- หน้าแรก
- ศิษย์รับใช้วิถีมาร
- บทที่ 36 ขายโอสถ
บทที่ 36 ขายโอสถ
บทที่ 37 เจ้าทำผิดกฎหมาย!
โอสถรวบรวมปราณตามมาตรฐาน ตามทฤษฎีแล้วจะมีพลังปราณเต็มร้อย ของระดับที่ขายอยู่ในร้านค้าก็มีพลังปราณแค่เก้าสิบกว่าหรือบางเม็ดก็แค่แปดสิบกว่าเท่านั้น
โอสถรวบรวมปราณของจางผิงอันยังไม่ถึงระดับของโอสถรวบรวมปราณระดับ แต่ทว่า... มันถูกนี่นา
ไม่ว่าจะเป็นโลกใบไหน คนจนก็ย่อมมีมากกว่าเสมอ
ของถูกก็คือของที่มีค่าดั่งทองคำนั่นแหละ!
"ข้า... ข้าขอโอสถปราณน้ำเม็ดหนึ่ง!"
ยังไม่ทันรอให้ท่านลุงอู๋ตรวจสอบจนเสร็จสิ้น ผู้บำเพ็ญเพียรธาตุน้ำคนหนึ่งก็รอไม่ไหวเสียแล้ว เขามองปราดเดียวก็หมายตาโอสถปราณน้ำที่มีพลังปราณสูงถึงสี่สิบเม็ดนั้น นี่มันกำไรมหาศาลชัดๆ
"นี่เหรียญเซียนของเจ้า!"
ด้วยกลัวว่าจางผิงอันจะเปลี่ยนใจ ผู้บำเพ็ญเพียรคนนี้จึงล้วงเหรียญเซียนออกมาสามสิบเหรียญ ยัดใส่มือจางผิงอัน แล้วคว้าโอสถปราณน้ำวิ่งหนีไปทันที
คนรอบข้างถึงเพิ่งจะตั้งสติได้
"ข้าก็เอาด้วย!"
"ข้าขอโอสถปราณดิน พวกนี้ข้าเหมาหมดเลย..."
ทุกคนต่างกรูกันเข้ามา แย่งชิงโอสถวิเศษกันจนแทบจะลงไม้ลงมือกัน
"อย่าแย่งกัน อย่าแย่งกัน ต่อคิวตามลำดับเลยขอรับ วันหน้าข้าจะเอาโอสถวิเศษมาขายบ่อยๆ ทุกคนไม่ต้องรีบร้อน มีส่วนแบ่งกันทุกคน!"
โอสถวิเศษเม็ดสุดท้ายถูกแย่งซื้อไปจนได้
ยังมีอีกหลายคนที่ซื้อไม่ทันแต่ก็ไม่ยอมจากไป ได้แต่บ่นกระปอดกระแปดอยู่ด้านข้าง "น้องชาย พรุ่งนี้ยังมีอีกหรือไม่?"
"ข้า... ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันขอรับ ถึงอย่างไรก็ต้องใช้เวลาในการหลอมโอสถ แต่ถ้ามีโอสถวิเศษเหลือเมื่อไหร่ ข้าก็จะเอามาขาย พวกท่านก็คอยแวะมาดูบ่อยๆ ก็แล้วกันขอรับ"
"เช่นนั้นก็ดี ขอแค่ยังมีขายก็พอแล้ว"
ในเวลานี้จางผิงอันรู้สึกตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีด เขาคำนวณในใจว่าจะใช้การหลอมโอสถหาเหรียญเซียน จากนั้นก็เอาเหรียญเซียนไปซื้อสมุนไพรราคาถูก
ช่างเป็นวงจรการหาเงินที่สมบูรณ์แบบ แถมยังไม่เสียเวลาฝึกวิชาอีกด้วย
อีกไม่นาน ตัวเขาคงได้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงแห่งเมืองต้าเหยาเป็นแน่ เมื่อมีเงินแล้วยังต้องกลัวว่าจะบำเพ็ญเพียรไม่สำเร็จอีกหรือ?
ระดับฝึกลมปราณขั้นสิบสองอยู่แค่เอื้อมแล้ว!
ในขณะที่เขากำลังตื่นเต้นสุดขีดอยู่นั้น
เสียงตวาดลั่นก็ดังมาจากที่ไกลๆ
"หลีกทางไป!"
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างพร้อมเพรียง ตึก ตึก! ตึก ตึก!
"หลีกทางไป ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนมาปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจงหลบไปให้พ้น"
จากที่ไกลๆ ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเหยาะๆ เข้ามาด้วยก้าวเดินที่พร้อมเพรียงกัน
"ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนมาแล้ว!"
ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างตกใจกลัว รีบแยกย้ายกันหนีไปคนละทิศคนละทางในทันที
จางผิงอันลุกลี้ลุกลน แอบคิดในใจว่า หรือจะมีนักโทษหนีคดีแฝงตัวอยู่ในฝูงชน?
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงคว้าเหรียญเซียนเอาไว้ ไม่กล้าเก็บใส่กล่องดำท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย จึงยัดใส่ตะกร้าทั้งหมดแล้วเตรียมจะวิ่งหนีตามทุกคนไป
ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนหลายคนรีบวิ่งไล่ตามมา
มีสองคนที่เคลื่อนไหวไวที่สุด พุ่งเข้ามาจับตัวจางผิงอันกดลงกับพื้น ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนคนหนึ่งแย่งตะกร้าในมือจางผิงอันไปอย่างป่าเถื่อน ด้านในมีเหรียญเซียนขาวจั๊วะกว่าหนึ่งพันเหรียญ
จางผิงอันตาแดงก่ำ ตะโกนเสียงดังลั่น "พวกท่านจับผิดคนแล้ว!"
"เหลวไหล คนที่พวกเราจะจับก็คือเจ้านั่นแหละ มีคนแจ้งเบาะแสว่าเจ้าขายโอสถด้อยคุณภาพ ยอมตามพวกเรากลับไปรับการสืบสวนแต่โดยดีซะ" ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนที่เป็นหัวหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ท่าทางดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง
จางผิงอันถึงกับสะดุ้งตกใจ หันขวับไปมองด้วยดวงตาแดงก่ำ
"หึ ไอ้หนู เจ้าคิดจะขัดขืนการจับกุมงั้นรึ? อยากลองดีดูไหมล่ะ?"
หลังจากสูดลมหายใจเข้าออกหนึ่งครั้ง
จางผิงอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตากลับมากระจ่างใสอีกครั้ง ไม่ตื่นตระหนกอีกต่อไป "นายท่าน ข้าทำมาค้าขายอย่างซื่อสัตย์สุจริตนะขอรับ"
ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนพูดแทรกขึ้นมา "หุบปากไปเลย รอให้ถึงหอคุมกฎก่อนเถอะ เดี๋ยวเจ้าก็มีโอกาสได้พูดเองแหละ"
ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนที่ดูมีอายุซึ่งตามมาทางด้านหลัง เห็นแววตาของจางผิงอันที่ดูไม่ยอมจำนน ก็อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเย็นกล่าวว่า "ไอ้หนู ข้าขอเตือนให้เจ้าดูสถานการณ์ให้ดีๆ การกล้าต่อกรกับผู้คุมกฎแห่งแดนเซียน ก็เท่ากับต่อกรกับสำนักกระบี่เจินอู่ เจ้าคิดให้ดีๆ ล่ะ..."
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยการข่มขู่
แววตาของจางผิงอันกลับมากระจ่างใสตั้งนานแล้ว "มิกล้าขอรับ!"
ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนสองคนควบคุมตัวจางผิงอันไว้ ด้านข้างยังมีผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนอีกคนเดินไปพลางนับเงินในตะกร้าไปพลาง ยิ้มแย้มจนตาหยีไม่หยุดหย่อน
การปฏิบัติหน้าที่จับกุมที่นี่ มีส่วนแบ่งให้ด้วย เห็นเงินเยอะขนาดนี้ จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร
จางผิงอันกลับกลายเป็นเงียบขรึม ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ไม้ซีกหรือจะงัดไม้ซุงได้
เพียงไม่นาน ก็มาถึงฝ่ายจัดการเมืองต้าเหยา
ที่มุมด้านในสุดของโถงใหญ่ฝ่ายจัดการ ก็คือหอคุมกฎ ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนที่คอยรักษาความสงบเรียบร้อย ล้วนเป็นลูกจ้างของหอคุมกฎทั้งสิ้น
ขณะที่เดินผ่านโถงใหญ่ที่คึกคัก ผู้คนมากมายต่างมองดูจางผิงอันที่ถูกผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนควบคุมตัวมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และพากันสอบถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
เมื่อเข้าไปในหอคุมกฎ ด้านในมีห้องสอบสวนที่จัดไว้เป็นการเฉพาะห้องหนึ่ง
ภายในห้องสอบสวนมีแสงไฟสลัว เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวไม่หยุด เป็นสีเขียวอมฟ้าดูน่ากลัว
เจ้าหน้าที่สอบสวนสามคน นั่งเรียงกันเป็นหน้ากระดาน สีหน้าเคร่งขรึมมืดมน ราวกับมีใครติดหนี้พวกเขาสักล้านเหรียญก็ไม่ปาน
"โอสถวิเศษเม็ดนี้เจ้าเป็นคนขายใช่หรือไม่?" ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนท่าทางดุร้ายเมื่อครู่เอ่ยถามขึ้น
ในมือของเขาถือโอสถปราณน้ำเม็ดหนึ่ง แกว่งไปมาตรงหน้าจางผิงอัน
จางผิงอันมองแวบเดียวก็จำได้ว่าเป็นของที่ตัวเองขายออกไป เขาเหลือบมองผู้บำเพ็ญเพียรธาตุน้ำคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเจ้าหน้าที่สอบสวน
ผู้บำเพ็ญเพียรคนนี้มีรูปร่างผอมสูง มีสีหน้าเหี้ยมโหดอำมหิตเป็นอย่างมาก เขามองจางผิงอันด้วยสายตาเย็นชา ราวกับมีความแค้นฝังลึกอะไรกันมาแต่ปางก่อน เขาคือคนที่ซื้อโอสถปราณน้ำของเขาไปเมื่อครู่นี้นี่เอง
ที่แท้เขาก็เป็นคนแจ้งเบาะแสงั้นรึ?
ขณะที่กำลังลังเลว่าจะยอมรับดีหรือไม่ เขาก็เหลือบไปเห็นนกแก้วตัวหนึ่ง ยืนหรี่ตาอยู่บนคอนนกทางด้านซ้าย
เอ๊ะ?
จางผิงอันจำนกแก้วตัวนี้ได้
นี่คือนกแก้วสัจธรรม เป็นสัตว์วิเศษชนิดหนึ่ง เชี่ยวชาญในการแยกแยะความจริงความเท็จเป็นที่สุด หากยังไม่ถึงระดับจินตัน ก็ไม่มีใครรอดพ้นจากการสอดแนมของมันไปได้
ที่นี่คือหอคุมกฎ การมีนกแก้วตัวนี้อยู่ด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ถูกต้องขอรับ เป็นโอสถวิเศษที่ข้าขายเอง"
ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนตบโต๊ะปัง โกรธเกรี้ยวตะคอกว่า "ขายโอสถวิเศษด้อยคุณภาพ ตามกฎของเมืองต้าเหยาต้องถูกปรับ เจ้าไม่รู้หรือไง?"
จางผิงอันรีบแก้ต่าง "นายท่าน โอสถของข้าแม้คุณภาพจะแย่ไปสักหน่อย แต่ข้าไม่ได้หลอกลวงใครจริงๆ นะขอรับ ข้าก็ขายในราคาถูกด้วย..."
พอได้ยินคำพูดนี้
ทุกคนในห้องต่างก็หัวเราะออกมา
แม้แต่คนแจ้งเบาะแสที่มีท่าทีเย็นชาผู้นั้น มุมปากก็ยังเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมาอย่างเห็นได้ชัด ความหมายก็คือ ไอ้หนู เจ้าตายแน่!
จางผิงอันคิดไม่ตก ว่าคำอธิบายของเขามันมีปัญหาตรงไหน
เขามองดูผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนที่กำลังหัวเราะร่วนอยู่ตรงหน้าด้วยความสงสัย
ผู้คุมกฎแห่งแดนเซียนหัวเราะจนน้ำตาไหล กว่าจะกลั้นหัวเราะไว้ได้ เขาก็ตบโต๊ะอย่างแรงอีกครั้ง ก้มหน้าลงกล่าวอย่างดุร้ายว่า "ไอ้หนู ขายของปลอมนั่นมันแค่ความผิดสถานเบา ปรับเงินตรงนั้นก็จบเรื่องแล้ว แต่การที่เจ้าจงใจขายสินค้าในราคาต่ำกว่าตลาด นั่นถือเป็นความผิดร้ายแรง เจ้าไม่รู้หรือไง?"
"หา?... จงใจขายสินค้าในราคาต่ำกว่าตลาด?" จางผิงอันอ้าปากค้าง "ข้าไม่รู้จริงๆ ขอรับ!"
ต่อให้ตีจางผิงอันให้ตาย เขาก็คิดไม่ออกว่า การขายสินค้าในราคาถูก มันกลายเป็นความผิดร้ายแรงไปได้อย่างไร?
มีอะไรแปลกๆ แล้ว!
เหงื่อกาฬบนหน้าผากของจางผิงอันไหลซึมลงมา
ในตอนนั้นเอง ก็มีคนผู้หนึ่งมาที่หอคุมกฎ เสมียนฝึกหัดด้านนอกรีบเข้ามาแจ้งให้เจ้าหน้าที่สอบสวนทั้งสามคนทราบ
ทั้งสามคนไม่สนใจจะสอบสวนจางผิงอันอีกต่อไป รีบลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปต้อนรับ แม้แต่คนแจ้งเบาะแสผู้นั้นก็เดินตามออกไปด้วย
ประตูห้องสอบสวนไม่ได้ปิด
เมื่อมองลอดประตูออกไป ก็สามารถมองเห็นผู้มาเยือนได้
จางผิงอันถึงกับอึ้งไป เขาจำคนผู้นั้นได้ นั่นมันพ่อบ้านของหอเทียนเป่าไม่ใช่หรือ?
เขามาทำอะไรที่นี่?
เจ้านั่นที่แจ้งเบาะแสเอาผิดเขา กำลังโค้งคำนับประจบประแจงอยู่ตรงหน้าพ่อบ้าน ราวกับเป็นลูกน้องของพ่อบ้าน ท่าทางเหมือนกำลังรับฟังคำสั่งสอนไม่มีผิด
มีคำพูดขาดๆ หายๆ ดังแว่วเข้ามาให้ได้ยิน
"...ท่านวางใจเถอะขอรับ การรักษาเสถียรภาพของตลาด คือสิ่งที่พวกเราสมควรทำอยู่แล้ว!"
"บ้านเมืองยุคนี้มันไม่ดี คนตั้งมากมายอยากจะได้อะไรมาง่ายๆ โดยไม่ต้องออกแรง คอยแต่จะหาช่องโหว่ คนเลวพวกนี้มันมีเยอะเกินไปจริงๆ ลำบากพวกท่านแล้ว รอข้ากลับไป ข้าจะต้องไปรายงานท่านเซียนให้ดีๆ และจะช่วยพูดชื่นชมพวกท่านด้วย"
"ไอ้หยา ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนท่านพ่อบ้านช่วยพูดจาสนับสนุนด้วยนะขอรับ!"
……
...