- หน้าแรก
- ร่ำรวยด้วยพลังหยั่งรู้ฝูงปลา
- บทที่ 28 คุกเข่ากันหมด!
บทที่ 28 คุกเข่ากันหมด!
บทที่ 28 คุกเข่ากันหมด!
ต่อให้เป็นดารานักบู๊ในภาพยนตร์ ฝีมือก็คงไม่เฉียบคมและเด็ดขาดขนาดนี้!
ฝูงชนที่เมื่อครู่ยังคิดว่าหลินฟานกำลังหาที่ตาย ต่างก็ถูกพละกำลังในการต่อสู้ของเขาทำให้ตกตะลึงอย่างที่สุด!
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ใช่หลินฟานที่รนหาที่ตาย แต่เป็นพวกเขานั่นแหละที่ตาถั่วดูถูกคนผิดไปเอง!
แววตาของซุนอีหลินฉายประกายทึ่งอย่างปิดไม่มิด!
หลินฟานมักจะมีเรื่องให้เธอประหลาดใจเสมอ นอกจากจะหล่อเหลาและจับปลาเก่งแล้ว แม้แต่เรื่องชกต่อยก็ยังเก่งกาจขนาดนี้!
ส่วนเต้าปานั้นถึงกับสติหลุดไปแล้ว เขายืนบื้อใบ้เป็นท่อนไม้ ความอวดดีที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น
ทว่าเหตุการณ์ต่อมา กลับยิ่งทำให้เขาขวัญหนีดีฝ่อเข้าไปใหญ่
“กร๊อบ! กร๊อบ!”
หลินฟานบีบขยำแป๊บเหล็กต่อหน้าต่อตาทุกคนจนมันกลายเป็นก้อนเหล็กกลม ๆ ก่อนจะโยนทิ้งไปข้างทางอย่างไม่ใส่ใจ
“ตุ้บ!”
เข่าทั้งสองข้างของเต้าปาอ่อนแรงลงทันที เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหลินฟานอย่างสิ้นท่า
“พี่... ลูกพี่! เมื่อกี้ผมตาถั่วเองที่มองไม่เห็นความยิ่งใหญ่ของพี่ โปรดเมตตายกโทษให้ผมด้วยเถอะครับ!”
เต้าปายกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแรง ๆ หนึ่งฉาด ในวินาทีนี้เขามองหลินฟานราวกับมองเห็นปีศาจ
เพียงแค่พละกำลังจากมือเปล่า ก็สามารถบีบแป๊บเหล็กให้เป็นก้อนได้ พลังของมือคู่นี้มันจะน่าสยดสยองขนาดไหนกัน!
“ไหนแกจะมาเก็บค่าคุ้มครองฉันไม่ใช่เหรอ?”
“มีปัญญาแค่นี้ ยังกล้าเสนอหน้าออกมาเรียกเก็บค่าคุ้มครองอีกเหรอ?”
หลินฟานแค่นเสียงเย็นชา แววตาประกายความเหี้ยมเกรียมออกมา
“ใช่ครับ ๆ! เมื่อเทียบกับลูกพี่แล้ว ผมมันก็แค่ขยะตัวหนึ่ง!”
“ผมมันโดนบังตาเอง เป็นความผิดของผมเองครับ!”
“เพียะ! เพียะ! เพียะ!”
เต้าปาพร่ำขอขมาไปพลางกระหน่ำตบหน้าตัวเองไปพลาง
เขาหวาดกลัวจนร่างกายอ่อนปวกเปียกไปหมด อย่าว่าแต่จะสู้เลย แม้แต่เรี่ยวแรงจะวิ่งหนียังไม่มี
“หืม?”
หลินฟานกวาดสายตาไปมองพวกนักเลงหัวไม้ที่อยู่ด้านหลังเต้าปาด้วยท่าทีไม่พอใจนัก
“พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่? รีบคุกเข่าขอโทษท่านหลินฟานเดี๋ยวนี้!” เต้าปาคำรามสั่ง!
ขนาดเขาที่เป็นลูกพี่ใหญ่ยังต้องคุกเข่า แต่ไอ้พวกนี้กลับยืนนิ่งเป็นท่อนไม้ ช่างเป็นพวกสวะไม่ได้เรื่องจริง ๆ!
“ตุ้บ! ตุ้บ!”
พวกนักเลงเหล่านั้นเพิ่งจะได้สติ ต่างพากันทรุดเข่าลงกราบหลินฟานกันระเนระนาด พร้อมกับเริ่มตบหน้าตัวเองไม่หยุด!
สุดท้าย จนกระทั่งเต้าปาตบหน้าตัวเองจนบวมฉึ่ง หลินฟานจึงค่อยโบกมือเป็นสัญญาณให้พอ
“ไสหัวไปซะ! ร้านของเถ้าแก่ฟั่นกับประธานซุน ฉันจะเป็นคนคุ้มครองเอง ต่อไปถ้าเห็นหน้าฉันที่ไหน ทางที่ดีแกควรจะเดินอ้อมไปไกล ๆ!”
“ครับ ๆ! ต่อไปถ้าผมเจอพี่ ผมจะเดินอ้อมไปให้ไกลที่สุดเลยครับ!”
เต้าปารู้สึกราวกับได้รับการอภัยโทษ เขาโขกศีรษะให้หลินฟานอีกหลายครั้ง ก่อนจะพาพวกพ้องวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนในที่นั้นต่างพากันปรบมือให้หลินฟานกันเกรียวกราว เพราะหลายคนในแถบนี้ล้วนเคยถูกเต้าปารังแกมาแล้วทั้งสิ้น
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนสามารถปราบเต้าปาจนอยู่หมัดได้ขนาดนี้
ขณะที่บางคนก็แอบนึกเสียดายในใจ
รู้อย่างนี้ถ้ายอมออกตัวช่วยหลินฟานตั้งแต่แรก ป่านนี้พวกเขาก็คงมีหลินฟานคอยคุ้มครอง และไม่ต้องเกรงกลัวเต้าปาอีกต่อไปแล้ว
“น้องหลินฟาน ฝีมือยอดเยี่ยมมาก!”
ฟั่นหยางยกนิ้วหัวแม่มือให้หลินฟานอย่างชื่นชม
เมื่อครู่เขาแค่ตั้งใจจะช่วยพูดให้หลินฟานนิดหน่อย นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้ผลลัพธ์ที่เกินคาดแบบนี้ แถมยังสลัดตัวปัญหาอย่างเต้าปาออกไปได้ถาวร
ตอนนี้เต้าปารู้แล้วว่าเขาเป็นเพื่อนกับหลินฟาน ต่อไปคงไม่กล้ากลับมาหาเรื่องเขาอีกแน่นอน
“ก็แค่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มานิดหน่อยน่ะครับ” หลินฟานโบกมืออย่างถ่อมตัว
“หลินฟาน นึกไม่ถึงเลยว่าเวลาคุณชกต่อยจะดูเท่ขนาดนี้ ฉันเองก็อยากเรียนศิลปะการต่อสู้บ้างจัง! คุณช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหมคะ?”
ซุนอีหลินขยับเข้าไปจนแทบจะแนบชิดกับตัวหลินฟานพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ถ้าประธานซุนสนใจจริง ๆ ไว้มีเวลาผมจะสอนให้นะครับ”
หลินฟานตอบไปตามมารยาท เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าซุนอีหลินอยากเรียนจริงหรือแค่พูดเล่น
ต่อให้เธออยากเรียนจริง เขาก็คงไม่มีเวลามากขนาดนั้น
จากนั้น ฟั่นหยางก็ให้พนักงานนำสัตว์ทะเลทั้งหมดไปชั่งน้ำหนัก
สรุปยอดรวมในวันนี้ หลินฟานทำเงินได้ถึงสามหมื่นห้าพันกว่าหยวน
ซุนอีหลินและฟั่นหยางตั้งใจจะชวนเขาไปทานมื้อค่ำด้วยกัน แต่เขายังต้องเข้าเมืองไปหาแม่ จึงขอแบ่งกุ้งมังกรผัดพริกหมาล่ากลับไปให้หลินชิงชิงหนึ่งที่
เมื่อหลินฟานเดินทางมาถึงห้อง VIP ของโรงพยาบาลประจำเมือง หลินชิงชิงกำลังปอกผลไม้ให้หยางหงทานอยู่พอดี
สีหน้าของหยางหงดูดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก เห็นชัดว่าร่างกายฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว
ทันทีที่หลินฟานส่งกุ้งมังกรผัดพริกให้หลินชิงชิง เธอถึงกับยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ
“พี่คะ ซื้อกุ้งมังกรมาให้ฉันด้วยเหรอ มันแพงมากเลยนะเนี่ย?”
แม้หลินชิงชิงจะชอบทานกุ้งมังกรมาก แต่เธอก็มักจะทำใจซื้อไม่ลงเพราะราคาสูงเกินไป
“วันนี้พี่จับสัตว์ทะเลได้เยอะมาก ทำเงินได้ตั้งสามหมื่นกว่าหยวน ต่อไปชิงชิงอยากกินอะไร พี่จะซื้อให้ทุกอย่างเลย”
เห็นน้องสาวมีความสุข หลินฟานก็พลอยยิ้มออกมาด้วย
“พี่เก่งที่สุดเลย วันนี้ยังหาเงินได้ตั้งเยอะขนาดนี้!” หลินชิงชิงตกตะลึงในความสามารถในการหาเงินของพี่ชายอีกครั้ง
ความเร็วในการทำเงินขนาดนี้ แซงหน้าพวกทีมเรือประมงที่มีอุปกรณ์ทันสมัยไปไกลเลย เมื่อก่อนเธอและแม่ต้องออกไปหาของทะเลตั้งหลายเดือนกว่าจะได้เงินถึงสามหมื่น
“เสี่ยวฟาน ตอนนี้แม่ผ่าตัดเสร็จแล้ว ลูกอย่าโหมงานหนักจนเกินไปนะ เวลาออกทะเลก็ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย”
หยางหงเองก็รู้สึกดีใจมาก แต่เธอกลับเป็นห่วงว่าลูกชายจะเหนื่อยเกินไปมากกว่า
“ผมไม่เหนื่อยหรอกครับแม่ ผมแค่ดวงดีกว่าคนอื่นนิดหน่อยเอง”
“แม่ตั้งใจรักษาตัวนะครับ ต่อไปผมจะทำให้แม่กับชิงชิงอยู่อย่างสุขสบายเอง” หลินฟานเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“สิ่งที่แม่ยากเห็นที่สุดตอนนี้ คืออยากให้ลูกรีบหาเมียสักคน อย่างคุณหนูหลิ่วที่ชิงชิงพูดถึงน่ะ ลูกต้องหมั่นโทรหาเขาบ่อย ๆ ซื้อของขวัญไปให้เขาบ้าง”
“ผู้หญิงน่ะ ถ้าเราให้ความสำคัญเขาก็จะชอบเราเอง” หยางหงเริ่มถ่ายทอดวิชาจีบสาวให้ลูกชายทันที
“ประธานหลิ่วเขาตั้งใจจะแต่งงานกับผู้ช่วยชีวิตเขาน่ะครับ ผมคงไม่มีหวังหรอก แม่เลิกคิดเรื่องนี้เถอะครับ วางใจเถอะ ลูกชายแม่ไม่มีทางโสดตลอดชีวิตแน่นอน”
“จริงสิครับแม่ ผมกับพี่จิ้งหว่านตั้งใจจะหุ้นกันเปิดร้านอาหารสไตล์บ้านสวน จะได้หาเงินเพิ่มอีกทาง แล้วผมจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้พวกเราอยู่กันด้วยครับ” หลินฟานเล่าแผนการในอนาคตให้แม่ฟัง
“เรื่องนั้นก็ตามใจลูกเถอะ แต่เรื่องสร้างบ้านยังไม่ต้องรีบหรอกนะ เก็บเงินเอาไปคืนอาสองเขาก่อนตั้งสามแสน”
หยางหงรู้สึกว่าการเป็นหนี้คนอื่นนั้นไม่ดี
“ช่วงต่อจากนี้ ผมจะตั้งใจเก็บเงินไปคืนอาสองให้เร็วที่สุดครับ” หลินฟานพยักหน้ารับคำ
“เมื่อก่อนอาสองก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับบ้านเราเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้เขากลับยอมควักเงินให้ตั้งสามแสน ดูท่าว่าในยามขับคัน ญาติพี่น้องก็ยังพึ่งพาได้ที่สุดจริง ๆ” หลินชิงชิงรำพึงออกมา
“พอใช้หนี้หมด แล้วหาเมียให้พี่ชายแกได้เมื่อไหร่ ครอบครัวเราก็คงจะลืมตาอ้าปากได้เสียที”
“แม่จิ้งหว่านเขาก็เป็นคนดีนะ เสียดายที่อายุมากกว่าลูกตั้งหลายปี แถมยังเป็นแม่ม่ายด้วย ไม่อย่างนั้น...” หยางหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดายเล็กน้อย
แม้สวีจิ้งหว่านจะสวยมากและนิสัยดี
แต่ในสายตาของผู้เป็นแม่ ย่อมเห็นว่าลูกชายตัวเองดีที่สุด และอยากได้สะใภ้ที่เป็นสาวโสดมากกว่า
“แม่ครับ หน้าที่แม่ตอนนี้คือพักรักษาตัวนะ อย่าเที่ยวเอาเรื่องเมียมาใส่หัวให้ผมเลย...”
หลินฟานอยู่คุยกับหยางหงอีกครู่หนึ่ง จากนั้นก็ให้เงินหลินชิงชิงไว้สองพันหยวนเพื่อไว้ใช้ซื้อของกินของใช้และดูแลแม่ให้ดี
เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว เขาจึงเตรียมตัวเดินทางกลับหมู่บ้านสือถัง
...
ภายในห้องลับตระกูลหลิ่ว
อู๋เทียนเฟิงที่ห่อหุ้มร่างกายด้วยชุดคลุมสีดำสนิท กำลังกดโทรศัพท์หาเบอร์หนึ่ง
“ขอประทานโทษค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกปิดเครื่องอยู่...”
...
“ปิดเครื่องงั้นเหรอ?”
อู๋เทียนเฟิงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
เขาสั่งให้คนไปจัดการฆ่าหลินฟาน แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา แถมโทรศัพท์ยังติดต่อไม่ได้อีกด้วย
หรือว่า คนที่เขาส่งไปจะจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของหลินฟานไปเสียแล้ว?
จบบท