- หน้าแรก
- วิถีเทพบุตรสายเปย์ ผมมันทั้งหล่อ เท่ และรวยมาก
- บทที่ 16 ดูสิว่าใครอยู่ในตรอกนั้น
บทที่ 16 ดูสิว่าใครอยู่ในตรอกนั้น
บทที่ 16 ดูสิว่าใครอยู่ในตรอกนั้น
บทที่ 16 ดูสิว่าใครอยู่ในตรอกนั้น
อันที่จริง ในช่วงบ่ายคล้อยใกล้เวลาเลิกแถว การฝึกจะผ่อนคลายลงบ้าง
เพื่อสร้างความสามัคคีและช่วยให้คนแปลกหน้าได้ทำความรู้จักกัน ครูฝึกจึงจัดกิจกรรมประชันเสียงเพลง กู้เหยียนถึงกับถูกเด็กสาวจากห้องอื่นชวนไปร้องเพลงคู่รักด้วยกัน
ทว่าเขากลับปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
"เหล่ากู้ เด็กคนนั้นก็หน้าตาดีนะเว้ย ทำไมถึงปฏิเสธล่ะ โอกาสดีขนาดนี้แท้ๆ!"
เฉินเซวียนมองตามเด็กสาวที่เพิ่งร้องเพลงรักจบเพียงลำพังแล้วเดินกลับไปที่แถวของห้องตัวเองด้วยความเสียดาย หน้าตาของเธอสูสีกับจ้าวซินที่อยู่หอเดียวกับแฟนของเขาเลยทีเดียว
ระดับดาวห้องเลยนะนั่น
ถ้าเป็นเขา คงพุ่งออกไปตั้งนานแล้ว ยังไงซะแถวของห้องหลินอวิ๋นจูก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่อยู่ใกล้กับโรงยิมนู่น เขาจึงไม่กลัวว่าจะถูกจับได้
ข้างกายเขา กู้เหยียนนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น แผ่นหลังตั้งตรง ค่อยๆ ขยับหมวกให้เข้าที่โดยไม่ตอบอะไร
จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับภารกิจสองอย่างที่ระบบมอบหมายให้เท่านั้น
เมื่อการฝึกภาคค่ำสิ้นสุดลงและครูฝึกหลี่สั่งเลิกแถว นักศึกษาจากแต่ละกองร้อยก็แตกฮือราวกับม้าป่าพยศ บางคนโยนหมวกขึ้นฟ้า บางคนกอดคอกันวิ่งแจ้นกลับหอพักอย่างรวดเร็ว
รัตติกาลมาเยือน
"กู้เหยียน"
จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกกู้เหยียนที่กำลังเตรียมตัวจะกลับเช่นกัน เขาหันไปก็พบครูฝึกหลี่ยืนยิ้มให้ "ฉันยังจำที่พูดเมื่อบ่ายได้นะ เดี๋ยวไปหาฉันที่หอพักบุคลากรด้วยล่ะ"
บรรดาครูฝึกพักอยู่ในห้องว่างสองสามห้องบนชั้นหนึ่งของหอพักบุคลากร
ด้านหลังตึกมีทางเดินร่มรื่นปูด้วยแผ่นหินประดับ แทบไม่มีนักศึกษาเดินผ่านแถวนี้ และพวกอาจารย์ก็มักจะไม่มาเดินเล่นในเวลานี้เช่นกัน
กู้เหยียนกลับไปเอาโทรศัพท์ที่หอพัก จากนั้นก็แวะซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อบุหรี่ฮว๋าจื่อหนึ่งซอง เมื่อมาถึงหอพักบุคลากร เขาก็รีบติดต่อครูฝึกหลี่ทันที ตอนที่เขายื่นบุหรี่ให้ ครูฝึกถึงกับฉีกยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง
"ตามฉันมา"
เขาพากู้เหยียนไปยังทางเดินเล็กๆ หลังตึก
กู้เหยียนยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง ครูฝึกหลี่ยังคงอยู่ในชุดลายพราง เขาเดินนำไปข้างหน้าประมาณเจ็ดก้าวแล้วตั้งท่าเตรียมต่อสู้
ทหารไม่ได้ฝึกศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิม แต่เน้นทักษะการสังหารที่นำไปใช้ได้จริงมากกว่า ภายใต้แสงไฟสีเหลืองสลัวจากเสาไฟริมทาง สองเท้าของเขามั่นคง ท่อนแขนกางออก และทุกหมัดที่ชกออกไปล้วนเปี่ยมไปด้วยพลัง
มันเป็นคนละเรื่องกับการฝึกซ้อมรบของหน่วยรบพิเศษไต้หวันในคลิปติ๊กต็อกอย่างสิ้นเชิง มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งดุดันแบบที่ลูกผู้ชายพึงมี
เสียงหมัดแหวกอากาศ ลูกเตะตวัด เตะกวาด... ถูกแสดงออกมาอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด เคลื่อนที่จากระยะเจ็ดก้าวมาจนถึงตรงหน้ากู้เหยียน
แสงไฟสาดส่องลงมาอาบไล้ร่างของทั้งสองคน
"ลองทำตามฉันดู" ครูฝึกหลี่หยุดมือ ส่งสัญญาณให้กู้เหยียนลองทำตามและเรียนรู้จากเขา
"ครับ!"
กู้เหยียนถอยหลังไปสองก้าว พยายามสลักจดจำทุกหมัดและลูกเตะที่ครูฝึกหลี่สาธิตลงในหัว เมื่อเริ่มท่าชุดที่สอง เขาก็เริ่มเลียนแบบการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ครูฝึกหลี่เองก็จงใจชะลอความเร็วลงเพื่อให้เขาทำตามได้ทัน
ผ่านไปพักใหญ่ เวลาล่วงเลยมาจนถึงราวสี่ทุ่ม
ครูฝึกหลี่ยืนนิ่ง ปรับลมหายใจให้เข้าที่ แล้วมองไปทางกู้เหยียน เขาจับตาดูอยู่นานจนกระทั่งกู้เหยียนหยุดนิ่งและปรับลมหายใจเช่นกัน จึงเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจออกมา
"นายออกหมัดได้ดีเลย ฉันว่านายมีพรสวรรค์นะ"
กู้เหยียนหอบหายใจ "เป็นเพราะครูฝึกสอนดีต่างหากครับ"
"นายอยากเรียนพวกนี้ไปทำไม?"
"เพื่อป้องกันตัวครับ"
พูดก็พูดเถอะ กู้เหยียนคิดในใจว่าปกติเขาคงไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอก แต่ในเมื่อระบบมอบหมายภารกิจมาให้ เขาก็ทำได้แค่กัดฟันทำต่อไป
"เอาล่ะ คืนนี้พอแค่นี้แหละ ถ้าพรุ่งนี้อยากมาอีก ก็มาหาฉันเวลาเดิม"
พูดจบ ครูฝึกหลี่ก็หยิบซองบุหรี่ออกจากกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกแล้วยื่นให้กู้เหยียนมวนหนึ่ง
กู้เหยียนสูบบุหรี่เป็น ตอนที่เขาเครียดหนักๆ ช่วงมัธยมปลายปีสุดท้าย เขามักจะแอบจิ๊กบุหรี่ของพ่อมาสูบอยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้สูบจัดอะไร
เขารับบุหรี่ที่ครูฝึกหลี่ยื่นให้มา จากนั้นทั้งสองก็นั่งยองๆ สูบบุหรี่กันริมทางเดินบนผืนหญ้า ครูฝึกหลี่ช่วยชี้แนะข้อบกพร่องในท่วงท่าของเขาก่อนหน้านี้ให้อีกเล็กน้อย ก่อนจะบอกให้เขารีบกลับหอพัก
ในขณะเดียวกัน กู้เหยียนเพิ่งจะเดินขึ้นมาถึงชั้นห้าและยังไม่ทันได้เข้าห้อง โถงทางเดินก็อบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อและกลิ่นเท้า กลิ่นฉุนกึกรุนแรงนั้นทำเอาเขาถึงกับรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง 502 กลิ่นข้างในก็ไม่ได้ต่างจากโถงทางเดินเลย
ทว่าทุกคนก็ชินชากับมันไปเสียแล้ว หลิวผิง ฉินมู่ และคนอื่นๆ อีกห้าคนนอนแผ่หลาหมดสภาพอยู่บนเตียง ต่างพากันโอดครวญว่าอยากจะรุมกระทืบครูฝึกให้รู้แล้วรู้รอด
แน่นอนว่าพวกเขาก็แค่พูดระบายไปอย่างนั้น ไม่มีใครกล้าทำจริงหรอก
เมื่อได้ยินเสียงกู้เหยียนเดินเข้ามาเพื่อจะอาบน้ำล้างหน้า เฉินชิงร่างใหญ่ผิวคล้ำก็ผุดลุกขึ้นนั่งทันที "เหล่ากู้ วันนี้นายแอบคุยอะไรกับครูฝึกหลี่วะ? ตอนเลิกแถวกับตอนกินข้าวเย็นก็ไม่เห็นหน้านายเลย หายไปไหนมาเนี่ย?"
เฉินเซวียนอู้งานไปยกน้ำดื่มตั้งแต่ช่วงบ่าย เลยไม่รู้เรื่องนี้
"เชี่ย เหล่ากู้ นายคงไม่ได้มีรสนิยมแปลกๆ หรอกนะ? มิน่าล่ะถึงไม่ยอมเข้าใกล้พวกผู้หญิงเลย หรือว่านายจะเล็งคนในหอพวกเราไว้..."
คนอื่นๆ ในห้องต่างเอามือกุมบั้นท้ายตัวเองตามสัญชาตญาณ สายตาเริ่มเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
"ไสหัวไปเลย"
กู้เหยียนด่าสวนไปคำเดียว เดินไปล้างหน้า แล้วมองดูใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก พลางแสยะยิ้มโชว์ฟันขาวจั๊วะ
ส่วนเรื่องที่เขาคุยกับครูฝึกนั้น เขาไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรู้หรอก
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมพูด คนอื่นๆ ในห้องก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ ท้ายที่สุดแล้วพวกผู้ชายก็ไม่ได้ขี้เม้าท์อะไรขนาดนั้น ทว่าพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบสงสัยอยู่บ้างว่ากู้เหยียนกับครูฝึกหลี่มีความลับอะไรปิดบังไว้อยู่
"เหล่ากู้ นายไม่เหนื่อยบ้างหรือไงวะ? กลับมาหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย!" จ้าวเจิ้นที่เหนื่อยจนแทบขาดใจเอ่ยเสียงอ่อยจากบนเตียง
เฉินเซวียนที่นอนอยู่บนเตียงใกล้ประตูเองก็เลิกพูดเจื้อยแจ้ว ทว่ากลับเอาความสงสัยนี้ไปแต่งเติมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วส่งไปเล่าขำๆ ให้หลินอวิ๋นจูแฟนสาวฟัง ฝ่ายหลังกำลังนอนมาสก์หน้าอยู่บนเตียง ตอนที่เห็นข้อความเด้งขึ้นมาบนโทรศัพท์ ทีแรกเธอไม่อยากจะสนใจด้วยซ้ำ แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อกู้เหยียน เธอก็อดไม่ได้ที่จะกดเข้าไปอ่าน
ภายใต้แผ่นมาสก์หน้าสีขาว ริมฝีปากสีแดงสดของเธอเหยียดยิ้มบางๆ
หลังจากหลินอวิ๋นจูพิมพ์ตอบกลับไปว่า [ดูลึกลับจังนะ] เธอก็หันไปหาเจียงโหรวที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วพูดขึ้นว่า "กู้เหยียนของเธอมีเรื่องอะไรปิดบังกับครูฝึกหลี่ด้วยล่ะ"
"หืม?"
เจียงโหรวชะงักไปครู่หนึ่ง "มีเรื่องอะไรนะ แล้วกับใคร?"
"ก็กับครูฝึกน่ะสิ เห็นทำตัวหยิ่งๆ แบบนั้น ไม่แน่เขาอาจจะแอบไปขอร้องครูฝึกให้ปล่อยผ่าน จะได้ไม่ต้องร่วมฝึกทหารก็ได้นะ"
น้ำเสียงของหลินอวิ๋นจูแฝงไปด้วยความดูแคลน เด็กหนุ่มที่ทั้งสูงและหล่อเหลาขนาดนั้น ถ้าต้องมาลดตัวอ้อนวอนครูฝึก มันก็ออกจะดูแย่ไปหน่อย
"ฉันไม่เชื่อหรอก"
เจียงโหรวเองก็รู้สึกงุนงงกับข่าวนี้อยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่ยอมเชื่อคำพูดของคนอื่นง่ายๆ เธอมีวิจารณญาณของตัวเอง เด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีคนนั้นไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด
เธอกลับไปที่เตียง ทิ้งตัวลงนอน แล้วรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความหากู้เหยียน
[กู้เหยียน ฉันเพิ่งได้ยินหลินอวิ๋นจูบอกว่านายติดสินบนครูฝึกเพื่อหนีฝึกทหารงั้นเหรอ?]
[ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก]
[งั้นก็ดีแล้วล่ะ ฉันรู้อยู่แล้วว่านายไม่ใช่คนประเภทที่จะหนีเอาดื้อๆ]
[ขอบใจที่เชื่อใจนะ]
กู้เหยียนนอนตอบข้อความนี้อยู่บนเตียง จากนั้นก็ไม่ได้สนใจเจียงโหรวอีก เขาปิดโทรศัพท์ ซุกไว้ใต้หมอน หลับตาลง แล้วทบทวนท่วงท่าที่ครูฝึกหลี่สอนซ้ำไปซ้ำมาในหัวอย่างต่อเนื่อง
ค่าพลังจิตใจ 4 แต้มซึ่งอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ของวัยผู้ใหญ่แสดงผลลัพธ์ให้เห็นชัดเจนก็ในตอนนี้นี่เอง
การนึกทบทวนและเลียนแบบซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจเลยแม้แต่น้อย หลังจากทบทวนมาทั้งคืน พอรุ่งสางของวันถัดมา ก่อนที่ฟ้าจะสาง กู้เหยียนก็ตื่นขึ้นมาฝึกซ้อมท่วงท่าเหล่านั้นกลับไปกลับมาอยู่ที่ระเบียงห้องแล้ว
หลายวันหลังจากนั้น ช่วงเช้าหมดไปกับการฝึกยืนท่าตรง เมื่อถึงเวลาพักตอนสี่โมงเย็น กองร้อยของแต่ละห้องก็เริ่มจัดการแสดงศิลปะประชันกัน เด็กหนุ่มและเด็กสาวที่มีพรสวรรค์ต่างก็งัดความสามารถออกมาโชว์เพื่อคว้าสิทธิ์ในการจีบสาวจีบหนุ่มก่อนใครตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย
หลังเวลาพัก นักศึกษาต้องอดทนฝึกต่อไปจนกระทั่งเลิกแถวในช่วงเย็น กู้เหยียนไปกินข้าวเย็นที่โรงอาหาร เขาไม่ได้กลับพร้อมเฉินเซวียนและคนอื่นๆ แต่ปลีกตัวไปหลังหอพักอาจารย์เพียงลำพัง เขารู้เบอร์โทรศัพท์ของครูฝึกหลี่แล้ว จึงโทรหาอีกฝ่ายขณะนั่งอยู่บนม้านั่งริมทางเดิน
ไม่นานนัก ครูฝึกหลี่ก็มาตามนัด ที่ปากยังคงคาบบุหรี่ไว้
"เริ่มกันเถอะ"
ขณะที่พูด กู้เหยียนก็ค่อยๆ ถอดเสื้อลายพรางตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวที่อยู่ด้านใน
"ครูฝึกครับ ผมอยากประลองกับคุณ"
"ลูกศิษย์ที่เพิ่งสอนไปหมาดๆ ดันอยากจะลองของกับอาจารย์ซะแล้ว เอาสิ"
ครูฝึกหลี่ดีดก้นบุหรี่ทิ้ง เดินไปยืนประจันหน้ากับกู้เหยียน แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม ทั้งสองคนไม่ได้ใช้ท่าทางตามแบบฉบับทหารทั่วไป
ไม่มีใครเดินผ่านไปมา มีเพียงเสียงจักจั่นร้องระงมชวนรำคาญใจท่ามกลางแสงสีแดงสายสุดท้ายของดวงอาทิตย์ตกดิน
จี๊~~
จี๊~~
...ท่ามกลางเสียงจักจั่นร้องระงม รองเท้ายางของกู้เหยียนก็กระทืบลงบนพื้นอย่างแรง ร่างของเขาที่โน้มไปข้างหน้าพร้อมที่จะออกแรงได้ทุกเมื่อพุ่งทะยานออกไปแล้ว
หมัดของเขาพุ่งกระแทกออกไป
ที่ปลายสายตา ครูฝึกหลี่ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นปัดป้อง รับแรงกระแทกจากหมัดนั้นไปเต็มๆ
หมัดนั้นปะทะเข้ากับท่อนแขนที่ไขว้กันอยู่ของเขา
สีหน้าของครูฝึกหลี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเพิ่งตระหนักได้ว่านักศึกษาคนนี้มีพละกำลังมหาศาลเพียงใด ท่อนแขนที่ยกขึ้นมาป้องกันถึงกับปวดแปลบขึ้นมาเลยทีเดียว