- หน้าแรก
- จอมราชันย์แห่งราตรี
- ตอนที่ 46 ฟางเช่อ: ข้าล่ะกลุ้มใจจริงๆ
ตอนที่ 46 ฟางเช่อ: ข้าล่ะกลุ้มใจจริงๆ
ตอนที่ 46 ฟางเช่อ: ข้าล่ะกลุ้มใจจริงๆ
ซุนหยวนยังคงรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ เขาแค่นเสียงหึ พลางกลอกตาบนแล้วเอ่ยว่า
"รอจนเจ้าได้รับตำแหน่งในลัทธิเมื่อไหร่ ถึงเวลานั้นเขาก็จะมอบหยกสื่อสารให้เจ้าเอง และเมื่อถึงตอนนั้น กลิ่นอายของหนอนกู่ห้าธาตุจะไปกระตุ้นหยกสื่อสาร ทำให้เจ้าสามารถควบคุมหนอนกู่เพื่อส่งข่าวสารได้ตลอดเวลา"
"การส่งข่าวจะต่างกันไปตามหน้าที่รับผิดชอบ และจำนวนคนที่สามารถติดต่อได้ก็จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งเช่นกัน"
"สรุปง่ายๆ ก็คือ ตำแหน่งของเจ้ามีสิทธิ์ติดต่อใครได้ เจ้าก็ติดต่อคนเหล่านั้นได้หมด อยากติดต่อใครก็แค่ใช้กระแสจิตสื่อสารกับหนอนกู่ห้าธาตุ มันจะตามหาคนๆ นั้นให้เจ้าเอง ยกเว้นแต่ว่าคนๆ นั้นตายไปแล้ว หนอนกู่ถึงจะส่งสัญญาณกลับมาบอกว่าติดต่อไม่ได้”
“นอกเหนือจากนั้น... ไม่ว่าจะอยู่สุดขอบฟ้า ขอแค่เจ้าส่งข้อความไป อีกฝ่ายก็จะได้รับในทันที และหนอนกู่ฝั่งนู้นก็จะแจ้งเตือนเจ้านายของมันทันทีเช่นกัน ว่ามีข้อความเข้ามา”
ซุนหยวนอธิบายต่อ
"พูดให้เข้าใจง่ายๆ มันก็คือการทำงานของหนอนกู่ห้าธาตุนั่นแหละ และนี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมหนอนกู่ห้าธาตุถึงอันตรายนัก เพราะร่างกายของคนทั่วไปไม่อาจทนรับพลังของมันได้ ดังนั้นทุกครั้งที่มีการคัดเลือกสาวกใหม่ ถึงได้มีคนจำนวนมากทนไม่ไหวจนต้องตายอย่างน่าอนาถไงล่ะ"
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง"
"แน่นอนว่าสำหรับบางคนที่เบื้องบนให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แม้จะอยู่ในตำแหน่งต่ำต้อย แต่ก็อาจได้รับสิทธิ์ให้ติดต่อสายตรงกับท่านประมุขได้"
ซุนหยวนเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
"เช่อเอ๋อร์ ท่านประมุขถูกใจเจ้ามากนะ!"
ประโยคนี้แฝงความนัยที่ลึกซึ้งทีเดียว
ตาของฟางเช่อเป็นประกาย
"ข้าจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จอย่างงดงามแน่นอน จะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการรายงานตรงต่อท่านประมุขให้จงได้"
"อืม ในเรื่องนี้ เจ้าต้องพยายามให้เต็มที่ ส่วนข้าก็จะช่วยสนับสนุนเจ้าอย่างสุดความสามารถเช่นกัน"
ซุนหยวนยิ้มบางๆ ในใจแอบแปลกใจอยู่ลึกๆ กับเรื่อง 'หนอนกู่ห้าธาตุทำให้คนตายได้' แต่ฟางเช่อกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
หรือว่าไอ้เด็กนี่มันจะใสซื่อจนไม่ระแวงเลยว่าพี่ซูของมันตั้งใจจะปองร้าย?
อันที่จริงฟางเช่อก็อยากจะแสดงท่าทีตกใจอยู่บ้างหรอก แต่กลัวจะขัดจังหวะการเล่าของซุนหยวน เลยเลือกที่จะเงียบไว้
ยังไงซูเยว่ก็ม่องเท่งไปแล้ว จะตกใจหรือไม่ตกใจ... เขาก็คือพี่ชายสุดที่รักของข้าอยู่ดี!
วันข้างหน้ายังต้องเอาชื่อมันมาใช้อีกนี่นา
...
ซุนหยวนจากไปแล้ว
ฟางเช่อเริ่มหันมาศึกษาหนอนกู่ห้าธาตุอย่างจริงจัง
ที่แท้ทุกอย่างมันก็มาจากไอ้ตัวนี้นี่เองงั้นรึ?
มิน่าล่ะ!
ฟางเช่อรู้แค่ว่าหนอนกู่ห้าธาตุมีไว้รับประกันความภักดี หากมันอยู่ในร่างใคร แล้วคนๆ นั้นเกิดคิดทรยศ หนอนกู่ก็จะแว้งกัด และคนๆ นั้นก็จะตายในพริบตา
เรียกได้ว่าตรวจจับไวสุดๆ
น่าเสียดายที่หนอนกู่ห้าธาตุในตัวฟางเช่อมันทำงานผิดปกติ เพราะเขาคิดทรยศอยู่ทุกวี่ทุกวัน แถมเป็นความคิดทรยศขั้นร้ายแรงเสียด้วย แต่ไอ้หนอนนี่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้
ไม่เพียงทำอะไรไม่ได้ แต่มันยังโดนฟางเช่อสยบจนอยู่หมัด แถมยังโดนฟางเช่อทรมานทรกรรมสารพัดวิธีจนแทบจะบรรลุธรรมอยู่รอมร่อ
แต่ก่อนหน้านี้ฟางเช่อไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า หนอนกู่ห้าธาตุมีฟังก์ชันส่งข้อความได้ด้วย
"ดูท่าไอ้แมลงตัวน้อยนี่ จะไม่ใช่ของธรรมดาซะแล้วสิ ไม่รู้ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไงกันแน่"
เขาโคจร คัมภีร์อนันต์ พลังลมปราณค่อยๆ ไหลเวียนเข้าสู่จุดตานเถียน
หนอนกู่ห้าธาตุกลัวพลังลมปราณชนิดนี้ที่สุด มันรีบขดตัวเป็นก้อนกลมดิ๊กทันที
ฟางเช่อรวบรวมสมาธิ แผ่กระแสจิตอันอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมมัน พร้อมกับแบ่งพลังลมปราณในเส้นชีพจรให้มันกินนิดหน่อย
หนอนกู่ห้าธาตุชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอ้าปากสวาปามอย่างตะกละตะกลาม
น้ำตาแทบไหลพราก!
ในที่สุดก็ได้กินของอร่อยสักที
ตั้งแต่มาอยู่ในร่างของไอ้หมอนี่ มันแทบไม่เคยได้กินอิ่มเลยสักมื้อ! ต้องทนหิวตาลายอยู่ทุกวัน
มาวันนี้ สวรรค์ทรงโปรด ไอ้เจ้านายมันเกิดมีมโนธรรมขึ้นมาบ้างแล้ว
ขอบคุณสวรรค์!
คราวนี้ฟางเช่อให้อาหารหนอนกู่ห้าธาตุจนอิ่มแปล้
เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเบิกบานใจแผ่ซ่านออกมาจางๆ
เห็นได้ชัดว่าหนอนกู่ห้าธาตุพอใจมาก
ฟางเช่อแผ่กระแสจิตอ่อนโยนปลอบประโลมมันอีกครั้ง หนอนกู่ห้าธาตุรู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยได้รับการปรนนิบัติแบบวีไอพีระดับนี้มาก่อนเลยในชีวิต
มันรีบส่งคลื่นความรู้สึกเป็นมิตรกลับไปอย่างกระตือรือร้น
ฟางเช่อพอใจมาก จึงสานสัมพันธ์กันต่อไป
เยี่ยเมิ่งยกน้ำชาเข้ามาในห้อง เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของฟางเช่อ จึงเอ่ยถามว่า
"คุณชาย วันนี้มีเรื่องอะไรให้ดีใจหรือเจ้าคะ?"
ฟางเช่อสะดุ้งวาบในใจ
เขารีบผนึกหนอนกู่ห้าธาตุทันที
เพียะ!
โดนถีบส่งกลับเข้าตำหนักเย็นตามเดิม
หนอนกู่ห้าธาตุ: ...
จากนั้นฟางเช่อก็กวักมือเรียก ทำท่าทางลึกลับซับซ้อน เอ่ยว่า
"เรื่องนี้เป็นความลับขั้นสุดยอด เอียงหูมานี่สิ"
เยี่ยเมิ่งข่มความตื่นเต้นในใจ แต่แสร้งทำเป็นลังเล เอ่ยว่า
"คุณชาย ให้ข้านวดขาให้ท่านนะเจ้าคะ"
"อืม"
ฟางเช่อเหยียดขาทั้งสองข้างออกไปตามน้ำ
เขานอนเอนกายอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้เยี่ยเมิ่งปรนนิบัตินวดเฟ้น พลางกระซิบเสียงเบาว่า
"เรื่องนี้ห้ามเอาไปแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาดนะ"
"อืมๆ"
เยี่ยเมิ่งยิ้มรับปากรัวๆ มือก็สาละวนกับการนวดคลึงผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้เขาอย่างไม่ลดละ
"ในร่างกายของข้า มีหนอนกู่ห้าธาตุฝังอยู่ ไอ้ของพรรค์นี้น่ะ มันคือของล้ำค่าเลยนะเว้ย ขอแค่ข้าได้เลื่อนขั้นในลัทธิเมื่อไหร่ ข้าก็สามารถใช้ไอ้ตัวนี้ติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ ในลัทธิได้ ไม่ว่าจะอยู่สุดหล้าฟ้าเขียว ข้อความก็จะถูกส่งไปถึงทันที เจ้าลองคิดดูสิ มันสะดวกสบายกว่าวิชาส่งเสียงทางไกลในตำนานซะอีก แบบนี้จะไม่เรียกว่าของวิเศษได้ยังไงล่ะ?"
ฟางเช่อคุยโวโอ้อวดพร้อมรอยยิ้ม
เยี่ยเมิ่งเบิกตากว้าง แสร้งทำเป็นตกใจ
"คุณชายอย่ามาหลอกข้าเลยเจ้าค่ะ แมลงตัวเล็กแค่นี้ จะไปทำเรื่องมหัศจรรย์แบบนั้นได้ยังไง?"
"เชอะ เจ้าจะไปรู้อะไร! เจ้ารู้ไหมว่าทำไมลัทธิของเราถึงอยู่ยงคงกระพันมาได้จนถึงทุกวันนี้? หึหึ... ต่อให้ศัตรูจะรู้แหล่งกบดานของเรา แต่กว่าพวกมันจะแห่กันมาถึง... พวกเราก็เผ่นแน่บไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ก็เพราะไอ้เจ้านี่แหละ!"
"แค่คิดในใจ ข้อความก็ถูกส่งออกไปแล้ว พอมีหมาแมวที่ไหนเดินป้วนเปี้ยนผิดปกติ พวกเราก็หนีไปไกลเป็นพันหลี่ได้ทันที ใครมันจะไปจับได้ล่ะ?"
ฟางเช่อเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
"นี่แหละอาวุธลับช่วยชีวิตของข้าในอนาคต! ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไร หึหึ ข้าก็จะได้รับข่าวสารทันที!"
เมื่อเห็นเยี่ยเมิ่งทำหน้าเหลอหลาอ้าปากค้าง
นี่มันความลับระดับชาติชัดๆ!
ฟางเช่อก็แกล้งทำเป็นหมดสนุก โบกมือไล่อย่างรำคาญ
"เล่าไปเจ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า มีเรื่องตลกร้ายแต่โคตรน่าหงุดหงิดจะเล่าให้ฟัง"
"เรื่องตลกร้ายที่น่าหงุดหงิด?"
เยี่ยเมิ่งยิ่งงงหนักเข้าไปอีก สมองยังประมวลผลความลับสุดยอดเมื่อครู่ไม่ทันเสร็จ นี่มีเรื่องใหม่มาอีกแล้วเรอะ?
"เฮ้อ คราวนี้ข้าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ"
ฟางเช่อถอนหายใจยาว
"เมื่อกี้ท่านอาจารย์มาหา ข้าโดนด่าเปิงเลย เฮ้อ... ข้าล่ะกลุ้มใจจริงๆ"
เยี่ยเมิ่งพยายามพูดปลอบใจ
"คุณชาย ศิษย์โดนอาจารย์ด่าเป็นเรื่องปกตินะเจ้าคะ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลุ้มใจเลย"
ในใจนางกำลังคิดหาวิธีรีบออกไปส่งข่าว
ฟางเช่อถอนหายใจอีกรอบ
"เจ้าจะไปรู้อะไร? ครั้งนี้มันไม่เหมือนปกติโว้ย"
เยี่ยเมิ่งถูกกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นเข้าให้แล้ว
"ไม่เหมือนยังไงล่ะเจ้าคะ?"
ฟางเช่อทำหน้าเศร้าสร้อยรันทด
"ฆ่าคนผิดตัว... งานเข้าเต็มๆ เลย"
"หา? ฆ่าคน?" เยี่ยเมิ่งทำหน้าหวาดกลัว
สีหน้าสมจริงสมจังสุดๆ
จู่ๆ ฟางเช่อก็รู้สึกเหมือนกำลังดูยอดฝีมือสองคนประชันบทบาทกันอยู่
เขาจึงใส่อารมณ์ให้สมบทบาทมากยิ่งขึ้น เอ่ยว่า
"ท่านอาจารย์บอกว่า... เมื่อวานนี้ ท่านประมุขระดับสูงหลายคนมารวมตัวคุยกัน ท่านประมุขของเรานั่งเงียบกริบไม่กล้าปริปากสักคำ พอกลับมาก็เรียกท่านอาจารย์ไปด่าเปิง...?"
การสนทนาระดับประมุข?
สัญญาณเตือนภัยในใจเยี่ยเมิ่งดังสนั่นหวั่นไหว นางหูผึ่งทันที แสร้งทำหน้าตกตะลึง
"หา?!"
"ประมุขลัทธิเทียนเสินบอกว่า อุตส่าห์ปลุกปั้นตระกูลๆ หนึ่งขึ้นมาอย่างยากลำบาก ฟูมฟักทายาทอัจฉริยะมาคนหนึ่ง แต่ดันโดนเด็กใหม่คนอื่นฆ่าตายคางานประลองนักเรียนใหม่ของสำนักยุทธ์ไป๋อวิ๋น..."
ฟางเช่อถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า
"ทีนี้เจ้าเข้าใจหรือยัง? แม่งเอ๊ย ในงานประลองนั่นมีคนตายแค่คนเดียว ก็คือไอ้ซีเหมินซวี่รื่อที่ข้าเพิ่งฆ่าไปหมาดๆ นั่นแหละ..."
เยี่ยเมิ่งอึ้งกิมกี่ "บังเอิญขนาดนั้นเชียว?"
"ก็ใช่น่ะสิ ท่านประมุขของเราก็เลยไม่กล้าปริปากพูดอะไร ได้แต่พูดแสดงความเสียใจไปประโยคเดียว พอกลับมาก็เรียกท่านอาจารย์ของข้าไปด่าจนหัวหด... แล้วท่านอาจารย์ก็เลยมาลงที่ข้า ด่าข้าจนหูชาไปหมด"
ฟางเช่อเล่าด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังสุดๆ
เยี่ยเมิ่ง: "..."
"เจ้าว่าเรื่องพรรค์นี้มันซวยซับซวยซ้อนไหมล่ะ? ใครมันจะไปตรัสรู้ว่าไอ้หมอนั่นกับตระกูลของมันเป็นคนของลัทธิเทียนเสิน? ข้าก็นึกว่าข้ากำลังกำจัดเสี้ยนหนามของพวกลัทธิกวางหมิงอยู่ ที่ไหนได้ ดันฟันพวกเดียวกันเองซะงั้น จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมจากใครได้วะ?”
“ข้าก็ตายน้ำตื้นเหมือนกันนั่นแหละ ไม่มีใครมาสะกิดบอกข้าล่วงหน้าเลยว่า ไอ้ซีเหมินซวี่รื่อนี่มันพวกเดียวกัน!”
ฟางเช่อถอนหายใจอย่างหงุดหงิดและกลัดกลุ้ม
"ไม่แค่นั้นนะ ฐานะของข้ามันเป็นความลับสุดยอด ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด เพราะงั้น... วันข้างหน้าข้าอาจจะโดนพวกเดียวกันลอบฆ่าเอาก็ได้ เจ้าว่าเรื่องพรรค์นี้มันน่าหงุดหงิดไหมล่ะ?"
เยี่ยเมิ่งครุ่นคิดตาม ก่อนจะหลุดปากพูดออกมา
"ก็น่าหงุดหงิดจริงๆ นั่นแหละเจ้าค่ะ แต่เรื่องนี้มันอธิบายไม่ได้เลยหรือ?"
"ถ้าอธิบาย ฐานะของข้าก็จะถูกเปิดเผย แบบนั้นมันจะยิ่งอันตรายกว่าเดิมน่ะสิ"
ฟางเช่อถอนหายใจยาวๆ ทำหน้าอมทุกข์สุดๆ
เยี่ยเมิ่งก้มหน้าลง กรอกตาไปมา แอบสะใจอยู่ลึกๆ
ทันใดนั้นเอง
"เล่าให้ฟังขนาดนี้ เจ้าดันเงียบกริบซะงั้น? นังตัวไร้ประโยชน์!" ฟางเช่อก็ตวาดลั่น
เยี่ยเมิ่งสะดุ้งโหยง กำลังจะเงยหน้าขึ้นพูด ก็ได้ยินฟางเช่อถามเสียงเหี้ยมว่า
"ตอนนี้พลังยุทธ์ของเจ้าถึงระดับไหนแล้ว?"
เยี่ยเมิ่งกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
"ข้าบรรลุถึงระดับนักรบยุทธ์ขั้นสองแล้วเจ้าค่ะ คุณชาย!"
แฝงแววโอ้อวดอยู่กลายๆ
"โง่เง่าเต่าตุ่น! แค่ขั้นสอง ทำมาเป็นอวดเก่ง!"
ฟางเช่อควักยาเม็ดกำมือหนึ่งโยนให้
"รีบเอาไปกินแล้วฝึกซะ! ภายในหนึ่งเดือน ถ้าเจ้ายังทะลวงขึ้นระดับยอดฝีมือไม่ได้ ข้าจะเอาเจ้าไปขายซ่อง!"
เยี่ยเมิ่งปากยื่นปากยาวทันที
ไอ้หมอนี่มัน... หน้าเนื้อใจเสือชัดๆ เปลี่ยนสีหน้าไวยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีอีก!
พลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้คล่องปรื๋อเชียว
เมื่อกี้ยังยิ้มร่าอยู่เลย พอมาตอนนี้ดัน...
"ขอให้ชาตินี้เจ้าหาเมียไม่ได้!"
เยี่ยเมิ่งแอบด่าในใจอย่างเคียดแค้น
นางเดินคอตกกลับเข้าห้อง นั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มใช้เคล็ดวิชาลับในการเขียนข้อความ
"วันนี้สืบทราบความลับเรื่องหนอนกู่ห้าธาตุของลัทธิเอกะธรรม และความลับในการสื่อสารของพวกมัน ที่แท้ก็เป็นแบบนี้... นอกจากนี้ยังมีข่าวอีกเรื่อง ตระกูลซีเหมินนั่น แท้จริงแล้ว..."
...
ฟางเช่อมองตามแผ่นหลังของเยี่ยเมิ่งที่เดินออกไป ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ
ข้อมูลข่าวสารที่เขาจงใจปล่อยออกไปอย่างต่อเนื่องนี้ น่าจะเพียงพอให้เยี่ยเมิ่งตั้งตัวได้มั่นคง และทำให้เบื้องบนของสมาพันธ์ผู้พิทักษ์ตระหนักถึงความสำคัญของนางที่อยู่ข้างกายเขา
แต่ต่อไปเขาคงจะพูดตรงๆ โต้งๆ แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะที่ทำไปก็ถือว่าเสี่ยงมากพอแล้ว ถ้ามีคนจ้องจับผิดจากเรื่องพวกนี้ คงไม่พ้นสงสัยในตัวเขาแน่ๆ
เอาเป็นว่า การพูดโต้งๆ ให้ฟังแบบนี้ ถือเป็นการปูทางก็แล้วกัน วันข้างหน้าคงต้องหาวิธีอื่นที่แนบเนียนกว่านี้
...
ช่วงรุ่งสาง
ฟ่านเทียนเถียวที่ปลอมตัวมาพักอยู่ห้องข้างๆ ก็ได้รับข่าวสาร
"ความลับของลัทธิเอกะธรรม ที่แท้มันเป็นเช่นนี้นี่เอง..."
ฟ่านเทียนเถียวไม่กล้าชักช้า รีบส่งต่อข้อมูลไปทันที
ข่าวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
ทางฝั่งสมาพันธ์ผู้พิทักษ์รู้แค่หน้าที่คร่าวๆ ของหนอนกู่ห้าธาตุ และรู้ว่ามันน่าจะใช้สื่อสารกันได้ แต่ไม่รู้รายละเอียดการทำงานของมันเลย
เพราะหนอนกู่ห้าธาตุมันฝังอยู่ในร่างกาย แค่คิดจะทรยศ มันก็จะกัดกินร่างทันที
ต่อให้จับตัวพวกมันมาเค้นคอถาม ก็ง้างปากไม่ได้อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย
นี่คือเหตุผลที่ลัทธิเอกะธรรมสามารถอาละวาดได้อย่างกำเริบเสิบสานมาหลายปี
แต่ครั้งนี้ ฟางเช่ออธิบายไว้ละเอียดลออมาก
เยี่ยเมิ่งก็ส่งข้อความมาอย่างละเอียดยิบเช่นกัน แถมยังมีเรื่องของตระกูลซีเหมินอีก แม้จะเป็นแค่ตระกูลเล็กๆ แต่ก็ประมาทไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับข้อมูลเจาะลึกขนาดนี้ ฟ่านเทียนเถียวแทบจะอุ้มข้อมูลนี้ไว้ดั่งของล้ำค่า
หลังจากส่งข้อความไปแล้ว เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ฟางเช่อคนนี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์เดินได้จริงๆ การส่งเยี่ยเมิ่งไปอยู่ข้างกายเขา นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
เขาจึงลงมือเขียนจดหมายอีกฉบับส่งถึงหน่วยลับ ย้ำนักย้ำหนาว่า: ไม่ว่ายังไง ห้ามเรียกตัวเยี่ยเมิ่งไปใช้งานอย่างอื่นเด็ดขาด!
เรื่องนี้สำคัญมาก!
สำคัญขั้นสุดยอด!
ขอเสนอให้เลื่อนระดับความสำคัญของข้อมูลนี้ด่วน!