เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ภารกิจสำเร็จลุล่วง!

บทที่ 14: ภารกิจสำเร็จลุล่วง!

บทที่ 14: ภารกิจสำเร็จลุล่วง!


ทว่า สัตว์อสูรก็ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แล้วหมดไปในชีวิตประจำวัน แม้แต่คนที่มีความต้องการจะซื้อก็ยังต้องเดินดูหลายๆ ร้านเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจะควักเงินจ่ายจริงๆ

ดังนั้น ตลอดทั้งช่วงบ่าย คนส่วนใหญ่จึงแค่แวะเข้ามาดู และไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลยแม้แต่รายการเดียว

บางทีอาจเป็นเพราะในร้านมีสัตว์อสูรน้อยเกินไป ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกจำกัด

หรืออาจเป็นเพราะเจ้าของร้านดูอายุน้อยเกินไป จนดูเหมือนว่ายังขาดประสบการณ์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรที่มากพอ

ภารกิจของหลัวเฉินจึงติดแหง็กอยู่ตรงยอดขายสัตว์อสูรตัวสุดท้ายนี่เอง

วันนี้หลัวเฉินไม่ได้ปิดร้านเร็วเหมือนเมื่อวาน เขาตั้งใจจะขยายเวลาเปิดร้านไปจนถึงสี่ทุ่ม

ประมาณหกโมงเย็น หลัวหยางก็หิ้วข้าวปลาอาหารมานั่งกินเป็นเพื่อนหลัวเฉิน ซึ่งก็เหมือนกับมื้อเที่ยงที่เขาซื้อมาจากร้านอาหารแถวๆ นี้

ทันทีที่หลัวเฉินเห็นหลัวหยาง ชายหนุ่มที่กำลังกลัดกลุ้มว่าจะขายสัตว์อสูรตัวสุดท้ายยังไงดีก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

หลัวหยางนี่แหละ ลูกค้าชั้นดีที่ส่งตรงมาถึงที่ไม่ใช่หรือไง!

ดังนั้น ทันทีที่หลัวหยางวางกับข้าวลงบนโต๊ะ หลัวเฉินก็รีบดึงตัวเขามาแล้วเอ่ยอย่างกระตือรือร้น

"น้องชาย นายกำลังจะเลื่อนขั้นเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับวิญญาณแล้วใช่ไหมล่ะ? นายยังไม่ได้ซื้อสัตว์อสูรตัวที่สองเลยนี่ ฉันว่ากระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้เหมาะกับนายมากเลยนะ"

หืม??

หลัวหยางงุนงงกับการกระทำที่ปุบปับของหลัวเฉิน นี่พี่ชายตั้งใจจะให้เขาทำสัญญากับกระต่ายหอมกรุ่นเป็นสัตว์อสูรตัวที่สองงั้นเหรอ?

เขาทาบฝ่ามือลงบนหน้าผากของหลัวเฉินแล้วถามด้วยความสงสัย "พี่ เป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย? เอ๊ะ ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา"

หลัวเฉินปัดมือของหลัวหยางออกและอ้างสิทธิ์ความเป็นพี่ชาย เอ่ยขึ้นว่า "ฉันดูออกนะว่านายชอบกระต่ายหอมกรุ่นตัวนั้นมาก นายคงอยากจะซื้อมันกลับบ้านล่ะสิ เอาล่ะ ไปจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ได้เลย"

สีหน้าของหลัวหยางเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากกว่าเดิม หรือว่ากิจการจะแย่จนพี่ชายของเขาได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ? อาการแบบนี้ดูน่ากลัวกว่าโรคเสียขวัญซะอีก

แต่หลัวเฉินไม่ได้สนใจว่าตอนนี้หลัวหยางกำลังคิดอะไรอยู่ เขาลากตัวน้องชายไปที่เคาน์เตอร์คิดเงินทันที

"ทั้งหมดสองหมื่นห้าพันเหรียญวิญญาณครับคุณลูกค้า"

หลัวหยางมองหลัวเฉินด้วยความเป็นห่วง และหยิบเทอร์มินัลออกมาจ่ายเงินด้วยความมึนงง

"ภารกิจเสร็จสิ้น ต้องการรับรางวัลตอนนี้เลยหรือไม่?"

หลัวเฉินเลือกปฏิเสธทันที เขาคว้ากระต่ายหอมกรุ่นกลับมาจากมือของหลัวหยางแล้วจับมันยัดกลับเข้าไปในกรงตามเดิม

หลัวหยางมองดูการกระทำของหลัวเฉินด้วยความสับสนพลางเกาหัวแกรกๆ แต่ก็ดีแล้วที่หลัวเฉินไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาทำสัญญากับกระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้จริงๆ

"คำเตือน: ห้ามมีพฤติกรรมกลั่นแกล้งลูกค้า กรุณาคืนสัตว์อสูรให้ลูกค้า รางวัลนี้จะถูกหักออก 10%"

ร่างของหลัวเฉินแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงของระบบ ดูเหมือนว่าช่องโหว่ของระบบนี้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์กันได้ง่ายๆ ด้วยความหัวไว เขาจึงรีบตะโกนขึ้นมาทันที

"น้องชาย นายต้องการฝากเลี้ยงกระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้ไว้ที่ร้านใช่ไหม?"

"เอ่อ... ครับ"

เอาเถอะ ตราบใดที่หลัวเฉินไม่ได้ให้เขาเอากระต่ายหอมกรุ่นตัวนี้กลับไปทำสัญญาด้วย หลัวเฉินจะว่ายังไงก็ว่าตามนั้นแล้วกัน

เมื่อไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบอีก หลัวเฉินก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ไม่ทันไรก็ต้องรู้สึกปวดใจจี๊ดขึ้นมาทันที

รางวัล 10% นั่นมันหญ้าวิญญาณเร้นลับมูลค่าตั้งสามแสนเหรียญวิญญาณเชียวนะ!

หลังจากรีบกินมื้อค่ำจนเสร็จ หลัวเฉินก็ส่งหลัวหยางกลับบ้าน

จากนั้นเขาก็ล็อคประตูร้านแล้วแขวนป้าย 'ปิดให้บริการชั่วคราว' ไว้ด้านนอก

ก่อนจะรีบกลับมาตรวจสอบของรางวัลที่ได้รับอย่างใจจดใจจ่อ

"รับรางวัล" หลัวเฉินพึมพำในใจ

รอยแยกมิติเปิดออกกลางอากาศบนชั้นหนึ่งของร้านสัตว์เลี้ยงเฉินหยางโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า จากนั้นสิ่งของหลายชิ้นก็ถูกโยนออกมาจากรอยแยกราวกับเป็นขยะ

แล้วรอยแยกนั้นก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว หลัวเฉินถึงกับสัมผัสได้ถึงความรังเกียจอย่างสุดจะทนที่รอยแยกนั้นมีต่อร้านและของรางวัล

อย่างไรก็ตาม เมื่อหลัวเฉินเห็นหญ้าวิญญาณเร้นลับที่กองอยู่บนพื้น เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย

ต้นไม้รูปร่างคล้ายใบหญ้าที่มีใบประปรายเหล่านี้ดูเหมือนกับหญ้าวิญญาณเร้นลับในความทรงจำของเขาไม่มีผิดเพี้ยน อันที่จริง ต้นไม้สองสามต้นบนพื้นนี้ดูจะสูงกว่าที่เขาเคยเห็นในข่าวบ่อยๆ ก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ

หลัวเฉินรีบขึ้นไปที่โกดังบนชั้นสอง หาต้นกระถางที่ใช้สำหรับเพาะปลูกสัตว์อสูรสายพฤกษามาได้ และจัดการปลูกหญ้าวิญญาณเร้นลับลงไปกระถางละต้นจนครบทั้งเก้ากระถาง

หลังจากวุ่นวายอยู่เพียงครู่เดียว หลัวเฉินก็สัมผัสได้ว่ามวลพลังงานภายในร้านมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น

เจ้าก้อนขนตัวน้อยข้างกายถึงกับเข้าไปกอดกระถางหญ้าวิญญาณเร้นลับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย หลัวเฉินจึงทำได้แค่ปล่อยมันไป

เมื่อมวลอากาศอุดมไปด้วยพลังงาน ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็ตกไปอยู่กับเหล่าสัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ในร้าน พวกมันสามารถดูดซับพลังงานจำนวนมากได้ในทุกๆ ลมหายใจเข้าออก

ดังนั้น แม้จะไม่ต้องเพาะเลี้ยงอะไรมากมาย พวกมันก็มีรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นๆ แล้ว

"ภารกิจใหม่: ขายสัตว์อสูรหกตัว, ต้อนรับลูกค้า 200 คน และรับฝากเลี้ยงสัตว์อสูรสามตัว จำกัดเวลา: 10 วัน

รางวัลภารกิจ: สิทธิ์การเข้าสำรวจมิติเร้นลับระดับหนึ่งแบบถาวร"

"เปิดใช้งานระบบระดับร้านค้า: ระดับร้านค้าปัจจุบันคือ ระดับ 1

บทวิจารณ์ประเมินผล: ก็แค่ร้านขยะๆ ที่บริหารโดยมือใหม่อ่อนหัด คงไม่มีใครเอาเงินมาทิ้งที่นี่จริงๆ หรอกมั้ง?"

คราวนี้ไม่ใช่เสียงที่ดังขึ้น แต่เป็นหน้าต่างระบบที่คล้ายคลึงกับเนตรแห่งความจริงปรากฏขึ้นมาแทน

มันดูคล้ายกับเกมบริหารจัดการบนเว็บที่หลัวเฉินเคยเล่นในชาติก่อน ซึ่งดูหยาบและเรียบง่ายมาก

หลัวเฉินฝืนใจไม่มองคำวิจารณ์ประเมินผลของระบบร้านค้า เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องหัวเสียไปกับระบบปากหมานี่

"ไอ้ระดับร้านค้านี่มันคืออะไร? แล้วมันให้สิทธิ์อะไรบ้าง?" หลัวเฉินเอ่ยถามในใจ

เสียงของระบบดังตอบกลับมาข้างหูของหลัวเฉิน

"ระดับร้านค้าจะถูกกำหนดโดยการประเมินผลรวมจากยอดขายของร้านค้า ความพึงพอใจของลูกค้า ระดับของสัตว์อสูรที่จัดการบริหาร และอิทธิพลของร้านค้า รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ซึ่งระดับที่แตกต่างกันจะให้สิทธิ์ที่แตกต่างกันไป

ร้านค้าระดับ 1 จะได้รับสิทธิ์ดังต่อไปนี้: เพิ่มโควตาการเพาะเลี้ยงในสระชำระล้างสำหรับสัตว์อสูรขนาดเล็กเป็นห้าตัวต่อวัน, สิทธิ์ถือครองมิติเร้นลับถาวรหนึ่งแห่ง, ขยายพื้นที่ร้านค้าเป็น 500 ตารางเมตร (สองชั้น) และผู้จัดการร้านหนึ่งตำแหน่ง"

ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก แต่การได้โควตาในสระชำระล้างเพิ่มขึ้นมาอีกสองตัวก็ถือเป็นเรื่องดี

"แล้วไอ้มิติเร้นลับที่ว่านี่มันเป็นยังไง?"

"สามารถอธิบายได้ว่า ร้านค้าจะมีมิติเร้นลับแบบเอกสิทธิ์เฉพาะตัว และจะมีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตจากผู้จัดการร้านเท่านั้นที่สามารถเข้าออก หรือนำสัตว์อสูรเข้าออกได้

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในนั้นยังมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์อสูร หรือสัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษบางชนิดอีกด้วย

ขีดจำกัดสูงสุดสำหรับสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในมิติเร้นลับระดับ 1 คือสัตว์อสูรระดับดุร้าย และระดับของสัตว์อสูรที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ก็คือระดับดุร้ายเช่นกัน"

หลัวเฉินเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง นี่มันเท่ากับเป็นการมอบแหล่งซัพพลายเออร์ที่มั่นคงให้กับเขาไม่ใช่หรือไง? ตราบใดที่เขามีมิติเร้นลับ เขาก็สามารถไปจับสัตว์อสูรจากข้างในนั้นมาขายได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกไปคัดเลือกสัตว์อสูร นำมาเพาะเลี้ยง แล้วค่อยเอามาขายต่ออีกทอดหนึ่งอีกต่อไป

เมื่อคิดตกแล้ว หลัวเฉินก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะรีบทำภารกิจที่สองของระบบให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และคว้าเอามิติเร้นลับเฉพาะตัวของร้านมาครองให้จงได้

จบบทที่ บทที่ 14: ภารกิจสำเร็จลุล่วง!

คัดลอกลิงก์แล้ว