- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 45: ต้องชดใช้
บทที่ 45: ต้องชดใช้
บทที่ 45: ต้องชดใช้
หลังจากกลับมาจากห้องทำงานของเหยียนฉางชิง ซูเสี่ยวเนี่ยนเพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง
หลินซือหยาที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง ในอ้อมแขนหอบแฟ้มสัญญาปึกใหญ่ แล้วฟาด "ปัง" ลงบนโต๊ะของเธอ "ก่อนเลิกงาน ต้องคีย์ข้อมูลในสัญญาพวกนี้ลงคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บไฟล์ให้หมด"
"ทั้งหมดนี่เลยเหรอ ? " ซูเสี่ยวเนี่ยนเหลือบดูเวลา เพราะมัวแต่ไปทำเรื่องเข้างาน แถมยังต้องคุยกับท่านประธานเหยียนผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นอยู่นานสองนาน กว่าเธอจะมาถึงแผนกขาย 1 เวลาก็ปาเข้าไปสิบโมงเช้าแล้ว
เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงครึ่งก็จะพักเที่ยง ต่อให้บวกเวลาทำงานช่วงบ่ายอีกสี่ชั่วโมง รวมเป็นห้าชั่วโมงครึ่ง ก็ไม่มีทางคีย์ข้อมูลเยอะขนาดนี้ทันหรอก !
"ทำไม ? คุณซูไม่เต็มใจเหรอ ? ถ้าไม่เต็มใจก็ได้นะ ม้วนเสื่อเก็บของกลับบ้านไปได้เลย ! แผนกขาย 1 ของเราคือที่หนึ่ง ไม่ใช่ที่ที่ขยะพรรค์ไหนจะเข้ามาอยู่ก็ได้ ! " หลินซือหยาพูดอย่างสะใจ ในที่สุดเธอก็ได้เห็นสีหน้าตกตะลึงบนใบหน้าของซูเสี่ยวเนี่ยน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายชนะ คำพูดที่พ่นออกมาจึงยิ่งดุดัน บีบคั้น และไม่เกรงใจ
"อืม ฉันก็เห็นด้วยนะว่าแผนกขาย 1 ของบริษัทคุณคือที่หนึ่ง ไม่ใช่ที่ที่ขยะพรรค์ไหนจะเข้ามาอยู่ก็ได้จริง ๆ " แววตาของซูเสี่ยวเนี่ยนไหววูบ จู่ ๆ เธอก็ยกยิ้มมุมปาก มองไปที่ผู้หญิงข้างกายตาหยี
สีหน้าของหลินซือหยาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงขนาดนี้แล้ว นังผู้หญิงคนนี้ยังกล้าพูดจาเหน็บแนมเธออีกเหรอ ?
ความโกรธพุ่งปรี๊ดทันที "บางคนนี่ก็ดัดจริตเป็นสันดาน ! เธอเป็นพนักงานใหม่ ไม่รู้จักแบ่งเบาภาระงานให้เพื่อนร่วมงานบ้างหรือไง ? ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ฉันว่าเธอเหมาะจะไปเป็นเด็กพีอาร์ (PR) มากกว่ามั้ง ! "
คำว่า "พีอาร์" ที่เธอโพล่งออกมา ไม่ได้หมายถึงประชาสัมพันธ์ตามความหมายทั่วไป แต่มันหมายถึงเด็กนั่งดริงค์ที่ใช้ร่างกายปรนเปรอผู้ชายต่างหาก
ซูเสี่ยวเนี่ยนฟังปุ๊บก็เข้าใจความหมายทันที... แต่อย่างนั้นก็ดีไม่ใช่เหรอ ? ในเมื่อหลินซือหยาอยากจะขุดหลุมฝังตัวเอง ซูเสี่ยวเนี่ยนก็ยินดีจะช่วยสงเคราะห์ให้
แววตาของเธอค่อย ๆ เย็นชาลง น้ำเสียงเรียบเฉย "คุณหลินคะ คุณเก่งกล้าสามารถขนาดนี้ เจ้านายของคุณรู้เรื่องหรือเปล่า ? "
ถ้าเหยียนฉางชิงกล้าบอกว่าไม่รู้... เธอไม่รังเกียจที่จะใช้หมัดสั่งสอนเขาให้รู้จักความเป็นคน !
หลินซือหยาแค่นหัวเราะเยาะ ไม่เห็นซูเสี่ยวเนี่ยนอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ร้องเหอะออกมาคำหนึ่งแล้วว่า "ต่อให้รู้แล้วจะทำไม ? ในแผนกขาย 1 นี้ ฉันเป็นคนคุม ! "
มือเรียวปัดแฟ้มสัญญาบนโต๊ะร่วงกระจายเกลื่อนพื้น หลินซือหยาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง กอดอกเชิดหน้า "ฉันมีทางเลือกให้เธอสองทาง หนึ่ง ไสหัวไปซะ สอง ก้มลงเก็บมันขึ้นมา แล้วคีย์ข้อมูลซะ ถ้าก่อนเลิกงานยังทำไม่เสร็จ ก็ไสหัวไปเหมือนกัน ! "
ตัวอักษรเยอะขนาดนั้น ไม่เชื่อหรอกว่านังแซ่ซูนี่จะทำทัน ?
ในดวงตาของหลินซือหยาฉายแววสะใจ นังผู้หญิงคนนี้ เพิ่งจะเข้าแผนกมาก็กล้าหักหน้าเธอ คิดว่าเธอหลินซือหยาจะยอมให้รังแกง่าย ๆ งั้นเหรอ ?
ซูเสี่ยวเนี่ยน: "..."
เธอมองกองสัญญาที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น แล้วเงยหน้ามองหลินซือหยาที่วางท่าโอหังอยู่ตรงหน้า มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ไม่พูดอะไร
พนักงานคนอื่น ๆ ที่รอดูเรื่องสนุกต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว... ส่วนใหญ่เข้าข้างหลินซือหยา มีส่วนน้อยสักคนสองคนที่มองซูเสี่ยวเนี่ยนด้วยความเห็นใจ
ไปแหย่ใครไม่แหย่ ดันไปแหย่หวานใจยอดดวงใจของผู้จัดการเข้าให้ ?
"เป็นไง? เลือกได้หรือยัง ? " เห็นเธอเงียบ หลินซือหยาจึงเร่งเร้าอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความลำพองใจที่ปิดไม่มิด
ไม่ว่าวันนี้ซูเสี่ยวเนี่ยนจะเลือกทางไหน เธอหลินซือหยาก็จะไล่ตะเพิดมันออกไปให้ได้ !
ต่อให้คีย์ข้อมูลเสร็จแล้วจะทำไม ? แผนกขายต้องการคนเก่ง ไม่ใช่ต้องการพนักงานพิมพ์ดีดเด็กเส้น !
อืม ! ดูท่าวันนี้ถ้าไม่จัดการหลินซือหยาให้อยู่หมัด คงจะทำงานอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขไม่ได้แน่ เพียงแต่ว่า... คิดจะสร้างความลำบากให้ฉันแบบนี้ มันต้องมีราคาที่ต้องจ่ายนะ แม่หนูน้อย
ซูเสี่ยวเนี่ยนพยักหน้า ถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ "ถ้าฉันทำได้ล่ะ ? คุณหลินจะมีคำแก้ตัวอื่นอีกไหม ? "
"ถ้าทำได้ก็อยู่ต่อได้สิ"