- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 46 ชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนอัปเกรดเลเวล
บทที่ 46 ชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนอัปเกรดเลเวล
บทที่ 46 ชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนอัปเกรดเลเวล
ตอนแรกที่ซูเหวินได้ยินข่าวนี้ เขาก็ยังประมวลผลไม่ทัน
“โดนถอดแล้ว? อ้อ นายหมายถึงโฆษณาในหน้าแนะนำของแอปสมาคมอาหารเมืองซงหนานหมดอายุแล้วใช่ไหม?”
ความจริงแล้วลิสต์แนะนำในหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวของเหล่าคนดังก็คือพื้นที่โฆษณาแฝงดีๆ นี่เอง
ร้านอาหารหลายแห่งยอมควักเงินจ่ายเพื่อให้ชื่อร้านตัวเองไปอยู่ในนั้น และร้านตำรับอาหารชาววังซูชิก็มีเงินหนาพอที่จะจ่ายค่าโฆษณาพวกนี้ได้อย่างสบายๆ
“เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ไม่ต้องมาวนเวียนให้ฉันรำคาญใจหรอกน่า”
“ก็แค่ติดต่อไปหาผู้เฒ่าเจียงแล้วขอซื้อพื้นที่โฆษณาใหม่ก็จบเรื่องแล้ว” เจียงเหวินขมวดคิ้ว
“ติดต่อปแล้วครับ”
หลิวฟังก้มหน้างุด “แต่ผู้เฒ่าเจียงบอกว่าขอดึงพื้นที่โฆษณานั้นคืน แล้วก็เอาชื่อร้านเปิดใหม่ไปแขวนไว้แทนแล้วครับ”
“เอาชื่อร้านเปิดใหม่ไปแขวนแทนเนี่ยนะ?” เจียงเหวินแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ตำรับอาหารชาววังซูชิของเขาติดอันดับท็อปเท็นในเมืองซงหนานที่มีประชากรกว่าล้านคนเชียวนะ
“ถึงขนาดถอดโฆษณาร้านเราออกแล้วเอาไปให้ร้านเปิดใหม่แทน? หรือว่าร้านนั้นจ่ายเงินหนากว่าเรา?”
“ปะ... เปล่าครับ”
หลิวฟังตอบเสียงตะกุกตะกัก “ไม่ได้รับเงินเลยสักแดงเดียวครับ”
เจียงเหวินถึงกับชะงักไป หมายความว่า ผู้เฒ่าเจียงยอมทิ้งค่าโฆษณาจากร้านของเขา เพื่อไปโปรโมตให้ร้านเปิดใหม่ฟรีๆ งั้นเหรอ?
...
หลิวฟังเปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วกดเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของเจียงหย่งฮวาในแอปสมาคมอาหารเมืองซงหนาน
ณ ตอนนี้ ในลิสต์แนะนำอันดับแรกบนหน้าโปรไฟล์ของเขา มีชื่อร้านอิซากายะอี้โจวหราอยู่ทนโท่
“ผู้เฒ่าเจียงยอมทิ้งค่าโฆษณาก้อนโต เพื่อเก็บพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้ร้านระดับศูนย์ดาวนั่นครับ”
“พวกเราพยายามเสนอเงินเพิ่มให้แล้ว แต่แกก็ไม่ยอมใจอ่อนเลย”
“......”
สีหน้าของเจียงเหวินเปลี่ยนไปทันที พอเห็นชื่อร้านอิซากายะอี้โจว เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นร้านไหน
นี่มันไอ้หนุ่มปากดีที่มากินซุปหิมะละลายที่ร้านของเขาแล้ววิจารณ์ซะเสียๆ หายๆ ไม่ใช่หรือไง?
ไอ้ร้านกระจอกระดับศูนย์ดาวนั่นน่ะนะ?
แถมยังติดเทรนด์ฮิตอีกต่างหาก?
เจียงเหวินก้มมองหน้าต่างประเด็นร้อนในแอป เป็นเพราะเจียงหย่งฮวาถอดชื่อตำรับอาหารชาววังซูชิออกแล้วใส่ชื่อร้านอิซากายะอี้โจวเข้าไปแทน ทำให้ตอนนี้หน้าเว็บบอร์ดมีแต่คนตั้งกระทู้พูดคุยถึงร้านอิซากายะอี้โจวกันให้ควั่ก
[ร้านอิซากายะอี้โจวก็มีเมนูข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรด้วยแฮะ ไม่รู้ว่าถ้ายกไปเทียบกับซุปหิมะละลายของตำรับอาหารชาววังซูชิแล้ว อันไหนจะอร่อยกว่ากัน]
[ร้านนี้มันได้คะแนนแค่สองจุดห้าดาวเองไม่ใช่เหรอ ทำไมผู้เฒ่าเจียงถึงไปแนะนำร้านระดับนี้ได้วะ?]
[มีใครสนใจตั้งตี้ไปลองชิมข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรร้านนี้บ้างไหม? ฉันว่าในเมื่อผู้เฒ่าเจียงกล้าออกโรงแนะนำขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องไปลองชิมดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม?]
“ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตร...”
เจียงเหวินเม้มปากแน่นก่อนจะหันไปสั่งหลิวฟัง “พรุ่งนี้นายไปสืบดูหน่อยสิ ว่าไอ้ข้าวต้มนั่นมันมีดีอะไรนักหนา”
เขาไม่มีทางยอมแพ้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่เปิดร้านระดับสองจุดห้าดาวนั่นเด็ดขาด!
...
ทางด้านสวี่โจวย่อมไม่รู้เรื่องที่ผู้เฒ่าเจียงดันร้านของเขาจนเป็นกระแสในแอปสมาคมอาหารเมืองซงหนานเลยแม้แต่น้อย เขากำลังนั่งเช็กยอดค่าความปรารถนาประจำวันอยู่
เมนูข้าวคลุกไข่แปลงร่างได้ค่าความปรารถนามา 880 แต้มแล้ว พรุ่งนี้น่าจะอัปเกรดเลเวลได้สบายๆ
ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรก็ได้มา 820 แต้มแล้วเหมือนกัน
แม้แต่เมนูเนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดีก็ขยับขึ้นมาเป็น 630 แต้มแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้สวี่โจวประหลาดใจที่สุดก็คือ มีอยู่เมนูหนึ่งที่ค่าความปรารถนาพุ่งปรี๊ดขึ้นอย่างกับติดจรวด หน้าจอระบบถูกแจ้งเตือนจนรัวยิกๆ
[ชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนสูตรยูคิฮิระ โซมะ +1+1+1+1...]
[ชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนสูตรยูคิฮิระ โซมะ : 1,700/10,000]
[ขอแสดงความยินดี ชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนอัปเกรดเป็นเลเวล 2 แล้ว โควตาการขายปัจจุบัน: 150 ชุด/วัน]
[ส่วนลดต้นทุนวัตถุดิบปัจจุบัน: ลด 10% / 58.5 หยวน]
พอเห็นยอดค่าความปรารถนาที่พุ่งทะยานเป็นกราฟเส้นตรง สวี่โจวก็ถึงกับถึงบางอ้อ
ลูกค้าห้าสิบคนที่ซื้อชุดเบอร์เกอร์ไป แต่ละคนช่วยสมทบค่าความปรารถนาให้ตั้งคนละยี่สิบกว่าแต้ม บวกกับแรงโปรโมตจากผู้เฒ่าเจียงหย่งฮวาที่ช่วยปั่นกระแสชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนให้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์
ลูกค้าหลายคนเชื่อมั่นในลิ้นของผู้เฒ่าเจียง ก็เลยพลอยเชื่อมั่นว่าเมนูนี้ต้องอร่อยเหาะแน่ๆ
“ดูเหมือนว่าการโฆษณานี่มันจะสำคัญจริงๆ แฮะ”
สวี่โจวมองดูยอดค่าความปรารถนาที่พุ่งพรวดพราดแซงหน้าเมนูอื่นๆ ที่เปิดขายมาเกือบอาทิตย์ได้ภายในวันเดียว ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความทึ่ง
นี่สินะเสน่ห์ของอาหารจานด่วน!
ถึงราคาจะแค่แปดสิบแปดหยวน
แต่เพราะใช้วัตถุดิบที่ไม่ซับซ้อน โควตาการขายเลยไม่ได้โดนจำกัดจนน้อยนิดเหมือนเมนูอื่น แถมยังอัปเกรดเลเวลได้ไวปานจรวดอีกต่างหาก
สวี่โจวสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ตรงได้ว่า อาหารจานด่วนถึงจะขายได้ราคาถูกแต่ก็อัปเกรดเลเวลได้ง่าย
ส่วนสูตรอาหารระดับเทพกับวัตถุดิบระดับพรีเมียมถึงจะขายได้ราคาแพงหูฉี่ แต่ก็อัปเกรดเลเวลได้ยากเย็นแสนเข็ญ
โคตรจะเมกเซนส์เลยให้ตายเถอะ!
...
วันรุ่งขึ้น
เป็นเพราะเมื่อคืนสวี่โจวฝืนสังขารทอดเบอร์เกอร์เนื้อในห้องฝึกซ้อมระบบไปตั้งร้อยห้าสิบชิ้นรวด ตื่นมาก็เลยมีอาการหัวตื้อๆ มึนๆ งงๆ เขาเลยนอนยาวไปจนถึงเที่ยงวัน
ส่วนหลิวฟัง ลูกศิษย์ของเจียงเหวินแห่งตำรับอาหารชาววังซูชิ โดนอาจารย์สั่งให้มาสืบข่าวตั้งแต่สิบโมงกว่าๆ
ตอนที่เขามายืนอยู่หน้าร้านอิซากายะอี้โจว ในมือยังหิ้วซุปหิมะละลายมาด้วยตั้งหลายกล่อง
“หัวหน้าจะให้ความสำคัญกับร้านกระจอกๆ นี้นักหนาทำไมเนี่ย?”
“ถึงกับส่งเรามาสืบข่าวถึงที่เลยเนี่ยนะ?”
“ก็แค่ผู้เฒ่าเจียงเขียนรีวิวแนะนำให้ไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวพอกระแสตกก็ไม่มีใครสนใจแล้วแหละ”
หลิวฟังมีความมั่นใจในเมนูซุปหิมะละลายของตำรับอาหารชาววังซูชิแบบสุดขีด
“อีกอย่าง ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรของไอ้ร้านนี้เนี่ยนะ จะเอาอะไรมาเทียบกับซุปหิมะละลายได้?”
เขากำหูหิ้วกล่องซุปหิมะละลายในมือแน่น กะว่าเดี๋ยวจะได้ลองชิมเปรียบเทียบกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลย แล้วก็จะเขียนบรรยายความเหนือชั้นของอาหารร้านตัวเองให้คนอื่นได้ตาสว่างซะที
รอไปได้สักพัก หลิวฟังก็เริ่มออกอาการหงุดหงิด ยืนเปลี่ยนท่าไปมาตั้งหลายรอบ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว หันไปถามลูกค้าที่ยืนต่อแถวรอคิวอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“พวกคุณมายืนรอแบบนี้ไม่เบื่อกันบ้างหรือไง?”
“......”
สวีข่ายเงยหน้าขึ้นมามองอย่างงงๆ “เด็กใหม่เหรอ?”
“ใช่”
“มิน่าล่ะ”
สวีข่ายหัวเราะหึๆ “เวลานี้เถ้าแก่น้อยสวี่แกยังไม่ตื่นหรอก เมื่อก่อนพวกเรามารอกันจนถึงบ่ายนู่นกว่าแกจะเปิดร้าน”
“วันนี้ถือว่านายดวงดีนะ เดี๋ยวเถ้าแก่ก็คงมาเปิดร้านแล้วล่ะ”
หลิวฟัง : “......”
ร้านอาหารระดับแปดดาวอย่างร้านเรายังไม่กล้าปล่อยให้ลูกค้ายืนรอจนถึงบ่ายเลยนะโว้ย แล้วทำไมไอ้ร้านศูนย์ดาวนี่ถึงปล่อยให้ลูกค้ายืนรอหน้าสลอนโดยไม่มีใครบ่นสักแอะได้ล่ะวะ?
...
ท่ามกลางความสงสัยที่อัดแน่นเต็มอก ในที่สุดเวลาบ่ายโมงตรง สวี่โจวก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดลำลองสวมรองเท้าแตะเดินลากเท้าออกมารับแขก
“เถ้าแก่น้อยสวี่มาแล้ว!”
“อืม พวกนายจะรับอะไรดีล่ะ?”
สวี่โจวถามเรียบๆ ระหว่างที่กำลังไขกุญแจเปิดประตูร้าน รอจนพวกสวีข่ายสั่งอาหารกันเสร็จ หลิวฟังถึงค่อยๆ เอ่ยปากสั่งอย่างระมัดระวัง
“ผมขอข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรที่นึงครับ”
“เอาข้าวต้มแค่ที่เดียวเองเหรอ?”
สวีข่ายอดไม่ได้ที่จะป้ายยาเมนูอื่นให้ลูกค้าหน้าใหม่ “เมนูอื่นในร้านเถ้าแก่น้อยก็อร่อยสุดยอดเหมือนกันนะ นายลองสั่งเนื้อย่างจำแลงดูสิ ถ้าเงินไม่พอก็สั่งแบบหารกันเอาก็ได้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมขอแค่ข้าวต้มที่เดียวก็พอ” หลิวฟังพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
พูดจบเขาก็ค่อยๆ วางกล่องซุปหิมะละลายในมือลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
กล่องบรรจุภัณฑ์ของซุปหิมะละลายนั้นดูหรูหราหมาเห่ามาก ภายนอกดูเหมือนถาดไม้รองชาม ด้านในเป็นชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีที่บรรจุซุปหิมะละลายเอาไว้
บนชามยังมีลายดอกเหมยประทับไว้อย่างประณีตบรรจง
สวีข่ายที่เป็นลูกค้าประจำซุปหิมะละลาย มองปราดเดียวก็จำได้ทันที
เขาถามด้วยน้ำเสียงสงสัยอย่างไม่ปิดบังว่า “นี่นายหิ้วไอ้ซุปเวอร์ชันคนจนนี่มาทำไมวะ?”
หลิวฟังถึงกับชะงักไป ประมวลผลไม่ทัน “อะไรนะ?”
“ก็ซุปหิมะละลายของตำรับอาหารชาววังซูชิไง”
“นี่มันเมนูข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรของเถ้าแก่น้อยสวี่ในเวอร์ชันคนจนชัดๆ”
สวีข่ายเบ้ปาก “อ้อ พูดว่าเวอร์ชันคนจนนี่ถือว่าอวยยศให้เมนูนี้แล้วนะ”
“ทั้งแพงทั้งหมาไม่แดก”
“......”
นัยน์ตาของหลิวฟังเบิกกว้างด้วยความสับสน
เวอร์ชันคนจน?
ซุปหิมะละลายของตำรับอาหารชาววังซูชิเนี่ยนะ เป็นแค่เวอร์ชันคนจนเมื่อเอาไปเทียบกับข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรของร้านนี้?
แล้วไอ้ข้าวต้มนี่มันจะอร่อยเหาะขนาดไหนกันวะเนี่ย?