- หน้าแรก
- ศิษย์รับใช้วิถีมาร
- บทที่ 53 ความชื่นชอบของนักพรตชุดขาว
บทที่ 53 ความชื่นชอบของนักพรตชุดขาว
บทที่ 54 ตลาดหลี
เขาดึงจางผิงอันแล้วเดินออกจากลานจอดรถม้า
พอมาถึงตลาดหลี เจ้าอ้วนฟางก็มีสีหน้าตื่นเต้น ดึงจางผิงอันแล้วกล่าวว่า "ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปดูของดี"
ตลาดหลีมีขนาดไม่ใหญ่เท่าเมืองต้าเหยา ทั่วทั้งตลาดมีถนนสายหลักเพียงสายเดียว ล้วนเต็มไปด้วยร้านค้าและแผงลอย
เมื่อมองกวาดสายตาไป สองข้างทางเต็มไปด้วยสมาคมการค้าที่ขายสินค้าสารพัดชนิด
ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรอีกไม่น้อยที่ตั้งแผงลอยขายของอยู่บนพื้น คนที่ตั้งแผงลอยเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ
ฟางเสี่ยวพั่งดึงจางผิงอันเข้าไปในสมาคมการค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงทางเข้า มีชื่อว่าร้านค้าลู่เวย ร้านค้านี้มีสองชั้น เขาไม่ได้แวะดูของในชั้นแรกเลย แต่พาจางผิงอันเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสองทันที
"เอ๊ะ?"
ชั้นสองตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า แม้จะไม่ถึงกับประดับประดาไปด้วยทองคำอร่ามตา แต่มองดูสไตล์การตกแต่งแล้ว ก็รู้เลยว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
จางผิงอันถึงกับก้าวขาไม่ออก
เขามองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบก็รู้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เขาควรจะมาเลยสักนิด
หากไม่ใช่เพราะเจ้าอ้วนฟางชอบความคึกคักล่ะก็...
พอเดินมาถึงข้างตู้เก็บสินค้าตู้หนึ่ง ฟางเสี่ยวพั่งก็ชี้ไปยังสินค้าที่อยู่ด้านใน แล้วกล่าวว่า "เจ้าดูสิ..."
ตู้เก็บสินค้าตู้นี้ ถูกครอบไว้ด้วยหยกโปร่งใสอันล้ำค่า
จางผิงอันมองเข้าไปด้านใน ภายในนั้นมีถุงใบเล็กๆ วางอยู่ใบหนึ่ง บนถุงปักลวดลายอันวิจิตรบรรจงงดงาม ส่องประกายสีทองระยิบระยับ เมื่อเห็นถุงใบเล็กนี้ จางผิงอันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง "นี่... ไม่ใช่ถุงเก็บของหรอกรึ?"
ฟางเสี่ยวพั่งหรี่ตาเล็กๆ ของเขามองด้วยความดูแคลน "เจ้าจะไปรู้อะไร นี่ไม่ใช่ถุงเก็บของธรรมดาๆ นะ แต่นี่คือถุงเก็บของที่โด่งดังไปทั่ว... ถุงเก็บของสุดล้ำค่าเชียวนะ"
จางผิงอันถึงกับพูดไม่ออก ล้ำค่าไม่ล้ำค่าอะไรกัน มันก็แค่ถุงเก็บของไม่ใช่หรือไง ของสิ่งนี้แม้จะมีราคา แต่ก็ไม่น่าจะหายากถึงขนาดนี้นี่นา
"เจ้าลองดูสิ ที่นี่มีถุงเก็บของหลายแบบเลยนะ ลวดลายก็ไม่เหมือนกัน พื้นที่ด้านในก็ไม่เท่ากัน ราคาจึงแตกต่างกันไปด้วย"
หากเป็นเมื่อก่อน จางผิงอันก็คงอยากได้ถุงเก็บของมากเช่นกัน แต่ตอนนี้เขามีกล่องดำแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้มันอีก ก็เลยไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่นัก
เขาขานรับ "อ้อ" แบบขอไปที
จากนั้นก็ลองดูราคา
ถุงเก็บของใบที่ถูกที่สุด ติดป้ายราคาไว้ที่หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญเซียน
ซี้ด...
จางผิงอันตกใจเข้าจริงๆ ศิษย์รับใช้ที่มีฝีมือเก่งกาจหน่อย เดือนหนึ่งก็มีรายได้แค่ไม่กี่สิบเหรียญเซียนเท่านั้น ชาตินี้เกรงว่าคงไม่มีปัญญาซื้อถุงแบบนี้ได้หรอก
มันมีมูลค่ามากมายขนาดนี้เชียวรึ?
แพง!
แพงจริงๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น ความจุก็มีแค่ไม่กี่ฉื่อเท่านั้น ยังไม่ใหญ่เท่ากล่องดำของเขาเลยด้วยซ้ำ
นี่ขนาดเป็นใบที่ถูกที่สุดแล้วนะ ใบอื่นยิ่งแพงกว่านี้อีก
ฟางเสี่ยวพั่งจ้องมองถุงใบหนึ่งที่มีมูลค่ากว่าหนึ่งล้านเหรียญเซียนตาไม่กะพริบ
"ใบนี้แพงที่สุด พื้นที่ด้านในกว้างถึงหนึ่งจั้ง ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาด และเปลี่ยนรูปทรงของพื้นที่ได้อย่างอิสระ แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือตราประทับนี้เป็นตราประทับระดับสุดยอด นี่สิถึงจะเรียกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยระดับแนวหน้า"
"นี่คือของวิเศษที่ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครอง"
"เอ๊ะ ท่านเซียน หรือว่าท่านจะซื้องั้นรึ?"
"ล้อเล่นน่า ข้าจะมีปัญญาซื้อของพรรค์นี้ได้อย่างไร? ก็แค่พาเจ้ามาดู ให้เปิดหูเปิดตาก็เท่านั้นแหละ"
เอ่อ...
"ไป ทางนี้"
เดินผ่านตู้เก็บสินค้าไปสองตู้ ฟางเสี่ยวพั่งก็กล่าวโอ้อวดว่า "ผิงอัน เจ้าคงยังไม่เคยเห็นถุงสัตว์วิเศษล่ะสิ? ถุงสัตว์วิเศษนี่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าอีก ข้าจะพาเจ้าไปดู"
"ไม่เคยเห็นขอรับ!"
จางผิงอันไม่เคยเห็นจริงๆ จึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก เขามองเข้าไปในตู้กระจก
ถุงสัตว์วิเศษดูเรียบง่ายกว่าถุงเก็บของมาก เป็นถุงหนังสีดำ ด้านบนยังปักลวดลายของสัตว์วิเศษและสัตว์ปีกนานาชนิดเอาไว้ด้วย
"ของสิ่งนี้สามารถใช้บรรจุสัตว์เลี้ยงวิเศษของตัวเองได้" ฟางเสี่ยวพั่งกล่าว
เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงงของจางผิงอัน เขาก็อธิบายเพิ่มเติม "เจ้าไม่รู้จักสัตว์เลี้ยงวิเศษรึ? ท่านลุงเสวียนเทียนแห่งยอดเขาอวี้จู ก็เลี้ยงสัตว์เลี้ยงวิเศษไว้ตัวหนึ่ง เป็นแมงมุมหน้าผีเก้ากรงเล็บตัวมหึมา ตอนนี้บรรลุระดับจู้จีแล้ว ศิษย์สายนอกทั่วไป แม้แต่สัตว์เลี้ยงวิเศษของเขาก็ยังสู้ไม่ได้เลย"
"แต่ทว่า เมื่อหลายปีก่อน แมงมุมตัวนั้นแอบหนีลงเขาไป แล้วก็ไปฆ่าล้างหมู่บ้านแห่งหนึ่งจนเลือดไหลเป็นสายน้ำ มีคนตายไปตั้งหลายร้อยคน ท่านลุงเสวียนเทียนโกรธจัด หลังจากจับตัวกลับมาได้ ก็กักบริเวณแมงมุมตัวนั้นไว้ถึงสิบวัน..."
ฟางเสี่ยวพั่งส่ายหน้า
จางผิงอันได้ยินชื่อของเสวียนเทียนอีกครั้ง ในใจก็กระตุกวาบ แต่ภายนอกยังคงรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเอ่ยถาม "สัตว์เลี้ยงวิเศษไม่ใช่ปีศาจหรอกรึ?"
ฟางเสี่ยวพั่งหัวเราะแหะๆ "ไม่ใช่หรอก พวกปีศาจน่ะมีความคิดที่ซับซ้อนเหมือนกับมนุษย์แล้ว สามารถบำเพ็ญเพียรได้ด้วยตัวเอง แต่สัตว์เลี้ยงวิเศษเหล่านี้ยังไม่วิวัฒนาการไปถึงระดับปีศาจ หากแยกจากเจ้านาย พวกมันก็ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้"
"อ้อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง"
ทั้งสองคนเดินดูของในร้านนี้จนทั่ว ที่นี่ขายแต่สินค้าฟุ่มเฟือยระดับแนวหน้าทั้งนั้น ฟางเสี่ยวพั่งเดินดูอยู่นานจนหนำใจ แต่ก็ไม่ได้ซื้อของเลยสักชิ้นเดียว
"ไปกันเถอะ..." ฟางเสี่ยวพั่งดึงจางผิงอันให้เดินออกจากร้านค้า แล้วยิ้มกล่าว "ของที่นี่ทำได้แค่ดู เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการบำเพ็ญเพียรให้ตัวเองเท่านั้นแหละ แต่พวกเราซื้อไม่ไหวหรอก พวกเราออกไปดูแผงลอยข้างนอกกันดีกว่า เผื่อจะได้ของดีๆ ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง"
"ของตามแผงลอย ถูกกว่าที่นี่ตั้งเยอะ"
"ได้ขอรับ!"
จางผิงอันก็รู้สึกว่า ของตามแผงลอยนี่แหละคือรักแท้
ทั้งสองคนเดินออกมาที่ถนนอีกครั้ง ทุกหนทุกแห่งล้วนเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงลอยขายของ
เสียงร้องขายของดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้องยอมรับเลยว่า ของที่นี่มีมากมายหลากหลายชนิด และแปลกประหลาดพิสดารจริงๆ
อาวุธวิเศษที่พังเสียหาย สมุนไพร โอสถที่ได้รับความเสียหาย หนังสือสารพัดชนิด เครื่องมือสนับสนุนการบำเพ็ญเพียร กระดาษยันต์ หมึกวิเศษ พู่กันยันต์ แทบจะมีครบทุกอย่าง
มองไม่เห็นของระดับสูงเลยสักชิ้น มีแต่ของระดับต่ำๆ แถมส่วนใหญ่ก็ยังเป็นของที่พังเสียหายอีกด้วย
"สหาย สนใจเมล็ดพันธุ์ท้อสวรรค์หรือไม่? นี่คือเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ปราณท้อสวรรค์เชียวนะ เป็นไม้ผลระดับสอง ลูกท้อนี่ให้ผลลัพธ์ดีกว่าข้าวปราณเสียอีก!" ผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งสวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาขวางหน้าจางผิงอัน เพื่อเสนอขายของวิเศษของเขา
"เอ๊ะ?" จางผิงอันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีลานบ้านอยู่ ในใจจึงรู้สึกหวั่นไหว "เจ้า... ตั้งใจจะขายเท่าไหร่ล่ะ?"
"ไปๆ อย่ามาขวางทาง! ไสหัวไปให้พ้น!" ฟางเสี่ยวพั่งรีบเดินเข้ามาไล่คนผู้นี้ให้พ้นทาง หันกลับมากล่าวกับจางผิงอัน "ขายเท่าไหร่อะไรกัน? ที่นี่มีแต่การซื้อขายแบบหลอกลวงทั้งนั้น ผีเท่านั้นแหละที่รู้ว่าเขาเอาเมล็ดพันธุ์อะไรมาหลอกขาย นี่เจ้าเชื่อจริงๆ รึ?"
"ต่อให้เป็นของจริง เจ้าปลูกเป็นรึ? การปลูกพืชปราณมีเงื่อนไขที่จุกจิกมาก ต่อให้ให้เมล็ดพันธุ์เจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก"
จางผิงอันถึงกับตาสว่าง และได้สติกลับมาในทันที เมื่อครู่เกือบจะถูกหลอกเข้าให้แล้ว
"ท่านเซียนช่างมีความรู้กว้างขวางจริงๆ!"
"วันหน้าก็หัดเรียนรู้จากข้าให้มากๆ หน่อย! บนถนนสายนี้ ครึ่งหนึ่งล้วนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เบิกตาดูให้ดีๆ เถอะ"
"อ้อ!"
"น้องชาย เจ้าสนใจจะซื้อไม้สักหน่อยหรือไม่? ของข้าที่นี่ รับรองว่าเป็นไม้กาดำที่ดีที่สุด ไม้ชนิดนี้ ไม่เพียงแต่ใช้หลอมโอสถได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้จัดวางค่ายกลได้อีกด้วย รับรองว่าเป็นของแท้แน่นอน หากไม่เชื่อท่านลองดูสิ" ผู้บำเพ็ญเพียรวัยกลางคนผู้หนึ่ง มีใบหน้ายิ้มแย้ม เสนอขายสินค้าของเขา
ฟางเสี่ยวพั่งมองเห็นท่อนไม้สีดำกองอยู่บนพื้น จึงก้มลงไปดู แล้วก็ต้องตกใจ "นี่มันไม้กาดำของแท้เลยนี่! เจ้าไปเอามาจากไหนกัน?"
ไม้กาดำมีแหล่งกำเนิดมาจากป่ากาดำ ป่ากาดำเดิมทีก็เป็นดินแดนชั่วร้ายที่เต็มไปด้วยหมอกพิษอยู่แล้ว ที่นั่นยังมีแม่เฒ่าดำที่น่าสะพรึงกลัวอาศัยอยู่อีก ไม่มีใครกล้าไปล่วงเกินหรอก แน่นอนว่าก็ไม่มีใครกล้าไปตัดไม้ที่นั่นด้วยเช่นกัน
หากนำไม้ชนิดนี้มาใช้หลอมโอสถ ก็ดูจะสิ้นเปลืองไปหน่อย มันมีระดับเดียวกับไผ่เหมันต์เท่านั้น แต่หากนำมาใช้สร้างค่ายกล รับรองว่ามันจะเป็นวัสดุที่แปลกประหลาดและยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
"ส่วนเรื่องที่มา นั่นต้องขอเก็บไว้เป็นความลับ จะซื้อหรือไม่ล่ะ? ไม้กาดำนี้ไม่เพียงแต่คุณภาพดี แต่ราคายังถูกแสนถูกอีกด้วย!"