เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - คงกระพันฟันแทงไม่เข้า อัสนีอิ่นฝูอันลึกลับ

บทที่ 23 - คงกระพันฟันแทงไม่เข้า อัสนีอิ่นฝูอันลึกลับ

บทที่ 23 - คงกระพันฟันแทงไม่เข้า อัสนีอิ่นฝูอันลึกลับ


บทที่ 23 - คงกระพันฟันแทงไม่เข้า อัสนีอิ่นฝูอันลึกลับ

ท่ามกลางฝูงชน หลินสวนคงหน้าเปลี่ยนสี นี่ข้าต้องมาพลอยโดนหางเลขไปด้วยรึ? ข้าก็แค่มายืนฟังเฉยๆ เองนะ...

ผู้ฝึกยุทธ์อิสระหน้ากลมที่ด่าทอพรรคพยัคฆ์ดำเห็นท่าไม่ดีก็ใส่เกียร์หมาทันที

ดูท่าทางเขาคงเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งขั้นสมบูรณ์หรือระดับสองขั้นต้น วิ่งได้รวดเร็วปานกามนิต!

ทว่าแม้นเขาจะรวดเร็วราวกับกระต่ายพุ่ง แต่ผู้ฝึกยุทธ์เคราดกกลับไวกว่าประดุจเหยี่ยวโฉบ

เพียงครึ่งอึดใจ ผู้ฝึกยุทธ์เคราดกก็ขวางหน้าทางหนีของผู้ฝึกยุทธ์หน้ากลมไว้ได้แล้ว

ผู้ฝึกยุทธ์หน้ากลมแววตาดุดัน ชักดาบเหล็กข้างเอวออกมาฟันฉับเข้าที่ลำคอของผู้ฝึกยุทธ์เคราดกอย่างแรง

ดาบในมือส่องประกายเย็นวาบ ก่อเกิดเสียงแหวกอากาศ "ฟึ่บ ฟึ่บ!"

ทว่าผู้ฝึกยุทธ์เคราดกกลับแสยะยิ้มเย็น ไม่หลบไม่หลีก ปล่อยให้ดาบเหล็กฟันเข้าที่ลำคอของตนเต็มเหนี่ยว

กรงเล็บพยัคฆ์ดำบดทองของเขาพุ่งเจาะทะลวงศีรษะของผู้ฝึกยุทธ์หน้ากลม ทะลุผ่านขมับไปอีกด้านหนึ่งทันที

ผู้ฝึกยุทธ์หน้ากลมสิ้นใจตายคาที่ ผู้ฝึกยุทธ์เคราดกผู้นั้นลูบผิวหนังลำคอที่ไร้รอยขีดข่วนแผ่วเบา แล้วกวาดสายตามองไปยังผู้ฝึกยุทธ์อิสระนับสิบคนที่เหลือ

ผู้ฝึกยุทธ์อิสระนับสิบคนต่างหน้าซีดเผือด แม้สายตาจะวูบวาบด้วยความกังวล แต่กลับไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อน

ยิ่งไม่มีใครกล้าส่งเสียงใดๆ แม้แต่ลมหายใจยังต้องกลั้นไว้ด้วยความหวาดเกรง

กลัวว่าจะไปสะดุดตาจนต้องจบชีวิตตามผู้ฝึกยุทธ์หน้ากลมคนนั้นไป

หลินสวนคงยืนอยู่ที่มุมถนน คิ้วขมวดมุ่น ผู้ฝึกยุทธ์หน้ากลมที่เพิ่งตายไปมีฝีมือไม่ธรรมดา คาดว่าคงอยู่ระดับสองขั้นต้นหรือระดับหนึ่งขั้นสมบูรณ์เช่นเดียวกับเขา

ทว่าพลังระดับนั้น กลับไม่อาจต้านทานผู้ฝึกยุทธ์เคราดกได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!

ดาบที่ฟันสุดแรงของผู้ฝึกยุทธ์หน้ากลมโดนเข้าที่คอเต็มๆ แต่อีกฝ่ายกลับไร้บาดแผล!

หากดาบนั้นฟันเข้าที่คอของข้าละก็ ศีรษะคงกระเด็นไปไกลถึงสองวาแน่!

ผู้ฝึกยุทธ์เคราดกผู้นี้อยู่ขอบเขตใดกันแน่?

หากเขาต้องปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์เคราดกคนนี้ อย่างน้อยเขาก็สามารถใช้เถาวัลย์อสูรพันธนาการไว้เพื่อรักษาชีวิตตนเองได้!

แต่พลังป้องกันของอีกฝ่ายช่างน่าสะพรึงกลัวนัก ต่อให้เขาพันธนาการไว้ได้ แต่ตั๊กแตนเหินปิดฟ้าของเขาก็คงไม่อาจสร้างบาดแผลให้อีกฝ่ายได้เลย อย่างมากก็แค่ทำให้หน้าอีกฝ่ายเปื้อนเศษหินเท่านั้น!

ในขณะที่หลินสวนคงกำลังตระหนก ผู้ฝึกยุทธ์เคราดกแห่งพรรคพยัคฆ์ดำก็แค่นยิ้มดูแคลนเหล่าผู้ฝึกยุทธ์อิสระ แล้วพากลุ่มคนเดินจากไปอย่างผ่าเผย

จางอู่ที่เดินรั้งท้ายปรายตามองหลินสวนคงด้วยแววตาเย็นชาแวบหนึ่ง

เช้าวันต่อมา ณ สวนหลังเรือนไม้

หลินสวนคงถือดาบเหล็กชั้นเลิศไว้ในมือ พลางมองไปยังลำคอขาวเนียนของหลีเสี่ยวหลันด้วยความลังเล “จะให้ข้าฟันคอเจ้าจริงๆ หรือ?”

หลีเสี่ยวหลันพยักหน้า “ใช่ค่ะ ฟันที่คอข้าสุดแรงเลย พอฟันโดนแล้วให้ลากดาบแรงๆ ด้วยนะคะ!”

หลินสวนคงทำหน้าปั้นยาก “เปลี่ยนเป็นฟันที่ข้อเท้าแทนได้ไหม!”

หลีเสี่ยวหลัน : ...

“ดาบเหล็กชั้นเลิศระดับนี้ ไม่อาจทำอันตรายผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองขั้นปลายได้หรอกค่ะ

ผู้ฝึกยุทธ์เคราดกที่ท่านเจอเมื่อวาน อย่างต่ำต้องอยู่ระดับสองขั้นปลายแน่นอน!”

“ขอบเขตผลัดปุถุชนระดับสองนั้นเป็นการขัดเกลาช่วงลำตัว นอกจากจะทำให้แขนงอวัยวะภายในแข็งแกร่ง ไร้โรคภัย และมีความทนทานสูงแล้ว

สิ่งสำคัญที่สุดคือส่งผลต่อความหนาแน่นของปราณเลือดและพลังป้องกัน เมื่อถึงระดับสองขั้นปลาย ยามโคจรปราณเลือดไปที่ใด ที่นั่นจะคงกระพันฟันแทงไม่เข้า!”

“ด้วยพลังป้องกันระดับนี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองขั้นปลายประลองกันเอง ในยามที่อีกฝ่ายมีปราณเลือดเต็มเปี่ยม ก็ต้องใช้อาวุธที่ตีขึ้นจากวัสดุพิเศษเท่านั้นถึงจะสร้างบาดแผลให้อีกฝ่ายได้!”

พูดจบ หลีเสี่ยวหลันก็ชี้ไปที่ลำคอขาวผ่องของนาง “ลงมือเลยค่ะ! ตอนนี้ข้าจะโคจรปราณเลือดระดับสองขั้นปลายออกมา”

“งั้นข้าฟันที่หน้าอก... ไม่ดีกว่า ฟันที่หัวไหล่แล้วกัน!”

หลินสวนคงกัดฟันกรอด ร้องเตือนหลีเสี่ยวหลันคำหนึ่งแล้วฟันดาบลงไปทันที

“เคร้ง!” เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น

ดาบเหล็กฟันเข้าที่หัวไหล่ของหลีเสี่ยวหลันอย่างจัง

หลีเสี่ยวหลันขมวดคิ้วมองดูชุดสีเขียวที่ถูกฟันจนขาดเป็นรอย “บอกให้ฟันที่คอก็เพราะกลัวชุดเสียโฉมนี่แหละค่ะ ซื้อชุดใหม่มันไม่ต้องใช้เงินหรือไง?”

ส่วนหลินสวนคงกลับจ้องมองผิวพรรณที่เปิดเผยออกมาตรงช่วงไหล่ด้วยความอึ้ง

ตรงจุดที่ดาบเหล็กฟันลงไป ผิวไหล่ของนางมีเพียงรอยขาวจางๆ เท่านั้น เพียงอึดใจเดียวรอยนั้นก็หายวับไป ผิวพรรณกลับมาเนียนกริบดั่งเดิม!

นี่มัน... คงกระพันฟันแทงไม่เข้าของจริง!

มิน่าเล่า ตอนนั้นแม่นางน้อยถึงบดดาบเหล็กให้เป็นก้อนเหล็กได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น!

ขอบเขตผลัดปุถุชนระดับสองขั้นปลาย ถึงกับมีพลังป้องกันที่น่าสะพรึงกลัวราวกกับอสูรร้ายเช่นนี้เชียวหรือ!

ไม่แปลกใจเลยที่ผู้จัดการและผู้คุมกฎที่มีฐานะสูงส่งในพรรคพยัคฆ์ดำหรือสำนักอิ่นฝู ต่างก็ต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์รับตำแหน่ง

เมื่อผู้ฝึกยุทธ์ทะลวงคอขวดเข้าสู่ระดับสองได้สำเร็จ ก็จะมีโอกาสฝึกฝนไปถึงระดับสองขั้นปลาย

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองขั้นปลายเมื่อเผชิญหน้ากับระดับหนึ่ง ย่อมเป็นการกดขี่ฝ่ายเดียวอย่างสิ้นเชิง!

ยืนเฉยๆ ให้เจ้าเอาดาบฟันยังฟันไม่เข้า แล้วจะเอาอะไรไปสู้ด้วย!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ในใจของหลินสวนคงก็เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังแรงกล้า

ยามนี้เขาอยู่ระดับสองขั้นต้นแล้ว ทั้งยังมีดวงชะตา 【ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง】 คอยหนุนนำ

ระยะเวลาที่จะครอบครองพลังป้องกันอันน่าทึ่งเช่นนี้ คงจะอีกไม่ไกลเกินรอนัก!

หลีเสี่ยวหลันขมวดคิ้วพลางลูบผิวหัวไหล่ตนเอง เมื่อเห็นเขายืนเหม่อทำหน้าเคลิบเคลิ้มแต่กลับไม่ได้มองนาง

นางก็อดไม่ได้ที่จะค้อนให้แวบหนึ่ง พลางคิดในใจว่า: เจ้าคนคนนี้เป็นพวกบ้ายุทธ์จริงๆ... ฮึ เมื่อกี้ยังบอกจะฟันที่หน้าอกข้าอยู่เลย!

นางเดินมุ่งหน้ากลับเข้าเรือนไม้ “ท่านตั้งใจฝึกฝนอยู่ที่บ้านนะคะ ข้าจะไปหาพี่หญิงหรงซ่างเสียหน่อย

ดูว่าพอจะใช้เงินซื้อสมุนไพรสำหรับทำน้ำแกงบำรุงปราณเก้าจลน์จากนางได้บ้างไหม!”

“พรรคพยัคฆ์ดำผูกขาดสมุนไพรไปแล้ว ต่อไปสมุนไพรคงจะหายากขึ้นเรื่อยๆ ต้องรีบเตรียมไว้ก่อนถึงจะอุ่นใจค่ะ!”

หลังจากหลีเสี่ยวหลันจากไป

หลินสวนคงฝึกฝนเคล็ดวิชาหัวใจสนกระเรียนไปหนึ่งรอบ จากนั้นจึงเริ่มฝึกทักษะยืนหยั่งรากชิงซงด้วยความคาดหวัง

เมื่อเคล็ดวิชาสนกระเรียนอายุวัฒนะบรรลุสู่ขอบเขตรู้แจ้งแทงตลอด ความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับทักษะยืนหยั่งรากชิงซงของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

ยามนี้ในระหว่างที่ฝึกทักษะยืนหยั่งรากชิงซง ทุกท่วงท่าที่เขาทำ เขาจะลอบทำความเข้าใจอย่างละเอียด

หลินสวนคงรู้ดีว่า การฝึกยุทธ์นั้น อาจารย์เป็นผู้เบิกเนตร การฝึกฝนขึ้นอยู่กับตนเอง

หากต้องการเดินบนเส้นทางสายยุทธ์ให้ยาวไกล นอกจากจะพึ่งพาดวงชะตา 【ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง】 แล้ว ย่อมต้องมีความเข้าใจในวิถียุทธ์ที่เป็นของตนเองด้วย!

เขาลิ้มรสความเข้าใจใหม่ๆ เหล่านั้น ค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับการฝึกทักษะยืนหยั่งรากชิงซง

จนท่วงท่าของเขาเริ่มแฝงไว้ด้วยบารมีที่แสนพิเศษอย่างหนึ่ง

หากจะกล่าวว่าทักษะยืนหยั่งรากชิงซงของหลีเสี่ยวหลันนั้นงดงามพริ้วไหวราวกระเรียน ชวนให้เจริญตาประดุจเทพธิดาจำแลงกายเป็นต้นสนชิงซง

ท่วงท่าของหลินสวนคงในยามนี้กลับดูองอาจ หนักแน่น และยิ่งใหญ่ ประดุจต้นสนพันปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนแต่ยังคงตระหง่านไม่สั่นคลอน!

เมื่อบารมีนี้ปรากฏขึ้น หลินสวนคงสัมผัสได้ทันทีในระหว่างการฝึกฝนว่า ปราณเลือดผลัดปุถุชนในร่างกำลังควบแน่นขึ้นเรื่อยๆ...

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม

หลินสวนคงหยุดการฝึกฝน แล้วมองไปยังตัวอักษรขนาดใหญ่ในสมอง

[เคล็ดวิชาสนกระเรียนอายุวัฒนะ: รู้แจ้งแทงตลอด 4/150]

เมื่อเห็นค่าความชำนาญเพิ่มขึ้นสามแต้ม

เขาลอบสัมผัสดู ก็พบว่าปราณเลือดควบแน่นขึ้นไม่น้อยจริงๆ

หลินสวนคงอดไม่ได้ที่จะกำหมัดด้วยความตื่นเต้น ด้วยความเข้าใจที่ตั้งใจขัดเกลาเองและด้วยความช่วยเหลือจากดวงชะตา 【ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง】

หลังจากที่เขาบรรลุระดับสอง ความเร็วในการฝึกฝนไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งรวดเร็วขึ้นไปอีก

เพียงแค่ฝึกทักษะยืนหยั่งรากโดยยังไม่ได้ฝึกดัชนีกระเรียนวิญญาณ ค่าความชำนาญก็เพิ่มขึ้นถึงสามแต้มแล้ว!

พลังป้องกันอันน่าทึ่งที่คงกระพันฟันแทงไม่เข้าดุจอสูรร้ายนั้น อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน!

ที่สำคัญและแตกต่างจากผู้อื่นคือ เขาไม่ต้องกังวลเรื่องคอขวดในการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย!

เขานั่งพักผ่อนอยู่ข้างต้นหลิวเก่าครู่หนึ่ง

เมื่อเรี่ยวแรงฟื้นคืนมาเต็มเปี่ยม หลินสวนคงก็เดินกลับเข้าเรือนไม้

เขามองดูชุดสมุนไพรสำหรับทำน้ำแกงบำรุงปราณเก้าจลน์หกชุดที่วางอยู่มุมห้อง ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มพลันเคร่งขรึมลง

ความขยันของเขาและดวงชะตา 【ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง】 ทำให้เขาฝึกฝนได้รวดเร็วกว่าผู้อื่นหลายสิบเท่า ตามปกติแล้วการบรรลุระดับสองขั้นปลายย่อมอยู่ไม่ไกล!

แต่หากไร้ซึ่งสมุนไพร หากปราณเลือดไม่อาจหล่อเลี้ยงได้เพียงพอ การฝึกฝนของเขาและแม่นางน้อยย่อมต้องได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง

ต้องหาทางแก้ปัญหาเรื่องสมุนไพรให้ได้...

ในขณะที่เขากำลังขบคิด พลันได้ยินเสียงโห่ร้องฆ่าฟันและเสียงกรีดร้องโหยหวนดังแว่วมาแต่ไกล

เมื่อนึกได้ว่าแม่นางน้อยที่ออกไปข้างนอกยังไม่กลับมา หัวใจเขาก็พลันกระตุกวูบ

รีบพุ่งไปยังสวนหลังบ้านแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคาเรือนไม้ทันที

เขายืนอยู่บนหลังคาเรือนไม้ ทอดสายตามองไปไกลๆ

เห็นควันดำพวยพุ่งขึ้นจากลานฝึกยุทธ์แห่งหนึ่งของพรรคพยัคฆ์ดำทางทิศถนนริมน้ำ

มีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากกำลังห้ำหั่นกับสมุนพรรคพยัคฆ์ดำ เสียงโห่ร้องสังหารของผู้ฝึกยุทธ์ดังมาไม่ขาดสาย

ทันใดนั้น เสียงใสไพเราะก็ดังมาจากด้านหลัง:

“นั่นคือท่านเจ้าสำนักมวยสกุลเจิ้ง ผู้บรรลุขอบเขตผลัดปุถุชนระดับสี่ขั้นต้นค่ะ

เขามีความแค้นกับพรรคพยัคฆ์ดำมานานแล้ว ครั้งนี้เขาฉวยโอกาสปลุกระดมผู้ฝึกยุทธ์อิสระกว่าสองร้อยคนบุกโจมตีสาขาของพรรคพยัคฆ์ดำ ที่ตรงนั้นคือโกดังเก็บสมุนไพรของพวกมันค่ะ”

หลินสวนคงหันมองหลีเสี่ยวหลันผู้ยืนสง่างามอยู่ด้านหลัง “พวกเขาจะรบกันอย่างไรก็ช่าง ขอแค่เจ้าปลอดภัยก็พอ!”

หลีเสี่ยวหลันพยักหน้า ก่อนจะขมวดคิ้วกล่าวว่า:

“น่าเสียดายที่ดูจากสถานการณ์แล้ว พรรคพยัคฆ์ดำดูเหมือนจะเตรียมการไว้พร้อมสรรพ

ผู้ฝึกยุทธ์อิสระกว่าสองร้อยคนที่ท่านเจ้าสำนักเจิ้งพาไป คงจะติดกับดักของพรรคพยัคฆ์ดำเสียแล้ว คาดว่าคงจบเห่กันอยู่ที่นั่นหมดแน่!”

ในขณะที่นางพูด เสียงโห่ร้องสังหารทางด้านถนนริมน้ำก็ค่อยๆ เงียบสงบลง

หลินสวนคงหันมองตาม เห็นยอดฝีมือพรรคพยัคฆ์ดำหลายคนกำลังไล่ล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่หนีรอดออกมาจากสาขาตามท้องถนน

ยอดฝีมือพรรคพยัคฆ์ดำเหล่านั้นกระโดดทะยานไปมาด้วยความเร็วที่น่าพรั่นพรึง อย่างต่ำต้องเป็นระดับสองขั้นปลาย

เพียงชั่วพริบตา ผู้ฝึกยุทธ์อิสระที่หนีตายเหล่านั้นก็ถูกสังหารทีละคนล้มตายเกลื่อนถนนสายยาว!

หลีเสี่ยวหลันชูห่อสมุนไพรในมือขึ้นมา:

“วันนี้ข้าไปที่จวนสกุลหวงมา สถานการณ์ทางฝั่งพี่หญิงหรงซ่างก็ค่อนข้างลำบากค่ะ

หลังจากขาดแหล่งส่งสมุนไพร แม้สกุลหวงจะมีของสะสมอยู่บ้าง แต่ด้วยจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ที่มากมาย

นางในฐานะผู้ดูแลย่อมไม่อาจเก็บสมุนไพรไว้ใช้เองทั้งหมดได้ สมุนไพรสำหรับทำน้ำแกงบำรุงปราณเก้าจลน์สิบชุดนี้ นางแบ่งส่วนของนางมาให้ข้าบางส่วนค่ะ!”

“พี่หญิงหรงซ่างบอกว่า หากแหล่งผลิตสมุนไพรแห่งที่สามถูกอสูรร้ายยึดครองไปอีก ผู้ฝึกยุทธ์อิสระคงจะอยู่ลำบากขึ้นเรื่อยๆ

สกุลกัว สกุลเฝิง และพรรคพยัคฆ์ดำเองก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก!”

“นางแนะนำให้ข้าเข้าร่วมพรรคอสรพิษวิญญาณหรือสำนักอิ่นฝูค่ะ

ทั้งพรรคอสรพิษวิญญาณและสำนักอิ่นฝูต่างก็มีค่ายกลคุ้มครองที่ดินเพาะปลูกสมุนไพรของตนเอง การมีที่พึ่งเช่นนี้นับเป็นทางรอดทางหนึ่ง!”

หลินสวนคงได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น

การที่คุณหนูหวงแนะให้แม่นางน้อยเข้าสำนักอิ่นฝูเขายังพอเข้าใจได้ แต่พรรคอสรพิษวิญญาณกับพรรคพยัคฆ์ดำนั่นมันพวกเดียวกันชัดๆ!

เขาหันมองหลีเสี่ยวหลัน “คุณหนูสกุลหวงแนะนำให้เจ้าเข้าพรรคอสรพิษวิญญาณงั้นรึ?”

หลีเสี่ยวหลันขมวดคิ้ว “หากไม่ทำเช่นนั้นจะให้ทำอย่างไรล่ะคะ หากสมุนไพรในมือหมดลง การฝึกฝนของข้าและท่านก็ต้องหยุดชะงัก!”

“ในสถานการณ์เช่นนี้ หากผู้ฝึกยุทธ์อิสระไม่คิดจะเลิกพัฒนาความสามารถของตนเอง นอกจากเข้าร่วมกับขุมกำลังใหญ่ๆ แล้ว ยังมีทางเลือกอื่นอีกหรือ!”

“แม้พรรคอสรพิษวิญญาณจะเป็นพันธมิตรกับพรรคพยัคฆ์ดำ... แต่พรรคอสรพิษวิญญาณรับแต่สตรีเท่านั้น จึงค่อนข้างเหมาะกับข้าค่ะ!”

“แน่นอนว่า พี่หญิงหรงซ่างแนะนำจากมุมมองอนาคตของข้า ในใจนางย่อมไม่อยากให้ข้าเข้าพรรคอสรพิษวิญญาณหรอกค่ะ!”

หลินสวนคงส่ายหน้า “อย่าเข้าพรรคอสรพิษวิญญาณเลย พรรคที่คบค้าสมาคมกับพวกสวะพรรคพยัคฆ์ดำได้ คงไม่ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นักหรอก!”

ขืนพาแม่นางน้อยของข้าไปเสียคนละแย่เลย!

หลีเสี่ยวหลันกล่าวว่า “แต่สำนักอิ่นฝูนั่นมีแต่นักพรตเฒ่าหัวดื้อ ในจำนวนคนสองพันคนเห็นจะมีนักพรตหญิงแค่สองสามคน ข้าเป็นผู้หญิง จะให้เข้าสำนักอิ่นฝู...”

หลินสวนคงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง

นึกถึงวิชาอัสนีอิ่นฝูอันแปลกพิสดารของสำนักอิ่นฝู นึกถึงเรื่องที่เสี่ยวหู่ก็อยากเข้าสำนักอิ่นฝู และนึกถึงสิ่งที่ได้เห็นได้ยินมาในช่วงสองวันที่ผ่านมา

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้เด็ดขาด จึงเอ่ยปากว่า:

“เอาอย่างนี้ เจ้าตั้งใจฝึกฝนอยู่ที่บ้านเถอะ ข้าจะเป็นคนเข้าสำนักอิ่นฝูนั่นเอง ถึงตอนนั้นหากข้าหาซื้อสมุนไพรมาได้ เราก็จะได้ฝึกฝนไปด้วยกัน!”

หลีเสี่ยวหลันหันมองเขาด้วยความประหลาดใจ “ท่านจะเข้าสำนักอิ่นฝู?”

หลินสวนคงเองก็แปลกใจ “ข้าทำไมรึ?”

เมื่อได้ฟังเขาพูดเช่นนั้น สีหน้าของหลีเสี่ยวหลันพลันชะงักไปครู่หนึ่ง นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า สามีตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่คนแก่ที่ร่วงโรยใกล้ตายอีกต่อไปแล้ว

สามีของนางมีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวดุจปีศาจ เพียงสิบวันก็เกิดปราณเลือดผลัดปุถุชน

เพียงไม่ถึงสามสิบวันก็บรรลุขอบเขตผลัดปุถุชนระดับหนึ่ง

และเพียงสามสิบวันถัดมา ก็บรรลุสู่ขอบเขตผลัดปุถุชนระดับสองขั้นต้นแล้ว

แถมในระหว่างการเลื่อนระดับ เขายังไม่เคยพบเจอคอขวดในการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาของนางก็เป็นประกายสดใส

“วรยุทธ์ที่ข้าฝึกอาจไม่เหมาะกับท่าน หากท่านเข้าสำนักอิ่นฝูแล้วฝึกวิชาอัสนีอิ่นฝูอันอัศจรรย์นั่นได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก!

เล่ากันว่าหากฝึกอัสนีอิ่นฝูจนถึงขั้นสูงสุด เพียงสะบัดมือครั้งเดียวก็จะเกิดสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นับพันสาย สามารถทำลายขุนเขาถมทะเลได้เลยทีเดียว!”

หลินสวนคงรู้สึกประหลาดใจ ยามเห็นกู้เป่ยเฉิงใช้อัสนีอิ่นฝูดูแล้วพลังก็งั้นๆ ยังสู้ดัชนีกระเรียนวิญญาณไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!

กู้เป่ยเฉิงทำได้แค่ช็อตเจ้าพยัคฆ์โลหิตสวีจ้งสยงจนผมชี้ฟูเท่านั้นเอง

หากต้องรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสอง คาดว่าคงทำให้อีกฝ่ายระคายเคืองไม่ได้แม้แต่เส้นขน!

หลินสวนคงสงสัย “มันเป็นความจริงรึ? สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นับพันสาย ทำลายขุนเขาถมทะเล?”

หลีเสี่ยวหลันยิ้มกล่าว “ข้าก็ฟังมาจากพี่หญิงหรงซ่างค่ะ เล่ากันว่าท่านปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักอิ่นฝูเมื่อพันปีก่อน สามารถเรียกสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นับพันสาย ทำลายล้างทุกสรรพสิ่งได้จริงๆ!”

“ทว่ายามนี้สำนักอิ่นฝูร่วงโรยลงมาก กลายเป็นเพียงสำนักเล็กๆ ที่แม้แต่พรรคพยัคฆ์ดำยังกล้าท้าทาย”

“แม้แต่เจ้าสำนักอิ่นฝูคนปัจจุบัน ก็ยังทำไม่ได้ถึงขั้นสายฟ้านับพันสาย อีกทั้งเล่ากันว่าการฝึกอัสนีอิ่นฝูนั้นต้องการพรสวรรค์ที่สูงส่งยิ่งนัก คนส่วนใหญ่ไม่อาจฝึกฝนจนเกิดสายฟ้าได้เลย!”

หลินสวนคงพยักหน้า ในใจเริ่มมีความทะเยอทะยานผุดขึ้นมา

เขามีดวงชะตา 【ยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง】 อยู่กับตัว ขอเพียงอัสนีอิ่นฝูมีพลังระดับนั้นจริง เขาย่อมต้องฝึกฝนได้สำเร็จด้วยความเร็วที่เหนือกว่าผู้อื่นหลายสิบเท่าแน่นอน!

ต่อให้ในช่วงแรกจะยังฝึกไม่ถึงขั้นสายฟ้านับพันสายหรือทำลายขุนเขาได้

แต่การเข้าสำนักอิ่นฝูจะทำให้เขาสามารถได้รับสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในยามนี้ได้

อย่างไรเสีย ‘สายฟ้านับพันสาย’ ก็นับเป็นความฝัน แต่การบรรลุพลังป้องกันคงกระพันขอบเขตผลัดปุถุชนระดับสองขั้นปลายนั้นอยู่ไม่ไกลเลย!

ขอเพียงมีสมุนไพรสนับสนุนเพียงพอ เขามั่นใจว่าตนเองจะสามารถฝึกจนคงกระพันได้ในเวลาอันสั้น

ถึงตอนนั้น พวกอย่างจางอู่ก็แค่ยืนให้มันฟันเฉยๆ มันยังฟันไม่เข้าเลย! และเขาจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องยอดฝีมือเคราดกนั่นอีกต่อไปด้วย!

“ตัดสินใจตามนี้ ข้าจะไปที่สาขาของสำนักอิ่นฝูบนถนนหลัวจื่อเดี๋ยวนี้!” หลินสวนคงกล่าวอย่างเด็ดขาด

หลีเสี่ยวหลันครุ่นคิดดูแล้วขมวดคิ้วกล่าว:

“ในสถานการณ์เช่นนี้ คาดว่าคงมีผู้ฝึกยุทธ์อิสระจำนวนมากที่คิดจะเข้าสำนักอิ่นฝู

หากท่านต้องการตำแหน่งที่มีเบี้ยเลี้ยงดีๆ อย่างเช่นเป็นผู้จัดการละก็ คาดว่าการแข่งขันคงจะรุนแรงไม่น้อยเลยนะคะ!”

หลินสวนคงกล่าวอย่างมั่นใจ “งั้นข้าก็จะไปประลองกับพวกเขาสักตั้ง!”

แววตาของหลีเสี่ยวหลันไหววับ นางมองพิจารณาเขาอย่างละเอียด ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา

“อื้ม... ม้าแก่ในคอกแต่ใจมุ่งมั่นไกลพันลี้ หวังว่าท่านจะทำสำเร็จนะคะ!

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องระวังความปลอดภัย หากท่านทำไม่ไหว ยังมีข้าอยู่นะคะ!”

ดวงตาของหลินสวนคงฉายแววมุ่งมั่น ที่ผ่านมามีแต่แม่นางน้อยที่คอยวิ่งวุ่นเพื่อบ้านหลังนี้

ยามนี้ถึงคราวที่สามีอย่างเขาต้องออกโรงบ้างแล้ว การเข้าสำนักอิ่นฝูในครั้งนี้ เขาต้องทุ่มเทสุดความสามารถ!

ด้วยระดับสองขั้นต้นของเขา การจะเป็นหัวหน้ากลุ่มศิษย์คงไม่มีปัญหา แต่ไม่รู้ว่าพอจะชิงตำแหน่งผู้จัดการได้หรือไม่?

อุตส่าห์ออกโรงทั้งที จะให้แม่นางน้อยจอมตะกละคนนี้ดูแคลนไม่ได้เด็ดขาด!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 23 - คงกระพันฟันแทงไม่เข้า อัสนีอิ่นฝูอันลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว