เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - ช่างเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยม

บทที่ 32 - ช่างเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยม

บทที่ 32 - ช่างเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยม


บทที่ 32 - ช่างเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยม

[ติ๊ง ตรวจพบสาวงามที่มีคะแนนความสวย 90 ขึ้นไปหนึ่งคน]

[ชื่อ: มั่วเสวี่ยซิน]

[อายุ: 20 ปี]

[ความสวย: 97]

[ระดับพลังยุทธ์: ระดับห้าขั้นควบแน่นปราณแท้ ช่วงต้น]

[สถานะ: นักบุญหญิงแห่งสำนักสราญรมย์ หนึ่งในสี่สำนักใหญ่]

[ค่าความรู้สึกดี: 10]

เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของฉินเซียวทันที

สมแล้วที่เป็นถึงว่าที่ผู้สืบทอดของสำนักสราญรมย์

อายุเพียงแค่ 20 ปีก็สามารถบรรลุถึงระดับห้าขั้นควบแน่นปราณแท้ช่วงต้นได้แล้ว

พรสวรรค์ของนางยอดเยี่ยมเสียยิ่งกว่าบุตรแห่งสวรรค์ระดับสามดาวอย่างฉู่เฟิงเสียอีก

หากสตรีสามารถทดสอบระดับบุตรแห่งสวรรค์ได้ล่ะก็

มั่วเสวี่ยซินต้องเป็นบุตรแห่งสวรรค์ระดับสี่ดาวเป็นอย่างน้อยแน่นอน

แถมคะแนนความสวยของนางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหนานกงชิงหว่านที่ติดอันดับสามในทำเนียบสาวงามเลยสักนิด

เพียงแต่ตอนที่มีการจัดอันดับทำเนียบสาวงามครั้งก่อนนางยังเด็กเกินไป จึงพลาดการจัดอันดับในรอบนั้นไปอย่างน่าเสียดาย

ในการจัดอันดับครั้งต่อไป นางจะต้องมีชื่อติดอยู่บนทำเนียบอย่างแน่นอน

สิ่งที่ทำให้ฉินเซียวประหลาดใจที่สุดก็คือ มั่วเสวี่ยซินมีค่าความรู้สึกดีต่อเขาถึง 10 แต้ม ทั้งๆ ที่นี่น่าจะเป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเขาแท้ๆ

หลังจากระบบแสดงข้อมูลพื้นฐานของมั่วเสวี่ยซินแล้ว ฉินเซียวก็เปิดใช้งานเนตรหยั่งรู้สรรพสิ่งทันที

ฉินเซียวต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ามั่วเสวี่ยซินครอบครองกายาที่โกงเอามากๆ นั่นคือกายากระดูกมายาแต่กำเนิด

กายาชนิดนี้ไม่ได้มีส่วนช่วยในการฝึกพลังยุทธ์มากนัก

แต่ถ้าใช้ฝึกฝนวิชามายาเสน่ห์ล่ะก็ รับรองว่ามันคือตัวตนที่ไร้เทียมทานที่สุดในโลกหล้าอย่างแน่นอน

พวกนางพญาปีศาจรูปงามที่ทำเอาบ้านเมืองล่มจมในหน้าประวัติศาสตร์จีนทั้งหลาย

อย่างเช่นเปาซื่อหรือเตียวเสี้ยนผู้โด่งดัง ก็ล้วนแต่มีคุณสมบัติระดับนี้กันแทบทั้งสิ้น

นึกไม่ถึงเลยว่าของดีระดับพรีเมียมแบบนี้จะโผล่มาให้เขาเจอจนได้

"คุณชายฉิน เพิ่งเคยพบหน้ากันครั้งแรกก็จ้องมองสตรีเช่นนี้เสียแล้ว ช่างไร้มารยาทเอาเสียเลยนะเจ้าคะ!" เสียงของมั่วเสวี่ยซินดังขึ้นอีกครั้ง

ฉินเซียวดึงสติกลับมา แววตากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง

"คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่านักบุญหญิงแห่งสำนักสราญรมย์จะอายุน้อยถึงเพียงนี้ แถมยังมีระดับพลังยุทธ์ถึงระดับห้าขั้นควบแน่นปราณแท้ช่วงต้นอีก สุดยอดไปเลย!"

ฉินเซียวเอ่ยชมเปาะ

รอยยิ้มบนใบหน้าของมั่วเสวี่ยซินชะงักค้างไปเล็กน้อย นางกล่าวด้วยความประหลาดใจว่า "ใครๆ ต่างก็ลือกันว่าองค์ชายทายาทเป่ยเหลียงเกิดมาพร้อมกับชีพจรพิการ ไม่มีพลังยุทธ์ติดตัวแม้แต่ครึ่งก้าว นึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะสามารถมองทะลุระดับพลังยุทธ์ของข้าได้ในปราดเดียว"

พูดจบนางก็จ้องมองสำรวจฉินเซียวที่อยู่ตรงหน้าอย่างจริงจัง

เหมือนกับที่เขาลือกันเป๊ะ ไม่มีพลังยุทธ์เลยสักนิด

แปลกประหลาดจริงๆ

คนไม่มีพลังยุทธ์กลับสามารถมองเห็นระดับพลังของนางได้

ระดับพลังยุทธ์ของฉินเซียวล้วนได้มาจากระบบทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวที่เขาฝึกฝนมาด้วยตัวเอง ตราบใดที่เขาไม่จงใจปลดปล่อยกลิ่นอายพลังออกมา ในสายตาของคนนอกเขาก็คือไอ้ขยะที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้ดีๆ นี่เอง

"คุณชายฉิน ข้าน้อยถือวิสาสะเชิญท่านมา ท่านคงไม่ถือโทษโกรธข้าน้อยหรอกนะเจ้าคะ!"

พูดถึงตรงนี้ มั่วเสวี่ยซินก็กะพริบตาปริบๆ อย่างน่าสงสาร

ฉินเซียวเดินกร่างไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างถือดี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าวว่า "แม่นางมั่วเป็นถึงหญิงในดวงใจของบุรุษทั่วทั้งเมืองอู่ตี้ ไม่รู้ว่ามีผู้คนตั้งเท่าไหร่ที่อยากจะกลายเป็นแขกคนสำคัญของเจ้า"

"การได้อยู่สองต่อสองกับแม่นางมั่วในห้องมิดชิดแบบนี้ ข้าตื่นเต้นจะตายชัก!"

พูดจบ สายตาอันเร่าร้อนของฉินเซียวก็กวาดมองเรือนร่างของมั่วเสวี่ยซินตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจาบจ้วงไร้ยางอาย

ไม่คิดจะปิดบังความหื่นกระหายของตัวเองเลยสักนิด

สำหรับสายตาแบบนี้ มั่วเสวี่ยซินชินชาเสียแล้ว

นางยกถ้วยชาหอมกรุ่นไปส่งให้ฉินเซียวด้วยตัวเองพลางกะพริบตาดอกท้ออันเย้ายวนแล้วกล่าวว่า "ดั่งเมฆาบางเบาบดบังจันทรา ดั่งหิมะปลิวไสวหวนคืนตามสายลม คุณชายฉินสามารถรังสรรค์บทกวีที่งดงามถึงเพียงนี้ได้ ไม่รู้ว่าจะมีสตรีอีกสักกี่คนที่ต้องลุ่มหลงในตัวท่านจนโงหัวไม่ขึ้น!"

"ท่านจะมาถูกตาต้องใจสตรีหน้าตาดาดๆ อย่างข้าน้อยได้อย่างไร!"

เมื่อฉินเซียวได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย

ยามที่เขามองมั่วเสวี่ยซินอีกครั้ง แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความระแวดระวังมากขึ้น

ตอนที่เขาหยิบยกบทกวีท่อนนี้มาใช้เกี้ยวพาราสีหนานกงชิงหว่าน คนในจวนสกุลหานที่ล่วงรู้เรื่องนี้ก็มีไม่มาก แต่มั่วเสวี่ยซินกลับรู้เรื่องนี้ได้

เครือข่ายข่าวกรองของสำนักสราญรมย์ดูท่าจะน่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

หรือว่านางจะรู้เรื่องความแข็งแกร่งของพวกอิ๋งโกวแล้วด้วย

"คิกคิก คุณชายฉิน ข้าน้อยแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง!"

"อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิเจ้าคะ!"

"แต่ข้าน้อยอยากให้คุณชายฉินช่วยแต่งกวีให้ข้าน้อยสักบทจริงๆ นะเจ้าคะ!"

"ใครๆ ต่างก็บอกว่าสำนักศึกษาจี้เซี่ยคือจุดสูงสุดแห่งวงการวรรณกรรมในใต้หล้า"

"แต่ในสายตาข้าน้อย พวกเขาอาจจะสู้คุณชายฉินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!"

"ไม่รู้ว่าคุณชายฉินจะช่วยเติมเต็มความปรารถนาเล็กๆ น้อยๆ ของข้าน้อยได้หรือไม่เจ้าคะ!"

มั่วเสวี่ยซินใช้มือค้ำคาง มองเขาด้วยสายตาคาดหวัง ท่าทางที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแบบนั้น เกรงว่าคงไม่มีบุรุษคนใดในโลกที่กล้าปฏิเสธนางลง

แต่ฉินเซียวไม่มีทางบ้าจี้ตามนางแน่

"แม่นางมั่ว เรื่องกวีเอาไว้ก่อนเถอะ!"

"เวลาข้าจะแต่งกวีข้าต้องใช้แรงบันดาลใจน่ะ"

"เจ้าบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เรียกข้ามาเถอะ!"

ฉินเซียวเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

ขืนนางนึกครึ้มอะไรขึ้นมา มีหวังนางอาจจะลงมือกับเขาจริงๆ ก็ได้

มั่วเสวี่ยซินดึงสติกลับมา นางล้วงเอารายการประมูลที่ยังคงอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นจากไออุ่นของร่างกายออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้ฉินเซียว

"คุณชายฉิน นี่คือรายการของที่จะนำมาประมูลในคืนนี้เจ้าค่ะ!"

"ข้าน้อยคิดว่าท่านน่าจะสนใจ!"

"ที่นัดท่านมาในวันนี้ ก็เพื่ออยากจะทำความรู้จักกับท่านเอาไว้ หากวันข้างหน้าท่านมีธุระซื้อขายอะไร ก็สามารถมาร่วมงานกับหอการค้าสราญรมย์ของเราได้นะเจ้าคะ"

"หอการค้าสราญรมย์ของเรารับรองว่าจะทำให้ท่านพึงพอใจอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ"

สายตาของฉินเซียวกวาดมองรายการบนกระดาษ

ใบหน้าของเขาอดไม่ได้ที่จะเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ

มิน่าล่างานประมูลคืนนี้ถึงดึงดูดผู้คนมาได้มากมายขนาดนี้

ของวิเศษหลายชิ้นในรายการนี้เป็นของหายากมากจริงๆ

ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือบังเอิญ มั่วเสวี่ยซินก็เปิดเผยความลับที่ไม่ได้เป็นความลับอะไรมากมายให้กับฉินเซียวฟังอีกเรื่อง "อัจฉริยะแห่งเมืองอู่ตี้หลายคนอย่างเช่นเย่หลิงอวิ๋น ฉู่เฟิง และเสิ่นชิงหลง คืนนี้พวกเขาก็จะมาร่วมงานประมูลด้วยเหมือนกันนะเจ้าคะ!"

คราวนี้ฉินเซียวเริ่มสนใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว

การที่บุตรแห่งสวรรค์พวกนี้โผล่มา ย่อมหมายความว่าอาจจะมีภารกิจปล้นชิงแต้มโชคชะตาเด้งขึ้นมา และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะต้องไปแย่งประมูลของกับพวกมัน

แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีเงินสดเป็นตั๋วเงินก้อนโตถึงสามแสนตำลึงเงินกับอีกห้าหมื่นตำลึงทอง แต่ถ้าอยากจะฟาดฟันแย่งชิงของในงานประมูลครั้งนี้ ดูเหมือนแค่นี้คงยังไม่พอใช้

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉินเซียวก็ไม่ได้ทำตัวงกอีกต่อไป เขาล้วงเอาโอสถคงกระพันความงามออกมาจากถุงมิติข้างเอวแล้วยื่นให้มั่วเสวี่ยซิน

"แม่นางมั่ว พอดีข้ามีธุรกิจอยากจะเจรจากับเจ้าสักหน่อย!"

"นี่คือยาลูกกลอนที่ข้าบังเอิญได้มา"

"เมื่อกินเข้าไปแล้วจะช่วยให้รักษารูปโฉมให้เยาว์วัยไปได้ตลอดกาล!"

"เจ้าช่วยเอาไปประมูลให้ข้าที ดูสิว่าจะขายได้สักเท่าไหร่!"

ก่อนหน้านี้ฉินเซียวได้โอสถคงกระพันความงามมาทั้งหมดสามเม็ด

ครั้งนี้เขาหยิบออกมาแค่เม็ดเดียวเท่านั้น

แต่ยาลูกกลอนที่สรรพคุณเหนือล้ำเกินกว่าความเข้าใจของคนบนโลกใบนี้ จะต้องขายได้ในราคาที่สูงลิ่วทะลุฟ้าอย่างแน่นอน พลังการจับจ่ายใช้สอยของผู้หญิงนั้นน่ากลัวจะตายไป

มั่วเสวี่ยซินรับขวดหยกใส่ยาไป ใบหน้าฉายแววประหลาดใจ "โอสถคงกระพันความงามรึ บนโลกนี้มียาลูกกลอนที่วิเศษขนาดนี้อยู่จริงๆ หรือเจ้าคะ?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - ช่างเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว