- หน้าแรก
- ดาบเทพปราบอสูร
- บทที่ 33 - เชือดไก่ให้ลิงดู
บทที่ 33 - เชือดไก่ให้ลิงดู
บทที่ 33 - เชือดไก่ให้ลิงดู
บทที่ 33 - เชือดไก่ให้ลิงดู
༺༻
"พวกเราเป็นเพียงบ่าวรับใช้ของตระกูลเจ้า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย ทำไมพวกเราถึงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไป ในเมื่อเจ้าฟางเป็นคนสมคบคิดกับปีศาจร้ายล่ะ?"
"นั่นสิ พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้พวกเราไป!"
คนสิบกว่าคนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐที่ชักอาวุธออกมา ความหวาดกลัวปรากฏชัดบนใบหน้าของพวกเขา แต่ความคลุ้มคลั่งกลับมีมากกว่า
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อเจ้าฟางสมคบคิดกับปีศาจร้าย คนของตระกูลเจ้าย่อมถูกลิขิตให้พินาศ หากพวกเขาไม่รีบไปตอนนี้ อีกหน่อยก็คงจะไปไม่ได้แล้ว ในเมื่อพวกเขาไม่ใช่คนในตระกูลเจ้า ทำไมพวกเขาต้องมาตายไปพร้อมกันด้วยล่ะ?
หงเฉิงซึ่งกำลังสนทนากับเสิ่นฉางชิงอยู่ไม่ไกลนัก มีสีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นฉากนี้
"ใต้เท้าเสิ่น ผู้น้อยขอตัวสักครู่ขอรับ!"
หลังจากกล่าวคำสั้นๆ เขาก็รีบเดินตรงไปยังความวุ่นวายนั้นทันที
"เงียบ!"
ด้วยเสียงตะโกนอย่างกริ้วโกรธ เหตุการณ์ก็สงบลงในพริบตา
เจ้าหน้าที่รัฐสองสามคนค้อมศีรษะลง "หัวหน้าหง!"
หงเฉิงพยักหน้าเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องมองไปยังกลุ่มคนสิบกว่าคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ใต้เท้าจากกรมปราบปีศาจได้สั่งมาแล้วว่า ห้ามใครภายในจวนตระกูลเจ้าออกไปทั้งนั้น ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าจะเป็นทายาทสายตรงของตระกูลเจ้าหรือไม่ ทุกคนต้องอยู่ที่นี่จนกว่าคำตัดสินจะออกมา ใครก็ตามที่กล้าบุกออกไป จะต้องเจอกับความตายเท่านั้น!"
เมื่อเขาพูดจบ ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำในกลุ่มคนสิบกว่าคนนั้นก็พูดขึ้นว่า "หัวหน้าหง พูดกันตามตรงเถอะ พวกเราต่างก็รู้แจ้งถึงโทษฐานสมคบคิดกับปีศาจร้ายดี พวกเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลเจ้า หากท่านต้องการฆ่าคนของตระกูลเจ้า นั่นก็เป็นเรื่องของท่าน แต่พวกเรา ต้อง ออกไปในวันนี้"
"ใช่แล้ว พวกเราต้องออกไปในวันนี้!"
"การอยู่ที่นี่ก็แค่รอความตาย! ออกไปก็ตาย อยู่ก็ตาย พวกเราสู้กับพวกมันยังดีกว่า!"
"ใช่ ใช่—"
คนอื่นๆ ต่างพากันตะโกนเสียงดัง ดูราวกับว่าพวกเขากำลังจะบุกไปข้างหน้า
สีหน้าของหงเฉิงเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ ที่ว่าการในเมืองหลินอันนั้นขาดแคลนกำลัง ทั้งหมดมีเจ้าหน้าที่เพียงสิบถึงยี่สิบคน นอกจากกลุ่มที่เฝ้าประตูจวนตระกูลเจ้าแล้ว กำแพงจวนส่วนอื่นๆ ก็ต้องมีคนคอยเฝ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ใครแอบปีนหนีออกไป หากคนสิบกว่าคนนี้บุกเข้ามาด้วยกำลังทั้งหมดจริงๆ ก็ไม่แน่ใจว่ากำลังคนที่มีอยู่ตอนนี้จะหยุดพวกเขาได้หรือไม่
ในขณะที่หงเฉิงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เสิ่นฉางชิงก็เดินเข้ามา
"ใต้เท้าเสิ่น!"
"คารวะใต้เท้าเสิ่น!"
เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะไม่รู้จักเสิ่นฉางชิงได้อย่างไร? พวกเขารีบก้มลงคำนับด้วยความเคารพ
เสิ่นฉางชิงโบกมือเล็กน้อย "พวกเจ้าทุกคน ถอยไป"
"เอ่อ... ขอรับ!"
เจ้าหน้าที่ต่างพากันตกตะลึงแต่ก็ถอยรั้งตามคำสั่ง เมื่อพวกเขาถอยออกไปแล้ว เสิ่นฉางชิงก็ชักดาบยาวที่เอวออกมา ปลายดาบชี้ลงที่พื้น ปราณแท้หยางบริสุทธิ์ถูกส่งเข้าไปในดาบ และในทันใดนั้น กลิ่นอายดาบอันทรงพลังก็ปะทุออกมาจากอาวุธ ด้วยการฟาดฟันอย่างแรง รอยดาบที่ลึกก็ปรากฏขึ้นบนพื้นเบื้องหน้าทุกคน เมื่อทำเช่นนี้แล้ว เขาก็เก็บดาบเข้าฝักตามเดิม
"ข้าคือผู้ที่ออกคำสั่งให้ปิดล้อมจวนตระกูลเจ้า ก่อนที่คำตัดสินจะถูกประกาศ ห้ามใครออกจากตระกูลเจ้าทั้งสิ้น ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าจะเป็นบ่าวรับใช้ของตระกูลเจ้า หรือไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ เลยก็ตาม ใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาในประตูจวนตระกูลเจ้าแล้ว ย่อมไม่อาจออกไปได้ในตอนนี้ ใครที่กล้าก้าวข้ามเส้นนี้แม้เพียงครึ่งก้าว จะต้องถูกฆ่าโดยไม่มีข้อยกเว้น!"
น้ำเสียงของเสิ่นฉางชิงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง คำพูดของเขาส่งความหนาวเหน็บลึกเข้าไปในหัวใจของทุกคน "คำพูดของใต้เท้าไม่ดูป่าเถื่อนไปหน่อยหรือขอรับ?" หลังจากความเงียบงันครู่หนึ่ง ผู้นำของกลุ่มก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่
เสิ่นฉางชิงยังคงนิ่งเงียบ
บรรยากาศในที่นั้นตึงเครียดขึ้นมาทันที ในสายตาของคนสิบกว่าคนนั้น รอยดาบธรรมดาบนพื้นเป็นตัวแทนของเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย
หลังจากผ่านไปนาน ในที่สุดใครบางคนก็ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป "อย่าไปฟังเรื่องเหลวไหลของมัน! ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะกล้าลงมือจริงๆ ถ้าไม่ไปตอนนี้ ยังไงเราทุกคนก็ต้องตายไม่ช้าก็เร็วอยู่ดี!" ใครบางคนในกลุ่มตะโกนออกมาเสียงดัง
คำพูดนั้นยังไม่ทันขาดคำ เสิ่นฉางชิงก็พุ่งตัวออกไปราวกับลูกศร ดาบยาวที่เอวของเขาสว่างวาบออกมา
วูบ—
ศีรษะขนาดใหญ่ลอยขึ้นไปในอากาศ พร้อมกับเลือดจำนวนมหาศาลที่พุ่งกระฉูดออกมา สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เขาไม่ได้บอกหรือว่าเฉพาะคนที่ก้ามข้ามรอยดาบเท่านั้นที่จะถูกฆ่า? ชายคนนั้นยังไม่ได้ขยับเลยด้วยซ้ำ เขาแค่พูดออกมานิดหน่อยก็ถูกบั่นคอในทันที! การกระทำที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ทำให้คนที่เหลืออยู่หวาดกลัวจนสุดขีด
เสิ่นฉางชิงกำดาบยาวของเขาไว้ เลือดยังคงหยดออกจากใบดาบ สายตาเย็นชาของเขากวาดมองไปยังคนเหล่านั้น "หากใครกล้าเอ่ยปากออกมาอีกแม้แต่คำเดียว นั่นจะเป็นจุดจบของมัน ข้าเปลี่ยนใจแล้ว พวกเจ้าทุกคน จงกลับเข้าไปในจวนตระกูลเจ้าซะ ใครก็ตามที่กล้าก้าวออกมาจากประตูจวนตระกูลเจ้า จะต้องตาย"
เมื่อได้ยินดังนั้น คนที่เหลืออยู่ต่างก็หน้าซีดเผือด ภายใต้สายตาอันน่าเกรงขามของเสิ่นฉางชิง พวกเขาพากันถอยรั้งกลับไปในสภาพที่ดูไม่ได้ ต่างจากหงเฉิงและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ทำเพียงแค่ขู่ด้วยวาจา ชายตรงหน้าพวกเขาคือคนที่ฆ่าคนจริงๆ พวกเขาอาจจะดูขัดขืนเมื่อครู่ แต่เมื่อต้องเผชิญกับทางเลือกระหว่างความเป็นกับความตายจริงๆ ใครๆ ก็ย่อมรู้สึกกลัว การถอยหมายความว่าพวกเขา อาจจะ ตาย แต่การไม่ถอยตอนนี้หมายความว่าพวกเขา ต้อง ตายแน่นอน
ในไม่ช้า คนสิบกว่าคนก็ถอยกลับไปอย่างว่าง่าย ทิ้งไว้เพียงร่างที่ไร้ศีรษะนอนอยู่บนพื้น โดยมีกองเลือดนองอยู่เบื้องล่าง
เสิ่นฉางชิงเก็บดาบเข้าฝักแล้วหันไปหาหงเฉิงที่กำลังยืนอึ้งอยู่ "หัวหน้าหง จัดการศพซะ ต่อจากนี้ไป หากใครเปิดประตูจวนตระกูลเจ้าแล้วก้าวออกมา ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ฆ่าทิ้งได้เลย หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ข้า เสิ่นฉางชิง จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดเอง แต่พวกเจ้าทุกคนต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า หากคนของตระกูลเจ้าไม่ได้พยายามหลบหนีออกมาเอง พวกเจ้าห้ามบุกเข้าไปโดยพละการเด็ดขาด นั่นจะเป็นการทำผิดกฎ!"
เป็นความจริงที่เจ้าฟางสมคบคิดกับปีศาจร้าย อย่างไรก็ตาม จนกว่าคำตัดสินสุดท้ายจะออกมา ตระกูลเจ้ายังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของต้าฉิน ในเวลานี้ หากใครบุกเข้าไปในจวนตระกูลเจ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นการละเมิดกฎหมายของต้าฉิน กฎหมายของต้าฉินนั้นมีไม่มากนัก แต่การละเมิดข้อใดข้อหนึ่งล้วนเป็นความผิดร้ายแรง
เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นฉางชิง ทุกคนรวมถึงหงเฉิงต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึม
"ใต้เท้าเสิ่นโปรดวางใจ พวกเราเหล่าผู้น้อยรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรขอรับ!"
"นั่นก็ดีแล้ว"
เสิ่นฉางชิงหันไปมองหงเฉิง "หากมีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับตระกูลเจ้า เจ้าสามารถมาหาข้าได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ หากมีความวุ่นวายในเมืองหลินอันที่ที่ว่าการจัดการไม่ได้ เจ้าก็มาหาข้าได้เช่นกัน ช่วงนี้ข้าจะพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมและไม่ไปไหน"
"ขอรับ!"
หงเฉิงรู้สึกโล่งใจอย่างมาก คำพูดของเสิ่นฉางชิงเป็นเครื่องยืนยันที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างยิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อมองดูเสิ่นฉางชิงจากไป หงเฉิงก็ประสานมือคำนับ "ใต้เท้าเสิ่น โปรดรักษาสุขภาพด้วยขอรับ!"
หลังจากที่เสิ่นฉางชิงหายไปจากสายตาแล้ว หงเฉิงก็หันไปหาลูกน้องที่เหลืออยู่แล้วกล่าวว่า "พวกเจ้าก็ได้ยินคำพูดของใต้เท้าเสิ่นแล้ว จงจัดการศพทันที หากมีคนอื่นจากตระกูลเจ้าออกมาอีก จงไล่พวกเขากลับไปให้หมด หากใครไม่ฟัง ก็ฆ่าทิ้งซะ!"
ขณะที่เขาพูดคำว่า "ฆ่า" แววตาสังหารก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของหงเฉิงเช่นกัน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฆ่าคนได้อย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพเท่ากับเสิ่นฉางชิง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่เกรงกลัวต่อปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เจ้าฟางตาย กระแสคลื่นใต้น้ำบางอย่างก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวในเมืองหลินอัน แม้ว่าสัญญาณจะไม่ชัดเจนนัก แต่หงเฉิงที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลินอันมาหลายปี จะไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างไร? เรื่องเกี่ยวกับตระกูลเจ้าจะปล่อยให้มีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นอีกไม่ได้
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เหล่าลูกน้องต่างก็น้อมรับคำสั่งและเริ่มจัดการศพที่อยู่บนพื้น
༺༻