- หน้าแรก
- ฉันก็แค่เล่นเกมกาชา ใครก็ได้บอกทีว่าทำไมตัวละครในเกมถึงกลายเป็นคนจริงไปได้
- บทที่ 19 มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
บทที่ 19 มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
บทที่ 19 มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
[ชัยชนะท่วมท้น!]
“เยี่ยม”
ฉางเล่อกำหมัดชูขึ้น: "ทำไมตอนจบถึงเล่นมุกพ้องเสียงได้ด้วยล่ะ? โบรดี้ที่ไม่ตกพื้น? ใครมันจะไปเก็ตมุกตลกฝืดๆ แบบนี้กันเล่า!"
ภาพการต่อสู้ระดับเทพเจ้าอีกแล้ว เกมของพวกนายยังมีเทคโนโลยีอะไรที่ยังไม่ได้งัดออกมาโชว์อีกเนี่ย?!
เขาเล่นเกมแนวอนิเมะมานานขนาดนี้ หาได้ยากจริงๆ ที่จะเจอเกมที่มอบความตื่นตาตื่นใจด้านภาพกราฟิกแบบต่อเนื่องระลอกแล้วระลอกเล่าขนาดนี้!
งบประมาณและกำลังการผลิตของทีมสร้างเกมมีจำกัด ทำให้พวกเขาต้องเลือกที่จะทุ่มเทให้กับฉากต่อสู้เพียงฉากเดียวหรือจำนวนน้อยๆ
มีที่ไหนเหมือนเกมภาษาต่างดาวนี้บ้าง?
ไม่เพียงแต่ปริมาณเยอะจุใจ แต่คุณภาพยังคับแก้วอีกต่างหาก!
กำลังการผลิตของทีมงานช่างน่ากลัวจริงๆ!
เขาวางโทรศัพท์ลง ขยับคอไปมา
ข้าวขาหมูตรงหน้าเย็นชืดไปหมดแล้ว แต่ฉางเล่อก็ไม่ใส่ใจ กวาดกินจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว
แม้จะอยากเล่นเกมต่อ แต่ชีวิตจริงก็ต้องดูแลบ้าง
เสื้อผ้าที่กองไว้หลายวันยังไม่ได้ซัก ถังขยะก็เต็มไปด้วยกล่องอาหารเดลิเวอรี่ที่กินเหลือ
ที่สำคัญที่สุดคือน้ำดื่มของเขาหมดแล้ว และหอพักเก่าของมหาวิทยาลัยชิงโจวก็ไม่มีเครื่องกดน้ำดื่มทุกชั้น
ถ้าอยากได้น้ำดื่มต้องถือกระติกน้ำเดินไปโรงต้มน้ำที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
ข้าวสั่งเดลิเวอรี่ได้ แต่น้ำต้องไปกดเอง
ฉางเล่อขยี้ผมทรงรังนก หิ้วถุงขยะและกระติกน้ำสองใบเดินออกไป
...
ลุงคนดูแลหอนั่งสวมแว่นสายตายาวอ่านนิยายแฟนตาซีละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ที่หน้าห้องพักชั้นล่าง
พอเห็นคนเดินลงมา แกก็เงยหน้าขึ้น: "อ้าว ไอ้หนุ่มห้อง 203 ปีใหม่ไม่ได้กลับบ้านเรอะ?"
"ยังครับ ลุงก็ไม่ได้กลับบ้านเหรอครับ?"
"ลุงทำงานหาเงินอยู่ที่นี่ แล้วเอ็งล่ะ?"
"ผมก็หาเงินเหมือนกันครับ"
ฉางเล่อยิ้มร่า ตอบเลี่ยงๆ ไป
เขาไม่ชอบเล่าเรื่องครอบครัวให้คนที่ไม่สนิทฟัง
เพราะคำว่า "เด็กกำพร้า" พอพูดออกไปทีไร ก็มักจะเรียก "ความสงสาร" ที่ไม่จำเป็นตามมาเสมอ
ทุกคนมักจะคิดไปเองว่าเด็กกำพร้าน่าสงสารเหลือเกิน ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีใครห่วงใย — ช่างน่าเวทนา
แต่ฉางเล่อกลับไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตรันทดขนาดนั้น
เพราะตอนที่คุณยายยังอยู่ เขาได้รับความรักความเอาใจใส่จากคนในครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยม
และบางคนที่มีพ่อแม่ครบ อาจจะมีความสุขไม่เท่าเขาด้วยซ้ำ
แน่นอน ถ้าจะบอกว่าเขาคิดเข้าข้างตัวเองก็ไม่ผิดนัก
จะเหงาหรือไม่ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้รสชาติ
ฉางเล่อทิ้งขยะ แล้วหิ้วกระติกน้ำใบใหญ่สองใบไปกดน้ำ
วันหยุดปีใหม่สามวัน นักศึกษาส่วนใหญ่กลับบ้านกันหมด
เขาเดินอยู่ในโรงต้มน้ำที่ว่างเปล่า รู้สึกดีใจที่วันนี้ไม่ต้องต่อคิวกดน้ำ
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเสียดายที่ไม่ได้เห็นนักศึกษาสาวๆ ใส่กางเกงขาสั้นและชุดนอนมากดน้ำ
"ติ๊ด"
ฉางเล่อเสียบบัตรนักศึกษา น้ำร้อนเดือดปุดๆ ไหลลงกระติกน้ำของเขาราวกับฉี่แตกปลาย
ตัวเลขยอดเงินในบัตรนักศึกษากระพริบบนหน้าจอ 3.85, 3.7, 3.55...
เงินในบัตรหมดแล้ว?
ฉางเล่อปล่อยสมองให้ว่างเปล่าพลางคิด
สามหยวนกว่าจะเต็มไหมนะ?
บัตรนักศึกษาต้องเติมเงินที่ไหน?
ในแอป?
รหัสผ่านแอปคืออะไร?
ใช้เบอร์มือถือล็อกอินได้ไหม?
ขั้นตอนเติมเงินเป็นยังไงนะ?
เฮ้อ ยุ่งยากชะมัด
ถ้าไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วเงินเข้าทันทีก็คงดี
เติมสัก 100 หยวน แค่กดน้ำกับอาบน้ำ น่าจะใช้ได้อีกนาน
เขาคิดเพลินๆ สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ตัวเลขแถวนั้น
3.4, 3.25, 3.1...
102.95, 102.8...
"..."
หืม???
ฉางเล่อยืดคอมอง
นี่มันสถานการณ์อะไรเนี่ย?
เขาตาฝาดเหรอ?
ขยี้ตา—ไม่ใช่นี่นา?
ทำไมอยู่ดีๆ เงินในบัตรเขาก็เพิ่มมา 100 หยวน?
ฉางเล่อหันไปมองข้างหลัง พอแน่ใจว่าไม่มีใครในโรงต้มน้ำก็ยิ่งงงหนัก
ระบบของมหาวิทยาลัยมีบั๊กเหรอ?
เขาเคยเห็นคนบ่นในเพจบอร์ดบอกรักของมหาวิทยาลัยว่าระบบตัดเงินมีปัญหา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นตัดเงินเกินนี่นา?
มีที่ไหนจะแถมเงินให้ฟรีๆ?
เขาดึงบัตรน้ำออก มองดูอย่างครุ่นคิด
ฉางเล่อไม่ได้ดีใจจนเนื้อเต้นเพราะเงินเพิ่มมา 100 หยวน สำหรับเขาตอนนี้ เงินค่าลิขสิทธิ์นิยายที่โอนเข้ามาทุกเดือนก็เพียงพอให้กินอยู่ได้อย่างสบายไปตลอดชีวิตแล้ว
เงิน 100 หยวนนี้สำหรับเขาหมายถึงปัญหา
บั๊กเกิดขึ้นได้ยังไง?
ถ้าทางมหาวิทยาลัยตรวจสอบเจอทีหลัง จะทำยังไง?
จะให้เขาให้ความร่วมมือในการสอบสวน? หรือเชิญไปดื่มน้ำชา (ถูกเรียกพบเพื่อตักเตือน/สอบสวน)—ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ
ฉางเล่อขมวดคิ้ว ยัดบัตรกลับเข้ากระเป๋าอย่างหงุดหงิด
แล้วเตรียมจะใช้แรงทั้งหมดที่มีหิ้วกระติกน้ำสองใบนั้นกลับ
เพราะขี้เกียจลงมากดน้ำทุกวัน ฉางเล่อเลยซื้อกระติกน้ำขนาดใหญ่ที่สุด
ซื้อมาก็เสียใจ—เพราะมันใหญ่เกินไป!
กระติกน้ำใบหนึ่งจุน้ำได้ 20 ลิตร รวมน้ำหนักกระติกด้วย มือข้างหนึ่งต้องหิ้วของหนักกว่า 20 กิโลกรัม
ทุกครั้งที่มากดน้ำเหมือนกับมาขนของ
เขากัดฟัน สองมือจับหูหิ้ว—ฮึบ!
"...เอ๊ะ?"
เขาต้องประหลาดใจอีกครั้ง
เขาหิ้วกระติกน้ำใบใหญ่สองใบขึ้นมาได้อย่างสบายๆ?
"น้ำไม่เต็มเหรอ?"
เขาวางลง เปิดฝากระติกดู
...ไม่ใช่นี่? น้ำเต็มทั้งสองใบ
ฉางเล่อลูบแขนตัวเอง สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อบางๆ ใต้ผิวหนัง
เขา... เขาเล่นเกมจนได้แขนกิเลนมาเหรอเนี่ย?!
ประหลาด ประหลาดจริงๆ
วันนี้ทุกอย่างมันดูประหลาดไปหมด
เขาบ่นพึมพำในใจ หิ้วกระติกน้ำเดินกลับไปทางหอพัก
...
...
เมืองจันทร์เสี้ยว
กองอัศวินลงทัณฑ์แห่งจันทราถูกกำจัดจนสิ้นซาก ทิ้งไว้เพียงสนามรบที่คละคลุ้งไปด้วยควันไฟ
ทหารและชาวเมืองกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง พวกเขาทำหน้าที่เดิมซ้ำๆ—ทำความสะอาดสนามรบ, ตรวจนับของสงคราม, ช่วยเหลือสหายร่วมรบที่ยังไม่ตาย และซ่อมแซมแนวป้องกันเมืองที่เสียหาย
ทหารบาดเจ็บจำนวนมากถูกช่วยเหลือออกมาวางเรียงรายที่จัตุรัสเมืองจันทร์เสี้ยว
ลูเน็ตถือคทาที่ชำรุดเสียหายเล่มนั้น—เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเธอ การแข่งกับเวลาเพื่อรักษาทหารบาดเจ็บสำคัญกว่าการต้อนรับกำลังเสริมจากแดนไกล
อัศวินนกน้อยไม่ถือสาที่ถูกเมิน
เธอพาเหล่า NPC 2-3 ดาวกลุ่มใหญ่ที่ฉางเล่อสุ่มกาชาได้ เดินอาดๆ เข้ามา สำรวจเมืองที่ทรุดโทรมแห่งนี้
"นี่คือที่ที่เราต้องประจำการต่อไปเหรอ?"
เธอถอนหายใจ: "น่าเวทนากว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ..."
"ประจำการ?" คุณดิกคินสัน ผู้ดูแลเสบียงรู้สึกงุนงง—เธอมาเพื่อนับจำนวนกำลังเสริม และเตรียมแจกจ่ายมันฝรั่งให้พวกเขา
"ตามเจตจำนงของท่านฉางเล่อ เราต้องเข้าร่วมการบูรณะเมืองนี้ และใช้ที่นี่เป็นศูนย์กลางเพื่อแผ่ขยายศรัทธาของเราออกไป"
คุณดิกคินสันอ้าปากค้าง: "นี่มัน..."
"หือ?"
"นี่มันคอขาดบาดตายชัดๆ!"
เธอรีบวิ่งออกไปทันที!
"ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์!"
"เราต้องการมันฝรั่งเพิ่ม!"
"...มันฝรั่ง?"
อวิสมองไปทางที่เธอกำลังวิ่งไป เห็นดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่เบ่งบานท่ามกลางซากปรักหักพัง และเห็นคทาที่แตกละเอียดในมือของเธอ
"ดูเหมือนเราจะมาได้จังหวะพอดีสินะ"
อัศวินนกน้อยยิ้ม
เธอกระโดดลงจากหลังม้า เดินตรงไปหาแม่ชีน้อย
"ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์"
เธอทำท่าความเคารพแบบอัศวิน มองลูเน็ตด้วยความเป็นมิตรและความเคารพ
"ข้านำพระประสงค์ของท่านฉางเล่อมาส่ง"
เธอทวนคำพูดที่เพิ่งพูดกับคุณดิกคินสันอีกครั้ง
ลูเน็ตตั้งใจฟัง สายตาจับจ้องไปที่กล่องยาวที่ส่องประกายระยิบระยับซึ่งสะพายอยู่บนหลังอัศวินนกน้อย
อวิสปลดกล่องที่ทำให้เธอต้องวิ่งวุ่นไปมาอย่างภาคภูมิใจ
"และ..."
เธอยื่นกล่องให้ลูเน็ต
"ความรัก... ของท่านฉางเล่อ"
หมายเหตุ ;
แขนกิเลน: กล้ามแขน