เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 พลังเหนือมนุษย์

บทที่ 6 พลังเหนือมนุษย์

บทที่ 6 พลังเหนือมนุษย์


บทที่ 6 พลังเหนือมนุษย์

“เดนนิส เดี๋ยวก่อน”

ได้ยินเสียงเรียกของหลินรุ่ย เดนนิสชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยความงุนงง

หลินรุ่ยเดินเข้าไปใกล้แล้วกระซิบ “เดี๋ยวคอยดูตำแหน่งฉัน แล้วเปิดบอลมาให้ฉัน เข้าใจไหม?”

“ทำไม? ทำไมฉันต้องฟังแก?”

ได้ยินคำพูดของหลินรุ่ย เดนนิสทำหน้าเหยียดหยาม

ไอ้เจ๊กนี่นึกว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งเขา

เจอคำย้อนของเดนนิส หลินรุ่ยไม่ยี่หระ เขาเพียงแค่แสยะยิ้มเย็นชา จ้องหน้าอีกฝ่ายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“ถ้าไม่ฟังฉัน ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะส่งนายไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มเหมือนเดราสหลังจบเกม ฉันพูดคำไหนคำนั้น นายลองไปคิดดูเอาเอง”

พูดจบ หลินรุ่ยไม่รอปฏิกิริยาตอบกลับ เดินดุ่ม ๆ ไปที่หน้าปากประตู เตรียมหาตำแหน่งรอโหม่ง

ส่วนเดนนิสยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

ผ่านไปครู่ใหญ่ กว่าเขาจะเดินคอตกไปที่มุมธงตามเสียงเร่งของผู้ตัดสิน

แต่สีหน้าของเขาดูเกร็ง ๆ ชอบกล

เวลานี้ ในใจเดนนิสกำลังสับสนว้าวุ่น และหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ

คำขู่ของหลินรุ่ยเมื่อครู่ทำเอาเขาขวัญหนีดีฝ่อจริง ๆ

เพราะเมื่อกี้ เขาเห็นกับตาว่าหลินรุ่ยส่งเดราส ขาใหญ่ประจำทีม ไปนอนโรงพยาบาลได้ยังไง

ตัวเล็ก ๆ อย่างเขา ถ้าโดนเจ้านั่นเล่นงานจริง คงต้องนอนพักฟื้นไปหลายเดือน

เขาไม่อยากให้อนาคตค้าแข้งต้องมาพังเพราะเรื่องพรรค์นี้

ทางฉลาดที่สุดคือเปิดบอลให้หลินรุ่ยตามที่มันสั่ง

แต่ถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ เขาก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

ยังไงซะ นี่ก็คือการโดนบีบบังคับ ซึ่งเขาไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

ดังนั้น ตอนนี้เดนนิสจึงสองจิตสองใจ

แต่แล้วเขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา

อยากให้ฉันส่งบอลให้เหรอ? ได้ ฉันจะส่งให้

แต่วิธีส่ง มันเรื่องของฉัน

ถ้าแกรับไม่ได้เอง ก็โทษฉันไม่ได้ว่าไม่ส่งให้ ถูกไหม?

คิดได้ดังนั้น แววตาของเดนนิสก็ฉายแววตื่นเต้น เขาบรรจงวางลูกบอลในเขตมุมธง ถอยหลังออกมา แล้วหันไปมองโมย่า ผู้ตัดสินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

โมย่าเห็นเดนนิสพร้อมแล้ว จึงเป่านกหวีดทันที

“ปรี๊ด!”

สิ้นเสียงนกหวีด เดนนิสสืบเท้าเข้าไปสองก้าว ง้างเท้าขวาหวดเข้าที่ใต้ลูกฟุตบอลเต็มแรง

ทักษะการวางเท้าของเขายังถือว่าใช้ได้ ลูกฟุตบอลพุ่งโด่ง ลอยละลิ่วตรงไปหน้าปากประตู

ทิศทางของลูกบอลพุ่งไปทางเสาแรกฝั่งขวา ตรงจุดที่หลินรุ่ยยืนอยู่จริง ๆ

ทว่าลูกนี้เดนนิสจงใจใส่แรงเพิ่มเข้าไป ทำให้วิถีบอลเหินสูงกว่าปกติเล็กน้อย

ถ้าปล่อยให้มันลอยไปตามวิถีเดิม ลูกบอลจะข้ามหัวกลุ่มผู้เล่นหน้าประตู และน่าจะไปตกแถว ๆ ฝั่งขวาของเขตโทษ เพราะคงไม่มีใครโหม่งถึง

แผนของเดนนิสนั้นเรียบง่าย... เตะให้วิถีบอลสูงเข้าไว้ แม้ทิศทางจะตรงไปหาหลินรุ่ย แต่ด้วยแรงกระโดดของคนปกติ ไม่มีทางโหม่งถึงแน่นอน

ด้วยความสามารถของหลินรุ่ย คงทำได้แค่ยืนมองตาละห้อย แล้วถอนหายใจด้วยความเสียดาย

แบบนี้ เขาก็รอดตัว แถมยังอ้างได้ว่าเป็นเพราะฝีมือของหลินรุ่ยห่วยเอง ประเมินตัวเองสูงเกินไป จนพลาดโอกาส

ถึงตอนนั้น หลินรุ่ยคงได้แต่น้ำท่วมปาก เถียงไม่ออก

เดนนิสคิดอย่างลำพองใจ ภูมิใจในความฉลาดของตัวเองสุด ๆ

แต่ทว่า วินาทีถัดมา ตาของเขาก็ต้องเบิกโพลง

เขาเห็นอะไรนั่น?

ขณะที่ลูกฟุตบอลกำลังวาดโค้งสูงลิ่ว ตั้งท่าจะลอยข้ามเขตโทษไป ร่างหนึ่งก็ดีดตัวลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศ ขวางทางบอลไว้อย่างจัง

และลูกฟุตบอลที่ควรจะลอยข้ามหัวผู้คน กลับถูกศีรษะที่โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันโขกเข้าเต็มรัก

“ปัง!”

เสียงศีรษะปะทะลูกบอลดังก้องไปทั่วสนามที่เงียบกริบ

จากนั้น ทุกคนก็เห็นลูกฟุตบอลเปลี่ยนทิศทาง พุ่งวาบเสียบมุมบนขวาของประตูราวกับจรวด

ด้วยความแรงระดับนรกแตก ผู้รักษาประตูทีมชุดหนึ่งยังไม่ทันขยับตัว บอลก็ซุกก้นตาข่ายไปเรียบร้อยแล้ว

วินาทีนั้น ทุกคนในสนามยืนนิ่งราวกับถูกสาป

สนามตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ

ก่อนที่เสียงปรบมือกึกก้องจะระเบิดขึ้นจากอัฒจันทร์

“คุณพระช่วย! หมอนั่นโดดสูงเป็นบ้า! ลูกแบบนั้นยังโหม่งถึงอีก”

“นักเตะจีนร่างกายปีศาจแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ? นี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ เมื่อกี้ฉันเห็นกองหลังสองคนรุมดึงเสื้อแทบขาด มันยังโหม่งเข้าได้ นี่มันต้านแรงโน้มถ่วงชัด ๆ!”

“หมอนั่นควรไปเล่น NBA นะ ฉันพนันเลยว่ามันดังค์ด้วยหัวได้แน่”

ผู้ชมบนอัฒจันทร์ตื่นตะลึงกับลูกโหม่งของหลินรุ่ยอย่างสมบูรณ์

ไม่มีใครคาดคิดว่าเจ้ายักษ์ใหญ่ที่ดูทึ่ม ๆ จะมีพลังกระโดดและพละกำลังมหาศาลขนาดนี้

ภายใต้การประกบติดและฉุดกระชากของสองกองหลัง เขายังเทคตัวขึ้นโหม่งบอลตุงตาข่ายได้

นี่มันสัตว์ป่าชัด ๆ

ในมุมหนึ่งของอัฒจันทร์ ชายชราผมสีเงิน วัยประมาณ 60 ปี นั่งดูเกมเงียบ ๆ มาตั้งแต่ต้น คอยจดบันทึกยุกยิกลงในสมุดเป็นระยะ สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่แยแสเกมในสนาม

ทว่า ทันทีที่หลินรุ่ยโขกประตูสะท้านโลกเมื่อครู่ แววตาของเขาก็เปล่งประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันที

ในสนามขณะนี้ เดนนิส คนที่เปิดบอลให้หลินรุ่ย ยืนอ้าปากค้าง ทำหน้าบอกไม่ถูก

เขายังคงยืนเอ๋อ จนกระทั่งหลินรุ่ยวิ่งเข้ามาแปะมือไฮไฟว์

“ฮ่าฮ่า! ขอบใจมากเดนนิส ลูกเปิดสวยมาก ฉันรู้ว่านายรู้ใจฉันที่สุด”

หลินรุ่ยมองเดนนิสด้วยสายตาซาบซึ้งใจ

คนดีจริง ๆ! ดูเหมือนเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด จะไม่ได้ใจร้ายกับเขาไปซะทุกคนแฮะ

หลินรุ่ยคิดในใจอย่างตื้นตัน

ส่วนเดนนิสน้ำตาตกใน... กูไม่ได้ตั้งใจส่งให้มึงโว้ย! ใครจะไปรู้ว่ามึงจะเถื่อนขนาดนี้?

ทางด้านข้างสนาม ตอร์เรสหน้าบอกบุญไม่รับ

เขาไม่นึกว่าไอ้เจ๊กนี่จะดวงแข็งขนาดนี้ ดันยิงประตูได้ในนาทีสุดท้ายซะงั้น

มันเหมือนตบหน้าเขาฉาดใหญ่ จนหน้าร้อนผ่าวไปหมด

กว่าเขาจะตั้งสติได้ ก็ผ่านไปพักใหญ่

ถึงเจ้านั่นจะยิงได้ ก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอก ก็แค่ไอ้เจ๊กฟลุค ๆ คนนึง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

จะให้เขาเปลี่ยนทัศนคติ แล้วเก็บมันไว้ในทีมแค่เพราะยิงได้ลูกเดียว... ฝันไปเถอะ ชาตินี้อย่าหวัง

เมื่อกี้เขาเห็นชัดแจ๋ว เจ้านั่นแค่บังเอิญโหม่งโดนเพราะร่างกายดี แล้วบอลก็บังเอิญเข้าประตูไปก็แค่นั้น

ให้โอกาสอีกที มันอาจจะทำไม่ได้แล้วก็ได้

ดังนั้น แม้ตอร์เรสจะหงุดหงิดบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก

ทว่า ฟลาเรซที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับเริ่มลังเล เขาหันไปพูดกับตอร์เรสว่า “ตอร์เรส นักเตะจีนคนนั้นก็ดูมีของนะว่าไหม?”

ได้ยินคำพูดของฟลาเรซ ตอร์เรสรีบสวนทันควัน “คุณฟลาเรซครับ ลูกเมื่อกี้แค่ฟลุคครับ พิสูจน์อะไรไม่ได้หรอก คุณก็เห็นเมื่อกี้ เบสิกมันห่วยแค่ไหน จับบอลยังไม่อยู่ จ่ายบอลยังไม่ตรง อย่าหวังทักษะชั้นสูงเลยครับ ผมยังยืนยันคำเดิม นักเตะจีนไม่คุ้มค่าให้เราเปลืองทรัพยากรปั้นหรอกครับ”

เขากลัวจริง ๆ ว่าฟลาเรซจะเกิดบ้าจี้อยากเซ็นมันขึ้นมา ถ้าเป็นงั้น เขาคงต้องเจอหน้าไอ้ตัวน่ารำคาญนี่ทุกวัน ยอมไม่ได้เด็ดขาด

ได้ยินเหตุผลของตอร์เรส ฟลาเรซก็พยักหน้าเบา ๆ

เขาแค่ถามไปตามมารยาท ส่วนจะเก็บไว้ไหม ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเฮดโค้ช เพราะเขาคือมืออาชีพ

นักเตะสเปนที่อยากเข้าเรอัล มาดริด มีถมเถไป เขาคงไม่ทำเรื่องให้โค้ชลำบากใจเพื่อนักเตะจีนกระจอก ๆ คนเดียวหรอก เว้นแต่จะเป็นอัจฉริยะระดับโรนัลโด้หรือเมสซีก็ว่าไปอย่าง

“โอเค คุณตอร์เรส ผมเคารพความเห็นคุณ จะเก็บคนจีนนั่นไว้ไหม คุณตัดสินใจเลย”

ฟลาเรซโยนสิทธิ์ขาดให้

เขาหารู้ไม่ว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้เขาเสียใจไปตลอดชีวิตในภายหลัง

แน่นอน นั่นคือเรื่องของอนาคต ตอนนี้คุณฟลาเรซยังคงมั่นใจเต็มเปี่ยม

ได้ยินคำอนุญาต ตอร์เรสยิ้มหน้าบาน

เวลานั้น เกมในสนามดำเนินมาถึงนาทีสุดท้าย หลังจากคิลิออส กองหน้าทีมชุดสองยิงนกตายไปอีกตัว โมย่า ผู้ตัดสิน ก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน

สกอร์จบที่ 4–1

ทีมชุดสอง นอกจากลูกโหม่งปาฏิหาริย์ของหลินรุ่ยแล้ว ก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

ทันทีที่นักเตะเดินออกจากสนาม ตอร์เรสปรบมือเรียกทุกคนมารวมพล

เมื่อเห็นหลินรุ่ยเดินเข้ามา เขาจึงประกาศด้วยน้ำเสียงผู้ชนะ “หลิน เก็บข้าวของไปซะ เส้นทางของแกกับเรอัล มาดริด จบลงแล้ว”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 6 พลังเหนือมนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว