับอย่างแข็งขัน
ทุกคนทยอยเดินตามกันเข้าไป ไฟในล็อบบี้เพิ่งจะสว่างขึ้นก็ตอนที่คนสุดท้ายก้าวเท้าเข้ามาแล้ว
สถานที่แห่งนี้มีลักษณะคล้ายอาคารอพาร์ตเมนต์แบบสตูดิโอ มีเคาน์เตอร์ต้อนรับตั้งอยู่ในล็อบบี้ และฝั่งตรงข้ามของเคาน์เตอร์ก็คือลิฟต์
ชายรูปร่างผอมกะหร่องคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ
"พวกคุณคงจะเป็นผู้เช่ารายใหม่สินะ"
"พวกคุณมาถึงดึกเกินไป" สายตาของชายคนนั้นดูมืดมน น้ำเสียงแหบพร่าราวกับเครื่องสูบลมที่พังทลาย "มันจะรบกวนเวลาพักผ่อนของเพื่อนบ้านคนอื่นๆ"
ทั้งกลุ่มตกอยู่ในความเงียบ เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่มัดผมแกละสองข้างรีบส่งยิ้มแหยๆ เชิงขอโทษ "ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ พอดีทางมันหายากไปหน่อย พวกเราก็เลยมาล่าช้าน่ะค่ะ"
"จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอนค่ะ"
หนานเยว่ปรายตามองไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ สภาพของมันดูรกหูรกตา แต่ก็มีป้ายเล็กๆ แผ่นหนึ่งตั้งอยู่
"หากต้องการความช่วยเหลือ โปรดติดต่อแผนกต้อนรับ พนักงานกะกลางวัน: เสี่ยวหมิ่น พนักงานกะกลางคืน: ลุงซ่ง"
"ลุงซ่งคะ ช่วยพาพวกเราไปที่ห้องพักหน่อยค่ะ"
ทันทีที่หนานเยว่เอ่ยปาก คนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็พากันหันขวับมามอง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนานเยว่นั้นดูเตะตาเกินไป ด้วยชุดเครื่องแบบนักเรียนที่สวมใส่ เธอคือมือใหม่ที่เพิ่งมาถึงนครรัฐดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด ผู้เก็บกวาดหลายคนถึงกับพยายามตีตัวออกห่าง เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นตัวถ่วง
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ หนานเยว่เอาแต่ปิดปากเงียบและเดินตามกลุ่มคนมาตลอด ปฏิกิริยาของเธอในเวลานี้จึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายสำหรับคนอื่นๆ เล็กน้อย
เมื่อได้ยินสิ่งที่หนานเยว่พูด ในที่สุดคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นป้ายเล็กๆ นั่น ลู่หลีเข้าใจสถานการณ์ทันที และปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูหนักแน่นขึ้น
"ใช่แล้วล่ะ พวกเราเป็นเด็กใหม่ที่นี่เลยยังไม่ค่อยรู้กฎเกณฑ์ แต่จะให้มายืนรออยู่ตรงนี้มันก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่ จริงไหมคะ?"
ป้ายเล็กๆ นั่นระบุไว้อย่างชัดเจนว่าแผนกต้อนรับมีไว้เพื่อให้บริการ สำหรับผู้เช่าอย่างพวกเขา คำขอย่อมต้องได้รับการตอบสนอง
ลุงซ่งยังคงตีหน้าขรึม ขณะที่ง่วนอยู่กับการควานหาของในตู้เคาน์เตอร์ ก่อนจะหยิบกุญแจแปดดอกออกมา
"เลือกกันเอาเองแล้วกัน"
หนานเยว่ถูกดันไปอยู่รั้งท้าย ไม่มีใครที่นี่อยากจะมาคอยดูแลมือใหม่หรอก กว่าจะถึงตาของเธอ กุญแจก็เหลืออยู่เพียงสองดอกเท่านั้น
หนานเยว่มองไปยังคนที่กำลังส่งยิ้มอยู่ข้างๆ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนนักเรียนซื่อๆ รอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นลักยิ้มสองข้าง ผนวกกับดวงตากลมโต ทำให้เขาดูเป็นมิตรและน่าคบหา
"น้องสาว เธอเลือกก่อนเลยสิ"
หนานเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบกุญแจห้อง 804
เด็กหนุ่มจึงรับกุญแจดอกสุดท้ายของห้อง 801 ไปโดยปริยาย
"เอาล่ะ กลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว ฉันจะเลิกงานแล้ว"
พอได้ยินดังนั้น เด็กสาวผมแกละก็กระซิบถามขึ้นมา "ลุงซ่งคะ ลุงไม่ได้เป็นพนักงานกะกลางคืนหรอกเหรอ"
ลุงซ่งตวัดสายตาดุๆ มองเธอ "เธอไม่รู้หรือไงว่าค่าเช่าอพาร์ตเมนต์นี้มันเท่าไหร่ ยังจะหวังให้มีพนักงานกะดึกอีกเหรอ จะให้เอาอาหารเช้าไปเสิร์ฟถึงเตียงด้วยเลยไหมล่ะ"
เด็กสาวผมแกละหน้าเจื่อนลงและไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก
ทุกคนต่างรู้ดีว่า NPC ในภารกิจไม่ใช่คนจริงๆ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่พวกมันจะเป็นผีของจริง
ทั้งแปดคนเดินเข้าไปในลิฟต์ ลุงซ่งมองตามพวกเขาไปจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง
"ฟู่... น่ากลัวชะมัด"
เด็กสาวผมแกละส่ายหน้าและก้มมองกุญแจในมือ "มีใครอยู่ชั้นสี่บ้างไหมคะ"
ชายหน้าตาอมทุกข์ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ "ตอนหยิบไม่ได้ดูเลยหรือไง นอกจากชั้นแปดแล้ว คนอื่นๆ ก็ได้อยู่ชั้นละคนกันหมดนั่นแหละ"
เด็กสาวผมแกละเม้มริมฝีปาก ตอนนั้นเธอแค่คิดว่ายิ่งอยู่ชั้นล่างก็ยิ่งปลอดภัย เลยไม่ได้สังเกตให้ดี
คนอื่นๆ ก็คิดแบบเดียวกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมกุญแจสองดอกของชั้นแปดถึงเหลือเป็นชิ้นสุดท้าย
ต่อให้การอยู่ชั้นเดียวกันจะหมายถึงการมีเพื่อนร่วมทีม แต่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ก็ไม่มีใครไว้ใจได้ทั้งนั้น การพึ่งพาตัวเองย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
กู้เสียงข่ายคว้ากุญแจชั้นห้าไป ไม่ใช่ว่าเขาเลือกหยิบชั้นอื่นไม่ได้ เขาเป็นคนแรกที่ได้เลือกกุญแจด้วยซ้ำ
เขาแค่คิดว่าเรื่องมันคงไม่ง่ายขนาดนั้น ลำดับชั้นอาจจะไม่ได้มีผลอะไรมากมายนัก
"ติ๊ง"
เมื่อถึงชั้นสอง ลู่หลีก็ก้าวออกไปเป็นคนแรก "พวกเราทำความคุ้นเคยกับสถานที่กันก่อนเถอะ ถ้ามีอะไรก็ค่อยคุยกันทางโทรศัพท์นะ"
ใช่แล้ว ทันทีที่หนานเยว่เข้ามาในภารกิจ เธอก็พบว่าตัวเองมีโทรศัพท์ฝาพับสีขาวพกติดตัวอยู่เครื่องหนึ่ง
ปกติแล้วพวกเขาจะสื่อสารกันผ่านนาฬิกาประจำตัว และไม่เคยใช้ของโบราณแบบนี้มาก่อน แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีสอนในโรงเรียน เธอจึงรู้วิธีใช้งานมัน
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นอุปกรณ์ที่ตัวภารกิจจัดเตรียมไว้ให้ และน่าจะใช้งานได้จริง
แต่ละคนทยอยเดินออกจากลิฟต์ไปทีละชั้น จนกระทั่งเหลือเพียงหนานเยว่กับเด็กหนุ่มหน้าเด็กอยู่กันแค่สองคน
ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปอย่างอืดอาด พร้อมกับเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ราวกับกำลังพาทั้งสองมุ่งหน้าสู่เส้นทางแห่งขุมนรก