เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 จุดเริ่มต้น

ตอนที่ 3 จุดเริ่มต้น

ตอนที่ 3 จุดเริ่มต้น


เคทีย์นั่งลงต่อหน้าหลุมศพของพ่อแม่เธอในขณะที่นักบวชภาวนาขอให้ดวงวิญญาณจากไปอย่างสงบ โดยคำสั่งจากท่านลอร์ดของวาเลอเรียน ทุกซากศพของมนุษย์ที่ถูกนำกลับมายังวาเลอเรียจะต้องถูกฝังอย่างเหมาะสมที่สุสานสาธารณะในตอนเช้า ชื่อจะถูกแกะสลักอยู่บนหลุมฝังศพโดยได้รับการช่วยเหลือจากนักบวชที่ปลอมตัวเป็นแม่มดขาวที่มีความสามารถในการหาชื่อของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ซิลเวียยืนอยู่ข้างๆเด็กหญิงด้วยความสงสัยสัยว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ การอยู่ร่วมกันของแวมไพร์และมนุษย์นั้นมีโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็น ในขณะที่ส่วนน้อยแสดงความเคารพและความเมตตาต่อกัน

เธอหันไปมองทางขวาเพื่อที่จะมองหาท่านลอร์ดและท่านผู้นำหมายเลขสาม อีเลียท ที่กำลังคุยกันเกี่ยวกับเรื่องพกกึ่งแวมไพร์ที่ถูกจับมา และกลับมามองที่เด็กหญิง สายตาของเด็กหญิงเริ่มมีความนิ่มนวล การที่นำเด็กหญิงผู้นี้กลับมายังอณาจักรแวมไพร์เป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือเปล่าเธอถามกับตัวเอง

ในอานาจักรที่เต็มไปด้วยแวมไพร์และส่วนน้อยมากที่เป็นมนุษย์นั้นไม่ได้เป็นที่ที่ปลอดภัยเท่าที่ควรแต่หากมิใช่วาเลอเรียนจะเป็นที่ไหนหละที่เด็กหญิงควรอยู่ เธอได้รู้จักกับท่านลอร์ดอาเล็กซานเดอร์มานานพอสมควรและเป็นหนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนที่เขาเชื่อใจ เธอรู้จักเขาอย่างดีและนั่นทำให้เธอรู้สึกเป็นกังวล

อาเล็กซานเดอร์เป็นลูกชายเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้ดูแลอำนาจและเขาก็สามารเป็นบุคคลอันตรายและโหดร้ายได้หากใครบางคนทำให้ทำให้ด้านมืดของเขาปรากฏขึ้น บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนเขาไปในทางที่ดีได้ เธอคิดและพยักหน้ากับตัวเอง และถ้าหากเขาไม่สามารถดูแลเด็กหญิงผู้นี้ได้ เธอและอีเลียทจะเป็นคนที่ดูแลเด็กหญิงเอง

“มานี่สิ เคทีย์” ซิลเวียกล่าวและยื่นมือไปให้เด็กหญิงหลังจากใช้เวลาเป็นชั่วโมงอยู่ในสุสาน “เธอสามารถมาเยี่ยมเยียนพวกเขาได้ทีหลังทุกเมื่อที่เธอต้องการ”

เคทีย์จับมือซิลเวียและลุกขึ้นจากพื้น แม่ของเธอได้กล่าวกับเธอไว้ว่าให้เธอเข้มแข็ง ดังนั้นเธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ให้มากที่สุดแต่ก็มีน้ำตาที่เล็ดออกมาจากดวงตาของเธอ เธอมองขึ้นเพื่อที่จะมองดวงตาของของหญิงสาวที่เธอกำลังจับมือด้วย เธอดูเป็นคนที่ดี เด็กหญิงคิดในใจ

“ช่างเป็นสิ่งเล็กๆที่น่ารักจัง ฉันสามารถกินเธอได้เลย” ผู้นำตำแหน่งที่สามพูดโดยมองไปที่เด็กหญิงในขณะที่กำลังเดินเข้าไปหา

“นายอยากที่จะโดนตัดหัวหรอ อีเลียท?” ท่านลอร์ดถามเขาด้วยดวงตาที่คับแคบ อีเลียทยกมือขึ้นยอมแพ้และก้มลง แต่ยังไม่ทันไรสายตาก็ได้จ้องไปยังซิลเวียด้วยความสงสัย

“ดูที่กระตายสิ ทั้งขาวทั้งน่ารัก” อีเลียทกล่าว ทำให้เด็กหญิงอุ้มกระต่ายเข้าใกล้เธอ “ฉันขอโทษ ฉันแค่หยอกเล่น เธอชื่ออะไรหรอคนสวย” เขาได้ถามเด็กหญิง

“แคทเธอรีน” เธอตอบโดยมองขึ้นไปหาเขาในขณะที่ยืนใกล้ชิดกับซิลเวีย

“รถเกวียนได้มาถึงแล้ว” อาเล็กซานเดอร์กล่าวในขณะที่เข้าได้ยินเสียงล้อเกวียนดังมาที่พวกเขามากขึ้น

มีรถเกวียนอีกสองคันตามรถคันแรกมา รถเกวียนสีน้ำตาลได้จอดและคนขับได้กระโดดลงมาจากรถเพื่อเปิดประตูให้พวกเขาพร้อมกับโค้งคำนับ พวกเขาทั้งสี่คนขึ้นรถและนั่งอย่างสบาย เคทีย์ได้นั่งข้างๆหญิงสาวโดยลอร์ดอาเล็กซานเดอร์และผู้ชายที่ชื่ออีเลียทนั่งอยู่ข้างหน้าเธอ

ในขณะที่รถเริ่มเคลื่อนที่เธอมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นต้นไม้เขียวชอุ่มผ่านไปราวกับว่าต้นไม้แต่ละต้นกำลังพุ่งเข้าหาพวกเธอ อีเลียทกับซิลเวียกำลังคุยกันถึงเรื่องบางอย่างในขณะที่เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของท่านลอร์ดจ้องมองมาที่เธอ เธอยิ้มและมองไปที่เขาและเห็นดวงตาอันแดงก่ำของเขาจ้องมองมาที่เธอก่อนที่เธอจะหลบตาไปมองอย่างอื่นนอกจากเขา ในบางเวลาเธอมองไปที่ตักของเธอและลูบขนกระต่ายด้วยมือของเธอ

อาเล็กซานเดอร์สังเกตเด็กผู้หญิงในขณะที่เธอลูบขนกระต่าย ไม่ว่าเด็กจะอายุเท่าไหร่บุคลิกและนิสัยของเด็กคนนั้นจะสามารถอ่านได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าแวมไพร์กำลังจะฆ่าเด็กหญิงคนนั้น แต่เธอก็ยังเป็นห่วงเจ้ากระต่ายบนมือของเธอมากกว่าตัวเธอเองเสียอีก อาเล็กซานเดอร์เคยเจอมนุษย์มามากมาย แต่เด็กหญิงคนนี้ทำให้เขาเกิดความสงสัย

ในขณะที่เวลาผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงมาที่พื้นทำให้ทุกคนมองไปที่กันและกันอย่างงงงวย ทันใดนั้น คันธนูได้ยิงมาตรงที่อีเลียทนั่งเขาจึงตะโกนว่ามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

“เอาหละ เรามีคนตาม!”

“พวกเรามีพวกกึ่งแวมไพร์ตามเรามาและคนขับรถม้าของเราเสียชีวิตแล้ว” ซิลเวียรายงานและนำบางอย่างที่เป็นประกายออกมากจากข้างหลังของเธอ เธอดีใจที่เธอได้ถอดเกราะที่เธอใส่มาก่อนหน้านี้

“ซิลเวียเธอไปที่เบาะข้างหน้าและขับรถม้านี้ไปทางทิศตะวันตก อีเลียทนายอยู่ดูด้านข้าง” อาเล็กซานเดอร์สั่งการอย่างรวดเร็วและขยับไปข้างหลังและเอาปืนออกมา เขาเล็งไปที่หนึ่งในพวกนั้น ธนูถูกยิงมาทางพวกเขาแต่พวกเขาหลบได้ อีเลียทหลบหนึ่งในธนูได้อย่างหวุดหวิด

“อะไรกันนี่พวกเขาอยู่ในยุคสมัยกลางหรือยังไงถึงยังใช้ธนู” อีเลียทถามในขณะที่เขาชักปืน “เลื่อนขั้นอาวุธหน่อยพวกแก” เขาพูดในขณะที่ยิงพวกนั้นที่ละคน

“มันไม่ใช่ธนูธรรมดา สูดอากาศสิมันมีกลิ่นสนิมมากกว่าปกติ” อาเล็กซานเดอร์พูดในขณะที่เขายิงปืนไปที่หัวของพวกกึ่งแวมไพร์เรียงตัว

เขาดึงคันธนูออกจากแขนของเขาเมื่อเขาถูกยิงที่แขน ในขณะที่เขาดึงคันธนูออกเขาได้สังเกตเห็นว่าตรงหัวของคันธนูนั้นมีพิษที่สามารถทำให้แวมไพร์สิ้นกำลังได้ โชคไม่ดีของพวกนั้นเพราะเขาไม่ใช่แวมไพร์ทั่วไป

ในอณาจักรมีแวมไพร์สามแบบด้วยกัน แวมไพร์ทั่วไป กึ่งแวมไพร์ และแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ พวกแวมไพร์ทั่วไปและกึ่งแวมไพร์คือพวกที่กินเลือดจากมนุษย์และสัตว์ ส่วนแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์สามารถกินแวมไพร์ด้วยกันได้ ทำให้แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์เป็นพวกที่ใหญ่ที่สุดในลำดับที่ปกครองเมือง มนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นแวมไพร์คือพวกกึ่งแวมไพร์และการเปลี่ยนจากมนุษย์ส่วนใหญ่เกิดการผิดพลาดเมื่อลำตัวของมนุษย์ไม่สามารถทนอยู่กับระบบภายในแบบใหม่ได้ เข้าสงสัยว่าพวกกึ่งแวมไพร์ไปหาคันธนูพิษมาได้จากที่ไหน และทำไมพวกมันถึงโจมตีพวกเขามาจากไหนไม่รู้ ต้องมีใครบางคนเปลี่ยนพวกกึ่งแวมไพร์แน่ๆเพราะมีจำนนพวกกึ่งแวมไพร์ที่ปรากฏตัวเยอะมาก เขาคิดในใจ

ในขณะที่พวกกึ่งแวมไพร์โดนยิง พวกมันเปลี่ยนเป็นสีเทาก่อนที่ร่างกายของพวกมันจะสลายกลายเป็นฝุ่นและหายไปในอากาศในระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่หนึ่งตัวในพวกมันเร็วกว่าตัวอื่นๆ และดูเหมือนจะฉลาดกว่าด้วย ดูจากการที่มันหลบหลีกลูกกระสุน ในขณะที่อีเลียทตั้งใจในการฆ่าหนึ่งในพวกมัน ตัวที่ฉลาดกว่าได้เข้ามาบนรถม้า เคทีย์คนที่ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นได้กรีดร้องอย่างดังในขณะที่เธอเห็นพวกกึ่งแวมไพร์อ้าปากเพื่อโชว์ฟันอันแหลมคมของมัน มันจับมือของเธอและกระโดดออกจากรถม้า

“ซิลเวีย หยุดรถ!” อาเล็กซานเดอร์ตะโกนก่อนที่จะกระโดดจากรถม้าและมุ่งไปยังกึ่งแวมไพร์ตัวที่จับตัวเด็กผู้หญิงไป ซิลเวียหยุดรถในขณะที่เธอดึงบังเหียนทำให้ม้าหยุดทันที อีเลียทลงจากรถและสู้กับพวกกึ่งแมไพร์โดยการเตะและยิงพวกมัน

ปัดฝุ่นจากตัวของเธอ ซิลเวียหยิบปืนอีกกระบอกพร้อมควงปืนสองกระบอก พวกกึ่งแวมไพร์สามตัวได้มองตากันและยิ้มอย่างกว้างในขณะที่พวกมันเห็นผู้หญิงยืนเพียงลำพังโดยปราศจากผู้ชายที่จะช่วยเหลือเธอ

“พระเจ้า ฉันเกลียดสายตาพวกนี้” เธอบ่นก่อนที่จะยกสองมือของเธอขึ้น “มาดูกันว่าใครจะยิ้มตอนนี้” เธอพูดและดึงไกปืนทั้งคู่



จบบทที่ ตอนที่ 3 จุดเริ่มต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว