เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 : การตอบแทน

บทที่ 13 : การตอบแทน

บทที่ 13 : การตอบแทน


พ่อหนุ่มรูปหล่อที่ยืนอยู่ด้านหลังดูท่าทางมีเงิน แต่เถ้าแก่เนี้ยผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แค่ปรายตามองก็รู้ว่าเขาเป็นคนดุร้าย ไม่ใช่ประเภทที่จะยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อเด็กสาวแน่ๆ

"ได้ค่ะ เชิญทางนี้"

หญิงเจ้าของที่พักลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบกุญแจนำทางไปเปิดห้องกลางโถงทางเดินให้หนานเยว่

ห้องพักกว้างขวางกว่าที่คาดไว้มาก ไม่ได้ให้ความรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกยัดลงกล่องสี่เหลี่ยมอย่างห้องพักในเขตตะวันตก

ภายในแบ่งเป็นสองห้อง ห้องใหญ่มีเตียงนอนและโต๊ะทำงาน การจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาดทำให้สามารถวางโซฟาเล็กๆ ทำเป็นห้องนั่งเล่นขนาดย่อมได้

บริเวณทางเข้าถูกดัดแปลงเป็นห้องครัว มีตู้เย็นและพื้นที่สำหรับอุ่นอาหารครบครัน

ห้องน้ำสะอาดสะอ้าน แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบถ้วนทุกรายละเอียด

สิ่งที่หนานเยว่ถูกใจที่สุดคือความสว่างของห้อง หน้าต่างบานเล็กเปิดให้เห็นทิวทัศน์ของชุมชนใกล้เคียง อาคารบ้านเรือนเตี้ยๆ และท้องฟ้าสีคราม

การเก็บเสียงก็ทำได้ดีเยี่ยม เมื่อปิดประตูแล้ว หนานเยว่แทบไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้านนอกเลย

"ราคาต่อวันเท่าไหร่คะ?"

เถ้าแก่เนี้ยมองหนานเยว่อย่างเห็นใจ "16 แต้ม ที่พักของเรามีสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกดีที่สุดในบรรดาห้องเช่าระยะสั้นของเขตตะวันออกแล้วนะ ถ้าหนูพักเกินห้าวัน ฉันลดราคาให้ได้อีก"

แม้จะไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่เถ้าแก่เนี้ยก็ทำหน้าที่แนะนำสถานที่อย่างครบถ้วน

"ร้านฟาสต์ฟู้ดหน้าปากซอยเป็นพันธมิตรกับเรา พักที่นี่หนูจะได้รับอาหารสามมื้อในราคาแค่ 2 แต้มเท่านั้น"

กู้เซี่ยงข่ายไม่ได้ตามหนานเยว่เข้ามาในห้อง เขายืนสูบบุหรี่พิงกรอบประตูอยู่ด้านนอก ดูเหมือนจะไม่สนใจสภาพความเป็นอยู่ที่ดูดีนี้สักเท่าไหร่

"ถ้าพักสิบวันลดได้เท่าไหร่คะ?"

เถ้าแก่เนี้ยประเมินหนานเยว่ด้วยสายตาแล้วลังเลเล็กน้อย "สิบวันเหรอ... งั้นคิดวันละ 15 แต้ม แถมอาหารให้ด้วยเอ้า"

หนานเยว่พยักหน้าตอบรับทันที "ตกลงค่ะ"

เถ้าแก่เนี้ยทำหน้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อ จนกระทั่งหนานเยว่รูดแต้มจ่ายจริงๆ เธอจึงอัปโหลดคีย์การ์ดห้องพักและคูปองอาหารเข้าสู่กำไลข้อมือระบุตัวตนของหนานเยว่ "ขอบคุณที่อุดหนุนจ้ะ"

เมื่อจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย หนานเยว่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมากเธอดูเวลาแล้วตั้งใจว่าจะพากู้เซี่ยงข่ายไปเลี้ยงข้าวสักมื้อ

กู้เซี่ยงข่ายเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ตอนที่หนานเยว่พาเขาไปกินก๋วยเตี๋ยว เขาก็ดูมีความสุขดี

ร้านก๋วยเตี๋ยวในเขตตะวันออกไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลทองเหมือนร้านในห้างสรรพสินค้า ราคาจึงถูกกว่า เพียงชามละ 1 แต้มเท่านั้น หนานเยว่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนฟันหัวแบะไปตอนมื้อเที่ยง

กู้เซี่ยงข่ายกินเร็วมาก แค่ไม่กี่คำก็หมดชาม หนานเยว่จึงต้องสั่งเพิ่มให้เขาอีกชาม

เมื่อเริ่มอิ่ม กู้เซี่ยงข่ายก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ "ว่ามา มีอะไรในใจ?"

เขาเคยประเมินเธอผิดไป คิดว่าเป็นกระต่ายน้อยไร้เดียงสา

บ้าบอ กระต่ายน้อยที่ไหนจะควักเงินจ่ายค่าที่พัก 150 แต้มได้ทันทีที่มาถึงนครรัฐดิจิทัล

ต่อให้เขาไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย เขาก็เชื่อว่าแม่สาวน้อยคนนี้คงไม่ยอมให้เถ้าแก่เนี้ยรังแกได้ง่ายๆ แน่

กู้เซี่ยงข่ายรู้สึกปวดฟันตุบๆ การตัดสินใจของเขาพลาดจริงๆ และมักจะจบลงด้วยการเสียเปรียบเสมอ

"ฉันแค่อยากจะขอบคุณคุณ"

หนานเยว่พูดอู้อี้ในขณะที่เคี้ยวเส้นก๋วยเตี๋ยวตุ้ยๆ

กู้เซี่ยงข่ายแค่นเสียง "นครรัฐดิจิทัลไม่เหมือนบ้านเกิดหรอกนะ ที่ทุกคนจะเป็นคนดีใสซื่อบริสุทธิ์น่ะ"

หนานเยว่ก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวต่อไป จนกระทั่งอิ่มแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองกู้เซี่ยงข่าย

"แต่คุณก็ยังยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะทนดูเรื่องไม่ถูกต้องไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?"

กู้เซี่ยงข่ายร้อง "เหอะ" ออกมาคำหนึ่ง "ฉันแค่ทนเห็นผู้ชายรังแกผู้หญิงไม่ได้เท่านั้นแหละ"

หนานเยว่พยักหน้าอย่างจริงจัง "ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร แต่หลักการของฉันคือ บุญคุณต้องทดแทน"

กู้เซี่ยงข่ายทำหน้าเอือมระอา สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่า "เธอนี่หลอกง่ายชะมัด"

หนานเยว่พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ถ้าคุณรู้สึกลำบากใจที่ต้องรับคำขอบคุณเฉยๆ ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่และมีคำถามอยากจะถาม ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยไขข้อข้องใจให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ"

กู้เซี่ยงข่าย : ...เอาเถอะ สรุปคือนี่คือสิ่งที่เธอรออยู่สินะ

ใช่ นับตั้งแต่กู้เซี่ยงข่ายแสดงวีรกรรมช่วยเหลือเธอ หนานเยว่ก็รู้สึกว่า แม้เขาจะดูเหมือนนักเลงหัวไม้และไม่น่าใช่คนดี แต่เขาน่าจะเป็นคนซื่อตรงที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา

ยิ่งไปกว่านั้น กู้เซี่ยงข่ายมีความสามารถสูงและน่าจะรู้เรื่องราวต่างๆ มากกว่านักกวาดล้างทั่วไป

กู้เซี่ยงข่ายคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุด นั่งด้วยท่าทางยียวน "อยากรู้อะไรล่ะ?"

"เรื่องการรับภารกิจในนครรัฐดิจิทัล ข้อควรระวังสำหรับภารกิจแบบหลายคน และคู่มือการเอาตัวรอดค่ะ"

กู้เซี่ยงข่ายขมวดคิ้วมองเธอ "เธอไม่เคยทำภารกิจแบบหลายคนมาก่อนเหรอ?"

หนานเยว่พยักหน้า ไม่ได้ขยายความต่อ แต่กู้เซี่ยงข่ายเป็นคนฉลาดเขาสบถพึมพำแล้วกัดก้นบุหรี่ในปากจนแน่น

"อัจฉริยะ"

ยากจะบอกว่าน้ำเสียงของกู้เซี่ยงข่ายประชดประชันหรือไม่ "เพิ่งเคยเจอคนเป็นๆ ที่ได้บัตรประจำตัวนครรัฐดิจิทัลทันทีที่ออกจากหมู่บ้านมือใหม่ก็คราวนี้แหละ"

หนานเยว่ยอมรับอย่างเปิดเผย เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นข้อยกเว้นอะไร

"อัจฉริยะมีถมเถไปค่ะ"

กู้เซี่ยงข่ายโยนบุหรี่ลงบนโต๊ะ "มีเยอะก็จริง แต่ฉันเพิ่งเคยเห็นตัวเป็นๆ นี่แหละ"

กู้เซี่ยงข่ายยกนิ้วโป้งขึ้น "พวกอัจฉริยะน่ะอยู่กันแต่ในนครรัฐชั้นบนโน่น พวกนั้นไปเร็วมากจนคนธรรมดาตามเงาแทบไม่ทัน"

พูดจบ กู้เซี่ยงข่ายก็เอนหลังกอดอก "เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังทีละเรื่อง"

"ทุกคนมาจากเมืองไร้นาม แต่คนในเมืองไร้นามไม่รู้หรอกว่าไอ้ที่เรียกว่า 'เมืองไร้นาม' น่ะ ไม่ได้มีแค่ที่เดียว แต่มันเป็นแค่รหัสเรียกขาน"

รอยยิ้มของกู้เซี่ยงข่ายดูเยือกเย็น "รู้ไหมว่าเมืองไร้นามมีทั้งหมดกี่แห่ง?"

"299 แห่ง"

ดวงตาของหนานเยว่เบิกกว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินทฤษฎีนี้

เธอและคนรอบข้าง รวมถึงอาจารย์ที่โรงเรียน ต่างเข้าใจว่าทุกคนเกิด เติบโต ถูกคัดเลือก และจากไปจากสถานที่เดียวกัน

เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีนครรัฐที่เหมือนกับบ้านเกิดของเธอถึง 299 แห่ง

"ที่นี่คือนครรัฐดิจิทัลหมายเลข 66 ตอนเลือกเมืองเธอคงสังเกตเห็นแล้วว่ามีนครรัฐดิจิทัลทั้งหมด 103 แห่ง ดังนั้นเมืองไร้นามที่มีระดับต่ำกว่านครรัฐดิจิทัล ย่อมมีจำนวนมากกว่า ไม่ใช่น้อยกว่า"

หนานเยว่หลุบตาลง ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมยามคนนั้นถึงเรียกนักกวาดล้างที่เพิ่งมาจากเมืองไร้นามว่า 'คนขยะ'

เพราะสถานที่ที่พวกเขาจากมานั้น ไม่มีค่าพอแม้แต่จะมีชื่อเรียก

ไม่สิ มันไม่มีแม้แต่รหัสเรียกขานด้วยซ้ำ

นครรัฐทั้ง 299 แห่ง สถานที่ที่หล่อเลี้ยงนักกวาดล้างทุกคน ล้วนใช้ชื่อเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องแยกแยะความแตกต่าง

"ค่อยๆ เรียนรู้ไป โลกนี้ไม่ได้สวยงามเหมือนในหนังสือเรียนหรอก"

กู้เซี่ยงข่ายจุดบุหรี่เสียงดัง 'แกร๊ก' "พวกเราก็เป็นแค่ของใช้แล้วทิ้ง"

หนานเยว่นึกถึงคนเมาในเขตตะวันตกที่ด่าทอโครงการกวาดล้าง "ของใช้แล้วทิ้งของใครคะ?"

ทุกคนคือนักกวาดล้าง แม้แต่กงสุลที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยในนครรัฐก็ยังเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ที่ต้องทำภารกิจร่วมกัน

กู้เซี่ยงข่ายอึ้งกับคำถามของหนานเยว่ ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงเอ่ยขึ้น "...ของไอ้โลกเฮงซวยใบนี้ไง"

หนานเยว่อยากจะหัวเราะ แต่ก็หัวเราะไม่ออก

สำหรับเธอแล้ว เพราะสิ่งที่มีอยู่ในตัว เธอจึงไม่ได้รังเกียจโครงการกวาดล้างมากนัก

หากไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เธอก็อาจจะใกล้ตายอยู่ดี

ทุกค่ำคืนเธอสัมผัสได้ว่าสิ่งที่อยู่ในตัวเธอกำลังแข็งแกร่งขึ้น และความกลัวของเธอก็ทวีความรุนแรงจนยากจะควบคุม

แต่ตอนนี้... ดูเหมือนเธอจะพบวิธีระงับมันได้แล้ว

แต่สำหรับคนอื่น แรงกดดันจากการใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายความเป็นความตายในทุกๆ วันมันหนักหนาสาหัสเกินไป เป็นเรื่องปกติที่จะรับไม่ได้

กู้เซี่ยงข่ายไม่ใช่คนขี้บ่น พูดบ่นไปสองสามประโยคก็วกกลับเข้าเรื่องหลัก

"ในเมืองไร้นาม เธอต้องรับภารกิจทุกๆ 6 วัน แต่ในนครรัฐดิจิทัลคือทุก 10 วัน ยิ่งนครรัฐระดับสูงขึ้น ระยะเวลาพักก็จะนานขึ้น แต่ค่าครองชีพก็จะสูงตามไปด้วย"

หนานเยว่พยักหน้า เธอรู้เรื่องนี้ดี แต่ความจริงก็คือ คนส่วนใหญ่มักจะรับภารกิจก่อนกำหนด เพราะเงินไม่พอใช้นั่นเอง

จบบทที่ บทที่ 13 : การตอบแทน

คัดลอกลิงก์แล้ว