เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

071 แมวในฝัน

071 แมวในฝัน

071 แมวในฝัน


เวลาเกือบสามสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดันเต้เพลิดเพลินกับชีวิตในรั้วสถาบันที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา กิจกรรมประจำวันของเขายังคงเหมือนเดิมคือการเข้าเรียน สร้างการ์ด และคิดค้นวิจัยยาพิษ ช่วงเช้าส่วนใหญ่ดันเต้มักจะอยู่กับโคนีเลีย โดยเฉพาะวิชาความรู้พื้นฐานบังคับที่พวกเขาแทบจะตัวติดกันตลอด

สิ่งที่ต่างไปจากเมื่อก่อนคือ ตอนมื้อเที่ยงและช่วงเวลาในห้องสมุดช่วงบ่าย โคลอิกซ์อาจจะแวะมาจอยกับพวกเขาด้วยเป็นครั้งคราว เขามักจะถกปัญหาเวทมนตร์ระดับสูงกับดันเต้อยู่บ่อย ๆ แต่เนื่องจากโคลอิกซ์สังกัดวิทยาลัยจอมเวท ตารางเรียนจึงไม่ค่อยตรงกับดันเต้และโคนีเลียนัก เลยได้มาอยู่ด้วยกันแค่บางครั้งเท่านั้น

เช้าวันอาทิตย์ แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสาดส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นของดันเต้ เกิดเป็นเงาสลัวกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ดันเต้หลับตาปี๋ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพลิกตัวบนโซฟาแล้วหลับต่อ เมื่อคืนเขาเข้านอนดึกเกินไป แม้ว่าตอนที่วิจัยยาพิษกับมีอา ทั้งคู่จะพยายามเลิกงานก่อนสี่ทุ่มเพื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ก็มีบางวันที่การวิจัยมาถึงจุดสำคัญจนลืมวันลืมคืน

สุดท้ายมีอาเลยต้องค้างที่หอพัก เขาได้เสียสละเตียงให้มีอานอน ส่วนตัวเองมาขดตัวอยู่บนโซฟา ซึ่งยัยตัวแสบก็ไม่เกรงใจเลยสักนิด ทำเหมือนหอพักของดันเต้เป็นบ้านตัวเองซะงั้น ดันเต้รู้สึกว่าอยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย แต่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่มีเสียงจิ๊กจั๊กเบา ๆ เข้าหู มีอาน่าจะตื่นแล้วล่ะ ยัยนี่วินัยดีกว่าเขาเสียอีก

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เขาได้ยินเสียงหวานใสที่ปนความขี้เล่นดังขึ้น

"ขอบคุณนะ เมื่อคืนฉันนอนหลับสบายมากเลยล่ะ"

"เออๆ ตื่นแล้วก็รีบไปซะทีเถอะ"

ดันเต้พึมพำทั้งที่ยังไม่ลืมตา

"นายนี่มันใจแข็งเหมือนหินจริงๆ เลยนะ"

น้ำเสียงของมีอาฟังดูเหมือนจะไม่พอใจ แต่ใบหน้ากลับกลั้นยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ไม่อยู่

"ก็เธอชอบพูดจาแบบนี้ตลอด ใครขืนจริงจังด้วยก็แพ้สิ"

"ฮิๆ งั้นฉันไปละนะ นายพักผ่อนต่อเถอะ"

"เอาการ์ดกับดักหนามพิษ 3.1 บนโต๊ะไปด้วยล่ะ เดี๋ยวผมก็สร้างใบใหม่ขึ้นมาเองได้แล้ว"

ดันเต้ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาพลางบอกกับหญิงสาว สำหรับการ์ดระดับล้ำค่าสีน้ำเงินที่เคยวิจัยจนสำเร็จไปแล้วครั้งหนึ่ง การจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา

"อ้อ ได้เลย"

มีอาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มบางๆ เดินเข้าไปในห้องเวิร์กชอปสร้างการ์ด แล้วหยิบผลงานชิ้นเอกที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อคืนออกไป

[กับดักหนามพิษ 3.1]

[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]

[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]

[ระดับ: 3]

[เอฟเฟกต์: สร้างสถานะพิษอย่างอ่อนและเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง เวทมนตร์นี้สามารถเปิดใช้งานได้จากระยะไกล และพิษนี้ไม่สามารถชำระล้างได้]

[หมายเหตุ: ปัจจุบันเป็นเวอร์ชัน 3.1 ติดตั้งระบบพิษกระแสสลับรุ่นใหม่ล่าสุด มอบประสบการณ์การถูกทรมานที่ไม่มีใครเทียบได้! —— จากบันทึกของนักวิจัย]

"จริงสิ อาทิตย์หน้านายต้องเข้าโลกเงาอีกแล้วใช่ไหม"

มีอาเห็นดันเต้ตื่นแล้วเลยชวนคุยต่อ

ดันเต้ถามกลับ

"ใช่แล้ว สนใจไปด้วยกันไหมล่ะ"

มีอารีบปฏิเสธ

"ไม่เอาด้วยหรอก ฉันเป็นแค่สายสนับสนุนนะ สถานที่อันตรายแบบนั้นฉันไม่กล้าเข้าไปเด็ดขาด แค่จะบอกว่าคงไม่ได้เจอนายไปพักใหญ่เลย"

แม้ดันเต้จะอยากตอกกลับใจจะขาดว่าเขาก็เคยพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายก็กลั้นไว้ ตามที่เขาตกลงกับโคนีเลียไว้ วันพุธหน้าจะเป็นแผนพิชิตโลกเงาครั้งที่สองของทีมจิตใจอันงดงาม เพียงแต่ทั้งดันเต้และโคนีเลียยังอยู่แค่ระดับ 3 เลยยังไม่สามารถจัดปาร์ตี้กับโคลอิกซ์ที่เป็นระดับ 6 ได้

ตามกฎแล้ว การจัดปาร์ตี้ข้ามระดับได้ไม่เกินสองระดับ ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ท้าทายคนอื่นอย่างรุนแรง โคนีเลียใกล้จะถึงระดับ 4 แล้ว ส่วนดันเต้ยังต้องฝึกฝนอีกหน่อยถึงจะอัปเป็นระดับ 4 ได้ พวกเขาคงจะได้เคลียร์โลกเงาสักครั้งร่วมกับโคลอิกซ์ก่อนที่พ่อหนุ่มจอมเวทจะเรียนจบ

นอกจากนี้ดันเต้ยังรับปากว่าจะพาอาจารย์แมวไปเข้าโลกเงาสักรอบด้วย ระยะเวลาในโลกเงานั้นค่อนข้างสุ่ม อาจจะเจอแบบตำนานลึกลับในโรงเรียนปีศาจที่จบได้ภายในครึ่งวัน หรืออาจจะยาวนานเป็นเดือนหรือมากกว่านั้นก็ได้ แถมหลังจากพิชิตเสร็จยังมีช่วงคูลดาวน์ที่จะถูกโลกเงาปฏิเสธการเข้าถึงอีก ถ้าเสียเวลานานเพื่อเคลียร์โลกเงาระดับ 3 อย่างเดียว ผลตอบแทนสำหรับดันเต้และโคนีเลียจะต่ำเกินไป สู้พาอาจารย์แมวระดับ 5 ไปด้วยเพื่อดึงความยากของทีมขึ้นมาหน่อยจะดีกว่า

หลังจากส่งมีอาไปแล้ว ดันเต้ก็ตื่นเต็มตา วันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ เมื่อวานเขาเห็นโคนีเลียไปให้อาหารแมวที่หลังเขาอีกแล้ว ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดในวันหยุดของเธอเลย ดันเต้สังเกตเห็นว่าช่วงนี้ ทุกครั้งที่โคนีเลียเห็นอาจารย์แมวมาคลอเคลียเขา แววตาที่ดูเปล่าเปลี่ยวของเธอจะซ่อนไว้ไม่มิดเลยจริงๆ เพราะแม้แต่โคลอิกซ์ยังเล่นกับอาจารย์แมวได้ แต่มันกลับกลัวโคนีเลียอยู่คนเดียว ถึงแม้อาจารย์แมวจะเริ่มเข้าหาโคนีเลียมากกว่าตอนแรกแล้วก็เถอะ แต่สัญชาตญาณความกลัวนั้นดูเหมือนจะถูกสลักลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของมันไปแล้ว ส่วนแมวภูติตัวอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีตัวไหนกล้าเข้าใกล้เธอเลย ต้องพึ่งฟีโรโมนล่อแมวเท่านั้นถึงจะพอเข้าใกล้ได้บ้าง พวกเขาใกล้จะเข้าโลกเงาด้วยกันแล้ว แถมครั้งนี้ยังต้องร่วมทีมกับอาจารย์แมว ดันเต้กังวลว่าโคนีเลียอาจจะรู้สึกนอยด์หนักกว่าเดิมในโลกเงา

ดังนั้นเขาจึงต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง ว่าจะยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้โคนีเลียอารมณ์ดีขึ้นหน่อยดีไหม

"ลูกผู้ชายตัวจริง จะมากลายเป็นแมวได้ยังไง"

ดันเต้ส่ายหัวไปมา

แต่แล้วในเช้าวันอาทิตย์ที่อากาศสดใสนี้เอง ดันเต้กลับใช้เวทแปลงกายในหอพัก เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นแมวภูติสีเทาอ่อนที่ดูหรูหราและสะอาดสะอ้านราวกับตุ๊กตาฝรั่ง

"เอาเถอะเมี๊ยว ใครใช้ให้ผมเป็นคนจิตใจดีขนาดนี้กันล่ะเมี๊ยว"

ความรู้สึกที่มุมมองต่ำลงและร่างกายเบาหวิวแบบนี้มันดีเกินคาดอย่างน่าประหลาด แถมมันยังทำให้ดันเต้เริ่มจะติดใจซะแล้ว นี่แหละคือเหตุผลที่เขาแอบต่อต้านการแปลงเป็นแมว เพราะเขากลัวตัวเองจะหลงระเริงไปกับสภาพนี้ ร่างกายที่คล่องตัวทำเอาดันเต้รู้สึกอยากจะเต้นระบำขึ้นมาเลย

"แค่ครั้งเดียว...ครั้งเดียวเท่านั้น..."

หลังจากเลิกสับสนกับตัวเอง ดันเต้ก็ฮัมเพลงในลำคอเสียงเมี๊ยวๆ พลางก้าวเดินด้วยสี่ขาที่คล่องแคล่ว ในเมื่อแปลงร่างแล้ว ก็ขอเป็นแมวภูติให้เต็มที่เลยละกัน

ไม่นานนักเขาก็มาถึงลานหญ้าที่หลังเขา ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงที่แสนสบาย ในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะลงไปนอนกลิ้งบนหญ้านุ่มๆ สองสามตลบ แถมยังมีสายลมเฉื่อยๆ ที่พัดมาได้จังหวะพอดี อ่า...สบายชะมัด ดันเต้รู้สึกผ่อนคลายมากกว่าตอนอยู่ในร่างมนุษย์เป็นเท่าตัว การเกิดมาเป็นเจ้าก้อนขนมันมีความสุขขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? ความง่วงที่หายไปแล้วดูเหมือนจะวนกลับมาอีกครั้ง พริบตาเดียวก่อนที่ดันเต้จะรู้สึกตัว เขาก็จมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวานไปเสียแล้ว

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เมื่อโคนีเลียถือฟีโรโมนล่อแมวและอาหารแมวมาที่หลังเขา เธอสังเกตเห็นแมวน้อยขี้เซาตัวหนึ่งนอนตะแคงอยู่ใต้ต้นไม้ที่เธอแวะมาบ่อยๆ โคนีเลียลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหา ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกเดี๋ยวแมวภูติตัวนั้นจะต้องตกใจตื่นเพราะเธอ แล้วก็รีบวิ่งหนีไปแน่ๆ

แต่ทว่า ในขณะที่เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ทีละนิด เจ้าแมวน้อยตัวนั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยสักนิด นั่นทำให้หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

จบบทที่ 071 แมวในฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว