- หน้าแรก
- ข้าสามารถจุดประกายรู้แจ้งสรรพสิ่งได้
- บทที่ 56 สายลับ
บทที่ 56 สายลับ
บทที่ 56 สายลับ
บทที่ 56 สายลับ
ท่านปู่ทวดตงพยักหน้าและยุติหัวหมายข้อนี้ลงทันเวลา เพราะในเมื่ออยู่ในจวนตระกูลฉี หัวข้อนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากพูดกันที่นี่ก็ไม่อาจพูดได้อย่างเต็มที่หรือลึกซึ้ง สู้ไม่พูดเสียยังดีกว่า
ท่านปู่ทวดตงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาว่า "เรื่องความจริงปลอมของเซียนซือล่ะ ความเห็นของพวกเจ้าตอนนี้ยังคงยืนยันตามเดิมหรือเปล่า?"
ฉีหงพยักหน้า "ข้ายังคงยืนหยัดในจุดเดิมคือ เป็นกลาง จนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจน หรือกระทั่งได้เห็นกับตาตัวเอง ข้าจะยังไม่ด่วนตัดสินว่าจริงหรือปลอม"
ฉีเจ๋อขมวดคิ้ว ลังเลครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า "ส่วนข้าเปลี่ยนความเห็นไปบ้างแล้ว"
ท่านปู่ทวดตงเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มถาม "โอ้? เปลี่ยนไปอย่างไร?"
ฉีเจ๋อตอบว่า "ท่านปู่ทวด ก่อนมาที่นี่ข้าคิดมาตลอดว่านี่คือแผนการที่ฉีเริ่นวางไว้ เพื่อใช้เรื่องไร้สาระนี้ทดสอบขีดจำกัดความอดทนของสภาผู้อาวุโสตระกูลที่มีต่อเขา แต่หลังจากข้ามาถึงและแอบซ่อนตัวฟังละครฉากใหญ่... เรื่องราวก็เป็นอย่างที่เล่าไป สุดท้ายฉีเริ่นถึงกับลงโทษให้ฉีจางไปเป็นคนรับใช้ข้างกายเซียนซือ"
ฉีเจ๋อจ้องมองฉีตงด้วยสายตาจริงจัง "ท่านปู่ทวด ฉีเริ่นมีฉีจางเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียว! หากเซียนซือเป็นตัวปลอม แล้วฉีจางต้องไปเป็นคนรับใช้จนมีมลทินติดตัวขนาดนี้ เขาจะสืบทอดตำแหน่งเจ้าบ้านได้อย่างไร? สภาผู้อาวุโสตระกูลย่อมไม่เห็นชอบ และคนในสายเลือดเจ้าบ้านเองก็คงไม่ยอม! ดังนั้นตำแหน่งสายตรงของเจ้าบ้านก็ต้องเปลี่ยนมือ ฉีเริ่นไม่มีทางเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นแน่!"
ฉีเจ๋อกล่าวอย่างไม่ยินยอมว่า "ตอนนี้ข้ากลับรู้สึกว่าการตัดสินก่อนหน้านี้ของข้านั้นผิดไป เรื่องในครั้งนี้ไม่ใช่ฉีเริ่นกำลังทดสอบสภาผู้อาวุโส แต่มันคือเรื่องจริง! อย่างน้อยที่สุด ฉีเริ่นก็เชื่อมั่นอย่างที่สุดว่าเซียนซือท่านนั้นคือตัวจริง!"
ท่านปู่ทวดตงพยักหน้าแล้วหัวเราะ "หึๆ ฉีเจ๋อ การลงเขาครั้งนี้ทำให้เจ้าดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก มองปัญหาได้เป็นกลางขึ้นเยอะ! เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นมีเพียงเจ้าคนเดียวที่ยืนกรานว่าเป็นแผนการของฉีเริ่นเพื่อลองเชิงสภาผู้อาวุโส ไม่มีใครเห็นพ้องกับเจ้าเลยสักคน เป็นไงล่ะ หน้าแตกเลยไหม? รู้ความผิดตัวเองหรือยัง? ฮ่าๆ..."
ฉีเจ๋อเกาหัวด้วยความขัดเขินแล้วหัวเราะแหะๆ "ท่านปู่ทวด ต่อหน้าท่าน เรื่องหน้าแตกนับเป็นอะไรได้? เรื่องน่าอายของข้ามีเรื่องไหนบ้างที่ท่านไม่รู้? แหะๆ..."
ท่านปู่ทวดตงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พลางชี้นิ้วใส่ฉีเจ๋อแล้วดุเบาๆ "เจ้านี่นะ!"
ฉีหงเองก็ยิ้มอย่างอ่อนใจเช่นกัน แต่หลังจากยิ้มแล้วเขาก็เอ่ยถามเรื่องสำคัญต่อ "ท่านลุงตง แล้วท่านล่ะ? ท่านเปลี่ยนความคิดหรือยัง?"
ฉีตงยิ้มแย้มตอบว่า "ข้าน่ะหรือ? ข้ามันคนแก่หัวรั้น ไม่เหมือนพวกเจ้าที่เป็นคนหนุ่ม ความคิดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ข้ายยังคงยืนหยัดตามเดิม และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าเซียนซือเป็นตัวจริง!"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของฉีตงก็หรี่ลง รูม่านตาขยายกว้างราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ความฝันบางอย่าง
ฉีหงเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆ อย่างจนใจแต่ไม่ได้พูดอะไร
ฉีเจ๋อเห็นแล้วก็แอบเยาะหยันในใจแต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า: ‘ท่านปู่ทวดตงเรื่องคงความงาม อายุมั่นขวัญยืนอะไรพวกนี้... ช่างหมกมุ่นเหลือเกิน! แทบจะเสียสติอยู่แล้ว!’
ไม่นานฉีตงก็กลับมามีสติ เขาหาวออกมาคำหนึ่งแล้วกล่าวว่า "เอาละ เรื่องของวันนี้พูดจบแล้ว ข้าอายุมากแล้ว สังขารไม่ค่อยอำนวย เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะการเดินทางไกลและยังต้องเดินทางตอนกลางคืนอีก เฮ้อ... ไม่ยอมแก่ไม่ได้จริงๆ... คนแก่อย่างข้าจะพักผ่อนแล้ว พวกเจ้าก็กลับไปพักผ่อนเถอะ"
ฉีหงและฉีเจ๋อรีบลุกขึ้นลา ทั้งสองเดินออกจากเรือนของฉีตงโดยทิ้งระยะห่างตามลำดับอาวุโส
ฉีเจ๋อคำนับลาฉีหงอีกครั้ง เมื่อฉีหงรับคำนับแล้ว ทั้งสองจึงแยกย้ายกลับเรือนของตนเอง
...
ฉีเจ๋อเปิดประตูเรือน เดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอน แต่เดินไปได้เพียงครึ่งทางเขาก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน ก่อนจะเดินไปยังมุมเรือน จ้องมองเงาดำที่ขดตัวอยู่ในมุมนั้นแล้วถามด้วยน้ำเสียงเข้มและเย็นชาว่า "ทำไมเจ้าถึงเลือกเวลานี้? ไม่กลัวความลับรั่วไหลหรือ?"
คนที่อยู่ในความมืดคุกเข่าลงกับพื้น ใช้เสียงที่ดัดจนฟังไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงรายงานเบาๆ ว่า "นายท่าน วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทำให้คนในจวนตระกูลฉีต่างอ่อนล้าทั้งกายและใจ โดยเฉพาะฉีเริ่นและฉีจาง พอกลับไปไม่นานก็หลับเป็นตาย ส่วนชิงเหอ ชิงจู๋ ชิงซง ต่างก็มีภารกิจต้องออกไปนอกจวน ชิงเหมยที่เพิ่งกลับมาก็เหนื่อยล้าจนกลับไปพักผ่อนแล้ว ตอนนี้การควบคุมของฉีเริ่นในจวนหละหลวมที่สุด จึงเป็นเวลาที่ปลอดภัยที่สุดขอรับ"
สาเหตุที่ต้องดัดเสียง ไม่ใช่เพื่อแสร้งทำเป็นลึกลับ แต่เพราะการกระจายของเสียงนั้นควบคุมยากที่สุด เกรงว่าหากบทสนทนาหลุดไปให้ใครได้ยินจะสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของเขาได้จากเสียง
ฉีเจ๋อฟังแล้วนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า "เหตุผลฟังขึ้น ลงมือใจกล้า พยายามต่อไป"
"ขอบพระคุณสำหรับคำชมขอรับนายท่าน! นายท่านเพิ่งมาถึงจวนตระกูลฉี อาจยังไม่แจ้งแก่ใจในหลายเรื่อง ข้าน้อยสืบหาข้อมูลในจวนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หากท่านมีข้อสงสัย ข้าน้อยพร้อมจะไขความกระจ่างให้ขอรับ"
ฉีเจ๋อนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนถามว่า "ความสัมพันธ์ระหว่างฉีจางกับฉีเริ่น"
"ความสัมพันธ์ของฉีจางและฉีเริ่นเมื่อก่อนดีมาก เมื่อต้นปีเพิ่งจะเริ่มส่งมอบอำนาจและขุมกำลังของเจ้าบ้านให้กัน แต่... ตั้งแต่มีเซียนซือปรากฏตัว ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ดิ่งลงเหว ถึงขั้นสั่นคลอนบารมีและขุมกำลังของฉีจางในจวน โดยเฉพาะเรื่องเมื่อคืน ฉีเริ่นถือโอกาสยึดก๊กพยัคฆ์หมอบคืนและสั่งกวาดล้างจนสิ้น! ทั้งยังลงโทษให้เขาไปเป็นคนรับใช้เซียนซือจนเสียเกียรติ ฉีจางไม่พอใจฉีเริ่นถึงขีดสุด พ่อลูกคู่นี้ใจแยกจากกันแล้ว! จะให้ข้าน้อยช่วยเติมฟืนเข้ากองไฟหรือไม่..."
ฉีเจ๋อนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า "อย่าบุ่มบ่าม!"
ความรักความผูกพันพ่อลูกมีสายเลือดเชื่อมกัน จะตัดขาดกันง่ายๆ ได้อย่างไร? สิ่งที่คนนอกเห็นเป็นเพียงเปลือกนอก เชื่อถือไม่ได้ ต่อให้เป็นเรื่องจริง ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของฉีเริ่น เรื่องเล็กน้อยพวกนี้เขาย่อมจัดการได้ไม่ยาก
อีกอย่าง การทำเช่นนั้นอาจทิ้งร่องรอยจนสายลับที่อุตส่าห์ฝังไว้ต้องถูกเปิดโปง
มันไม่คุ้มเลยที่จะต้องมาเปิดเผยตัวเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
"ข้อมูลของเซียนซือ"
"เซียนซือผู้นี้มีความประหลาดจริงๆ ขอรับ! ข้าน้อยสอบถามองครักษ์เสื้อเขียวคนอื่นๆ โดยเฉพาะชิงเหอกับชิงจู๋ ทั้งสองต่างแสดงความยำเกรงต่อเซียนซืออย่างยิ่ง! ทั้งกระบี่เซียน เสื้อคลุมเซียน ค่ายกลฮวงจุ้ย พวกเขาล้วนเห็นกับตาและประสบมาด้วยตัวเอง ทั้งสองเชื่อสุดใจว่าอีกฝ่ายคือเซียนซือตัวจริง แต่เพราะข้าน้อยยังไม่เคยเห็นหรือประสบด้วยตนเอง ได้ยินเพียงคำบอกเล่า จึงยังไม่สามารถยืนยันความจริงเท็จได้ขอรับ!"
"ที่มาของเซียนซือ"
ฉีเริ่นให้ความสำคัญขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะไม่ตรวจสอบ
"เรื่องนี้ชิงซงเป็นคนรับผิดชอบ ข้าน้อยกับเขาไม่สนิทกัน เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยจึงไม่ได้สืบเจาะลึก แต่ที่แน่ๆ คือ จนถึงตอนนี้ชิงซงยังสืบหาเบื้องลึกเบื้องหลังของเซียนซือไม่พบ แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุดขอรับ"
สืบหาที่มาไม่พบ? เซียนซือผู้นี้คงไม่ใช่คนในอำเภอจี้สุ่ย น่าจะเป็นคนจากต่างถิ่น มิเช่นนั้นฉีเริ่นคงสืบพบรากเหง้าไปนานแล้ว
ก็จริง หากหาที่มาพบย่อมกุมจุดอ่อนของเซียนซือได้ ฉีเริ่นคงไม่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างในตอนนี้!
การสืบสวนยังไม่หยุด? การไปหาข่าวต่างถิ่นย่อมต้องดึงกำลังสายข่าวในอำเภอจี้สุ่ยออกไป!
ดูท่าในช่วงนี้ กำลังสายข่าวในอำเภอจี้สุ่ยคงจะอ่อนแอลงไปไม่น้อยทีเดียว!
บางที นี่อาจเป็นโอกาส...
"ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มาก ทำได้ดีมาก" หลังจากถามสิ่งที่อยากรู้จนครบ น้ำเสียงของฉีเจ๋อก็ดูผ่อนคลายลงมาก
"ขอบพระคุณนายท่านขอรับ!"
ในช่วงสุดท้าย ฉีเจ๋อกล่าวคำเตือนตามระเบียบด้วยเสียงเข้มว่า "จงจงรักภักดีต่อข้า จงจงรักภักดีต่อตระกูลฉี! มิเช่นนั้น..."
ฉีเจ๋อยังพูดไม่จบ เงาดำที่คุกเข่าอยู่ก็รีบแสดงความภักดีทันที "ข้าน้อยมิกล้าเด็ดขาด! ทุกอย่างที่ข้าน้อยมีล้วนเป็นท่านและตระกูลฉีมอบให้ ข้าน้อยจะภักดีต่อท่านและตระกูลฉีอย่างที่สุด มิกล้ามีใจเป็นอื่นขอรับ!"
"อืม ไปได้!"
...
หลังจากเงาดำนั้นจากไป ฉีเจ๋อยืนนิ่งอยู่ในเรือนอยู่นาน พลางพึมพำกับตนเองว่า "จากการตรวจสอบหลายด้าน ดูเหมือนเรื่องเซียนซือนี้ จะไม่ใช่แผนการที่ฉีเริ่นวางไว้จริงๆ!"
เขานิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจยาว "การปรากฏตัวของเซียนซือ เป็นตัวแปรที่คาดไม่ถึงจริงๆ!"
ไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันแน่!