- หน้าแรก
- ร่ำรวยด้วยพลังหยั่งรู้ฝูงปลา
- บทที่ 29 คู่แข่งทางการค้า!
บทที่ 29 คู่แข่งทางการค้า!
บทที่ 29 คู่แข่งทางการค้า!
“ดูท่าหลินฟานคนนี้จะไม่ธรรมดาจริง ๆ ตอนนี้คงต้องรอให้หยุนเฟยกลับมาก่อน แล้วค่อยจัดการกับมันทีเดียว”
จากความสามารถที่หลินฟานแสดงออกมา ดูเหมือนว่านอกจากตัวเขาเองแล้ว ก็คงมีเพียง ‘ฮั่วหยุนเฟย’ ลูกศิษย์ก้นกุฏิคนเดียวเท่านั้นที่จะรับมือได้!
ทว่าตัวเขาไม่สามารถลงมือเองได้ง่าย ๆ จึงทำได้เพียงปล่อยให้หลินฟานระเริงไปก่อนอีกสักสองสามวัน
...
เมื่อหลินฟานกลับมาถึงหมู่บ้านสือถัง สวีจิ้งหว่านก็เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จพอดี
เธอสวมชุดนอนผ้าเนื้อบางเบา รูปร่างอันสมบูรณ์แบบนั้นปรากฏรำไรอยู่ภายใต้เนื้อผ้า
ยิ่งเมื่อแสงไฟสาดกระทบ ประกอบกับสายตาของหลินฟานที่เหนือกว่าคนทั่วไปในตอนนี้ ชุดนอนนั่นจึงดูราวกับโปร่งแสงไปเสียหมด
“เสี่ยวฟาน... คืนนี้พี่ก็ยังกลัวอยู่นะ...”
สวีจิ้งหว่านกะพริบตาปริบ ๆ พลางมองหลินฟานด้วยสายตาที่ดูน่าสงสาร
“ผมเฝ้าฝึกวิชาอยู่ข้างนอก พี่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ” หลินฟานทำหน้าประมาณว่า ‘มีผมอยู่ทั้งคน วางใจได้เลย’
“พี่ไม่ได้กลัวแค่หวังเปียวนะ พี่กลัวผีด้วย เธอเข้ามาปกป้องพี่ในห้องไม่ได้เหรอ?” สวีจิ้งหว่านเอ่ยด้วยสีหน้าคาดหวัง
คราวนี้หลินฟานมองออกทันทีว่าเธอกำลังจงใจแกล้งเขา
ปกติสวีจิ้งหว่านก็ชอบหยอกเขาอยู่แล้ว ตอนนี้ก็คงจะล้อเล่นเหมือนเดิม
“พี่จิ้งหว่านครับ โลกนี้ไม่มีผีหรอก พี่อย่าหลอกตัวเองให้กลัวเลย” หลินฟานเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“เธอไม่รู้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีนะ”
“ถ้าเกิดมีผีลามกมาปิดปากพี่จนร้องไม่ออก แล้วแอบเข้ามาหาพี่ทางหน้าต่างล่ะก็...”
ประโยคหลังจากนั้นสวีจิ้งหว่านไม่ได้พูดต่อ แต่หลินฟานก็พอจะเดาออกว่าเธอจะสื่อถึงอะไร
เขารู้สึกขำขึ้นมาทันที พี่จิ้งหว่านนี่จินตนาการล้ำเลิศจริง ๆ น่าจะไปเขียนนิยายขายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“พี่จิ้งหว่านครับ ผมนี่แหละคือทวารบาล (เทพเฝ้าประตู) ของพี่ ตราบใดที่มีผมอยู่ พวกภูตผีปีศาจหน้าไหนก็ไม่กล้าเข้าใกล้พี่ทั้งนั้น ดึกแล้ว พี่รีบพักผ่อนเถอะครับ!”
หลินฟานหัวเราะแหะ ๆ ก่อนจะเดินออกไปนั่งขัดสมาธิฝึกวิชาที่หน้าบ้าน
เพราะผู้อาวุโสอู๋คนนั้นเป็นใครมาจากไหนเขาก็ยังไม่รู้ แถมยังส่งคนมาฆ่าเขาอีก มีแต่ต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นถึงจะปลอดภัยที่สุด
“อีตาซื่อบื้อเอ๊ย...”
สวีจิ้งหว่านมองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นหลินฟานนั่งตัวตรงอยู่ข้างนอก แสงจันทร์ที่สาดส่องลงบนตัวเขาดูราวกับมีรัศมีจาง ๆ เปล่งออกมา
ทว่ายิ่งเขาทำท่าทีเคร่งครัดในศีลธรรมขนาดนี้ เธอกลับยิ่งรู้สึกถึงความพลุ่งพล่านในใจตามประสาสาวสะพรั่งอย่างห้ามไม่อยู่
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
สวีจิ้งหว่านรีบตื่นขึ้นมาทำมื้อเช้าแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้ทีมช่างก่อสร้างจะเข้ามาขยายพื้นที่ลานบ้าน
หลังจากที่หลินฟานและสวีจิ้งหว่านทานมื้อเช้าเสร็จไม่นาน ทีมช่างชุดหนึ่งก็เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน
“ทีมช่างกลุ่มนี้ไม่ใช่คนที่พี่จ้างมานี่นา!” สวีจิ้งหว่านประหลาดใจ หรือว่าจะมีคนอื่นในหมู่บ้านจ้างช่างมาเหมือนกัน?
ในตอนนั้นเอง เธอเห็นฉีหยวนฮั่ง ฉีเจียวเจียว และหลี่ม่าน เดินออกมาจากบ้านของหลี่ม่านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
พอเข้าไปสอบถามถึงได้รู้ว่า ที่แท้ทีมช่างกลุ่มนั้นฉีหยวนฮั่งเป็นคนจ้างมา พวกเขาก็จะเปิดร้านอาหารสไตล์บ้านสวนเหมือนกัน!
เหตุผลที่เลือกบ้านหลี่ม่าน ก็เพราะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านของสวีจิ้งหว่านพอดี
ทำเลของทั้งสองบ้านนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะเป็นทางผ่านบังคับก่อนจะเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน!
“ทำไงดีล่ะ? ฉีหยวนฮั่งก็จะเปิดร้านอาหารเหมือนกัน” สวีจิ้งหว่านเอ่ยอย่างกลัดกลุ้ม
ถ้ามีแค่พวกเธอเปิดร้าน ธุรกิจก็น่าจะไปได้สวยเพราะไม่มีคู่แข่ง
แต่ถ้าเปิดพร้อมกันสองเจ้า แถมยังอยู่ตรงข้ามกันแบบนี้ มันก็ต้องเกิดการแข่งขันกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ไม่เป็นไรครับ ต่างคนต่างทำไปเถอะ!”
หลินฟานกลับไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย เขาเริ่มปรึกษากับสวีจิ้งหว่านเรื่องรายละเอียดการปรับปรุงพื้นที่ต่อทันที
หมู่บ้านสือถังในอนาคตมีแต่จะพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ การแข่งขันย่อมต้องมีเป็นธรรมดา
ไม่แน่ว่าพอมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น อาจจะมีร้านที่สาม ที่สี่ ตามมาอีกก็ได้
ถึงตอนนั้นก็ต้องมาวัดกันที่ฝีมือของแต่ละคนแล้ว
ครู่ต่อมา ทีมช่างที่สวีจิ้งหว่านจ้างมาก็เดินทางมาถึงหมู่บ้าน
ภายใต้การควบคุมของหลินฟาน ทีมช่างเริ่มลงมือทำงานทันที
เขาตั้งใจจะทุบกำแพงเดิมทิ้งเพื่อขยายพื้นที่ สร้างห้องครัวและโซนรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นมา จากนั้นก็ตกแต่งให้ดูดีอีกนิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้แล้ว
“เสี่ยวฟาน พี่จ้างแค่ทีมช่างมานะ ส่วนพวกทรายกับซีเมนต์พวกนี้เราไปซื้อเองดีกว่า จะได้ประหยัดเงินด้วย” สวีจิ้งหว่านเดินเข้ามาบอก
เพราะตอนนี้พวกเขายังขาดแคลนเงินทุน ทุกหยวนจึงต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดการติดต่อให้เอง” หลินฟานเห็นด้วย เพราะการซื้อวัสดุเองจะทำให้เขาสบายใจกว่า
หากเหมาทั้งค่าแรงและค่าของ ช่างอาจจะแอบลดสเปกวัสดุจนส่งผลต่อความแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้างได้
“หลินฟาน พวกแกก็จะเปิดร้านอาหารเหมือนกันเหรอ?”
ในตอนนั้นเอง ฉีหยวนฮั่ง ฉีเจียวเจียว และหลี่ม่าน ก็พากันเดินข้ามฝั่งมา ฉีหยวนฮั่งปรายตามองด้วยความดูแคลน
“บอกตามตรงนะ ข้าก็จะเปิดร้านเหมือนกัน แกก็ลองตรองดูเอาเองแล้วกัน ถ้าคิดจะแข่งกับข้า แกเตรียมตัวเจ๊งจนไม่เหลือแม้แต่กางเกงในได้เลย!” ฉีหยวนฮั่งเอ่ยข่มขู่
“จะว่าไป ฉันต้องขอบใจแกด้วยนะ!” คราวนี้ฉีเจียวเจียวเป็นฝ่ายเหยียดยิ้มเย็นชาออกมาบ้าง
“ถ้าไม่ใช่เพราะแกทำให้ฉันตกงานที่ภัตตาคารอวี้หลงเซียนฟั่ง ฉันก็คงไม่ตัดสินใจกลับมาเปิดร้านเองแบบนี้!”
“ตอนนี้ฉันว่านะ การกลับมาเป็นเจ้าของร้านเองที่หมู่บ้านสือถัง มันยังดีกว่าไปเป็นลูกจ้างให้คนอื่นที่ภัตตาคารตั้งเยอะ!”
“ฉันมีทั้งประสบการณ์บริหารงาน มีทีมครัว มีเส้นสายความสัมพันธ์ ส่วนแกมันก็แค่เด็กที่เพิ่งลาออกจากมหาลัย คิดจะมาแข่งกับพวกเราเนี่ยนะ ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!”
ฉีเจียวเจียวเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง เธอโลดแล่นอยู่ในวงการอาหารมานาน ย่อมรู้รายละเอียดงานทุกตำแหน่งเป็นอย่างดี
สำหรับเธอแล้ว หลินฟานเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืนที่ไม่มีอะไรให้น่าเกรงขามเลยสักนิด
“นั่นสิหลินฟาน เรื่องออกทะเลแกอาจจะพอไหว แต่เรื่องทำธุรกิจน่ะ แกมันไม่มีพรสวรรค์หรอก!” หลี่ม่านที่ยืนข้าง ๆ สมทบด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“แกไม่มีทางสู้หยวนฮั่งได้หรอก ฉันขอเตือนให้แกตาสว่างซะ ไม่อย่างนั้นเงินที่แกอุตส่าห์ตรากตรำหามาได้จากการออกทะเล จะต้องมลายหายไปหมด ถึงตอนนั้นจะมานึกเสียใจทีหลังก็ไม่ทันแล้วนะ!”
หลี่ม่านพูดด้วยท่าทางวางโต
“ฉันว่าพวกแกกำลังกลัวที่จะต้องแข่งกับฉันมากกว่ามั้ง?”
“ไม่อย่างนั้น ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเรา พวกแกก็น่าจะดีใจไม่ใช่เหรอที่เห็นฉันขาดทุนย่อยยับน่ะ?” หลินฟานสวนกลับทันควัน
“ใครกลัวแกกัน! ฉันแค่เห็นว่าแกมันน่าสงสาร เลยมาเตือนสติเฉย ๆ!”
ฉีหยวนฮั่งแค่นเสียงเหอะออกมา แต่คำพูดนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อเลยด้วยซ้ำ
เขาเกลียดหลินฟานเข้าไส้ อยากจะให้มันตาย ๆ ไปเสียด้วยซ้ำ จะมาสงสารทำไม?
“ในเมื่อไม่กลัว งั้นก็กลับไปทำร้านของพวกแกให้ดีเถอะ!” หลินฟานยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“เสี่ยวฟานพูดถูก ทำธุรกิจเขาวัดกันที่ความสามารถ”
“ถ้าพวกคุณอยากจะแข่งก็แข่งไป พวกเรายุ่งมาก ไม่มีเวลามาไร้สาระด้วยหรอกค่ะ” คราวนี้สวีจิ้งหว่านเป็นฝ่ายเอ่ยบ้าง
เมื่อครู่เธอเห็นทั้งสามคนรุมกินโต๊ะหลินฟานก็รู้สึกทนไม่ได้ จึงสบโอกาสช่วยพูดปกป้องหลินฟานทันที
“สวีจิ้งหว่าน อยู่กับหลินฟานไปก็มีแต่จะลำบากเปล่า ๆ สู้ย้ายมาอยู่ฝั่งฉันดีกว่า ฉันจะให้เธอเป็นพนักงานเก็บเงิน รับรองว่าเธอจะมีงานที่มั่นคงไปตลอดชีวิตแน่นอน”
ฉีหยวนฮั่งกวาดสายตามองสำรวจร่างกายของสวีจิ้งหว่านด้วยแววตาหื่นกระหาย
แม้พักหลังเขาจะไร้น้ำยาในเรื่องอย่างว่าไปแล้ว แต่สันดานกามที่สั่งสมมานานยังไม่หายไปไหน
หากพูดกันตามตรง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือรูปร่าง สวีจิ้งหว่านเหนือกว่าหลี่ม่านไปหลายขุมนัก
“ต่อให้ต้องลำบากกับเสี่ยวฟานแค่ไหน ฉันก็เต็มใจค่ะ ส่วนตำแหน่งพนักงานเก็บเงินของนาย... คิดว่าตัวเองคู่ควรกับฉันงั้นเหรอ?”
“อีกอย่าง ฉันเชื่อมั่นในตัวเสี่ยวฟาน ร้านของเราต้องรุ่งแน่นอน!”
คำพูดตอกหน้าของสวีจิ้งหว่านทำเอาฉีหยวนฮั่งถึงกับหน้าชา ยืนอึ้งจนไปไม่เป็นเลยทีเดียว
จบบท