- หน้าแรก
- วิถีมารสู่เซียน เริ่มต้นด้วยการหลอมตนเองให้เป็นหุ่นเชิด
- บทที่ 83 มุ่งหน้าสู่มณฑลซีฮวง
บทที่ 83 มุ่งหน้าสู่มณฑลซีฮวง
บทที่ 83 มุ่งหน้าสู่มณฑลซีฮวง
“พี่เหอ ข้าบอกท่านแต่แรกแล้วว่าหากไม่ตัดสินใจให้เด็ดขาด มันจะกลายเป็นภัยแก่ตนเอง”
ฉีไป๋อีแจ้งข่าวเรื่องที่หลัวเจิ้งพลัดตกน้ำเสียชีวิตให้เหอจงเหิงทราบ พร้อมกับส่งบันทึกการชันสูตรที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรของจวนที่ว่าการเจ้าเมืองได้ลงบันทึกไว้ให้ดู
“คำชี้แจงของจวนที่ว่าการเจ้าเมืองระบุว่า ครอบครัวของหลัวเจิ้งเสียชีวิตเพราะกินเนื้อปลาปักเป้าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกอย่างสาเหตุการตายของหลัวเจิ้งก็มีเงื่อนงำชอบกล... ข้าขอถามหน่อยเถอะพี่เหอ ท่านยังคิดจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรเลยต่อไปอย่างนั้นหรือ?”
“แต่หากข้าทำตามที่เจ้าบอกจริง แล้วข้าจะต่างอะไรกับพวกมัน จะต่างอะไรกับคนแซ่หลิวพวกนั้นเล่า?!”
เหอจงเหิงใบหน้าเปี่ยมด้วยความโทสะ เอ่ยถามฉีไป๋อีกลับไป
“แต่แรกเริ่มที่ข้ามาเป็นมือปราบ ไม่ใช่เพื่อเรื่องพรรค์นี้ ข้าทำเพื่อผดุงความยุติธรรม เพื่อปกป้องความสงบสุขของชาวบ้าน เพื่อ…”
“ท่านทำไม่ได้หรอก”
ฉีไป๋อีสวนกลับด้วยประโยคเดียว ปิดปากคำพูดครึ่งหลังของเขาจนสนิท
“ในใจลึกๆ ท่านเองก็รู้ดี ตราบใดที่สามพรรคเก้าสมาคมยังไม่ถูกกำจัด ลมชั่วในจวนที่ว่าการเจ้าเมืองยังไม่ถูกแก้ไข ท่านก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง... พี่เหอ การจะรับมือคนแซ่หลิวและเจ้าพ่อบ่อนพนันฉางฟู่กุย วิธีการของท่านไม่มีวันได้ผล เพราะท่านยังเป็นคนดี การเป็นคนดีมีแต่จะถูกมัดมือมัดเท้า มีแต่จะถูกคนชั่วพวกนั้นรังแก หากท่านต้องการแก้แค้นให้ครอบครัวหลัวเจิ้ง ต้องการผดุงความยุติธรรม ท่านก็ต้องเรียนรู้ที่จะ…”
น้ำเสียงเย็นชาของเขาดังขึ้นภายในห้องลับแห่งนี้
“...เป็นคนชั่ว จงเป็นคนชั่วช้าที่ร้ายกาจยิ่งกว่าพวกมัน... คนแซ่หลิวโหดเหี้ยม อำมหิต ชั่วร้าย ท่านก็สามารถทำให้โหดเหี้ยมยิ่งกว่าพวกมัน ฉางฟู่กุยเจ้าเล่ห์เพทุบาย ท่านก็สามารถทำให้เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่ามัน”
“การจะรับมือทรชนเช่นนี้ ท่านต้องรู้จักคำว่าใจคอโหดเหี้ยม เพราะการต่อกรกับพวกร้ายเดียงสาอย่างแท้จริง หากท่านไม่อยากให้คนดีต้องหลั่งเลือด ท่านก็ต้องทำให้พวกมันหลั่งเลือดก่อน หากท่านไม่อยากให้ญาติมิตรต้องเสียสละ ท่านก็ต้องทำให้พวกมันกลายเป็นศพนอนเกลื่อนกราด... อีกอย่างท่านเองก็ไม่มีทางเลือกมากนักแล้ว”
ภายใต้แสงเทียน ใบหน้าของเหอจงเหิงดูมืดมนสับสน ราวกับจิตใจฝ่ายดีและฝ่ายชั่วกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก สีหน้าของเขาเดี๋ยวก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เดี๋ยวก็แปรเปลี่ยนเป็นความโหดเหี้ยมราวกับภูตผีกินคนที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรก
ปัง!
ดวงตาของเขาแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่ กระแทกดาบพร้อมฝักลงบนโต๊ะอย่างแรง
“ทำ! ข้าจะทำ!”
“ดี!”
มุมปากของฉีไป๋อียกขึ้น ปรากฏรอยยิ้มจางๆ เมื่อเห็นเหอจงเหิงในสภาพเช่นนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าแผนการของคุณชายสัมฤทธิ์ผลแล้ว
‘เหอจงเหิงเอ๋ยเหอจงเหิง... การเลือกของเจ้าในวันนี้ ไม่ว่าจิตหนึ่งจะก่อเกิดพุทธะ หรือจิตหนึ่งจะกลายเป็นมาร มันก็ล้วนลิขิตให้หนทางข้างหน้าต้องขรุขระ คุ้มหรือไม่คุ้ม ในภายภาคหน้าเจ้าอาจมีความเห็นที่ต่างออกไป แต่ทุกสิ่งที่เจ้าทำ มันจะไม่มีทางหลุดพ้นไปจากการคำนวณของคุณชาย เจ้าจะกลายเป็นมีดคมกริบในมือคุณชาย คอยกวาดล้างอุปสรรค เพื่อบรรลุความปรารถนาของเขา’
ขณะที่คิดเช่นนี้ เขาก็หยิบกล่องสองใบออกมา กล่องหนึ่งบรรจุหน้ากากหนังมนุษย์ อีกกล่องหนึ่งบรรจุชุดดำสำหรับปฏิบัติการยามวิกาล
“พี่เหอ อีกเดี๋ยวท่านจงสวมหน้ากากนี้ ใช้ตัวตนของจอมโจรซุนหลงไปที่จวนของฉางฟู่กุยพร้อมกับข้า ไปลักพาตัวเจ้าพ่อบ่อนพนันผู้นี้ออกมา คนผู้นี้เป็นหัวหน้าพรรคพนันและยังเป็นท่อน้ำเลี้ยงของเจ้าเมือง หากมันเกิดเรื่องขึ้น ทั้งเมืองหลงเหอจะต้องสั่นสะเทือน”
“เป็นไปตามคาด ครั้งก่อนคนที่คิดจะลักพาตัวเจ้าเมืองเก่อก็คือพวกเจ้าสินะ” เหอจงเหิงพลันตาสว่าง
“นี่เจ้ากำลังจะให้ข้าเป็นศัตรูกับทางการรึ?!”
“ท่านอย่าเข้าใจผิด ด้วยฝีมือของพวกเราในตอนนั้น ต่อให้ฆ่าคนแซ่เก่อทิ้งเสียตรงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่หากเจ้าเมืองตายไปสักคน ราชสำนักย่อมต้องกริ้วโกรธและส่งกำลังคนจำนวนมากมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อพวกเราเลย”
ฉีไป๋อีหัวเราะในลำคอ
“นี่เป็นเพียงการวางหมากเท่านั้น! เจ้าเมืองเก่อจะไม่เป็นอะไร แผนการก่อนหน้านี้ใช้เพื่อยุแยงให้คนแซ่เก่อกับมือปราบหลิวแตกคอกัน เพื่อให้เกิดรอยร้าวระหว่างคนทั้งสอง”
“แต่ครั้งนี้ เจ้าตัดสินใจจะลงมือกับฉางฟู่กุยแล้ว”
แววตาของเหอจงเหิงเปลี่ยนเป็นคมกริบผิดปกติ
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะฆ่ามัน คนผู้นี้ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ อีกอย่างข้ารู้ว่าพี่เหออยากจะจับกุมมัน ส่งให้กระบวนการยุติธรรมตัดสินแล้วขังลืมในคุกหลวง... ข้าย่อมต้องมอบโอกาสนี้ให้ท่าน!”
ฉีไป๋อีกวาดตามองเขาแวบหนึ่ง
“ข้าจะใช้ฉางฟู่กุย เจ้าพ่อบ่อนพนันผู้นี้เป็นเบี้ยในการวางแผน เพื่อบดขยี้คนแซ่หลิว ผู้กุมอำนาจทั้งในจวนที่ว่าการ ยุทธภพฝ่ายธรรมะและอธรรมให้แหลกลาญ เมื่อคนแซ่หลิวล้มลง พี่เหอก็สามารถฉวยโอกาสเข้าแทนที่ หากท่านกลายเป็นตัวแทนผู้กุมอำนาจสูงสุดของทั้งสามฝ่าย เราก็จะมีกำลังมากพอที่จะขับเคลื่อนทุกอย่างในเมืองหลงเหอ ขุนนางก็คือพวกเรา โจรก็คือพวกเรา ถึงเวลานั้นหากพี่เหอต้องการจะสานต่อความยุติธรรมของท่าน มันก็จะไม่มีใครหน้าไหนมาขวางท่านได้อีก”
“ตกลงต้องทำอย่างไร?”
เหอจงเหิงยังคงฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก
“เหตุผลนั้นเรียบง่ายยิ่ง เมืองหลงเหอสงบสุขมานาน หลายปีมานี้ไม่มีคลื่นลมใหญ่โต แม้แต่สิบสามค่ายโจรเมฆาขวางแห่งเทือกเขาหมิงเฟิ่งก็ยังสงบเสงี่ยม ไม่ได้ก่อเรื่องราวใหญ่โตอะไร... ตอนนี้เราต้องทำให้เรื่องราวมันบานปลาย ใหญ่โตเสียจนคนแซ่หลิวก็ไม่อาจหยุดยั้งสถานการณ์ได้ เมื่อถึงตอนนั้น สำหรับจวนที่ว่าการเจ้าเมืองแล้ว มันก็จำเป็นต้องมีใครสักคนที่มีฝีมือฉกาจพอจะสยบความวุ่นวายนี้ได้ และคนๆ นั้นก็คือท่าน”
เวลานี้ แม้แต่ฉีไป๋อีเองก็ไม่คิดว่าตนจะกล่าววาจาได้ลื่นไหลเพียงนี้ ตัวเขาเดิมทีไม่ใช่คนถนัดเรื่องวางกลอุบาย แต่เป็นเหอผิงที่คอยชี้แนะอยู่เบื้องหลัง ได้อธิบายหัวใจสำคัญของแผนการให้เขาฟังอย่างจริงจัง
“ใช้ชื่อค่ายธงดำแห่งยอดเขาชิงเจียน ฉุดพวกระดับสูงของสามพรรคเก้าสมาคม เพียงแค่ตัดท่อน้ำเลี้ยงของจวนที่ว่าการเจ้าเมือง เจ้าเมืองเก่อย่อมต้องส่งคนไปบุกตีค่ายธงดำแน่ และตอนนี้ค่ายธงดำก็ตกอยู่ในกำมือของเรา เราจะใช้หมากตานี้หาโอกาสกำจัดคนแซ่หลิว แล้วถือโอกาสดันมือปราบเหอจงเหิงขึ้นรับตำแหน่งแทน”
เหอผิงวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยสายตาอันเย็นเยียบ
“คนแซ่เก่อเป็นขุนนางกังฉิน[1] เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกน้องมากนัก อีกอย่างวาระการดำรงตำแหน่งของเขาก็ใกล้จะหมดแล้ว เขาขอแค่กอบโกยเงินทองได้ก็พอ”
“ใครมีประโยชน์ต่อเขา เขาก็จะให้ความสำคัญคนนั้น พอคนแซ่หลิวตาย เหอจงเหิงตีค่ายธงดำแตก ช่วยเหลือบรรดาขาใหญ่ของสามพรรคเก้าสมาคมกลับมาได้ นั่นถือเป็นความชอบครั้งใหญ่ เขาจะต้องได้รับการผลักดันจากเจ้าเมืองเก่ออย่างแน่นอน”
“และในระหว่างช่วงเวลาที่เราสร้างสถานการณ์นี้ขึ้น สามพรรคเก้าสมาคมก็จะเกิดความวุ่นวายจากปัญหาภายใน ถึงเวลานั้นเราก็สามารถส่งคนแฝงตัวเข้าไป แล้วค่อยๆ หาโอกาสควบคุมสมาคมท้องถิ่นเหล่านี้”
“จากนั้นพวกเราค่อยวางแผนต่อ ถอนรากถอนโคนสิบสามค่ายโจรเมฆาขวางทั้งหมด แล้วเปลี่ยนเป็นคนของเรา ถึงตอนนั้นเทือกเขาหมิงเฟิ่งก็จะเป็นของเรา ในจวนที่ว่าการก็มีเหอจงเหิง ในสามพรรคเก้าสมาคมก็มีสายลับของเรา ขุนนางคือเรา โจรก็คือเรา เมืองหลงเหอก็ย่อมตกเป็นของเราไปโดยปริยาย!”
เมื่อหวนนึกถึงคำพูดของเหอผิงในวันนั้น ฉีไป๋อีจึงถ่ายทอดให้เหอจงเหิงฟังอีกครั้งตามความเข้าใจของตน
“พี่เหอ การจะทำการใหญ่ ต้องไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อย การจะทำลายวงจรอุบาทว์ของเมืองหลงเหอ ต้องใช้วิธีนอกกรอบที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง ข้อนี้ท่านเข้าใจหรือไม่?”
“ข้าจะฟังเจ้า”
ดวงตาของเหอจงเหิงทอประกายวูบวาบ พยักหน้าตอบรับ
“จะทำลายสถานการณ์นี้ มันก็มีแต่ต้องใช้วิธีการที่ไม่ธรรมดา คนที่ตายไป สมควรได้รับความยุติธรรมคืนกลับมา”
เขารู้ซึ้งดีว่านี่อาจเป็นผลไม้พิษอันขมขื่น แต่เพื่อพี่น้องสองคนที่ตายไป ตัวเขาเองก็จำต้องกลืนมันลงไป
...
ความโกลาหลครั้งใหญ่กำลังจะมาเยือนเมืองหลงเหอ อีกด้านหนึ่ง เหอผิงได้เตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาไม่ได้คิดจะพาใครอื่นไปด้วยจึงสั่งกำชับพ่อบ้านเหอฝูเซิง แล้วออกเดินทางทันที
เขาสำเร็จวิชาหุ่นกระดาษหามเกี้ยวจึงสามารถนั่งเกี้ยวกระดาษไปมาได้ดั่งใจ ทะลวงผ่านภพยมโลก เดินทางไปกลับร้อยลี้ในชั่วข้ามวันข้ามคืนถือเป็นเรื่องธรรมดา
เหอผิงกลับออกไปนอกด่านรอบหนึ่ง นำโลงศพใบนั้นออกมา จากนั้นก็บงการหุ่นกระดาษให้หามเกี้ยวกระดาษ โดยสารเกี้ยวนั้นไปเพียงลำพัง มุ่งหน้าเหาะเหินไปยังทิศทางของมณฑลซีฮวง
ชือซินจื่อระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง เพียงแค่บอกชื่อสันเขาหัววัวในมณฑลซีฮวงมาเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกเส้นทางที่แน่ชัด เหอผิงมีแผนที่มณฑลซีฮวงที่ซื้อมาจากพ่อค้าต่างถิ่นอยู่ในมือ แต่มันกลับไม่มีสถานที่นี้ปรากฏอยู่
“เจ้าชือซินจื่อผู้นี้นับว่ามากเล่ห์เพทุบาย มันบอกแค่ชื่อสถานที่ แล้วยังให้ข้าใช้หุ่นดินส่งเสียงตามหาร่องรอยที่มันทิ้งไว้ตลอดทาง ให้ข้าเดินทางตามสัญลักษณ์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสันเขาหัววัวนั่น”
ภายในเกี้ยวกระดาษ เขากางแผนที่ออก ในแผนที่มีจุดสีแดงที่แต้มด้วยพู่กันชาดอยู่หลายจุด ทุกจุดแดงคือสัญลักษณ์ที่ชือซินจื่อทิ้งไว้ระหว่างทาง เขาค้นหาตามสัญลักษณ์เหล่านี้มาตลอดทาง จนกระทั่งเข้าสู่เขตมณฑลซีฮวงแล้ว
เขาใช้เกี้ยวกระดาษเดินทางผ่านภพยมโลก ไม่หยุดพักทั้งวันทั้งคืน แม้ความเร็วจะรวดเร็วปานใด แต่เมื่ออยู่นานเข้าก็อ่อนล้าได้ง่าย อีกทั้งการบงการเกี้ยวกระดาษยังต้องสิ้นเปลืองพลังปราณ ดังนั้นมักจะเดินทางไปได้ครึ่งวัน เขาก็จำต้องหยุดพักเพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรงสักครา
[1] ใช้เรียกขุนนางชั่ว ทรยศ หรือฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต มักใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน