- หน้าแรก
- เดี๋ยวก่อน นี่น่ะเหรอระบบประเมินรถยนต์
- บทที่ 104 - ความสำคัญของการมอบคุณค่าทางอารมณ์ (ฟรี)
บทที่ 104 - ความสำคัญของการมอบคุณค่าทางอารมณ์ (ฟรี)
บทที่ 104 - ความสำคัญของการมอบคุณค่าทางอารมณ์ (ฟรี)
บทที่ 104 - ความสำคัญของการมอบคุณค่าทางอารมณ์
ตอนนี้ก็เข้าทางเขาแล้วไง สวีปินมาถึงแล้ว
มีระบบซะอย่าง ปัญหาแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย
แต่ประเด็นสำคัญในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่การ "รู้" ว่ารถเสียตรงไหน
แต่อยู่ที่ว่าจะทำยังไงให้กระบวนการ "ค้นพบปัญหา" มันดูสมเหตุสมผล และน่าเชื่อถือที่สุดต่างหาก
เขาต้องการ "กระบวนการ" เป็นกระบวนการที่ดูเป็นมืออาชีพ ละเอียดรอบคอบ และมีหลักการ
ถึงแม้ว่ากระบวนการที่ว่า ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ "การแสดง" ก็เถอะ
ดังนั้น สิ่งที่สวีปินต้องทำตอนนี้คือ เขาต้อง "แสดง" กระบวนการค้นหาปัญหาให้แนบเนียนที่สุด
......
สวีปินรู้ดีว่าในระหว่างการแสดงละครฉากนี้ นอกจากจะหาสาเหตุของปัญหาให้เจอแล้ว เขายังต้องมอบ "คุณค่าทางอารมณ์" ให้กับคนสองกลุ่มที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
กลุ่มแรก
นั่นคือเฉินหมิง
การมอบคุณค่าทางอารมณ์ให้เฉินหมิง เป้าหมายหลักคือการพิสูจน์ว่า ฉัน สวีปิน อุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกลตามคำขอของคุณ ฉันไม่ได้มาทำผลงานกร่อย ไม่ได้ทำให้คุณผิดหวังนะ
ในสถานการณ์ที่ช่างซ่อมศูนย์ 4S ยังต้องมืดแปดด้าน ฉันกลับสามารถเคี้ยวงานหินนี้ได้สำเร็จ
ฉันช่วยให้คุณจัดการเรื่องนี้ได้สำเร็จ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนอย่างคุณ เฉินหมิง หาคนเก่งมาช่วยได้ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังพิสูจน์ว่าคุณมีคอนเน็กชันและมีสายตาที่เฉียบแหลม!
เมื่อฉันช่วยคุณครั้งใหญ่ขนาดนี้ หลังจากจบเรื่อง พี่ชายอย่างคุณควรจะขอบคุณยังไง ควรจะตอบแทนแบบไหน ในใจคุณก็คงจะรู้ดี
กลุ่มที่สอง
นั่นก็คือช่างซ่อมสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ และบริษัท 4S ที่พวกเขาเป็นตัวแทน
สวีปินรู้กฎกติกา และเข้าใจมารยาททางสังคมดี
ทุกคนต่างก็เป็นคนในวงการเดียวกัน ต้องทำมาหากิน ใช้ฝีมือและเทคนิคในการหาเงินเหมือนกัน
การมอบคุณค่าทางอารมณ์ให้กับช่างซ่อมที่นี่ ก็คือการหาทางลงให้กับพวกเขา เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องเสียหน้า และเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมอาชีพไว้
ไม่ได้แปลว่าเทคนิคของพวกคุณไม่ดี หรือพวกคุณไร้ความสามารถ
เพียงแต่พวกคุณต้องทำตามขั้นตอนและกฎระเบียบมาตรฐาน ต้องไล่เช็ครหัสข้อผิดพลาดไปทีละจุด ซึ่งนี่เป็นทั้งกฎระเบียบและเรื่องของโชค
ส่วนฉันน่ะ แค่โชคดี บังเอิญนึกถึงความเป็นไปได้นี้ก่อนพวกคุณ และตรวจสอบไปในทิศทางนี้ก่อนก็เท่านั้น
เพราะยังไงซะ นี่ก็เป็นถิ่นของคนอื่น จะไปทำตัวกร่างลูบคม หักหน้าคนอื่นถึงถิ่นไม่ได้เด็ดขาด
วงการช่างซ่อมเนี่ย จะว่ากว้างก็ไม่กว้าง จะว่าแคบก็ไม่แคบ
เดินไปเดินมาก็อาจจะเจอกันได้ ถนอมน้ำใจกันไว้สักนิด วันหน้าจะได้มองหน้ากันติด
ส่วนเจ้าของรถอย่างหลัวเจี้ยนน่ะเหรอ?
สวีปินถูกเฉินหมิงขอร้องให้มาช่วย
ดูจากท่าที "ไม่สนใจใยดี ทำตัวหยิ่งยโส" ของหลัวเจี้ยนตั้งแต่แรกพบแล้วล่ะก็
การมอบ "คุณค่าทางอารมณ์" ให้กับหลัวเจี้ยน ถือว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย และไม่มีความจำเป็นด้วยซ้ำ
ไม่เห็นจะจำเป็นตรงไหน
เขาแค่ต้องใช้ผลลัพธ์มาเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองก็พอแล้ว
ถึงแม้ว่าคราวหน้า รถของหลัวเจี้ยนเกิดพังโดยไม่ทราบสาเหตุและตรวจหาปัญหาไม่เจออีก
ยังไงซะคนที่ติดต่อมาก็ต้องเป็นเฉินหมิงอยู่ดี
แถมอีกอย่างนะ
ไอ้หมอนี่มันทำท่าทางกวนโอ๊ยตั้งแต่เจอกันแล้ว รถตัวเองพังยังไงก็ไม่เห็นจะเล่ารายละเอียดให้พี่ปินคนนี้ฟังเลยสักนิด
แล้วก็อีกอย่าง!
สูบบุหรี่แท้ๆ แต่กลับไม่รู้จักยื่นให้พี่ปินคนนี้สักมวน
แกไม่รู้กฎเกณฑ์ในยุทธจักร ไม่รู้จักมารยาททางสังคมเลยหรือไงวะ?
จะสูบหรือไม่สูบมันก็เรื่องของฉัน แต่จะยื่นให้หรือไม่ยื่นให้มันเป็นเรื่องของแก
ในเมื่อแกไม่เห็นหัวฉัน ฉันก็ไม่เห็นหัวแกเหมือนกันโว้ย
......
เวลาผ่านไปสิบกว่านาที
เฉินหมิงที่ยืนรออยู่ข้างๆ เริ่มแสดงอาการร้อนรนให้เห็นชัดเจน เขาสูบบุหรี่มวนต่อมวน ก้นบุหรี่ถูกทิ้งเกลื่อนอยู่ที่พื้นหลายอันแล้ว
เขามองไปที่สวีปินเป็นระยะ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากเร่งเพราะกลัวจะรบกวนสมาธิของสวีปิน ได้แต่อดกลั้นเอาไว้
ในใจของเฉินหมิงตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว หวังว่าสวีปินจะรีบหาปัญหาของรถคันนี้เจอโดยเร็วที่สุด
และในตอนนั้นเอง เขาก็เห็นสวีปินหยุดการตรวจสอบทั้งหมดลง
สวีปินล้วงบุหรี่ออกจากกระเป๋า เดินไปแจกให้ช่างซ่อมสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็คุยกับพวกเขาอยู่สองสามประโยค
ช่างทั้งสองคนรับบุหรี่ไป สีหน้าที่เคร่งเครียดเมื่อครู่ก็ดูผ่อนคลายลงบ้าง
คุยเสร็จ สวีปินก็เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง
คราวนี้ เขาเริ่มทำขั้นตอนต่อไป
เขาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์วินิจฉัยอาการที่ถูกถาโถมด้วยรหัสข้อผิดพลาดมากมายอย่างตั้งใจ
ดูอยู่สักพัก เขาก็หันไปคุยกับช่างรุ่นใหญ่ที่เดินเข้ามาหาเสียงเบา
ช่างรุ่นใหญ่ฟังแล้วพยักหน้า สีหน้าเปลี่ยนจากสงสัย กลายเป็นครุ่นคิด และสุดท้ายก็กลายเป็นเข้าใจและประหลาดใจเล็กน้อย
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง หันหลังแล้วรีบเดินออกไปทันที
ดูจากท่าทางของสวีปิน และการที่ช่างรุ่นใหญ่รีบไปหยิบของ แสดงว่าน่าจะได้เบาะแสอะไรบางอย่างแล้ว
ตาของเฉินหมิงเป็นประกาย เขารีบทิ้งบุหรี่ในมือ แล้วเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
"อาปิน"
น้ำเสียงของเฉินหมิงสั่นเล็กน้อย แฝงไปด้วยความคาดหวังและความตึงเครียด
"พอจะ... ได้เค้าลางอะไรบ้างไหม?"
"มีทิศทางแล้วครับ"
สวีปินหันหน้ามาส่งยิ้มให้เขา
"เดี๋ยวรอพี่ช่างคนนั้นเอาอุปกรณ์มาวัดค่าดูอีกที จะได้รู้ว่าเป็นปัญหาตรงนี้จริงหรือเปล่า"
"ดี! ดี!"
เฉินหมิงพูดคำว่า "ดี" ติดกันสองครั้ง เขาตบแขนสวีปินหนักๆ ความตื่นเต้นดีใจพรั่งพรูออกมาอย่างปิดไม่มิด
แผนการเลื่อนขั้น เดินทางมาถึงความคืบหน้าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
......
ไม่นาน ช่างรุ่นใหญ่ที่เพิ่งเดินออกไปก็กลับมา
ในอ้อมแขนหอบข้าวของมาเต็มไปหมด
ทั้งสายเชื่อมต่อระบบวิเคราะห์อาการ SDD ของแท้จาก Alfa Romeo, เครื่องออสซิลโลสโคปดิจิทัล (Digital Oscilloscope) และมัลติมิเตอร์ความแม่นยำสูง...
จิปาถะหลายอย่าง ดูแล้วจัดเต็มชุดใหญ่เลยทีเดียว
เฉินหมิงรีบล้วงบุหรี่ออกจากกระเป๋าอย่างรู้หน้าที่
แจกให้สวีปินก่อนมวนหนึ่ง แล้วก็แจกให้ช่างซ่อมอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ คนละมวน
สวีปินขยับตัวหลบไปด้านข้าง พูดกับช่างรุ่นใหญ่ด้วยความเกรงใจว่า "ลูกพี่ครับ อุปกรณ์เฉพาะทางพวกนี้ รบกวนลูกพี่ช่วยจัดการหน่อยนะครับ ลูกพี่น่าจะถนัดกว่า"
"ไม่มีปัญหา"
ช่างรุ่นใหญ่พยักหน้า แล้วเริ่มเชื่อมต่ออุปกรณ์ ก่อนจะทำการทดสอบตามทิศทางที่สวีปินแนะนำเมื่อครู่
คลื่นความถี่บนหน้าจอออสซิลโลสโคปเริ่มขยับขึ้นลง ข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เริ่มรีเฟรช
ไม่นานนัก ผลลัพธ์ก็ออกมา
ปัญหาของรถคันนี้ได้รับการยืนยันแล้ว: กล่อง ECU ค้างเป็นพักๆ
ถือเป็น "โรคที่รักษายาก" อย่างแท้จริง
เมื่อได้ยินข้อสรุปนี้ ได้ยินข่าวดีนี้ ในที่สุดเฉินหมิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแบบสุดๆ เสียที
ความตึงเครียดและความเคร่งขรึมบนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความดีใจจากก้นบึ้งของหัวใจ เขายิ้มจนตาหยีเลยทีเดียว
แผนการเลื่อนขั้น เดินทางมาถึงความคืบหน้าร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
สำเร็จ! สำเร็จแล้วจริงๆ!
ฮ่าๆๆ!
ทักษะการวิเคราะห์อาการของอาปินนี่มันขั้นเทพจริงๆ! แต่ฉัน เฉินหมิง ก็เทพไม่เบาเหมือนกัน! ม้าพันลี้มีอยู่ทั่วไป แต่ป๋อเล่อนั้นหายาก!
ฉันนี่แหละคือป๋อเล่อของอาปิน ม้าพันลี้ตัวนี้!
ถ้าสวีปินรู้ความคิดในใจของเฉินหมิงตอนนี้ คงทำได้แค่ด่ากลับไปประโยคเดียวว่า "หน้าด้าน"
นี่มันใช้ความสามารถ (และระบบ) ของฉันหามาแท้ๆ เกี่ยวอะไรกับ "ป๋อเล่อ" อย่างแกแม้แต่สตางค์แดงเดียว?
ฉันต้องรอให้แกมาค้นพบหรือไง?
แกนี่ช่างสรรหาคำมาเอาหน้าให้ตัวเองจริงๆ
เมื่อเทียบกันแล้ว
พอหลัวเจี้ยน เจ้าของรถ รู้ว่าในที่สุดปัญหาของรถสุดที่รักก็ถูกระบุได้เสียที เขากลับไม่ได้แสดงความดีใจอะไรออกมามากมาย
เขาเพียงแค่ถอนหายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดบนใบหน้าจางหายไป แล้วพูดกับช่างรุ่นใหญ่ว่า "งั้นก็รีบเปลี่ยนอะไหล่เลยสิ"
ช่างรุ่นใหญ่พยักหน้า แล้วหันหลังเดินจากไปอีกครั้ง
......
ไม่นาน ช่างรุ่นใหญ่ก็กลับมาอีกครั้ง
ข้างกายเขามีที่ปรึกษาด้านบริการชายสวมสูทสีดำสุดเนี้ยบ ห้อยป้ายชื่อที่หน้าอก ถือแฟ้มเอกสารเดินตามมาด้วย
ที่ปรึกษาการบริการเดินตรงเข้าไปหาหลัวเจี้ยน
ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความนอบน้อม บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มแบบมืออาชีพ
เขาโค้งตัวลงเล็กน้อย
"สวัสดีครับคุณหลัว ขออภัยที่ให้รอครับ"
"ทางเราได้ยืนยันปัญหาของรถคุณแล้วครับ เป็นที่กล่องควบคุม ECU มีปัญหาเป็นระยะ ตามมาตรฐานการซ่อมแซมของเรา จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ทั้งหมดให้กับรถของคุณครับ"
เมื่อบอกข่าวดีจบ ที่ปรึกษาการบริการก็หยุดพูดไปครู่หนึ่ง
รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มเจือปนไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะ... ถึงเวลาต้องบอกข่าวร้ายแล้ว
"แต่ว่า..."
ที่ปรึกษาการบริการก้มดูบันทึกในแฟ้มเอกสาร น้ำเสียงเริ่มแสดงความลำบากใจออกมา
"ทางเราเพิ่งตรวจสอบสต็อกอะไหล่ทั่วประเทศดูแล้ว กล่อง ECU ของรุ่นนี้เป็นอะไหล่นำเข้าพิเศษจาก Alfa Romeo ตอนนี้ไม่มีในสต็อกที่จีนเลยครับ"
"ทางเราจำเป็นต้องสั่งออเดอร์กับทางโรงงานที่อิตาลีโดยตรง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลา"
"ตั้งแต่คอนเฟิร์มออเดอร์ ทางอิตาลีจัดเตรียมการผลิตและแพ็กของ การขนส่งระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากร การขนส่งในประเทศ จนกระทั่งส่งมาถึงศูนย์ของเรา"
"ระยะเวลาโดยประมาณ... น่าจะอยู่ที่สองถึงสามเดือนครับ แน่นอนว่าทางเราจะพยายามเร่งติดตามให้อย่างเต็มที่ครับ"
......