เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20.เอาตัวไม่รอด

บทที่ 20.เอาตัวไม่รอด

บทที่ 20.เอาตัวไม่รอด


​เส้นเลือดดำตรงขมับของหัวหน้าหม่าเต้นตุบๆ กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็งเล็กน้อยด้วยความโกรธ

​เขากำหมัดแน่นจนเกร็ง เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำ

​"ตรวจ! ตรวจให้เขาดู!"

​เขาหันขวับไปตะคอกใส่พนักงานหวัง "เสี่ยวหวัง! มัวยืนบื้ออะไรอยู่วะ? รีบไปขนสมุดลงทะเบียนของปีที่แล้วออกมาให้หมดเลยสิโว้ย!"

​"วันนี้ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่ามันเป็นใครหน้าไหน ถึงได้กล้ามาลูบคมถึงในไปรษณีย์ของเรา!"

​คำพูดพวกนี้ ภายนอกเหมือนตั้งใจจะพูดให้หลี่อวิ้นฟัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาแค่พยายามหาทางลงและรักษาหน้าของตัวเองเอาไว้ก็เท่านั้น

​พนักงานหวังถูกตะคอกใส่จนสะดุ้งเฮือก หล่อนวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในห้องเก็บของด้านหลังอย่างทุลักทุเล

​หัวหน้าหม่าปรายตามองแผ่นหลังของหล่อนด้วยความรังเกียจ โดยไม่ปริปากพูดอะไรอีก

​ตอนนี้ตัวเขาเองก็เปรียบเสมือนพระพุทธรูปดินเหนียวข้ามแม่น้ำ ที่เอาตัวเองยังไม่รอด เขาจะเอาเวลาว่างที่ไหนไปสนใจนังผู้หญิงโง่เง่าคนนั้นอีกล่ะ

​ไม่นานนัก พนักงานหวังก็หอบสมุดลงทะเบียนหลายเล่มเดินออกมา แล้วกระแทกมันลงบนเคาน์เตอร์ดังปัง

​"เริ่มตรวจตั้งแต่ครึ่งปีก่อนเลย ชื่อผู้รับ: หลี่อวิ้น" หลี่อวิ้นยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์แล้วสั่งการเสียงเย็น

​หัวหน้าหม่าก้าวเข้าไปด้วยตัวเอง หยิบสมุดเล่มบนสุดขึ้นมาเปิดดู

​กระดาษของสมุดลงทะเบียนนั้นเก่าจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกรอบ ส่งเสียงดังกรอบแกรบยามที่เขาพลิกหน้ากระดาษ

​"เจอแล้ว!" พนักงานหวังผู้รับหน้าที่บันทึกข้อมูลชี้ไปที่หน้าหนึ่งแล้วร้องขึ้น

​ภาพที่ปรากฏบนสมุดลงทะเบียนสีเหลืองกรอบ คือลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อย บันทึกข้อความเอาไว้อย่างชัดเจน

​ทุกวันที่สิบห้าของเดือน คือวันจ่ายเงินบำนาญจากกองทัพ

​แต่ในช่องลายเซ็นผู้รับเงิน กลับมีลายเซ็นโย้เย้ของหลี่เต๋อโฮ่วปรากฏอยู่!

​"เป็นยังไงบ้างครับ หัวหน้าหม่า?" หลี่อวิ้นถามเสียงเย็น "ลายเซ็นนี่ ใช่ของผมหรือเปล่าครับ?"

​ริมฝีปากของหัวหน้าหม่าสั่นระริก เขาฝืนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "นี่... อาของคุณอาจจะมารับแทนคุณก็ได้นี่นา! คนในครอบครัวเดียวกัน มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"

​"รับแทนเหรอครับ?" หลี่อวิ้นแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ผมไม่เคยไหว้วานให้ใครมารับธนาณัติแทนผมเลยสักครั้ง! อีกอย่าง ตามระเบียบแล้ว การจะมารับธนาณัติก้อนใหญ่แทนคนอื่นได้ จะต้องแสดงบัตรประจำตัวของทั้งผู้รับและผู้รับแทน"

​"แถมยังต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่เซ็นชื่อผู้รับด้วยลายมือตัวเองอีกต่างหาก! ขอถามหน่อยสิครับหัวหน้าหม่า พวกคุณมีเอกสารพวกนั้นไหมล่ะครับ?"

​ใบหน้าของหัวหน้าหม่าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับตับหมูในพริบตา เขาจุกจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

​ทุกครั้งที่หลี่เต๋อโฮ่วมาถึง ก็แค่หยิบเงินแล้วก็เดินจากไป ขั้นตอนเอกสารบ้าบออะไรนั่น ไม่เคยมีอยู่จริงเลยสักนิด!

​"ไม่มีใช่ไหมล่ะครับ?" สายตาของหลี่อวิ้นตวัดไปมองพนักงานหวังที่อยู่ข้างๆ "พนักงานคนนี้ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่กลับละเลยต่อหน้าที่การงาน สมรู้ร่วมคิดกับบุคคลภายนอก นี่มันเป็นความผิดข้อหาอะไรเหรอครับ?"

​"ฉัน... ฉันไม่ได้ทำนะ" พนักงานหวังยังคงดิ้นรนเฮือกสุดท้าย

​หลี่อวิ้นไม่สนใจคำแก้ตัวของหล่อนเลยแม้แต่น้อย เขาสั่งหล่อนว่า "เปิดต่อไป! เดือนถัดไป!"

​พนักงานหวังถูกตวาดจนสะดุ้งสุดตัว มือไม้สั่นเทาขณะเปิดหาหน้าถัดไป

​ห้องโถงของไปรษณีย์เงียบสงัดราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษสมุดลงทะเบียนดังพรึบพรับ ทุกเสียงราวกับฝ่ามือที่ฟาดลงบนใบหน้าของหัวหน้าหม่าและพนักงานหวังอย่างแรง

​เหงื่อเย็นๆ ของหัวหน้าหม่าไหลซึมจนชุ่มเสื้อเชิ้ตด้านหลัง

​เขารู้ตัวดีว่า คราวนี้จบเห่แล้ว

​เรื่องนี้ มันเกินกว่าที่เขาจะปิดบังเอาไว้ได้อีกต่อไป

​หากข้อหายักยอกเงินบำนาญของวีรชนและฉ้อโกงทรัพย์สินของผู้อื่นถูกพิสูจน์ว่าเป็นความจริง อย่าว่าแต่ตัวเขาที่เป็นแค่หัวหน้าเลย ต่อให้เป็นถึงผู้อำนวยการไปรษณีย์ประจำอำเภอก็ยังเอาไม่อยู่!

​ภายในอกของหลี่อวิ้นเต็มไปด้วยไฟโทสะ

​แม้ว่าทุกอย่างจะอยู่ในความคาดหมายของเขา แต่เมื่อหลักฐานถูกนำมาวางแผ่หลาอยู่ตรงหน้า มันก็ยังคงทำให้เขาโกรธจนแทบคลั่งอยู่ดี

​เงินห้าสิบหยวน!

​ในยุคสมัยที่คนงานได้เงินเดือนแค่ยี่สิบกว่าหยวน เงินก้อนนี้มากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวหนึ่งได้ทั้งเดือนเลยทีเดียว!

​และเงินก้อนนี้ ก็เป็นเงินที่พ่อของเขาแลกมาด้วยชีวิต เป็นหลักประกันที่ประเทศชาติมอบให้กับเขาซึ่งเป็นลูกกำพร้าของวีรชน!

​แล้วเงินที่ส่งมาจากเมืองฮู่ซื่อนั่นล่ะ มันเริ่มส่งมาตั้งแต่ตอนไหนกัน?

​เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มความโกรธเกรี้ยวในใจเอาไว้ แล้วจ้องมองสมุดลงทะเบียนที่กำลังถูกเปิดไปทีละหน้าเขม็ง

​"เดี๋ยวก่อน!" จู่ๆ หลี่อวิ้นก็ส่งเสียงขัดขึ้นมา

​"เปิดย้อนกลับไป เปิดกลับไปหน้าที่แล้ว"

​พนักงานหวังจำใจเปิดสมุดลงทะเบียนย้อนกลับไปตามคำสั่ง

​ใต้บันทึกการส่งเงินบำนาญ ยังมีบันทึกการรับธนาณัติอีกรายการหนึ่งในชื่อของหลี่อวิ้น!

​ตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อน มีคนส่งธนาณัติจำนวนห้าสิบหยวนมาให้หลี่อวิ้นทุกๆ วันที่ 25 ของเดือน และเงินก้อนนี้ก็มาจากเมืองฮู่ซื่อพอดีเป๊ะ!

​เงินก้อนนี้ มันเยอะกว่าเงินบำนาญจากกองทัพเสียอีก!

​หลี่อวิ้นรู้สึกเหมือนลมหายใจของตนเองขาดห้วงไป

​สายตาของเขา จับจ้องไปที่ช่องชื่อผู้ส่ง

​นั่นมันคุณอาเฉิงเหรินนี่นา

​ที่แท้เงินก้อนนั้นก็เป็นเงินที่เพื่อนร่วมรบของพ่อ 'ก่วงเฉิงเหริน' ส่งมาให้นั่นเอง

​ชื่อนี้ ทำให้หลี่อวิ้นนึกถึงความทรงจำบางอย่างในวัยเด็กของเขาขึ้นมาได้

​ตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ทุกครั้งที่ลางานกลับมาเยี่ยมบ้าน ชื่อที่พ่อมักจะพูดถึงบ่อยที่สุดก็คือชื่อนี้นี่แหละ

​"พ่อจะบอกอะไรให้นะ เสี่ยวอวิ้น อาเฉิงเหรินของลูกน่ะ เป็นเพื่อนรักสหายรบที่ร่วมเป็นร่วมตายกับพ่อมาเลยนะ! ตอนอยู่ในสนามรบ เขาเคยเอาตัวรับกระสุนแทนพ่อมาแล้วนะจะบอกให้!"

​"ฝีมือยิงปืนของอาเฉิงเหรินน่ะ หาตัวจับยากสุดๆ ในรัศมีสิบแปดหมู่บ้านนี้ไม่มีใครสู้เขาได้หรอก! ไว้มีโอกาส พ่อจะให้เขาสอนวิชายิงปืนให้ลูกสักสองสามกระบวนท่า!"

​"วันข้างหน้าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วลูกหาพ่อไม่เจอ ก็ให้ไปหาอาเฉิงเหรินนะ เขาเปรียบเสมือนพ่ออีกคนของลูกเลยนะรู้ไหม!"

​คำพูดของพ่อ ยังคงดังก้องอยู่ในหู

​ทว่าเมื่อพ่อต้องมาพลีชีพ ชื่อนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากชีวิตของเขาเช่นกัน

​หลี่อวิ้นคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่า ในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองกำลังโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง จะมีใครบางคนคอยรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนรักอย่างเงียบๆ มาโดยตลอด!

​เขาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยจ้องเขม็งไปที่หัวหน้าหม่า

​"รายการนี้ ใครเป็นคนเซ็นชื่อรับไป?" หลี่อวิ้นเค้นเสียงแหบพร่าถามออกไป

​หัวหน้าหม่าชี้มืออันสั่นเทาไปยังช่องลายเซ็น

​แทบไม่ต้องคิด หลี่อวิ้นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร

​เปรี้ยง!

​หลี่อวิ้นรู้สึกเหมือนมีเลือดเดือดพล่านพุ่งทะลุขึ้นไปถึงยอดกระหม่อม!

​หากการยักยอกเงินบำนาญสามสิบหยวน คือความโลภและความหน้าด้านไร้ยางอาย

​ถ้าอย่างนั้น การฮุบเงินห้าสิบหยวนก้อนนี้ไปด้วย ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่เลวทรามต่ำช้าสิ้นดี เดรัจฉานยังเรียกพี่เลย!

​นั่นมันคือความผูกพันฉันพี่น้องที่พ่อของเขาแลกมาด้วยชีวิตเชียวนะ!

​เป็นเงินต่อชีวิตที่อาเฉิงเหรินอุตส่าห์ประหยัดกินประหยัดใช้ เจียดเงินจากปากท้องของตัวเองและครอบครัวส่งมาให้!

​หลี่เต๋อโฮ่ว แกกล้าดียังไง!

​"ตรวจ! ตรวจต่อไปให้หมดเลย!" หลี่อวิ้นแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น สองหมัดที่อยู่แนบลำตัวกำแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ

​หัวหน้าหม่าไม่กล้าชักช้า รีบเปิดหน้าต่อไปทีละหน้า

​ธนาณัติสองฉบับในแต่ละเดือน รวมเป็นเงินทั้งหมดแปดสิบหยวนถ้วน ถูกหลี่เต๋อโฮ่วรับไปจนหมดเกลี้ยง!

​มิน่าล่ะ ครอบครัวของหลี่เต๋อโฮ่วถึงได้มีเนื้อกินทุกมื้อ มิน่าล่ะ ลูกพี่ลูกน้องของเขาถึงได้มีกางเกงขาม้าทรงฮิตใส่ มิน่าล่ะ ป้าสะใภ้หลิวซิ่วซิ่วถึงได้มีต่างหูทองคำส่องประกายวิบวับใส่!

​ที่แท้ ชีวิตอันสุขสบายอู้ฟู่ของครอบครัวพวกมัน ก็ล้วนสร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของพี่น้องตระกูลหลี่ทั้งสิ้น!

​ทั่วทั้งห้องโถงไปรษณีย์ เงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของทุกคน

​สีหน้าของหัวหน้าหม่าในตอนนี้ ไม่สามารถใช้คำว่า 'ย่ำแย่' มาบรรยายได้อีกต่อไปแล้ว

​ร่างกายของเขาโงนเงนไปมา ราวกับจะล้มพับลงไปได้ทุกเมื่อ

​หลี่อวิ้นจ้องหน้าหัวหน้าหม่าเขม็ง ก่อนจะถามเน้นย้ำทีละคำ "หัวหน้าหม่าครับ ตอนนี้หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ คุณยังคิดว่าผมกำลังใส่ร้ายพวกคุณอยู่อีกไหมครับ?"

​หัวหน้าหม่าอ้าปากพะงาบๆ ลำคอตีบตันราวกับถูกยัดด้วยสำลี ไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้เลย

​น้ำเสียงของหลี่อวิ้นดังก้องกังวานขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับระฆังแห่งการพิพากษาที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง

​"สมรู้ร่วมคิดกับบุคคลภายนอก ยักยอกเงินบำนาญของครอบครัววีรชน กีดกันธนาณัติส่วนตัวของเพื่อนร่วมรบของวีรชน ยอดเงินมหาศาล พฤติการณ์เลวร้ายสุดทน! หัวหน้าหม่า ช่วยบอกผมหน่อยสิครับ ว่าตามกฎหมายของประเทศแล้ว ความผิดระดับนี้ ควรจะได้รับโทษยังไง?"

จบบทที่ บทที่ 20.เอาตัวไม่รอด

คัดลอกลิงก์แล้ว