เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - นักบุญหญิงมั่วเสวี่ยซิน

บทที่ 31 - นักบุญหญิงมั่วเสวี่ยซิน

บทที่ 31 - นักบุญหญิงมั่วเสวี่ยซิน


บทที่ 31 - นักบุญหญิงมั่วเสวี่ยซิน

หอการค้าสราญรมย์กินพื้นที่หลายสิบหมู่ ตัวอาคารหลักสูงถึงเจ็ดชั้น

งานประมูลในวันนี้จัดขึ้นที่ลานประมูลชั้นหกของอาคารหลัก

ที่นี่คือลานประมูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอู่ตี้ นอกจากจะมีที่นั่งทั่วไปซึ่งรองรับคนได้นับร้อยแล้วยังมีห้องวีไอพีอีกสามสิบห้อง

หลังจากฉินเซียวแสดงบัตรเชิญสองใบ ทางหอการค้าก็จัดเตรียมหญิงสาวรูปร่างหน้าอกอวบอิ่มบั้นท้ายงอนงามพาเขาไปยังห้องวีไอพีหมายเลขเก้าทันที

"พวกเขาด่าทอท่านเสียขนาดนั้น ท่านไม่โกรธเลยหรือ!"

เมื่อเดินเข้ามาในห้องวีไอพี หนานกงชิงหว่านก็ดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของฉินเซียว

ช่วงเวลาสิบกว่าวันที่เดินทางจากแคว้นปิงโจวมายังเมืองอู่ตี้ นางต้องทนอุดอู้อยู่ในรถม้าคันเดียวกับฉินเซียวทุกวันและคอยจับตาดูทุกการกระทำของเขา

เรียกได้ว่าตอนนี้นางคือคนที่เข้าใจตัวตนของฉินเซียวมากที่สุด

แม้ว่าตลอดทางฉินเซียวจะคอยชี้นิ้วสั่งการนางราวกับเป็นทาส

แต่นั่นก็เป็นเพียงการกลั่นแกล้งด้วยความสนุกสนานส่วนตัวเท่านั้น

พอเห็นนางโกรธ เขาก็จะหัวเราะเยาะอย่างสะใจ

แต่ก็มีเพียงแค่นั้นจริงๆ

แม้อาจจะมีแต๊ะอั๋งฉวยโอกาสบ้างเป็นบางครั้ง ทว่าเขากลับไม่เคยเรียกร้องอะไรที่ล้ำเส้นเกินงามเลยสักนิด

พอนานวันเข้า หนานกงชิงหว่านก็เริ่มรู้สึกว่าการอยู่ข้างกายฉินเซียวดูเหมือนจะไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก

อย่างน้อยในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมานางก็สามารถเปิดใจได้ ไม่ต้องทำตัวไร้ชีวิตชีวาและหม่นหมองเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

อย่างเช่นเมื่อครู่นี้ ก่อนจะเข้ามาในห้องวีไอพี นางก็ให้ความร่วมมือในการเล่นละครฉากใหญ่กับฉินเซียว

ช่วยปั้นแต่งภาพลักษณ์ให้เขาดูเป็นลูกผู้ดีเสเพลที่บ้าตัณหาและทำตัวกร่างไปทั่ว

พอเข้ามาในห้องก็สามารถสะบัดตัวหลุดจากเขาได้อย่างสบายใจ

หากเป็นพวกลูกผู้ดีเสเพลคนอื่นๆ ในเมืองอู่ตี้ รับรองว่าไม่มีทางยอมให้สาวใช้ของตัวเองมาทำตัวแข็งข้อใส่แบบนี้เด็ดขาด

เอ๊ะ ไม่สิ!

นี่ข้ายอมรับสถานะสาวใช้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!

พอคิดมาถึงตรงนี้ หนานกงชิงหว่านก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมา

แม้แคว้นเยล่างจะเล็กจ้อย

แต่อย่างไรเสียข้าก็เคยเป็นถึงองค์หญิงแห่งแคว้นเยล่างเชียวนะ

จะมายอมจำนนง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ฉินเซียวส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจพลางกล่าวว่า "ความคิดของคนเรานั้นซับซ้อนที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ควบคุมได้ง่ายที่สุด สิ่งที่พวกมันพูดออกมาก็ใช่ว่าจะเป็นความในใจเสมอไป!"

"ตอนนี้พวกมันอาจจะกล้าพ่นคำพล่อยๆ ต่อหน้าข้าได้ แต่หากวันใดวันหนึ่งพลังของข้าสามารถสะกดข่มได้ทั้งเมืองอู่ตี้ คำวิจารณ์ของพวกมันก็จะเปลี่ยนไปเองโดยธรรมชาติ"

"ที่สำคัญที่สุด ข้าคิดว่าการสวมบทเป็นลูกผู้ดีเสเพลจอมโอหังมันก็ไม่ได้แย่อะไรเลยนะ!"

"อย่างน้อยตอนที่ข้ากระทืบฉู่เฟิงกลางถนน ทุกคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปกติ"

"แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นเย่หลิงอวิ๋นทำดูสิ หมอนั่นต้องเจอเรื่องปวดหัวแน่!"

หนานกงชิงหว่านลองคิดตามอย่างละเอียดก็พบว่ามันมีเหตุผลจริงๆ

ยิ่งมีความคาดหวังสูง ภาระที่ต้องแบกรับก็จะยิ่งหนักอึ้ง

ถ้าหากผู้คนบนโลกนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวฉินเซียวตั้งแต่แรก ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ย่อมมีอิสระและทำตามใจชอบได้มากกว่า

ผู้ชายคนนี้ช่างฉลาดแกมโกงจริงๆ!

ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ฉินเซียวก็จ้องมองไปยังความอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตรงหน้าอกของหนานกงชิงหว่าน ก่อนจะโพล่งประโยคหนึ่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย "เมื่อก่อนข้าไม่ทันสังเกตเลยจริงๆ ฮูหยินนี่ช่างเป็นสตรีผู้มีใจกว้างขวางซ่อนรูปเสียจริง"

"วันหลังห้ามใช้ผ้ารัดหน้าอกอีกนะ ข้าเห็นแล้วมันอึดอัดแทน!"

อาจเป็นเพราะได้ก้าวออกจากจวนสกุลหาน ภาระอันหนักอึ้งที่เคยกดทับหนานกงชิงหว่านจึงมลายหายไป นางจึงเริ่มไม่กดทับและปิดกั้นตัวเองอีกต่อไป

เพื่อเป็นการระบายความอัดอั้นในใจ ก่อนออกจากจวนวันนี้นางจึงจงใจถอดผ้ารัดหน้าอกที่รัดแน่นจนเจ็บปวดออก แล้วเปลี่ยนมาสวมชุดสตรีในวังที่รัดรูปเข้ารวดทรงแทน

นี่นับเป็นการมอบเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้กับฉินเซียวเลยทีเดียว

ผู้หญิงคนนี้ช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ!

ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนเย้ายวน

นี่แหละคือสุดยอดเรือนร่างของสาวม่ายผู้เพียบพร้อมที่สวรรค์ประทานมาให้อย่างแท้จริง

"ถุย... ไอ้คนบ้ากาม!"

คำพูดของฉินเซียวทำให้ใบหน้าหวานของหนานกงชิงหว่านแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ในใจกลับไม่ได้รู้สึกต่อต้านเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

อาจเป็นเพราะค่าความรู้สึกดีได้เปลี่ยนเป็น 0 และไม่ติดลบอีกต่อไปแล้วกระมัง!

ฉินเซียวหัวเราะหึหึพลางกระดิกนิ้วเรียก "คนบ้ากามรึ ฮูหยินคงยังไม่รู้สินะว่าคนบ้ากามของแท้มันเป็นยังไง! เจ้าเข้ามานี่สิ เดี๋ยวข้าจะสาธิตให้ดูเป็นขวัญตา!"

พูดจบเขาก็เตรียมจะใช้ลมปราณดึงตัวหนานกงชิงหว่านเข้ามาหา

"ยะ... อย่านะ อย่าทำที่นี่!"

หนานกงชิงหว่านตกใจจนหน้าถอดสี

นางรู้ดีว่าฉินเซียวเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้นเสมอ

ทั้งเยี่ยนหลิงจี อิ๋งโกว หรือแม้แต่ไป๋เฟิ่งก็อยู่ที่นี่ด้วย

แถมยังมีเด็กน้อยอย่างฉินอวี่อยู่อีกคน

ถ้าโดนฉินเซียวสาธิตให้ดูสดๆ ต่อหน้าทุกคนที่นี่ วันหลังนางคงเอาหน้าไปไว้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

โชคดีที่จู่ๆ เสียงเคาะประตูห้องวีไอพีก็ดังขึ้น

หนานกงชิงหว่านลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

แต่ในใจของฉินเซียวกลับรู้สึกหงุดหงิดสุดๆ

"ใครวะ!"

"คุณชายฉิน ข้าน้อยคือหวงหลี ศิษย์สำนักสราญรมย์เจ้าค่ะ"

"ท่านนักบุญหญิงของพวกเราปรารถนาจะขอสนทนากับท่านสักเล็กน้อยเจ้าค่ะ!"

เสียงใสแจ๋วของหญิงสาวดังมาจากหน้าห้อง

ฉินเซียวขมวดคิ้ว

นักบุญหญิงแห่งสำนักสราญรมย์งั้นรึ?

นั่นมันว่าที่ผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักสราญรมย์ในอนาคตเลยไม่ใช่หรือไง!

คนระดับนี้คงต้องไปพบเสียหน่อยแล้ว

สำนักสราญรมย์ในทุกๆ รุ่นจะมีการคัดเลือกนักบุญหญิงขึ้นมาหนึ่งคน

และนักบุญหญิงผู้นี้ก็มักจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์รุ่นเดียวกัน ทั้งในด้านระดับพลังยุทธ์และพรสวรรค์

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในอนาคตนางก็จะได้ก้าวขึ้นรับตำแหน่งเจ้าสำนักสราญรมย์

หลิ่วอู๋เยี่ย เจ้าสำนักสราญรมย์คนปัจจุบัน

เมื่อยี่สิบปีก่อนนางก็เคยเป็นนักบุญหญิงของสำนักสราญรมย์เช่นกัน

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสี่สำนักใหญ่ สำนักสราญรมย์ย่อมมียอดฝีมือระดับเก้าคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ การที่ฉินเซียวต้องการลงหลักปักฐานในเมืองอู่ตี้ เขาย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปพัวพันกับสี่สำนักใหญ่อย่างแน่นอน

สำนักภูเขาหิมะก็ล่วงเกินไปแล้ว

จะไปล่วงเกินสำนักสราญรมย์เพิ่มอีกไม่ได้เด็ดขาด

"อิ๋งโกว เจ้าตามข้ามา!"

"ส่วนคนอื่นๆ รออยู่ในห้องนี้ไปก่อน!"

ฉินเซียวสั่งการเสร็จสรรพก็พาอิ๋งโกวเดินออกจากห้องไป

ที่หน้าห้องวีไอพีมีเด็กสาววัยสิบกว่าปีคนหนึ่งกำลังยืนรอเขาอยู่

"นักบุญหญิงของพวกเจ้าอยู่ที่ไหน นำทางข้าไปสิ!"

...

ณ ห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งของหอการค้าสราญรมย์

ห้องวีไอพีห้องนี้ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปใช้งาน ต่อให้เจ้าจะเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์เทียนอู่ก็ไม่มีสิทธิ์ใช้ห้องนี้

มันถูกสงวนไว้ให้เพียงเจ้าสำนักและนักบุญหญิงของสำนักสราญรมย์รวมถึงบุคคลสำคัญอีกไม่กี่คนใช้งานเท่านั้น

"คุณชาย ท่านนักบุญหญิงรอท่านอยู่ในห้องเจ้าค่ะ!"

"ส่วนแม่... แม่นางท่านนี้ รบกวนรออยู่ด้านนอกนะเจ้าคะ!"

หวงหลีปรายตามองอิ๋งโกวแวบหนึ่งแล้วกล่าวขึ้น

"เจ้าว่าไงนะ จะให้ข้ารออยู่ข้างนอกงั้นรึ!"

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือ..."

ใบหน้าของอิ๋งโกวเผยให้เห็นถึงความไม่พอใจในทันที

ทว่าพูดยังไม่ทันจบ ฉินเซียวก็เขกหัวนางไปหนึ่งทีแล้วดุว่า "เลิกโวยวายได้แล้ว รออยู่ข้างนอกนี่แหละ!"

"ข้าจะเข้าไปคนเดียว!"

"คนของสำนักสราญรมย์คงไม่โง่ถึงขั้นลงมือในหอการค้าของตัวเองหรอก!"

หวงหลีมองฉินเซียวด้วยสายตาซาบซึ้ง ก่อนจะหันไปโค้งคำนับให้ห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งอย่างนอบน้อม

"ท่านนักบุญหญิง คุณชายฉินเซียวมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!"

"เข้ามาสิ"

น้ำเสียงที่อ่อนหวานและนุ่มนวลราวกับจะหลอมละลายกระดูกดังแว่วมาจากในห้อง

ฉินเซียวฟังแล้วถึงกับใจสั่นระรัว

พลางลอบด่าในใจว่านังปีศาจจิ้งจอกเอ๊ย

อีกฝ่ายน่าจะฝึกฝนวิชามายาเสน่ห์ขั้นสูงมาอย่างแน่นอน

ถึงขนาดที่ว่าไม่ต้องงัดวิชาออกมาใช้ แค่ขยับตัวหรือเอื้อนเอ่ยถ้อยคำก็สามารถสั่นคลอนหัวใจของบุรุษเพศได้แล้ว

โชคดีนะที่ข้ามีจิตใจที่มั่นคงดั่งหินผา

ถ้าเปลี่ยนเป็นพวกผู้ชายบ้ากามทั่วไป ป่านนี้คงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว

"คุณชายฉิน เชิญด้านในเจ้าค่ะ!"

หวงหลีกล่าวอย่างนอบน้อม

ฉินเซียวจัดระเบียบเสื้อผ้าเล็กน้อยแล้วผลักประตูเดินเข้าไปในห้องวีไอพี

เมื่อเดินเข้าไปด้านใน ประตูห้องด้านหลังก็ปิดลงกะทันหัน

ทันใดนั้น เงาร่างอันงดงามของสตรีผู้หนึ่งก็ค่อยๆ เยื้องย่างออกมาจากหลังฉากกั้น

หญิงสาวผู้นี้มีเรือนร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงามหยดย้อยราวกับดอกไม้แรกแย้ม

ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ

นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนที่ดูทั้งบริสุทธิ์ผุดผ่องและยั่วยวนในคราวเดียวกัน

รูปร่างของนางเพรียวบางแต่ได้สัดส่วน ส่วนโค้งส่วนเว้าชัดเจนสะดุดตา

ไม่ทิ้งความอ่อนช้อยในแบบฉบับของสตรี แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยสัมผัสแห่งพลังที่ยากจะสังเกตเห็น

เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยดุจน้ำตกทิ้งตัวลงประบ่า ปลิวไสวเบาๆ ไปตามแรงลม ช่วยเพิ่มกลิ่นอายความสง่างามให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

ที่ดึงดูดสายตาเป็นพิเศษก็คือดวงตาดอกท้อคู่นั้น

เพียงแค่เหลือบตามองก็ราวกับจะสะกดวิญญาณผู้คนให้หลงใหลได้

ดวงตาดำขลับล้ำลึกตัดกับตาขาวอย่างชัดเจน

งดงามราวกับผิวน้ำพุในฤดูใบไม้ผลิที่ทั้งใสสะอาดแต่ก็แฝงไปด้วยความเย้ายวน

เผยให้เห็นถึงเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ยากจะพรรณนา

แม้ว่าข้างกายเขาจะมีหญิงงามอย่างหนานกงชิงหว่านและเยี่ยนหลิงจีอยู่แล้ว แต่พอฉินเซียวได้เห็นสตรีผู้นี้เป็นครั้งแรก เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองจนตาค้างไปชั่วขณะ

"คุณชายฉิน ข้าน้อยคือนักบุญหญิงแห่งสำนักสราญรมย์ มั่วเสวี่ยซิน"

"ขอคารวะเจ้าค่ะ!"

มั่วเสวี่ยซินแย้มยิ้มพลางย่อกายคารวะฉินเซียว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - นักบุญหญิงมั่วเสวี่ยซิน

คัดลอกลิงก์แล้ว