- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 19 ตะขาบหลังเหล็ก!
ตอนที่ 19 ตะขาบหลังเหล็ก!
ตอนที่ 19 ตะขาบหลังเหล็ก!
"ให้ตายเถอะ ถึงกับปลุกวิชาปีศาจตื่นขึ้นมาได้ด้วย!"
เมื่อเห็นฉากนี้ เปลือกตาของกู้หย่วนก็กระตุกถี่ยิบ เขารู้สึกหวาดเสียวอยู่บ้าง ก่อนจะลุกขึ้นง้างมีดตัดฟืนฟาดฟันลงไปอย่างสุดแรงอีกครั้ง
"แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว แกยังดูสถานการณ์ไม่ออก ยังคิดจะดิ้นรนขัดขืนอยู่อีกรึ?"
การโจมตีครั้งนี้ยังคงฟาดลงบนหัวของตะขาบปีศาจอย่างแม่นยำและเด็ดขาด
กร๊อบ!
เมื่อได้รับแรงกระแทกจากการโจมตีอย่างสุดกำลังของกู้หย่วน รอยร้าวที่เห็นได้ชัดก็ปรากฏขึ้นบนหัวของตะขาบปีศาจทันที พร้อมกับมีของเหลวสีเขียวอมเทาซึมออกมาจากรอยร้าวนั้นด้วย
การถูกกู้หย่วนทุบหัวติดต่อกันหลายครั้ง ทำให้ตะขาบปีศาจตัวนี้ย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของมันอ่อนปวกเปียก แผ่กลิ่นอายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงออกมา
ทว่ากู้หย่วนกลับยังไม่คิดจะหยุดมือ ขณะที่เขากำลังจะใช้กำลังฝึกฝนมันต่อ จู่ๆ ข้อความแจ้งเตือนจากระบบสัตว์วิญญาณก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
【ท่านได้จับกุม ตะขาบหลังเหล็ก (สีแดง) ต้องการฝึกฝนให้เชื่องหรือไม่?】
การเคลื่อนไหวของกู้หย่วนชะงักค้างไปทันที ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ในที่สุดก็จับได้สำเร็จแล้วสินะ? ตะขาบหลังเหล็ก ชื่อนี้ช่างตั้งได้เหมาะสมจริงๆ..."
"ตกลง!"
สิ้นคำพูด กู้หย่วนก็สัมผัสได้ว่าพลังจิตวิญญาณของตนกำลังถูกสูบออกไปอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่กี่ลมหายใจ พลังเหล่านั้นก็ควบแน่นกลายเป็นยันต์ลึกลับที่ดูทั้งกึ่งจริงกึ่งมายา ส่องประกายแสงแปลกประหลาดออกมา
จากนั้น แสงสว่างก็วาบขึ้น ยันต์ลึกลับแผ่นนั้นพุ่งตกลงบนหัวของตะขาบหลังเหล็ก หลอมรวมเข้ากับตัวมันแล้วเลือนหายไป
เดิมทีตะขาบหลังเหล็กยังคงดิ้นรนอยู่ ทว่าเมื่อยันต์แผ่นนั้นหลอมรวมเข้ากับหัวของมัน เจ้าตะขาบทั้งตัวก็พลันแข็งทื่ออยู่กับที่นิ่งสนิทไม่ไหวติง!
วินาทีต่อมา ข้อความแจ้งเตือนจากระบบสัตว์วิญญาณก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
【ฝึกฝนสำเร็จ ท่านได้รับสัตว์เลี้ยง ตะขาบหลังเหล็ก!】
【ตะขาบหลังเหล็ก (สีแดง)】
คำอธิบาย แมลงปีศาจที่พบเห็นได้ค่อนข้างยาก เปลือกหลังแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ขาแหลมคมดุจใบมีด สามารถกลืนกินไอพิษในป่าเขา ตลอดจนแมลงมีพิษและของมีพิษนานาชนิด เพื่อนำมาควบแน่นเป็นปราณปีศาจและหมอกพิษของตนเอง สามารถร่ายเวทมนตร์พรสวรรค์ ศรทลายกระดูก ซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงถึงขั้นกัดกร่อนทองคำและหลอมละลายเหล็กได้ ขณะนี้เพิ่งก้าวเข้าสู่ช่วงเติบโต มีสติปัญญาระดับต่ำอยู่บ้าง หากต้องการวิวัฒนาการเป็นตะขาบสวรรค์หลังเงิน จำเป็นต้องเติบโตจนถึงช่วงโตเต็มวัย และใช้แต้มเต๋า 5,600 แต้ม!
สถานะ บาดเจ็บสาหัส
ระยะ ช่วงเติบโต (37%)
【ท่านได้รับการเสริมพลังจากพรสวรรค์ "ต้านทานร้อยพิษ" ของตะขาบหลังเหล็ก!】
กู้หย่วนนวดคลึงหัวคิ้ว รู้สึกอ่อนล้าอย่างหนัก ศีรษะปวดตุบๆ ราวกับเพิ่งอดหลับอดนอนทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายวันหลายคืน เป็นความรู้สึกทรมานยิ่งกว่าตอนที่ฝึกฝนอาหวงในครั้งก่อนเสียอีก
ถึงขั้นที่ว่าตอนนี้เขาไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น อยากจะแค่นั่งพักเหนื่อยบนพื้นดีๆ สักงีบ หรือถ้าได้นอนหลับสนิทสักตื่นก็คงจะดีที่สุด
นี่แสดงให้เห็นว่าการฝึกฝนตะขาบหลังเหล็กตัวนี้ ผลาญพลังงานของเขาไปมหาศาลเพียงใด
โชคดีที่เขาฝึกฝนมันได้สำเร็จ!
"มิน่าล่ะ ถึงได้มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนการฝึกฝนสัตว์วิญญาณ"
ตอนนี้ กู้หย่วนถอนหายใจยาวออกมา ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนที่จะได้รับการเสริมพลังจากพรสวรรค์เขี้ยวเหล็กเขาถึงไม่สามารถฝึกฝนสัตว์วิญญาณตัวที่สองได้
หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนการฝึกฝนสัตว์วิญญาณ แล้วเขาฝืนฝึกฝนสัตว์วิญญาณตัวที่สองต่อไป ไม่แน่ว่าพลังจิตวิญญาณของเขาอาจจะถูกสูบจนเหือดแห้ง ถึงตอนนั้นจะเกิดผลลัพธ์เลวร้ายตามมาอย่างไร ก็พอจะจินตนาการออกได้ไม่ยาก
หลังจากนั่งพักเหนื่อยอยู่กับที่ครู่หนึ่ง กู้หย่วนก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง ถึงได้หันไปมองตะขาบหลังเหล็ก
เช่นเดียวกับหนูเขี้ยวเหล็กอาหวงเวลานี้กู้หย่วนสามารถสัมผัสได้ถึงสายใยเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์ระหว่างเขากับตะขาบหลังเหล็กตัวนี้ เพียงแค่มีความคิดแวบขึ้นมาในหัว ก็สามารถสั่งการมันได้ทันที
ทว่าถึงแม้ตะขาบหลังเหล็กตัวนี้จะมีระดับสูงกว่า เป็นถึงสัตว์วิญญาณระดับชั้นเลิศสีแดง แต่สติปัญญาของมันกลับเทียบอาหวงไม่ได้เลยอย่างเห็นได้ชัด
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
เมื่อเทียบกับสัตว์ป่าหรือสัตว์ปีก สติปัญญาของสัตว์จำพวกแมลงก็มักจะต่ำกว่าอยู่แล้วเป็นทุนเดิม
และถึงแม้ตะขาบหลังเหล็กจะมีสติปัญญาต่ำ แต่ความแข็งแกร่งของมันกลับสูงล้ำยิ่งนัก เปลือกเหล็กทั่วร่างของมันแทบจะฟันแทงไม่เข้า ขาแหลมคมสองแถวก็มีพลังสังหารรุนแรง ประกอบกับเวทมนตร์พรสวรรค์อย่างศรทลายกระดูกต่อให้เป็นยอดฝีมือทางยุทธทั่วไปมาเยือน ก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้
อันที่จริงกู้หย่วนก็กระจ่างแก่ใจดี
ถึงแม้เขาจะฝึกฝนตะขาบหลังเหล็กตัวนี้ให้เชื่องได้แล้ว แต่หากไม่ใช่เพราะเขาอาศัยจุดอ่อนของมันมาวางกับดักไว้ล่วงหน้า หากต้องต่อสู้กันซึ่งหน้าจริงๆ ต่อให้มีเขาสิบคน ก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของตะขาบหลังเหล็กตัวนี้ได้!
ใครใช้ให้ตะขาบตัวนี้เก่งกาจทั้งรุกและรับ แถมยังมีสกิลนักเวทอีกเล่า?
นี่ขนาดเพิ่งอยู่ในช่วงเติบโตเท่านั้นนะ หากตะขาบหลังเหล็กโตเต็มวัยเมื่อไหร่ จะต้องร้ายกาจยิ่งกว่านี้แน่นอน!
ส่วนเรื่องที่ได้รับการเสริมพลังจากพรสวรรค์ต้านทานร้อยพิษของตะขาบหลังเหล็กนั้น แม้กู้หย่วนจะประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
ในข้อมูลคำอธิบายของตะขาบหลังเหล็กเมื่อครู่นี้ก็ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า ตะขาบหลังเหล็กสามารถกลืนกินไอพิษในป่าเขา ตลอดจนแมลงมีพิษและของมีพิษนานาชนิด เพื่อนำมาควบแน่นเป็นปราณปีศาจและหมอกพิษของตนเอง สามารถร่ายเวทมนตร์พรสวรรค์ศรทลายกระดูกซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงถึงขั้นกัดกร่อนทองคำและหลอมละลายเหล็กได้
การสามารถกลืนกินพิษร้ายแรงนานาชนิดได้โดยไร้รอยขีดข่วน เห็นได้ชัดว่านี่คือสกิลพรสวรรค์ของมัน
ยิ่งไปกว่านั้นต้านทานร้อยพิษก็ถือเป็นสกิลที่ใช้งานได้จริงอย่างยิ่ง
ยุทธภพนี้มีแต่ความชั่วร้าย วิธีการฆ่าคนบนโลกนี้มีมากมายนับไม่ถ้วน การใช้หมัดมวยหรืออาวุธมีคมคือวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด แต่การใช้พิษคือวิธีที่โสมมและมีเล่ห์เหลี่ยมที่สุด
มียอดฝีมือในยุทธภพมากมายเพียงใด ที่ใช้ชีวิตอย่างสง่างามมาค่อนชีวิต แต่ท้ายที่สุดกลับต้องมาตกม้าตายเพราะถูกลอบกัด พลาดท่าเสียทีให้กับพิษในวาระสุดท้ายของชีวิต นี่แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของมันได้เป็นอย่างดี
เมื่อมีความสามารถต้านทานร้อยพิษแล้ว ต่อไปกู้หย่วนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครลอบวางพิษอีกต่อไป
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับแมลงมีพิษที่เชี่ยวชาญการใช้พิษอย่างตะขาบหลังเหล็ก หรือแม้แต่ศัตรู เขาก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวหรือระแวดระวังจนเกินเหตุอีกต่อไป ความมั่นใจย่อมเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
กู้หย่วนมองดูตะขาบหลังเหล็กที่ถูกหินทับจนเลิกดิ้นรน พลางเอ่ยพึมพำ
"ถึงแม้แกจะเป็นแมลงปีศาจที่มีตบะอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดก็ยังเป็นแค่ตะขาบตัวหนึ่ง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อไปข้าจะเรียกแกว่า อาอู๋ (เจ้าตะขาบ) ก็แล้วกันนะ"
ตะขาบหลังเหล็กราวกับจะฟังรู้เรื่อง หนวดสองเส้นของมันขยับแกว่งไกวเบาๆ
จากนั้น กู้หย่วนก็ถลกแขนเสื้อขึ้น ออกแรงยกก้อนหินที่ทับร่างของอาอู๋ออกอย่างยากลำบาก
เมื่ออาอู๋คลานออกมาจากหลุม มันก็หมอบนิ่งอยู่บนพื้นไม่ยอมขยับเขยื้อน ท่าทางดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอายก็อ่อนแรงลงไปมาก
เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่นี้กู้หย่วนลงมือหนักเกินไปหน่อย จนทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่เบา
"กินซะสิ"
กู้หย่วนโยนไก่ผู้ในหลุมไปให้มันโดยไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย ถือเสียว่าเป็นการปลอบขวัญก็แล้วกัน
เมื่อเห็นไก่ผู้ของโปรดอยู่ตรงหน้า อาอู๋ก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที หนวดสองเส้นสะบัดไปมา มันรีบคลานเข้าไปหาซากไก่ผู้ อ้าเขี้ยวพิษออก แล้วเริ่มกัดกินอย่างตะกละตะกลาม
อาหวงที่ซ่อนตัวอยู่ด้านข้างก็กระโดดออกมาในเวลานี้เช่นกัน ดวงตาเล็กๆ สุกใสของมันกลอกกลิ้งไปมา มองสำรวจอาอู๋ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพื่อนใหม่ตัวนี้เป็นอย่างมาก ซ้ำยังดูเหมือนจะหวาดกลัวอยู่ลึกๆ ด้วย
ทว่าอาอู๋กลับไม่สนใจมันเลยสักนิด เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินไก่ผู้ต่อไป
กู้หย่วนไม่ได้สนใจสัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวอีกต่อไป แต่หันไปมองสมุนไพรวิญญาณหวงจิงหลายต้นที่อยู่ไม่ไกลนักแทน
สมุนไพรวิญญาณที่เขาเฝ้าฝันถึงมาตลอดครึ่งเดือน ตอนนี้ ในที่สุดก็สามารถเก็บเกี่ยวได้เสียที
เมื่อไม่มีอาอู๋ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์คอยขัดขวาง กู้หย่วนก็เดินเข้าไปหาสมุนไพรวิญญาณหวงจิงได้อย่างราบรื่น และเริ่มพินิจดูอย่างละเอียด
เมื่อนับดู กู้หย่วนก็พบว่าตรงหน้าเขามีสมุนไพรวิญญาณหวงจิงอยู่ทั้งหมดสี่ต้น แต่ละต้นล้วนเจริญงอกงามเป็นอย่างดี ใบสีเขียวชอุ่ม แผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตอันเปี่ยมล้นออกมา
และต้นที่ดึงดูดสายตามากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นต้นที่อยู่ตรงกลางสุด!
ลำต้นและใบของอีกสามต้นล้วนมีสีเขียวมรกต ทว่ามีเพียงหวงจิงต้นนี้เท่านั้นที่ลำต้นและใบแฝงประกายสีม่วงจางๆ บนผิวยังมีหมอกควันสีขาวบางเบาลอยวนเวียนปกคลุมอยู่อีกด้วย