- หน้าแรก
- วิถีเทพบุตรสายเปย์ ผมมันทั้งหล่อ เท่ และรวยมาก
- บทที่ 15 ครูฝึก! ผมขอท้าประลอง!
บทที่ 15 ครูฝึก! ผมขอท้าประลอง!
บทที่ 15 ครูฝึก! ผมขอท้าประลอง!
บทที่ 15 ครูฝึก! ผมขอท้าประลอง!
แสงแดดแผดเผาในเดือนกันยายนร้อนระอุเสียจนแค่อยืนเฉยๆ เหงื่อก็ไหลโทรมกาย
ปีนี้มหาวิทยาลัยหนานจิงมีนักศึกษาใหม่กว่า 5,000 คน โดยมีสัดส่วนชายหญิงแทบจะเท่ากันที่ 1:1 พวกเขารวมตัวกันบริเวณลานกว้างตั้งแต่หน้าโรงยิมไปจนถึงสนามกีฬากลาง ทุกคนสวมหมวก เสื้อแขนยาวและกางเกงลายพราง รองเท้ายาง และคาดเข็มขัดรัดแน่น ยืนตัวตรงแหน่วเรียงตามแถวของห้องเรียนตัวเอง
อาจารย์ที่ปรึกษาเดินเข้ามากล่าวอะไรเล็กน้อย จากนั้นทุกคนก็หันมองไปทางโพเดียม ซึ่งบรรดาผู้บริหารของมหาวิทยาลัยและตัวแทนครูฝึกกำลังเริ่มกล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษาใหม่เกี่ยวกับการฝึกทหาร
บนสนามกีฬาอันกว้างใหญ่ ดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุสาดแสงราวกับลูกไฟอยู่เหนือหัวของทุกคน เหล่านักศึกษาใหม่ที่เพิ่งจบชีวิตมัธยมปลายพากันบ่นอุบ ยืนตากแดดได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทุกคนก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อจากความร้อน
กู้เหยียนดูจะรับมือได้ดีกว่าหน่อย เพราะสมรรถภาพร่างกายของเขาที่มีค่าสถานะถึงสี่แต้มนั้นเหนือกว่าคนทั่วไปมาก
แต่การต้องยืนตากแดดเปรี้ยงๆ ก็ยังทำให้เขารู้สึกอึดอัดจากความร้อนอยู่ดี
หลังจากตัวแทนครูฝึกกล่าวบนแท่นเสร็จและวิ่งเหยาะๆ ลงมา ครูฝึกนับสิบคนก็รีบตั้งแถวรวมพลที่ด้านหน้าเขาอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับมอบหมายหน้าที่เสร็จสิ้น หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นชายผิวเข้มรูปร่างสูงประมาณ 175 เซนติเมตร สวมหมวกทหาร ก็รีบวิ่งมาที่สาขาการเงิน ห้อง 5 ซึ่งเป็นห้องของกู้เหยียน
"แถว... ตรง!"
ครูฝึกคนนี้ตะโกนลั่น น้ำเสียงดังกังวาน
นักศึกษากว่าสี่สิบคนในห้องของกู้เหยียนชิดเท้าและยืดอกขึ้นตามสัญชาตญาณ ภายใต้สายตาของเหล่านักศึกษา ครูฝึกยืนเอามือไพล่หลังและกางขาออก ดูราวกับภูเขาที่ตั้งตระหง่าน
"ผมแซ่หลี่ พวกคุณเรียกผมว่าครูฝึกหลี่ก็ได้ ผมจะเป็นผู้ดูแลการฝึกทหารของพวกคุณตลอดช่วงสัปดาห์หน้านี้ เอาล่ะ การฝึกทหารเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทุกคน... ตามระเบียบพัก!"
เท้านักศึกษากว่าสี่สิบคนเพิ่งจะแยกออกจากกันได้เพียงไม่กี่วินาที เสียงสั่งจัดแถวให้ยืนตรงก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ครูฝึกหลี่เริ่มด้วยการให้นักศึกษาคนแรกในแถวแรกนับหมายเลข คำสั่งเรียบง่ายนี้ถูกสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงเจ็ดแปดรอบกว่าเขาจะพอใจ กู้เหยียนเข้าใจดีว่านี่คือบทเรียนแรกของครูฝึกในการสร้างความน่าเกรงขาม ทั้งยังเป็นการสอนให้นักศึกษารู้จักระเบียบวินัยและความพร้อมเพรียง
ทว่าการฝึกทหารในช่วงเช้ากินเวลาไม่นานนัก เวลา 11.40 น. ก็มีคำสั่งปล่อยแถว นักศึกษาใหม่ทุกคนสามารถรับประทานอาหารได้เฉพาะที่โรงอาหารหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองเท่านั้น ซึ่งจะมีอาหารจัดเตรียมไว้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในช่วงฝึกทหาร ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปสั่งอาหารตามสั่งบนชั้นสอง
"บ้าเอ๊ย แค่เช้าวันแรกหลังฉันก็แทบหักแล้ว"
เมื่อเข้ามาในโรงอาหาร รับอาหารและหาที่นั่งได้แล้ว หลิวผิงก็ถอดหมวกออกพลางนิ่วหน้า เอามือกุมหลังส่วนล่างของตัวเองไว้
"ฉันไม่ได้ยืนนานขนาดนี้มาพักใหญ่แล้ว พอคิดว่ายังเหลืออีกตั้งเจ็ดวัน นี่มันกะจะฝึกให้เหนื่อยตายกันไปข้างเลยหรือไง"
"เดี๋ยวก็ชินน่า"
กู้เหยียนปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมออกเบาๆ และนั่งซดโจ๊กอย่างใจเย็น เนื่องจากการฝึกทหาร เขาจึงถอดทั้งต่างหูและนาฬิกาออก แม้แต่โทรศัพท์มือถือก็ยังถูกล็อคเก็บไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าที่หอพัก
เขาคีบกับข้าวเข้าปาก สายตากวาดมองนักศึกษาใหม่ที่เดินขวักไขว่ไปมา
"เหล่ากู้ นั่งมองสาวสวยคนไหนอยู่วะ?"
จ้าวเจิ้นเอาศอกกระทุ้งกู้เหยียน "ขอดูด้วยคนดิ"
"ไม่ได้มองใครหรอก แค่มองไปเรื่อยเปื่อยน่ะ"
เฉินเซวียน เฉินชิง ฉินมู่ และหลิวผิงย่อมไม่เชื่อคำพูดของเขา พวกเขากวาดสายตามองหาสาวๆ ที่เดินผ่านหรือกำลังนั่งกินข้าวอยู่รอบๆ ตัวบ้าง
อาจเป็นเพราะทุกคนสวมชุดเหมือนกันหมด แถมใบหน้ายังแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ สาวๆ ทุกคนจึงดูจืดชืดและหน้าตาแทบจะกลืนกันไปหมด
ในขณะที่กู้เหยียนกำลังก้มหน้าก้มตากินข้าว จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
【ติ๊ง! ภารกิจสำคัญจากระบบ】
【การจะเป็นเทพบุตร คุณต้องมีออร่าที่เจิดจรัสและไม่ทิ้งความเสียใจไว้ในวัยอันเร่าร้อนนี้】
【ภารกิจที่ 1: ได้รับการยอมรับในความสามารถระดับมืออาชีพจากครูฝึกในเวลาที่เหมาะสม】
【ภารกิจที่ 2: ได้รับฉายา 'ดาวเด่นการฝึกทหาร'】
【ระบบ: เมื่อทำทั้งสองภารกิจสำเร็จ รางวัลที่ 1: ฉายา 'ทหารชั้นยอด' รางวัลที่ 2: อพาร์ตเมนต์หนึ่งห้องนอนในโครงการไคหยวนซินเฉิง】
【ฉายา 'ทหารชั้นยอด': เมื่อสวมใส่ฉายานี้ พละกำลัง +1, จิตวิญญาณ +1, และได้รับคุณสมบัติ 'ทรหดไม่ยอมจำนน'】
【ทรหดไม่ยอมจำนน: ไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิตหรือความแข็งแกร่งทางร่างกาย แม้จะถึงวาระสุดท้าย คุณก็ยังสามารถหยัดยืนต่อไปได้อีกสิบนาที】
เมื่อเห็นรางวัลทั้งสอง กู้เหยียนถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย
โครงการไคหยวนซินเฉิงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของมหาวิทยาลัยหนานจิง ใกล้ๆ กันมีโรงเรียนประถมอยู่ด้วย ทำให้ที่นี่เป็นอสังหาริมทรัพย์ในเขตพื้นที่การศึกษา โซนที่พักอาศัยแบบทั่วไปถูกขายหมดเกลี้ยงไปแล้ว เหลือเพียงแค่อพาร์ตเมนต์ แต่ราคาก็สูงเอาเรื่อง ตกอยู่ที่ประมาณแปดพันหยวนต่อตารางเมตร
อพาร์ตเมนต์แบบหนึ่งห้องนอนมีพื้นที่กว่าห้าสิบตารางเมตร เมื่อหักพื้นที่ส่วนกลางออกแล้ว ก็ยังมีพื้นที่ใช้สอยเหลืออีกถึงสี่สิบสามตารางเมตร
มันเป็นรางวัลที่ดีทีเดียว แต่เมื่อเทียบกับรางวัลที่ 1 แล้ว มันกลับดูด้อยกว่าไปถนัดตา
ทรหดไม่ยอมจำนน
ปกติแล้วคุณสมบัตินี้อาจจะดูไร้ประโยชน์ แต่ในยามเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย มันสามารถต่อลมหายใจของเขาออกไปได้อีกสิบนาทีอย่างฝืนกฎธรรมชาติ
สิบนาทีนี้มีค่ามหาศาลจนไม่อาจประเมินได้
แต่ตัวภารกิจทั้งสองนี่แหละที่ทำให้กู้เหยียนรู้สึกลำบากใจ การได้รับการยอมรับในความสามารถระดับมืออาชีพจากครูฝึกนั้นดูคลุมเครือ ซึ่งหมายความว่าเขาต้องเหนือกว่าครูฝึกในทักษะทางวิชาชีพบางอย่างและได้รับการยอมรับจากอีกฝ่าย
ส่วนเรื่องดาวเด่นการฝึกทหารนั้นค่อนข้างง่ายกว่า ด้วยสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง เขาสามารถแสดงคุณสมบัติของทหารออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เจ็ด ซึ่งก็น่าจะทำให้เขาทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ
"เหล่ากู้ คิดอะไรอยู่เนี่ย หน้าเครียดเชียว"
เฉินชิงโบกมือไปมาตรงหน้ากู้เหยียน ขัดจังหวะความคิดของเขา กู้เหยียนได้สติกลับมาและยิ้มตอบ "ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดเรื่องฝึกทหารในวันต่อๆ ไปน่ะ กินข้าวกันเถอะ"
หลังมื้อเที่ยง กู้เหยียนเดินตามเพื่อนร่วมห้องออกจากโรงอาหาร กลมกลืนไปกับฝูงชนที่เดินกลับหอพัก เวลา 14.30 น. เสียงนกหวีดเรียกรวมพลก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ
กลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งได้พักผ่อนรีบจัดการตัวเองและวิ่งกรูกันออกจากหอพัก
การฝึกทหารเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในเวลา 14.45 น. นักศึกษานับพันคนภายใต้การนำของครูฝึกประจำห้อง เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบร่างกายและการหันซ้ายหันขวาอย่างพร้อมเพรียง ช่วงบ่ายทั้งช่วงหมดไปกับกิจวัตรที่ซ้ำซากและน่าเบื่อหน่ายนี้
ภายใต้แสงแดดที่แผดเผา
ในช่วงบ่ายวันแรก นักศึกษาชายและหญิงหลายคนที่มีร่างกายอ่อนแอเกิดอาการโรคลมแดดและเป็นลมล้มพับไป พวกเขาถูกหามส่งห้องพยาบาลเพื่อพักฟื้น หรือไม่ก็ต้องไปนั่งหลบมุมดื่มน้ำใต้ร่มไม้
ในระหว่างนี้ เพื่อพิชิตภารกิจที่ระบบมอบหมาย กู้เหยียนได้ตั้งมาตรฐานที่สูงลิบให้กับตัวเอง ทุกการเคลื่อนไหว ทุกท่วงท่าทางการทหารของเขาเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว แม้แต่ตอนพัก เขาก็ยังคงความขรึมเอาไว้ เขาถึงกับแอบขำตัวเองในใจว่าแววตาของเขาแน่วแน่ซะจนแทบจะสมัครเข้าพรรคได้อยู่แล้ว
ทว่าท่วงท่าและกิริยาที่เป๊ะเวอร์ของเขาก็ไปสะดุดตาครูฝึกหลี่เข้าอย่างจัง ในช่วงพักบางครั้ง ครูฝึกถึงกับเดินเข้ามาคุยกับกู้เหยียนเลยทีเดียว
"นักศึกษา คุณอยากเป็นทหารงั้นเหรอ?"
"เปล่าครับ"
"ถ้าอย่างนั้นคุณก็เข้มงวดกับตัวเองมากเลยนะ"
ทั้งสองคุยกันอยู่พักหนึ่ง กู้เหยียนจึงได้รู้ว่าครูฝึกหลี่ หรือจะพูดให้ถูกคือครูฝึกทุกคน ถูกส่งตัวมาจากหน่วยทหารในท้องถิ่น ซึ่งหมายความว่าพวกเขาเป็นบุคลากรทหารกองหนุนเกรดรองลงมา
นี่ช่วยลดความยากของภารกิจที่ 1 ลงไปได้มากเลยทีเดียว
ขืนส่งทหารแนวหน้ามา นอกจากพละกำลังที่อาจจะสูสีกันแล้ว พวกเขายังสามารถเอาชนะกู้เหยียนในทักษะสายอาชีพอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย
กู้เหยียนเลือกจังหวะที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน เดินเข้าไปหาครูฝึก พลางครุ่นคิดถึงทักษะวิชาชีพบางอย่าง เรื่องอาวุธปืนคงเป็นไปไม่ได้ ทฤษฎีการทหารล่ะ? เขาก็ไม่เคยเรียนมา ไตรกีฬาคนเหล็ก? นอกจากจะไม่มีเวลาแล้ว การมาทำอะไรแบบนั้นท่ามกลางคนมากมายในมหาวิทยาลัยคงเป็นเรื่องน่าอายสุดๆ
"ครูฝึกหลี่ครับ ช่วยสอนศิลปะการต่อสู้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?"
"หา?" ครูฝึกหลี่งุนงงเล็กน้อย
"ผมอยากรบกวนให้ครูฝึกช่วยสอนศิลปะการต่อสู้ให้ผมในช่วงเวลาว่างหลังการฝึกน่ะครับ" กู้เหยียนพูดย้ำอีกครั้ง ข่มความเคอะเขินเอาไว้
โชคดีที่นักศึกษาคนอื่นๆ อยู่ไกลพอที่จะไม่ได้ยินบทสนทนานี้ ไม่อย่างนั้นภาพลักษณ์สุดคูลของกู้เหยียนคงได้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่
"ได้สิ!"
ครูฝึกหลี่ยิ้มออกมาราวกับนึกไม่ถึง ก่อนจะบอกให้กู้เหยียนกลับไปเข้าแถว เวลาพักใกล้จะหมดลงแล้ว สีหน้าของเขากลับมาขึงขังอีกครั้งพร้อมตะโกนก้อง "หมดเวลาพัก ทำการฝึกต่อได้!"