- หน้าแรก
- ระบบร้านสัตว์เลี้ยงระดับพระเจ้า
- บทที่ 14: ภารกิจสำเร็จลุล่วง!
บทที่ 14: ภารกิจสำเร็จลุล่วง!
บทที่ 14: ภารกิจสำเร็จลุล่วง!
ทว่า สัตว์อสูรก็ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แล้วหมดไปในชีวิตประจำวัน แม้แต่คนที่มีความต้องการจะซื้อก็ยังต้องเดินดูหลายๆ ร้านเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจะควักเงินจ่ายจริงๆ
ดังนั้น ตลอดทั้งช่วงบ่าย คนส่วนใหญ่จึงแค่แวะเข้ามาดู และไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลยแม้แต่รายการเดียว
บางทีอาจเป็นเพราะในร้านมีสัตว์อสูรน้อยเกินไป ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกจำกัด
หรืออาจเป็นเพราะเจ้าของร้านดูอายุน้อยเกินไป จนดูเหมือนว่ายังขาดประสบการณ์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรที่มากพอ
ภารกิจของหลัวเฉินจึงติดแหง็กอยู่ตรงยอดขายสัตว์อสูรตัวสุดท้ายนี่เอง
วันนี้หลัวเฉินไม่ได้ปิดร้านเร็วเหมือนเมื่อวาน เขาตั้งใจจะขยายเวลาเปิดร้านไปจนถึงสี่ทุ่ม
ประมาณหกโมงเย็น หลัวหยางก็หิ้วข้าวปลาอาหารมานั่งกินเป็นเพื่อนหลัวเฉิน ซึ่งก็เหมือนกับมื้อเที่ยงที่เขาซื้อมาจากร้านอาหารแถวๆ นี้
ทันทีที่หลัวเฉินเห็นหลัวหยาง ชายหนุ่มที่กำลังกลัดกลุ้มว่าจะขายสัตว์อสูรตัวสุดท้ายยังไงดีก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
หลัวหยางนี่แหละ ลูกค้าชั้นดีที่ส่งตรงมาถึงที่ไม่ใช่หรือไง!
ดังนั้น ทันทีที่หลัวหยางวางกับข้าวลงบนโต๊ะ หลัวเฉินก็รีบดึงตัวเขามาแล้วเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
"น้องชาย นายกำลังจะเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับวิญญาณแล้วใช่ไหมล่ะ? นายยังไม่ได้ซื้อสัตว์อสูรตัวที่สองเลยนี่ ฉันว่ากระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้เหมาะกับนายมากเลยนะ"
หืม??
หลัวหยางงุนงงกับการกระทำที่ปุบปับของหลัวเฉิน นี่พี่ชายตั้งใจจะให้เขาทำสัญญากับกระต่ายหอมกรุ่นเป็นสัตว์อสูรตัวที่สองงั้นเหรอ?
เขาทาบฝ่ามือลงบนหน้าผากของหลัวเฉินแล้วถามด้วยความสงสัย "พี่ เป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย? เอ๊ะ ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา"
หลัวเฉินปัดมือของหลัวหยางออกและอ้างสิทธิ์ความเป็นพี่ชาย เอ่ยขึ้นว่า "ฉันดูออกนะว่านายชอบกระต่ายหอมกรุ่นตัวนั้นมาก นายคงอยากจะซื้อมันกลับบ้านล่ะสิ เอาล่ะ ไปจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ได้เลย"
สีหน้าของหลัวหยางเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากกว่าเดิม หรือว่ากิจการจะแย่จนพี่ชายของเขาได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ? อาการแบบนี้ดูน่ากลัวกว่าโรคเสียขวัญซะอีก
แต่หลัวเฉินไม่ได้สนใจว่าตอนนี้หลัวหยางกำลังคิดอะไรอยู่ เขาลากตัวน้องชายไปที่เคาน์เตอร์คิดเงินทันที
"ทั้งหมดสองหมื่นห้าพันเหรียญวิญญาณครับคุณลูกค้า"
หลัวหยางมองหลัวเฉินด้วยความเป็นห่วง และหยิบเทอร์มินัลออกมาจ่ายเงินด้วยความมึนงง
"ภารกิจเสร็จสิ้น ต้องการรับรางวัลตอนนี้เลยหรือไม่?"
หลัวเฉินเลือกปฏิเสธทันที เขาคว้ากระต่ายหอมกรุ่นกลับมาจากมือของหลัวหยางแล้วจับมันยัดกลับเข้าไปในกรงตามเดิม
หลัวหยางมองดูการกระทำของหลัวเฉินด้วยความสับสนพลางเกาหัวแกรกๆ แต่ก็ดีแล้วที่หลัวเฉินไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาทำสัญญากับกระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้จริงๆ
"คำเตือน: ห้ามมีพฤติกรรมกลั่นแกล้งลูกค้า กรุณาคืนสัตว์อสูรให้ลูกค้า รางวัลนี้จะถูกหักออก 10%"
ร่างของหลัวเฉินแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงของระบบ ดูเหมือนว่าช่องโหว่ของระบบนี้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์กันได้ง่ายๆ ด้วยความหัวไว เขาจึงรีบตะโกนขึ้นมาทันที
"น้องชาย นายต้องการฝากเลี้ยงกระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้ไว้ที่ร้านใช่ไหม?"
"เอ่อ... ครับ"
เอาเถอะ ตราบใดที่หลัวเฉินไม่ได้ให้เขาเอากระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้กลับไปทำสัญญาด้วย หลัวเฉินจะว่ายังไงก็ว่าตามนั้นแล้วกัน
เมื่อไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบอีก หลัวเฉินก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ไม่ทันไรก็ต้องรู้สึกปวดใจจี๊ดขึ้นมาทันที
รางวัล 10% นั่นมันหญ้าวิญญาณเร้นลับมูลค่าตั้งสามแสนเหรียญวิญญาณเชียวนะ!
หลังจากรีบกินมื้อค่ำจนเสร็จ หลัวเฉินก็ส่งหลัวหยางกลับบ้าน
จากนั้นเขาก็ล็อคประตูร้านแล้วแขวนป้าย 'ปิดให้บริการชั่วคราว' ไว้ด้านนอก
ก่อนจะรีบกลับมาตรวจสอบของรางวัลที่ได้รับอย่างใจจดใจจ่อ
"รับรางวัล" หลัวเฉินพึมพำในใจ
รอยแยกมิติเปิดออกกลางอากาศบนชั้นหนึ่งของร้านสัตว์เลี้ยงเฉินหยางโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า จากนั้นสิ่งของหลายชิ้นก็ถูกโยนออกมาจากรอยแยกราวกับเป็นขยะ
แล้วรอยแยกนั้นก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว หลัวเฉินถึงกับสัมผัสได้ถึงความรังเกียจอย่างสุดจะทนที่รอยแยกนั้นมีต่อร้านและของรางวัล
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลัวเฉินเห็นหญ้าวิญญาณเร้นลับที่กองอยู่บนพื้น เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
ต้นไม้รูปร่างคล้ายใบหญ้าที่มีใบประปรายเหล่านี้ดูเหมือนกับหญ้าวิญญาณเร้นลับในความทรงจำของเขาไม่มีผิดเพี้ยน อันที่จริง ต้นไม้สองสามต้นบนพื้นนี้ดูจะสูงกว่าที่เขาเคยเห็นในข่าวบ่อยๆ ก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ
หลัวเฉินรีบขึ้นไปที่โกดังบนชั้นสอง หาต้นกระถางที่ใช้สำหรับเพาะปลูกสัตว์อสูรสายพฤกษามาได้ และจัดการปลูกหญ้าวิญญาณเร้นลับลงไปกระถางละต้นจนครบทั้งเก้ากระถาง
หลังจากวุ่นวายอยู่เพียงครู่เดียว หลัวเฉินก็สัมผัสได้ว่ามวลพลังงานภายในร้านมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น
เจ้าก้อนขนตัวน้อยข้างกายถึงกับเข้าไปกอดกระถางหญ้าวิญญาณเร้นลับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย หลัวเฉินจึงทำได้แค่ปล่อยมันไป
เมื่อมวลอากาศอุดมไปด้วยพลังงาน ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็ตกไปอยู่กับเหล่าสัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ในร้าน พวกมันสามารถดูดซับพลังงานจำนวนมากได้ในทุกๆ ลมหายใจเข้าออก
ดังนั้น แม้จะไม่ต้องเพาะเลี้ยงอะไรมากมาย พวกมันก็มีรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นๆ แล้ว
"ภารกิจใหม่: ขายสัตว์อสูรหกตัว, ต้อนรับลูกค้า 200 คน และรับฝากเลี้ยงสัตว์อสูรสามตัว จำกัดเวลา: 10 วัน
รางวัลภารกิจ: สิทธิ์การเข้าสำรวจมิติเร้นลับระดับหนึ่งแบบถาวร"
"เปิดใช้งานระบบระดับร้านค้า: ระดับร้านค้าปัจจุบันคือ ระดับ 1
บทวิจารณ์ประเมินผล: ก็แค่ร้านขยะๆ ที่บริหารโดยมือใหม่อ่อนหัด คงไม่มีใครเอาเงินมาทิ้งที่นี่จริงๆ หรอกมั้ง?"
คราวนี้ไม่ใช่เสียงที่ดังขึ้น แต่เป็นหน้าต่างระบบที่คล้ายคลึงกับเนตรแห่งความจริงปรากฏขึ้นมาแทน
มันดูคล้ายกับเกมบริหารจัดการบนเว็บที่หลัวเฉินเคยเล่นในชาติก่อน ซึ่งดูหยาบและเรียบง่ายมาก
หลัวเฉินฝืนใจไม่มองคำวิจารณ์ประเมินผลของระบบร้านค้า เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องหัวเสียไปกับระบบปากหมานี่
"ไอ้ระดับร้านค้านี่มันคืออะไร? แล้วมันให้สิทธิ์อะไรบ้าง?" หลัวเฉินเอ่ยถามในใจ
เสียงของระบบดังตอบกลับมาข้างหูของหลัวเฉิน
"ระดับร้านค้าจะถูกกำหนดโดยการประเมินผลรวมจากยอดขายของร้านค้า ความพึงพอใจของลูกค้า ระดับของสัตว์อสูรที่จัดการบริหาร และอิทธิพลของร้านค้า รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ซึ่งระดับที่แตกต่างกันจะให้สิทธิ์ที่แตกต่างกันไป
ร้านค้าระดับ 1 จะได้รับสิทธิ์ดังต่อไปนี้: เพิ่มโควตาการเพาะเลี้ยงในสระชำระล้างสำหรับสัตว์อสูรขนาดเล็กเป็นห้าตัวต่อวัน, สิทธิ์ถือครองมิติเร้นลับถาวรหนึ่งแห่ง, ขยายพื้นที่ร้านค้าเป็น 500 ตารางเมตร (สองชั้น) และผู้จัดการร้านหนึ่งตำแหน่ง"
ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก แต่การได้โควตาในสระชำระล้างเพิ่มขึ้นมาอีกสองตัวก็ถือเป็นเรื่องดี
"แล้วไอ้มิติเร้นลับที่ว่านี่มันเป็นยังไง?"
"สามารถอธิบายได้ว่า ร้านค้าจะมีมิติเร้นลับแบบเอกสิทธิ์เฉพาะตัว และจะมีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตจากผู้จัดการร้านเท่านั้นที่สามารถเข้าออก หรือนำสัตว์อสูรเข้าออกได้
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในนั้นยังมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร หรือสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษบางชนิดอีกด้วย
ขีดจำกัดสูงสุดสำหรับสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในมิติเร้นลับระดับ 1 คือสัตว์อสูรระดับดุร้าย และระดับของสัตว์อสูรที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ก็คือระดับดุร้ายเช่นกัน"
หลัวเฉินเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง นี่มันเท่ากับเป็นการมอบแหล่งซัพพลายเออร์ที่มั่นคงให้กับเขาไม่ใช่หรือไง? ตราบใดที่เขามีมิติเร้นลับ เขาก็สามารถไปจับสัตว์อสูรจากข้างในนั้นมาขายได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกไปคัดเลือกสัตว์อสูร นำมาเพาะเลี้ยง แล้วค่อยเอามาขายต่ออีกทอดหนึ่งอีกต่อไป
เมื่อคิดตกแล้ว หลัวเฉินก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะรีบทำภารกิจที่สองของระบบให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และคว้าเอามิติเร้นลับเฉพาะตัวของร้านมาครองให้จงได้