- หน้าแรก
- ราชันย์อสูรกลืนดารา
- บทที่ 25 - ข่าวคราวของเทพยุทธ์และอันดับของซูชิง
บทที่ 25 - ข่าวคราวของเทพยุทธ์และอันดับของซูชิง
บทที่ 25 - ข่าวคราวของเทพยุทธ์และอันดับของซูชิง
บทที่ 25 - ข่าวคราวของเทพยุทธ์และอันดับของซูชิง
อสูรยักษ์กลืนทองคำเริ่มออกสำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณนั้น ในขณะที่จิตสำนึกของซูชิงก็กลับคืนสู่ร่างหลัก
เขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าหลินฉู่หนิงกำลังจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างไม่วางตา พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเป็นระยะๆ
ซูชิงยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแล้วถามหลินฉู่หนิงด้วยความสงสัย "หน้าฉันมีดอกไม้ติดอยู่หรือไง ถึงได้มองซะเพลินขนาดนั้น"
หลินฉู่หนิงสะดุ้งสุดตัว เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาและไม่กล้ามองหน้าซูชิงอีก
...
ในห้องพักครู อาจารย์หลี่และอาจารย์อู่กำลังดื่มชาและพูดยคุยเรื่องการพัฒนาพลังจิตของซูชิงกันอยู่
"พอดีเลยหยางซู่กำลังจะกลับมาสอนวิชาการต่อสู้ รอให้เขามาถึงก่อนเถอะ ค่อยให้เขาช่วยตรวจดูอาการของซูชิงให้ละเอียดอีกที" อาจารย์หลี่ยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วกล่าวกับอาจารย์อู่
"โอ๊ะ ไม่ใช่ว่าวิชาการต่อสู้นั่นยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์หรอกเหรอ" อาจารย์อู่ถามด้วยความประหลาดใจ
อาจารย์หลี่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ "ไม่มีเวลาแล้ว สถานการณ์ตอนนี้แย่มาก"
"ฉันได้ข่าวมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เมืองต้าหยวนเพิ่งจะถูกราชันอสูรระดับเอสอินทรีเงินสีเลือดบุกโจมตี สร้างความเสียหายอย่างหนัก โชคดีที่มีเทพยุทธ์ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยระงับเหตุการณ์เอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้นคงจะสูญเสียมากกว่านี้แน่"
"นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าแถวชานเมืองต้าตงมีเขตแดนต้องห้ามโผล่ขึ้นมาอีกแห่ง ไม่รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตระดับตำนานตัวไหนตื่นขึ้นมา ตอนนี้มีเทพยุทธ์นำทีมเข้าไปตรวจสอบแล้ว"
"แม้แต่เมืองต้าไห่ เมืองต้าจิน และที่อื่นๆ ก็มีร่องรอยของราชันอสูรระดับเอสปรากฏให้เห็น..."
อาจารย์อู่ได้ฟังแล้วก็นิ่งเงียบไป
ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์ของมวลมนุษยชาติในปัจจุบันจะเลวร้ายถึงเพียงนี้
แม้จะยอมสละดินแดนไปกว่าครึ่ง แต่พวกสิ่งมีชีวิตระดับตำนานก็ยังคงรุกรานเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์อย่างไม่หยุดหย่อน
"แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะข้อพิพาทของทั้งสามฝ่ายเบื้องบนได้ข้อสรุปแล้ว และฝ่ายสนับสนุนการต่อสู้เป็นฝ่ายชนะ"
"พวกเขาถึงได้เริ่มเผยแพร่วิชาการต่อสู้สำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ เพื่อให้คนธรรมดาอย่างพวกเราได้เรียนรู้ทักษะและเพิ่มความสามารถในการต่อสู้"
"วิธีนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเลื่อนระดับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ และในอนาคตเราก็จะมีผู้ฝึกยุทธ์เพิ่มมากขึ้นด้วย"
"เพียงแต่... ย่อมต้องมีคนตายเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน"
อาจารย์หลี่ส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจ ราวกับมองเห็นภาพซากศพที่กองพะเนินอยู่บนเส้นทางสายนี้
หากวิชาการต่อสู้ถูกเผยแพร่ออกไป นั่นหมายความว่าแม้จะไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ แต่เมื่อได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้แล้ว ก็ต้องออกไปเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับสัตว์อสูรอยู่ดี
"ฉันคิดว่าเส้นทางนี้ถูกต้องแล้ว ฝ่ายอนุรักษ์นิยมขี้ขลาดเกินไป ถ้าไม่ยอมแลกด้วยเลือดเนื้อเพื่อสร้างผู้ฝึกยุทธ์ มนุษยชาติก็คงถึงคราวสูญพันธุ์ในไม่ช้า"
"ตราบใดที่เรามีผู้ฝึกยุทธ์มากพอ เราก็จะสามารถกำจัดพวกสิ่งมีชีวิตระดับตำนานให้สิ้นซากได้"
อาจารย์อู่กำหมัดแน่นและกล่าวกับอาจารย์หลี่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น กระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกายจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ
"ตอนหนุ่มๆ พรสวรรค์ของนายก็โดดเด่นไม่เบา ทำไมนายถึงไม่ได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ล่ะ" อาจารย์อู่ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวจึงเอ่ยถามออกไป
ทั้งสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม ตอนนั้นพรสวรรค์ของอาจารย์หลี่ถือว่ายอดเยี่ยมมาก
หากไม่มีอะไรผิดพลาด อาจารย์หลี่ก็น่าจะได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างแน่นอน
แต่ความเป็นจริงก็คือ จนถึงตอนนี้อาจารย์หลี่ก็ยังคงเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น
ความสงสัยนี้ค้างคาใจอาจารย์อู่มานานแสนนาน เพียงแต่เขากลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนจิตใจของอาจารย์หลี่ จึงไม่กล้าถามออกมาตรงๆ
มือที่ถือถ้วยชาของอาจารย์หลี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "ฮ่าๆ..."
"เพราะฉันเคยไปดูดวงมาน่ะสิ หมอดูบอกว่าชื่อของฉันคือหลี่กุยเถียน ถ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ คำว่ากุยเถียนที่แปลว่ากลับคืนสู่ผืนดิน ก็คงได้กลายเป็นศพฝังอยู่ใต้ดินไปตั้งนานแล้ว"
"ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปี ก็เลยเลือกที่จะไม่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ การเป็นอาจารย์ก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกนะ"
อาจารย์อู่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
"จริงสิ เราสัญญาไว้กับซูชิงว่าจะอัปเดตอันดับของเขาในชั้นเรียนและระดับโรงเรียนทุกวันนี่นา"
"วิธีนี้จะช่วยให้เขาเก็บหน่วยกิตได้มากขึ้น เขามีความทะเยอทะยานสูง ถ้าเขาอยากเอาหน่วยกิตไปแลกเงินก็ปล่อยเขาไปเถอะ"
อาจารย์หลี่เพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เขาลุกขึ้นยืนเพื่อไปพิมพ์ใบประกาศผลคะแนนและเตรียมไปยื่นเรื่องขอหน่วยกิตให้ซูชิง
ไม่นานนักอาจารย์หลี่ก็จัดการเรื่องขอหน่วยกิตกับทางผู้บริหารโรงเรียนเสร็จเรียบร้อย
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน เขาถือใบประกาศผลคะแนนใบใหม่เข้าไปในห้องเรียนและนำไปติดไว้ที่บอร์ดหลังห้อง
เพื่อนๆ ในห้องเห็นแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าอาจารย์หลี่กำลังทำอะไรอยู่
ทุกคนก็มีใบประกาศผลคะแนนของตัวเองอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง
แล้วทำไมถึงต้องเอาไปติดไว้ที่บอร์ดหลังห้องอีก
ทันทีที่อาจารย์หลี่เดินคล้อยหลังไป ก็มีเพื่อนนักเรียนที่อยากรู้อยากเห็นเดินเข้าไปมุงดูใบประกาศผลคะแนนใบนั้น
อันดับต่างๆ บนนั้นแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ยังคงเหมือนกับที่พวกเขาถืออยู่ในมือ
"เอ๊ะ"
แต่แล้วก็มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ
"พวกนายดูอันดับของซูชิงสิ เขาติดท็อป 20 แล้ว พระเจ้าช่วย ค่าปราณโลหิตของเขาพุ่งขึ้นไปถึง 0.87 แล้ว"
"เป็นไปได้ยังไงกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขายังอยู่ที่ 0.82 อยู่เลยไม่ใช่เหรอ เวลาแค่สองวันเพิ่มขึ้นมาอีก 0.05 เชียวเรอะ"
เมื่อเพื่อนๆ ได้ยินดังนั้นก็รีบกรูเข้าไปดูอันดับของซูชิงอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้เห็นข้อมูลของซูชิงบนใบประกาศผลคะแนน ทุกคนต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เพื่อนหลายคนหันไปมองทางซูชิง แต่กลับพบว่าเขากำลังนั่งอ่านหนังสือเรียนวิชาภาษาอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า สองวันจะเพิ่มปราณโลหิตได้ตั้ง 0.05 ได้ยังไง นี่มันใช่คนแน่เหรอ"
"โง่หรือเปล่า นี่อาจารย์หลี่เป็นคนเอามาติดเองเลยนะ ต้องเป็นของจริงอยู่แล้ว แถมดูสิ... มีรางวัลหน่วยกิตระบุไว้ด้วย ทางโรงเรียนรับรองแล้วแน่นอน"
ในวินาทีนั้นเอง ทุกคนก็เริ่มเชื่อในผลลัพธ์อันน่าเหลือเชื่อนี้ ว่าซูชิงสามารถเพิ่มค่าปราณโลหิตได้ถึง 0.05 ภายในเวลาเพียงแค่สองวัน
สายตาที่พวกเขามองซูชิงนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าซูชิงทำได้อย่างไร
แต่พวกเขาก็สัมผัสได้ว่าตั้งแต่นี้ต่อไป ซูชิงจะกลายเป็นคนที่อยู่คนละโลกกับพวกเขาอย่างแน่นอน
จีคุนนั่งกำหมัดแน่นอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง เขาไม่ยอมรับความจริงข้อนี้เด็ดขาด กัดฟันกรอดพลางสบถ "เป็นไปได้ยังไงกัน"
"นี่มันยังใช่คนอยู่หรือเปล่าเนี่ย นอกเสียจากว่ามันจะเป็นลูกผสมของสัตว์อสูร ไม่งั้นก็ไม่มีทางทำได้หรอก"
หลินฉู่หนิงเอาด้ามปากกาจิ้มแขนซูชิงเบาๆ และถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ปราณโลหิตของนายพุ่งไปถึง 0.87 แล้วจริงๆ เหรอ"
"อืม" ซูชิงพยักหน้ารับ
"นายทำได้ยังไงเนี่ย" หลินฉู่หนิงตกตะลึงสุดขีด มองซูชิงราวกับเห็นตัวประหลาด
"ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ปราณโลหิตมันก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเอง..." ซูชิงตอบกลับ
หลินฉู่หนิง "..."
ฟังดูสิ นี่มันใช่คำพูดของคนปกติหรือไง
"เชี่ยเอ๊ย พลังจิตของซูชิง พวกนายรีบดูสิ มันก็พุ่งขึ้นมาเหมือนกัน ปาเข้าไป 0.68 แล้ว เพิ่มขึ้นมาตั้ง 0.04 แน่ะ"
ไม่นานนักก็มีเพื่อนนักเรียนสังเกตเห็นการเพิ่มขึ้นของพลังจิตของซูชิง
ก่อนหน้านี้พวกเขาเอาแต่สนใจค่าปราณโลหิตจนลืมดูพลังจิตไปเสียสนิท
เมื่อหลินฉู่หนิงได้ยินดังนั้น เธอก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้างมองซูชิง ก่อนจะเอ่ยออกมาเพียงประโยคเดียว "ตัวประหลาดชัดๆ"
สองวันหลังจากนั้น อาจารย์หลี่ก็ยังคงนำใบประกาศผลคะแนนมาอัปเดตอันดับของซูชิงในชั้นเรียนและระดับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
มีนักเรียนบางคนเอ่ยถามด้วยความอิจฉาว่า "ทำไมซูชิงถึงได้รับการตรวจวัดปราณโลหิตและได้รับหน่วยกิตเป็นรางวัลทุกวันเลยล่ะ"
อาจารย์หลี่จึงตอบกลับไปว่า "ถ้าเธอสามารถเพิ่มค่าปราณโลหิตและพลังจิตได้อย่างน้อย 0.01 ทุกวัน ฉันก็ยินดีจะช่วยตรวจวัดและยื่นเรื่องขอหน่วยกิตจากทางโรงเรียนให้เธอทุกวันเหมือนกัน"
นักเรียนคนนั้นถึงกับก้มหน้างุด ไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย
แม้การเพิ่มขึ้นของค่าปราณโลหิตและพลังจิตของซูชิงในช่วงสองวันนี้จะไม่ก้าวกระโดดจนน่าตกใจเหมือนช่วงแรก แต่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน
เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อนนักเรียนก็เริ่มชินชากับการพัฒนาอันน่าทึ่งราวกับสัตว์ประหลาดของซูชิง และเลิกให้ความสนใจเขาไปในที่สุด
แต่พวกเขากลับไปให้ความสนใจกับข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนแทน
นั่นก็คือข่าวที่ว่าหยางซู่ รุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยยุทธ์หนานเจียง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านวิทยายุทธ์ระดับท็อปเท็นของประเทศ กำลังจะเดินทางมายังโรงเรียนมัธยมหมายเลขหกเพื่อสอนวิชาการต่อสู้ให้กับนักเรียน
แถมยังมีข่าวลืออีกว่า แค่ได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้นี้ ก็รับประกันได้เลยว่าจะสามารถกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างแน่นอน
[จบแล้ว]