- หน้าแรก
- แค่ปลูกผักก็เทพได้ด้วยระบบผูกมัด
- บทที่ 21 - ม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์สุดสะพรึง
บทที่ 21 - ม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์สุดสะพรึง
บทที่ 21 - ม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์สุดสะพรึง
บทที่ 21 - ม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์สุดสะพรึง
เขาสงสัยมากแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรคนไหนพูดถึงเรื่องนี้อีก กลับกลายเป็นว่าพวกเขาเริ่มถกเถียงกันเรื่องวิชาอาคมที่แต่ละคนฝึกฝน
มีทั้งคาถาเรียกเมฆฝน วิชาพลิกหน้าดิน คาถาชักนำปราณพสุธา...
ถึงแม้จะมีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานเพียงสามคนและที่เหลือล้วนอยู่ขั้นรวบรวมลมปราณ แต่พวกเขาก็เชี่ยวชาญวิชาไม่น้อยเลยทีเดียว วิชาอาคมสารพัดรูปแบบทำให้หลี่เยี่ยเบิกเนตรอย่างแท้จริง
หลี่เยี่ยแอบซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนอย่างเงียบเชียบพร้อมกับฟังพวกเขาถกเถียงเรื่องมรรคผล เขาจดบันทึกเคล็ดลับที่บางคนเผลอหลุดปากพูดออกมาและตั้งใจว่ากลับไปจะบันทึกลงในป้ายหยกทันที รอให้ตัวเองทะลวงถึงขั้นสร้างรากฐานเสียก่อนแล้วค่อยศึกษาอย่างละเอียด
เมื่อครู่เขาทำตัวโดดเด่นมากพอแล้ว ตอนนี้หลบอยู่เงียบๆ กอบโกยผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียวดีกว่า
โชคดีที่เขาหลบซ่อนตัวแบบนี้จึงไม่มีใครจงใจมาหาเรื่อง
หลังจากการเสวนาธรรมสิ้นสุดลง เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรก็หยิบของล้ำค่าของตนออกมาแลกเปลี่ยน ซูหยาและผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานอีกสองคนหยิบโอสถ ตำรา และของวิเศษออกมาตามลำดับ
ในบรรดาสิ่งของเหล่านั้น ของวิเศษจากแม่นางแซ่เจียงทำให้หลี่เยี่ยหันไปมองด้วยความสนใจ
มันคือจานกลมที่หล่อจากเหล็ก
เมื่อใส่หินวิญญาณลงไปมันจะกางออกโดยอัตโนมัติ แท่งเหล็กที่ยื่นออกมาจะแทงลึกลงไปในดิน มันสามารถส่งกระแสน้ำและพลังปราณไปยังบริเวณที่ท่อเหล็กทอดไปถึงได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถควบคุมปริมาณน้ำและพลังปราณได้อีกด้วย
ยืดท่อออกไปได้สูงสุดถึงแปดเส้น
"ของสิ่งนี้มีชื่อว่าจานกลมควบคุมพสุธา"
"เป็นของวิเศษที่ดัดแปลงมาจากคาถาควบคุมพสุธาฉบับย่อส่วน สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ประมาณสิบหมู่"
"แม้ว่าอานุภาพจะเทียบไม่ได้กับของดั้งเดิมเลยสักนิด แต่หากนำมาใช้ปลูกพืชวิญญาณหรือเลี้ยงสัตว์วิญญาณก็ถือว่าช่วยทุ่นแรงได้มาก"
เธอพูดคุยแนะนำอย่างฉะฉาน "ผู้อาวุโสของตระกูลเจียงและโรงหุ่นกลบ้านสกุลม่อมีความร่วมมือกัน หากนำของวิเศษชิ้นนี้ไปขายข้างนอก อย่างไรก็ต้องมีราคาสูงถึงห้าร้อยก้อนหินวิญญาณ ทว่าตอนนี้เพียงแค่สองร้อยก้อนก็พอแล้ว"
หลี่เยี่ยรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
ของสิ่งนี้ดูเหมือนระบบน้ำหยดในยุคก่อนที่เขาจะข้ามภพมาเปี๊ยบ มันสามารถจ่ายพลังปราณไปที่รากได้โดยตรง ถึงแม้เขาจะมีพวกบีเวอร์คอยช่วย แต่พวกมันก็ทำได้แค่รดน้ำเท่านั้น
ประกอบกับเขื่อนและลำธารที่พวกบีเวอร์ขุดนั้นมีมากเกินไปจริงๆ ลานบ้านของเขาจึงดูรกไปหน่อย หากมีสิ่งนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาไปได้มาก
ดังนั้นเขาจึงร้องตะโกนขึ้นทันที "ผู้อาวุโสเจียง ของชิ้นนี้ผู้น้อยขอรับไว้เอง!"
พอเขาตะโกนออกไปแบบนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ที่ยังรู้สึกลังเลก็ต้องยอมถอยอย่างช่วยไม่ได้ เงินสองร้อยหินวิญญาณนั้นพวกเขาสามารถจ่ายไหว ทว่าหากต้องเสียไปเพียงเพื่อความสะดวกสบายก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
"ตกลง" แม่นางแซ่เจียงรับหินวิญญาณสองร้อยก้อนของเขาไป แล้วยื่นจานกลมที่หดตัวลงให้เขาทันที พร้อมกับกำชับว่า "หินวิญญาณหนึ่งก้อนจะทำให้มันทำงานได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ อย่าลืมเปลี่ยนหินวิญญาณให้ตรงเวลาด้วยล่ะ"
"หากเกิดความเสียหายอันใดก็มาหาข้าที่โรงหลอมวิเศษของตระกูลเจียงได้เลย"
"ขอบพระคุณผู้อาวุโส"
หลี่เยี่ยพยักหน้ารับจานกลมมาแล้วก้าวถอยหลังอย่างเงียบเชียบ
เขากวาดสายตามองของที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรนำมาขาย เพื่อดูว่าจะสามารถหาของที่มีประโยชน์ได้หรือไม่
ผลปรากฏว่าเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ เขาก็บังเอิญเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่ง หนังสือเล่มนั้นดูธรรมดาแสนธรรมดาและยังมีสีเหลืองซีดเล็กน้อย
ทว่า...สิ่งนั้นกลับเป็นสัตว์วิญญาณ!
[ชื่อ] : ม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์
[สถานะ] : หลับใหลชั่วนิรันดร์ ไม่สามารถตื่นขึ้นได้หากไม่มีพลังพิเศษมากระตุ้น
[อารมณ์] : ไม่มี
[สามารถผูกมัด] : พืชวิญญาณชนิดใดก็ได้ที่สามารถมอบพลังปราณให้มันตื่นขึ้นมาได้
โอ้ สัตว์วิญญาณที่กลายร่างเป็นม้วนตำรางั้นหรือ
เขาข่มความตื่นเต้นในใจแล้วเดินเข้าไปหาผู้บำเพ็ญเพียรคนนี้ เอ่ยถามอย่างมีมารยาท "ข้าเห็นของที่สหายนักพรตนำมาขายดูเหมือนจะมีแต่หนังสือและคัมภีร์โบราณ ไม่ทราบว่าบันทึกวิชาอาคมขั้นสูงอันใดไว้หรือ"
ผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นรีบส่ายหน้า "นี่ไม่ใช่คัมภีร์วิชาอาคมขั้นสูงอะไรหรอก ข้างในเป็นเรื่องราวลี้ลับและเรื่องเล่าปรัมปราของชาวบ้าน"
"ผู้อาวุโสของข้าสะสมของพวกนี้ไว้เยอะมากจนล้น ข้าก็เลยอยากนำมาแลกเป็นหินวิญญาณสักหน่อย"
"หากสหายนักพรตคิดว่าน่าสนใจก็เปิดดูได้ตามสบายเลย"
"ราคาเพียงเล่มละหนึ่งหินวิญญาณก็พอ"
หลี่เยี่ยแกล้งทำเป็นอยากรู้อยากเห็น เขาเปิดดูหนังสือสองเล่มอย่างลวกๆ จากนั้นก็หยิบ "ม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์" ขึ้นมาเปิดดูอย่างแนบเนียน
ผิดคาดที่ข้างในไม่ได้มีเพียงตัวอักษรจ้วนที่เขียนอย่างเป็นระเบียบ แต่ยังมีภาพประกอบด้วย
เนื้อหาคร่าวๆ ดูเหมือนจะเกี่ยวกับลานบ้านแห่งหนึ่งที่มีต้นไม้อาถรรพ์อายุพันปี ต้นไม้นี้เดิมทีเป็นพืชวิญญาณธาตุหยิน พออยู่มานานปีเข้าก็ย่อมเกิดเรื่องประหลาดขึ้นเป็นธรรมดา
จะว่าไปเรื่องราวนี้ก็สนุกดีเหมือนกันนะ
"เอาเล่มนี้กับเล่มนี้ละกัน!" หลี่เยี่ยตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วหยิบหินวิญญาณออกมาสองก้อน ถือม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์และหนังสืออีกเล่มไว้ในมือ
ผู้บำเพ็ญเพียรที่ขายหนังสือก็ยิ้มแฉ่งด้วยความดีใจ
เรื่องราวลี้ลับสารพัดที่บรรพบุรุษของเขาสะสมไว้นั้นมีเยอะมากจนกองเป็นภูเขาเลากา เขาเพียงแค่แอบหยิบมาสองสามเล่มเพื่อดูว่าจะนำมาแลกเป็นหินวิญญาณได้หรือไม่
ไม่นึกเลยว่าจะมีคนยอมเอาหินวิญญาณมาแลกจริงๆ
ท่ามกลางความตื่นเต้น เขายังไม่ลืมที่จะพยายามจับสหายนักพรตหลี่ผู้เป็นเศรษฐีหน้าโง่คนนี้ไว้
"ที่บ้านของข้ายังมีตำราโบราณเรื่องลี้ลับแบบนี้อยู่อีกบ้าง"
"หากสหายนักพรตชื่นชอบ อีกหนึ่งเดือนให้หลังเชิญแวะไปหาแผงหนังสือของข้าที่มุมทิศตะวันออกของตลาดได้เลย รับรองว่าเรื่องราวในนั้นต้องทำให้สหายนักพรตพึงพอใจอย่างแน่นอน!"
หลี่เยี่ยพยักหน้า "ได้เลย"
เขาก็คาดหวังว่าสหายนักพรตที่ขายหนังสือคนนี้จะมอบ "ความประหลาดใจ" ให้กับเขาบ้าง
ทั้งสองฝ่ายต่างพอใจกับการซื้อขายครั้งนี้
และหลังจากที่หลี่เยี่ยซื้อของวิเศษมาหนึ่งชิ้นกับหนังสืออีกสองเล่ม เขาก็ไม่พบของที่อยากได้อีกเลย จึงตัดสินใจหลบไปนั่งมุมหนึ่งแล้วลิ้มรสผลไม้สด ขนมหวาน และสุรา
และแล้วงานพบปะเล็กๆ ในสวนท้อครั้งนี้ก็จบลงท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างรื่นเริง
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว
หลี่เยี่ยปฏิเสธคำชวนของสหายนักพรตโจวที่อยากจะเดินทางกลับด้วยกัน เขากลับมาถึงบ้านท่ามกลางแสงตะวันยามเย็น ก่อนอื่นก็ตรวจดูสัตว์วิญญาณและพืชวิญญาณในบ้าน ซึ่งทุกอย่างก็ปกติดีไม่มีเรื่องร้ายแรงอันใดเกิดขึ้น
จากนั้นเขาก็นำจานกลมควบคุมพสุธาฝังลงไปในดิน บังคับให้ท่อเหล็กเสียบเข้าไปใกล้รากของต้นข้าวสาลี ผักตบชวา ดอกบัว และพืชวิญญาณอื่นๆ แล้วสั่งให้พวกบีเวอร์คอยเติมน้ำที่ปากทางเข้าของจานกลมต่อจากนี้ก็พอ
พวกบีเวอร์ยังคงฉลาดแสนรู้เหมือนเคย พวกมันเข้าใจความหมายของเขาทันที มิหนำซ้ำยังทำลายเขื่อนที่เกินความจำเป็นบางส่วนทิ้ง แล้วขนวัสดุกลับไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับรังของตัวเอง
เมื่อลดจำนวนเขื่อนและทางน้ำลง ลานบ้านก็ดูสะอาดตาขึ้นมาก จานกลมควบคุมพสุธาสามารถส่งน้ำไปยังชั้นดินบริเวณพืชวิญญาณแต่ละต้นได้อย่างแม่นยำ ถือว่าสะดวกสบายขึ้นมากจริงๆ
"ความรู้สึกที่ไม่ต้องลงมือทำอะไรให้เหนื่อยนี่มันดีจริงๆ แฮะ"
หลี่เยี่ยเดินเตร็ดเตร่ถือม้วนตำราพฤกษาอาถรรพ์ไปมา สุดท้ายก็เดินมาหยุดอยู่ข้างดอกบัว เขารู้สึกว่าตอนนี้ตนเองมีเพียงพลังปราณของดอกบัวดอกนี้ที่ดูจะเยอะกว่าเพื่อนสักหน่อย
ทว่าพอเขาลองใช้หน้าต่างระบบ
ไม่เพียงแต่ดอกบัวดอกนั้นจะสั่นเทาและแผ่กระแสความหวาดกลัวออกมา แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
[ไม่สามารถผูกมัดได้ การผูกมัดจำเป็นต้องใช้แก่นแท้พลังชีวิต 2000 จุด]
ตัวเลขนี้ทำให้หลี่เยี่ยลอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
สองพันจุด!
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาผูกมัดกับปลาหลีฮื้อมังกรชาดระดับสองก็ใช้ไปแค่ร้อยจุดไม่ใช่หรือ นี่พุ่งปรี๊ดไปถึงสองพันจุด ตกลงมันคือสัตว์วิญญาณระดับไหนกันแน่
ไม่สิ นี่คงไม่ใช่ปีศาจวิญญาณหรอกนะ!
เขาก้มมองหนังสือเก่าแก่ในมือ หากไม่ใช่เพราะหน้าต่างระบบระบุชัดเจนว่ามันจะหลับใหลชั่วนิรันดร์หากไม่มีสถานการณ์พิเศษ เขาคงหวาดระแวงและโยนมันทิ้งไปนานแล้ว!
ใครจะไปคิดล่ะว่ามันจะน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้
[จบแล้ว]