เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82 - เจ้าคิดว่าตัวเองแน่มากงั้นรึ

บทที่ 82 - เจ้าคิดว่าตัวเองแน่มากงั้นรึ

บทที่ 82 - เจ้าคิดว่าตัวเองแน่มากงั้นรึ


บทที่ 82 - เจ้าคิดว่าตัวเองแน่มากงั้นรึ

◉◉◉◉◉

เห็นได้ชัดว่าอองสงไม่เข้าใจเลยว่าหม่าซู่มีฐานะสำคัญเพียงใดในใจของทหารเลวเหล่านี้

หากเป็นแม่ทัพทั่วไป เมื่อล้มลงผลที่ตามมาก็คือขวัญกำลังใจของกองทัพแตกสลาย เพราะแม่ทัพทั่วไปในสายตาของทหารเป็นเพียงแค่เสาหลักคอยยึดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น

แต่หม่าซู่คือใครล่ะ

ในสายตาของชาวบ้านเมืองหลงซี เขาอาจเป็นขุนนางตงฉินผู้ยิ่งใหญ่ที่พันปีจะมีมาสักคน ในสายตาของคนอย่างเหยาหู่และซูจี๋ เขาคือผู้บังคับบัญชาที่กล้าสู้กล้าลุยและวางแผนการรบได้อย่างแยบยล

แต่ในสายตาของทหารเหล่านี้ นี่คือผู้บังคับบัญชาที่มีความสำคัญยิ่งกว่าบิดามารดาของพวกเขาเสียอีก!

ยามออกศึก หม่าซู่มักจะพุ่งไปอยู่แนวหน้าเสมอ แผ่นหลังอันบอบบางของเขาในสายตาทหารชาวเกี๋ยงนั้นดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน

แม่ทัพผู้นี้ใส่ใจทุกคน ถึงขั้นสอนพวกเขาเขียนหนังสือและฝึกฝนด้วยตนเอง นี่คือแม่ทัพที่เกิดมาแปดชาติก็คงไม่มีทางได้เจอ เป็นขุนพลคนแรกที่ปฏิบัติต่อพวกเขาเยี่ยงสหาย

เมื่อได้ยินอองสงบอกว่าท่านแม่ทัพถูกสังหาร ทหารชาวเกี๋ยงที่ซื่อตรงจะไม่โกรธแค้นได้อย่างไร

ไม่สิ มันไม่ใช่แค่ความโกรธแค้นแล้ว แต่มันคือความแค้นฝังกระดูก!

ทหารชาวเกี๋ยงแทบทุกคนคลุ้มคลั่ง นัยน์ตาแดงก่ำพุ่งเข้าห้ำหั่น กลิ่นอายความบ้าคลั่งและวิธีการต่อสู้แบบไม่กลัวตายของพวกเขา ทำให้ทหารวุยที่แทบจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้วแตกพ่ายทันที

จะสู้ได้อย่างไร ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นคนบ้าไปหมดแล้ว

ในบรรดาทหารเหล่านั้น องครักษ์ของหม่าซู่โกรธเกรี้ยวที่สุด นอกเหนือจากไม่กี่คนที่เข้าไปคุ้มกันหม่าซู่ที่หมดสติ ทหารที่เหลือต่างเพ่งเล็งไปที่อองสง

แกสินะที่กล้าทำร้ายท่านแม่ทัพของพวกเรา

จัดการมัน!!

เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงนี้ อองสงถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น

นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมตะโกนออกไปประโยคเดียว ทัพจ๊กก๊กไม่เพียงไม่ปั่นป่วน แต่กลับบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดตก ทหารที่กำลังโกรธแค้นจนตาแดงก่ำกว่าร้อยนายก็ล้อมเขาไว้แล้ว

อองสงแอบหนีจากเมืองเฉินชางมายังมณฑลยงโจว เพื่ออำพรางสายตาผู้คนเขาจึงแทบไม่ได้พาองครักษ์มาด้วย แม้แต่ทหารที่คุ้มกันเสบียง กุยห้วยก็เป็นคนจัดหามาให้ ไม่ใช่กองกำลังใต้บังคับบัญชาของเขาเลย

ในสถานการณ์เช่นนี้ หากทัพจ๊กก๊กยังคงเป็นทหารชาวเกี๋ยงที่ไร้ระเบียบวินัย ปัญหาก็คงไม่ใหญ่โตนัก แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงสองเดือน พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าทัพจ๊กก๊กจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

นี่กลับกลายเป็นว่าอองสงสั่งการได้ไม่คล่องตัว เขาต่างหากที่กลายเป็นแม่ทัพธรรมดาไปเสียแล้ว

แน่นอนว่าเหตุผลสำคัญที่สุดคือ อองสงประเมินความสำคัญของหม่าซู่ในใจทหารเหล่านี้ต่ำเกินไป เมื่อหม่าซู่ตกอยู่ในอันตราย ปฏิกิริยาแรกของชาวเกี๋ยงที่ซื่อตรงเหล่านี้คือความโกรธแค้นและต้องการล้างแค้น ไม่ใช่ความตื่นตระหนก

ในจำนวนนี้ องครักษ์ของหม่าซู่มีปฏิกิริยารุนแรงที่สุด เพราะหม่าซู่ถูกลอบสังหารต่อหน้าต่อตาพวกเขานั่นเอง

ชั่วพริบตาเดียว อองสงก็ถูกล้อมกรอบ องครักษ์ของเขาสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบเข้ามาคุ้มกันอองสง แต่ก็สายไปเสียแล้ว

"มันนี่แหละ! ที่ทำร้ายท่านแม่ทัพ!"

"ฆ่ามัน!!"

"ล้างแค้นให้ท่านแม่ทัพ!"

ทหารจ๊กก๊กพุ่งเข้าฟันแทงอองสงอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาอองสงตั้งรับแทบไม่ทัน

ต่อให้วรยุทธ์ล้ำเลิศแค่ไหน อย่างมากก็สู้ได้แค่สิบกว่าคนเท่านั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการล้อมโจมตีแบบไม่กลัวตายของคนนับร้อย อย่าว่าแต่อองสงเลย ต่อให้ลิโป้มาเองก็ต้องมือไม้สั่น

สถานการณ์ตอนนี้ก็คือ

อองสง เจ้าเก่งนักรึ เก่งแล้วมันมีประโยชน์อะไรวะ!

มาทำศึก สิ่งสำคัญที่สุดคือทหารปะทะกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือคนเยอะกว่า!

สิ่งที่สำคัญคือการใช้คนหมู่มากรังแกคนหมู่น้อย ใช้ข้อได้เปรียบโจมตีจุดอ่อน!

"ท่านแม่ทัพรีบหนีไป!" องครักษ์สู้ตายเพื่อขัดขวางการฟันแทงของทหารจ๊กก๊ก คุ้มกันให้อองสงวิ่งหนีออกไป ทว่าทหารจ๊กก๊กไม่คิดจะปล่อยเขาไปแม้แต่น้อย นัยน์ตาแดงก่ำพุ่งไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง

ท่ามกลางการตะลุมบอน อองสงถูกฟันจนเกิดบาดแผลหลายแห่ง องครักษ์ทั้งหมดตายเกลี้ยงระหว่างทางหลบหนี แต่ถึงกระนั้นอองสงก็ยังหนีไม่พ้น องครักษ์ของหม่าซู่ราวกับคนบ้า ไล่ตามฟันเขาไม่เลิก

"ทหารจ๊กก๊กพวกนี้บ้าไปแล้วหรือไง ตอนอยู่หลงโย่วพวกมันไม่เห็นจะกล้าหาญขนาดนี้นี่นา!" อองสงหลบหลีกอย่างยากลำบาก ไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องซ้ำดาบให้หม่าซู่แล้ว ตอนนี้หนีรอดออกไปได้ก็ถือว่าโชคดีมหาศาล

เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหม่าซู่ล้างสมองชาวเกี๋ยงพวกนี้ยังไง คนเถื่อนที่ดื้อรั้นไม่ยอมรับการสั่งสอน ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนกลับกลายเป็นนักรบที่พร้อมตายเพื่อคนที่รู้ใจ

แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้คิดแล้ว ตอนนี้ทหารจ๊กก๊กที่บ้าคลั่งแทบอยากจะกินเนื้อเขาแบบสดๆ เขาฟันศันทหารจ๊กก๊กที่ขวางทางล้มลงไปสองคนอย่างยากลำบาก แม้แต่คนที่ยังไม่ตายสนิทก็ยังพยายามดึงรั้งเขาไว้ไม่ให้หนี

เมื่ออองสงโดนฟันไปอีกดาบและหนีรอดออกมาได้อย่างยากเย็น พอหันกลับไปมอง หัวใจก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

กองทัพจ๊กก๊กได้รับชัยชนะอย่างงดงาม ทหารวุยแตกพ่ายไปแล้ว!

"หม่าซู่คนนี้ตายแล้วยังไม่วายสร้างเรื่อง ทำเอาทหารต้าวุยของข้าต้องมาตายมากมายขนาดนี้!" อองสงกัดฟันกรอด ฟันธงไปแล้วว่าหม่าซู่ตายแน่

การโจมตีเมื่อครู่เขาใช้พลังแทบจะทั้งหมด จากสภาพของหม่าซู่ ต่อให้ไม่ตายก็ต้องเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ตอนนี้ก็แค่จุดไฟเรียกปั๋วเต้ามา แล้วก็จัดการกวาดล้างพวกคนบ้าพวกนี้ให้สิ้นซาก!

อองสงล้วงเอาชุดจุดไฟพกพาออกมา จุดไฟเผารถเสบียงที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที หลังจากจุดไฟเสร็จ อองสงก็หันหลังวิ่งหนีไปทางทิศตะวันตก กลัวว่าถ้าหนีช้าไปจะถูกพวกหมาบ้าไล่ตามทัน

สถานที่แห่งนี้มีทางไปแค่ซ้ายกับขวา ทางเหนือคือทิวเขาไร้ที่สิ้นสุด ทางใต้คือแม่น้ำเว่ย อองสงไม่กังวลเลยว่าทหารจ๊กก๊กจะหนีรอดไปได้

ส่วนเฮาเจียวที่รออยู่ที่เมืองเฉินชาง เมื่อมองเห็นไฟลุกโชนขึ้นทางฝั่งใต้ก็ดีใจจนเนื้อเต้น

"ดูเหมือนท่านแม่ทัพอองสงจะลงมือสำเร็จแล้ว หม่าซู่ผู้นั้นต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!"

เฮาเจียวพอใจเป็นอย่างมาก รีบหันไปออกคำสั่งสุดท้ายกับเหล่าทหารที่เตรียมพร้อมรออยู่ทันที

"แบ่งกำลังออกเป็นสองสาย สายหนึ่งเดินทัพไปทางทิศตะวันออกตามเส้นทางเมืองเฉินชาง ปิดล้อมริมฝั่งแม่น้ำมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก หากพบคนจ๊กก๊กข้ามแม่น้ำเว่ยมา ไม่ต้องไต่สวน สังหารทิ้งได้ทันที!"

"กำลังพลที่เหลือตามข้าข้ามแม่น้ำเว่ย ข้าจะไปรับท่านแม่ทัพอองสงด้วยตัวเอง!"

"คืนนี้คือวันตายของไอ้เด็กเมื่อวานซืนหม่าซู่!"

"ขอรับ!"

ภายใต้คำสั่งของเฮาเจียว ทหารวุยเจ็ดพันนายเปิดประตูเมือง เดินออกจากเมืองเฉินชาง ทหารสองพันนายมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตามเส้นทางเมืองเฉินชาง เพื่อป้องกันไม่ให้หม่าซู่ดวงแข็งหนีรอดข้ามแม่น้ำไปได้

ทหารอีกห้าพันนายตามเฮาเจียวเร่งข้ามแม่น้ำเว่ย มุ่งหน้าสู่ฝั่งใต้เพื่อสังหารหม่าซู่!

และในเวลานี้เอง หม่าซู่ก็ค่อยๆ ได้สติฟื้นขึ้นมา

"บัดซบ ข้ารู้สึกเหมือนโดนม้าเซ็กเธาวิ่งชนจนกระเด็นเลย"

หม่าซู่รู้สึกเพียงความเจ็บปวดรุนแรงที่หน้าอก ราวกับกระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่ หน้าอกทั้งแถบดูเหมือนจะยุบลงไปเล็กน้อย

"เกิดอะไรขึ้น ทำไมในหมู่ทหารวุยถึงมีคนป่าเถื่อนซ่อนอยู่ได้"

หม่าซู่จำได้ว่าตัวเองกำลังพุ่งทะลวงค่าย จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งโผล่พรวดออกมาแล้วฟันดาบเข้าใส่

ตนเองตอบสนองไม่ทัน ได้แต่ยกดาบขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็กระเด็นลอยออกไป

พลังและความเร็วระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ทหารเลวทั่วไปจะมีได้อย่างแน่นอน! เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องมีฐานะไม่ธรรมดา และเป้าหมายอาจจะมาเพื่อสังหารเขาโดยเฉพาะ!

ต้องรีบลุกขึ้น อย่าปล่อยให้เขารอนาน!

หม่าซู่ลืมตาขึ้นเตรียมจะยันตัวลุก แต่แล้วก็เห็นเหล่าองครักษ์ที่รุมล้อมอยู่รอบตัวพากันโห่ร้องยินดี

"ท่านแม่ทัพฟื้นแล้ว!!"

"ขุนพลเทพประทานยังไม่ตาย!"

"ขอบคุณสวรรค์! ที่แท้สวรรค์ก็คุ้มครองวีรบุรุษจริงๆ ด้วย!"

เมื่อเห็นทหารยืนล้อมเขาจนแน่นขนัดไม่มีช่องว่าง หม่าซู่ก็ใจหายวาบ

ดูเหมือนจะตื่นสายไปหน่อย การต่อสู้จบลงแล้วสินะ

"ทหารวุยล่ะ"

"ท่านแม่ทัพอย่าได้ตื่นตระหนก ทหารวุยถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากที่ยอมจำนน ที่เหลือก็ถูกกำจัดจนสิ้น"

"การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว ท่านไม่ต้องออกรบอีกต่อไปแล้ว!"

"เวรเอ๊ย!" หม่าซู่แทบจะสลบไปอีกรอบ ตอนนี้เขารู้สึกเพียงว่าตัวเองตื่นมาผิดเวลาจริงๆ

ขณะที่หม่าซู่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ ก็เห็นทหารสอดแนมวิ่งหน้าตาตื่นกลับมา

"ท่านแม่ทัพ! ทหารวุยบุกกลับมาแล้ว!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 82 - เจ้าคิดว่าตัวเองแน่มากงั้นรึ

คัดลอกลิงก์แล้ว