เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: ข้าวผัดคำเดียว ทำเอาตำรวจต่อคิวอย่างว่าง่าย

บทที่ 8: ข้าวผัดคำเดียว ทำเอาตำรวจต่อคิวอย่างว่าง่าย

บทที่ 8: ข้าวผัดคำเดียว ทำเอาตำรวจต่อคิวอย่างว่าง่าย


บทที่ 8: ข้าวผัดคำเดียว ทำเอาตำรวจต่อคิวอย่างว่าง่าย

"คุณตำรวจ อยากลองชิมดูไหมครับ? ถ้าไม่อร่อย กินฟรีไปเลย"

จ้าวเหยียนเอ่ยชวนขณะที่มือยังคงวุ่นวายอยู่กับการทำอาหาร

"เอ่อ... ชิมดูก็ดีเหมือนกัน"

อู๋เฉียงมองดูข้าวผัดไข่สีเหลืองทองอร่ามในกระทะที่เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว รู้สึกหิวขึ้นมาตงิดๆ หลังจากที่ลุยงานมาจนถึงป่านนี้

จ้าวเหยียนยื่นข้าวผัดส่วนที่เขาทำเตรียมไว้กินเองก่อนหน้านี้ให้ พร้อมกับหยิบช้อนคันใหม่มาสองสามคัน

อู๋เฉียงแจกจ่ายช้อนให้เพื่อนร่วมงานแล้วขยับไปด้านข้าง เตรียมลิ้มรสข้าวผัดไข่ที่ทำเอาลูกค้าต้องมายืนเข้าคิวรอซื้อ

"ซี๊ดดด มิน่าล่ะคนถึงได้ต่อคิวกันเยอะขนาดนี้"

"มันอร่อยเกินไปแล้ว! ถ้าฉันไม่จมูกไวกับพวกกลิ่นสารเสพติดล่ะก็ ฉันคงสงสัยจริงๆ ว่าข้าวผัดไข่จานนี้มันต้องใส่อะไรลงไปแน่ๆ"

"..."

อู๋เฉียงไม่พูดพร่ำทำเพลง มือของเขาขยับตักข้าวผัดไข่เข้าปากอย่างรวดเร็ว

"ผู้กอง ทำไมคุณ...!"

เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาเพื่อนร่วมงานที่กำลังมัวแต่ทึ่งก็ไม่อยากน้อยหน้า พากันแย่งตักข้าวผัดไข่

ชายร่างล่ำหัวโล้นมองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เขาพามาด้วยแปรพักตร์ไปภายในเวลาไม่กี่นาที แถมยังแย่งกันกินข้าวผัดไข่ชามนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

เขาถึงกับอึ้งกิมกี่

เรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นสิ!

พวกคุณเป็นตำรวจนะ ช่วยสงวนท่าทีกันหน่อยไม่ได้หรือไง?!

เขายืนเหม่อลอย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องราวมันถึงกลับตาลปัตรกลายเป็นแบบนี้ไปได้

"เสี่ยวหลี่ เสี่ยวเหวิน พวกนายสองคนไปต่อคิวซื้อข้าวผัดไข่มาเพิ่มอีกสองจานสิ"

อู๋เฉียงจัดการข้าวผัดไข่จนเกลี้ยงแต่ยังรู้สึกไม่อิ่มจุใจ จึงหันไปสั่งเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนที่มาด้วยกัน

จากนั้นเขาก็หันไปหาชายร่างล่ำหัวโล้นที่กำลังยืนอึ้งอยู่แล้วกล่าวว่า "คุณต้องกลับไปกับพวกเราด้วย ถ้าผลตรวจออกมาว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ผมจะควบคุมตัวคุณตามกฎหมาย"

หลังจากที่ได้กินข้าวผัดไข่เข้าไป เขาก็มั่นใจไปแล้วแปดสิบเปอร์เซ็นต์ว่ามันไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายร่างล่ำก็สะดุ้งโหยง สีหน้าดูปั้นยากยิ่งกว่าตอนร้องไห้เสียอีก

"เอ่อ... คุณตำรวจครับ ผมขอถอนแจ้งความได้ไหมครับ?"

"ไม่ได้ คุณคิดว่ากฎหมายเป็นเรื่องล้อเล่นหรือไง?" อู๋เฉียงกล่าวเสียงเข้ม

สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือพวกที่ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรตำรวจด้วยการแจ้งความเท็จเพียงเพราะความแค้นส่วนตัว

พูดจบเขาก็ไม่ปล่อยให้ชายร่างล่ำหัวโล้นได้มีเวลาคิดทบทวน สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวเขาออกไปทันที

"พี่น้องครับ สะใจชะมัดเลย" พี่เสี่ยวจางเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่านหลังจากที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

"เหลือเชื่อสุดๆ ข้าวผัดไข่คำเดียวทำเอาตำรวจถึงกับแปรพักตร์เลยเหรอเนี่ย?"

"เชี่ยเอ๊ย ตอนแรกฉันก็นึกว่าเป็นหน้าม้า ที่ไหนได้ ขนาดตำรวจยังไปต่อคิวเลย"

"พี่น้อง ฉันไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว ฉันอยู่แถวนี้พอดี ขอตัวไปต่อคิวลองดูหน่อยว่าจะซื้อทันไหม"

"ฉันด้วย!"

เมื่อสถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ บรรดาแฟนคลับในห้องไลฟ์สตรีมของพี่เสี่ยวจางก็ปักใจเชื่อแล้วว่าข้าวผัดไข่เจ้านี้รสชาติเด็ดจริง

ผลก็คือ ผู้ชมที่อาศัยอยู่ในมหานครโม่ตูต่างพากันกดออกจากไลฟ์สตรีมเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง

ส่วนพวกที่อยู่ต่างถิ่นก็ทำได้แต่มองตาปริบๆ และถอนหายใจด้วยความเสียดาย

ห้าทุ่มตรง

วัตถุดิบที่จ้าวเหยียนเตรียมมาก็ขายหมดเกลี้ยงในที่สุด

ส่วนลูกค้าที่ซื้อไม่ทัน เขาก็กล่าวขอโทษขอโพยตามระเบียบ

จากนั้นก็เก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน

วันนี้เฉิงจื่อหลานไม่ได้มา แต่จ้าวเหยียนก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

ต่อให้ข้าวผัดไข่จะอร่อยแค่ไหน คนเราก็คงกินมันทุกวันไม่ได้หรอกจริงไหม?

"เหนื่อยชะมัด เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากอาชีพนี้สักทีเนี่ย!"

หลังจากอาบน้ำเสร็จและทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟา จ้าวเหยียนก็ลอบถอนหายใจ

แม้ว่าวันนี้เขาจะทำเงินได้มากกว่าหนึ่งหมื่นหยวน แต่แขนของเขากลับปวดเมื่อยไปหมดจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงไปทำอย่างอื่น

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แขนของเขาต้องล่ำบึ้กผิดปกติแน่ๆ...

ขณะที่จ้าวเหยียนกำลังพักผ่อนอยู่นั้น เนื้อหาไลฟ์สตรีมของพี่เสี่ยวจางก็ไปสะดุดตาสำนักข่าวที่จมูกไวบางแห่งเข้า

พวกเขามองว่าเนื้อหานี้มีจุดขายและน่าจะกลายเป็นกระแสไวรัลได้ไม่ยาก!

ดังนั้น พวกเขาจึงเริ่มแชร์และนำไปเขียนข่าวรายงาน

"ข้าวผัดจานละ 88 หยวน? ใช้วัตถุดิบชั้นเลิศหรือมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่?"

"คู่แข่งทนไม่ไหวถึงขั้นต้องโทรแจ้งตำรวจ เพราะข้าวผัดอร่อยเกินไป!"

"ช็อก! พ่อค้าคนนี้ทำเอาตำรวจต้องยอมจำนนมาต่อคิวอย่างว่าง่ายด้วยข้าวผัดเพียงคำเดียว!"

"..."

พาดหัวข่าวสุดเร้าใจถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง และแพร่กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน จ้าวเหยียนก็ไม่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เขายังคงมัวแต่ง่วนอยู่กับการต่อล้อต่อเถียงกับสาวๆ มากหน้าหลายตาในความฝัน

เมื่อข่าวถูกกระพือไปตลอดทั้งคืน ผนวกกับกระแสปากต่อปากจากบรรดาลูกค้า...

ห้าโมงเย็น

คิวที่แผงลอยของจ้าวเหยียนเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นแนวยาวเสียแล้ว

มีทั้งนักข่าว แฟนคลับของพี่เสี่ยวจาง ลูกค้าเก่า และแน่นอนว่าต้องมีพวกที่มาเพราะความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ

เฉิงจื่อหลานที่กำลังทำงานอยู่ก็บังเอิญเห็นข่าวที่เกี่ยวข้องนี้เข้าเช่นกัน

เมื่อนึกถึงการปรับรูปแบบรายการใหม่ที่พวกเธอกำลังทำอยู่ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมา

เธอจึงรีบตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของผู้กำกับรายการทันที

"ผู้กำกับคะ รายการของเรายังขาดผู้เข้าแข่งขันที่มีกระแสตอบรับสูงๆ อยู่ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วคนนี้เป็นยังไงบ้างคะ?"

เฉิงจื่อหลานยื่นโทรศัพท์มือถือให้ด้วยความคาดหวัง

หน้าจอที่ปรากฏอยู่คือข่าวของจ้าวเหยียนนั่นเอง

เว่ยติงกำลังวางแผนงานที่เกี่ยวข้องอยู่ แต่จู่ๆ ก็ถูกเฉิงจื่อหลานขัดจังหวะ เขาอ้าปากเตรียมจะวีนแตก...

...ทว่าสายตากลับไปสะดุดเข้ากับพาดหัวข่าวสุดเว่อร์วังบนหน้าจอโทรศัพท์เสียก่อน

เขารับโทรศัพท์มาเลื่อนดูคร่าวๆ หลังจากนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นว่า "ลองดูก็ได้ เธอไปตามเรื่องนี้มาก่อนก็แล้วกัน"

เมื่อได้รับคำตอบ เฉิงจื่อหลานก็ร้องอุทานด้วยความดีใจและรีบวิ่งพรวดพราดออกไปทันที

เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป

บนถนนสายหนึ่งที่ไม่ไกลจากตลาดนัดกลางคืนฉี่หัง

การจราจรในขณะนี้กำลังติดขัดอย่างหนัก

"บ้าเอ๊ย! วันนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? เพิ่งจะหกโมงเย็น รถก็ติดแหง็กขนาดนี้แล้วเหรอ?"

ชายคนหนึ่งตบพวงมาลัยด้วยความหงุดหงิด

เขามองดูแถวรถที่ติดยาวเหยียดอยู่เบื้องหน้าพลางสบถในใจ

เขาใช้เส้นทางนี้อยู่บ่อยๆ และปกติเวลานี้รถก็ไม่ได้ติดขนาดนี้

"หรือว่าข้างหน้าจะมีอุบัติเหตุ?" ชายคนนั้นพึมพำกับตัวเอง...

จางเหวินเป็นตำรวจจราจร และในเวลานี้เขากำลังยืนปฏิบัติหน้าที่จัดระเบียบการจราจรจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว

"นี่จางเหวินพูดครับ ตอนนี้ผมอยู่บนถนนใกล้กับตลาดนัดกลางคืนฉี่หัง ขอกำลังเสริมด่วน ขอกำลังเสริมด่วน!"

ด้วยจำนวนคนที่มารวมตัวกันหลายร้อยคนอยู่ตรงหน้า เขากลัวเหลือเกินว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

เขาจึงรีบวิทยุเรียกเพื่อนร่วมงานทันที

"คุณลุงครับ พวกคุณมายืนทำอะไรกันเยอะแยะขนาดนี้ครับเนี่ย? มารอต่อคิวรับคูปองส่วนลดเหรอครับ?"

หลังจากวางสาย จางเหวินก็เดินเข้าไปหาชายชราผมหงอกคนหนึ่งแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย

เท่าที่เขารู้ นี่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว

"คูปองส่วนลดอะไรกันล่ะ? ฉันมากินข้าวผัดไข่ต่างหากโว้ย!"

ชายชราหันขวับกลับมาถลึงตาใส่จางเหวินด้วยความไม่พอใจ หน้าตาเขาดูเหมือนคนเห็นแก่ของฟรีขนาดนั้นเลยหรือไง?

"..."

อะไรวะเนี่ย? ข้าวผัดไข่?

จางเหวินยืนอึ้ง เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ถามฝูงชนที่กำลังต่อคิวแถวยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจนัก "คุณลุงครับ คนพวกนี้... มาซื้อข้าวผัดไข่กันหมดเลยเหรอครับ?"

"ก็ใช่น่ะสิ ขนาดฉันมาเร็วแล้วนะเนี่ย ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้จะได้กินหรือเปล่า"

ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองมาเร็วพอแล้วนะ ใครจะไปคิดว่าคิวมันจะยาวทะลุไปจนถึงถนนด้านนอกแบบนี้

ขณะที่จางเหวินกำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่นั้น อู๋เฉียงก็เดินเข้ามาพอดี

"เหล่าจาง กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่เหรอ?"

เนื่องจากทั้งคู่ทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงรู้จักมักคุ้นกันเป็นธรรมดา

"อืม เหล่าอู๋ คนพวกนี้ทำเอารถติดหนักเลยเนี่ย"

จางเหวินชี้ไปทางกลุ่มลูกค้าที่กำลังยืนต่อคิวด้วยความปวดหัว

"ฮ่าๆๆ พวกเขามาต่อคิวรอซื้อข้าวผัดไข่กันสินะ? ฉันก็ด้วยเหมือนกัน"

อู๋เฉียงหัวเราะร่วน เขาเข้าใจสถานการณ์ดี

ผลการตรวจสอบออกมาแล้วว่าข้าวผัดไข่ไม่ได้มีส่วนผสมอะไรผิดปกติ แน่นอนว่าชายร่างล่ำหัวโล้นคนนั้นก็เลยถูกควบคุมตัวไปตามระเบียบ

วันนี้เขาปลีกเวลาแวะมา อย่างแรกก็เพื่อมาแจ้งข่าวให้เถ้าแก่หนุ่มทราบ และอย่างที่สองก็เพื่อมากินข้าวผัดไข่อีกสักชาม

ติดอยู่ตรงที่คิวมันยาวไปหน่อย ไม่รู้ว่าจะต้องรอนานแค่ไหน

"อะไรนะ?! นายก็มาต่อคิวรอซื้อข้าวผัดไข่ด้วยเหรอเนี่ย?"

จางเหวินถึงกับเหวอ

ตอนแรกเขาคิดว่าอู๋เฉียงแค่แวะมาทักทาย ไม่คิดเลยว่าจุดประสงค์หลักคือการมากินข้าวผัด

"แหงล่ะ ถ้านายได้ลองกินข้าวผัดไข่เจ้านี้ดูสักครั้ง นายจะรู้เลยว่ามันคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ หลายสิบปีที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตได้เปล่าประโยชน์สิ้นดี!"

อู๋เฉียงเดาะลิ้นเบาๆ เมื่อหวนนึกถึงรสชาติระดับเทพของข้าวผัดเมื่อวาน

"พูดจริงดิ?"

"ฉันเคยโกหกนายหรือไง?"

"ก็ได้! งั้นฉันจะลองดูหน่อยละกัน ว่ามันจะวิเศษวิโสขนาดไหนกันเชียว"

เมื่อเห็นกำลังเสริมของเพื่อนร่วมงานเดินทางมาถึง จางเหวินก็ตัดสินใจส่งมอบงานต่ออย่างเด็ดขาด แล้วเดินไปเข้าร่วมกองทัพนักต่อคิวพร้อมกับอู๋เฉียงทันที

เพื่อนร่วมงาน: "?"

จบบทที่ บทที่ 8: ข้าวผัดคำเดียว ทำเอาตำรวจต่อคิวอย่างว่าง่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว