- หน้าแรก
- สิ้นโลกนี้ ขอรอดไปกับนายหมาน้อย
- บทที่ 21: เครื่องปั่นไฟ
บทที่ 21: เครื่องปั่นไฟ
บทที่ 21: เครื่องปั่นไฟ
เซี่ยหาน: เซี่ยเซี่ย เห็นประกาศหรือยัง น้ำประปาโดนตัดแล้วนะ ถ้าเธอไม่มีน้ำใช้ บอกฉันได้นะ ฉันยังมีน้ำแร่บรรจุขวดอยู่ที่บ้านนิดหน่อย
เซี่ยหาน: นิติบุคคลบอกว่ามีคนเอาเครื่องปั่นไฟมาขายอยู่ข้างล่างน่ะ ลงไปดูด้วยกันไหม
เครื่องปั่นไฟงั้นเหรอ?
เมื่อเปิดดูในกลุ่มแชตลูกบ้าน เธอก็เห็นว่าผู้จัดการหวังจากนิติบุคคลได้ติดต่อไปยังโรงงานผลิตเครื่องปั่นไฟเป็นกรณีพิเศษ เพื่อแก้ปัญหาไฟดับให้กับทุกคน
มีคลิปวิดีโอสั้นๆ แนบมาด้วย เผยให้เห็นรถบรรทุกที่เต็มไปด้วยเครื่องปั่นไฟ และมีคนจำนวนไม่น้อยกำลังยืนมุงซื้ออยู่ด้านล่าง
เจียงจือเซี่ยตอบกลับเซี่ยหาน: เรื่องน้ำฉันไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่เครื่องปั่นไฟก็น่าสนใจดี ลงไปดูด้วยกันสิ
เอาเข้าจริง เจียงจือเซี่ยไม่ได้ขาดแคลนของพวกนี้เลย แต่เธอจำเป็นต้องหาข้ออ้างที่ฟังดูขึ้นเพื่อให้ตัวเองมีเครื่องปั่นไฟไว้ครอบครอง
คนแห่มาซื้อกันเยอะมากจนผู้จัดการหวังต้องจัดระเบียบให้ลูกบ้านทยอยซื้อกันทีละตึก โดยจำกัดให้ซื้อได้แค่ชั้นละหนึ่งเครื่องเท่านั้น
เขารับประกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต่อให้เป็นคนที่ซื้อเป็นคิวสุดท้ายก็ยังมีของให้ซื้อแน่นอน ก็แหงล่ะ แผนการทั้งหมดนี่มันไอเดียของเขาเองนี่นา
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ในช่วงฤดูร้อนปกติ แค่ไม่มีแอร์ก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับตอนนี้ เมื่อดูอุณหภูมิที่อัปเดตล่าสุดที่ 47 องศาเซลเซียส ความร้อนก็พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นในการขายของของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่ไฟดับ เขาก็นึกถึงลูกพี่ลูกน้องที่ทำงานในโรงงานผลิตเครื่องปั่นไฟขึ้นมาทันที ความต้องการเครื่องปั่นไฟจะต้องพุ่งกระฉูดเมื่อเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด บวกกับสถานการณ์ไฟดับเป็นวงกว้างแบบนี้ งานนี้เขาฟันกำไรเละแน่
ราคาของมันพุ่งพรวดขึ้นไปถึงสามหรือสี่เท่าตัว เขารู้ดีว่าคนที่อาศัยอยู่ที่นี่พอมีฐานะอยู่บ้าง และหลายคนจะต้องลงมาซื้อแน่ๆ ถ้าพวกเขาเปิดแอร์ไม่ได้ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้
สำหรับการขายแต่ละเครื่อง ในฐานะคนกลาง เขาจะได้ส่วนแบ่งสิบเปอร์เซ็นต์ เขากำลังจะรวยอื้อซ่า!
คนขายก็แฮปปี้เพราะได้กำไร ส่วนคนซื้อ ถึงจะบ่นว่าแพง แต่ก็แฮปปี้ที่ได้กลับไปนอนเปิดแอร์เย็นๆ
เขาเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่คิดเหมือนเขา ยังคงมองโลกในแง่ดีและคิดว่านี่เป็นเพียงแค่ภัยพิบัติทางธรรมชาติธรรมดาๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดก็ถึงคิวของตึกหก
เมื่อเจียงจือเซี่ยลงไปชั้นล่าง เธอก็เห็นเซี่ยหานและกู้จิงสือ เหงื่อของพวกเขาไหลชุ่มใบหน้าที่แดงก่ำ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะความร้อน
ตรงกันข้ามกับเธอและเจียงหว่านที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องปั่นไฟ คงไม่มีใครอยากวิ่งขึ้นวิ่งลงจากชั้นสิบกว่าหรอก
เครื่องปั่นไฟสามารถแก้ปัญหาเรื่องไฟฟ้าได้จริง แต่ราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
ปกติแล้ว เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กแบบนี้ราคาจะอยู่ที่หลักพันหรืออย่างมากก็แค่หลักหมื่น แต่ตอนนี้ราคาพุ่งไปถึงเครื่องละหนึ่งแสนหยวน แถมยังใช้กับแอร์ได้แค่เครื่องเดียวเท่านั้น แต่มันก็ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ใครหลายคนได้จริงๆ
แม้แต่น้ำมันดีเซลก็ยังราคาพุ่งไปถึงลิตรละร้อยหยวน แพงขึ้นเกือบสิบเท่า
เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กที่ใช้เปิดแอร์จะกินน้ำมันประมาณสองลิตรต่อชั่วโมง
เจียงจือเซี่ยและเซี่ยหานต่างก็ขอน้ำมันคนละห้าสิบลิตร ถ้ามากกว่านี้คงแบกขึ้นบันไดไม่ไหวแน่ๆ
ขากลับ สองสาวรับหน้าที่แบกเครื่องปั่นไฟ ส่วนสองหนุ่มแบกถังน้ำมัน
ระหว่างเดินขึ้นบันได เซี่ยหานก็แอบอิจฉาความแข็งแรงของเจียงจือเซี่ยอีกครั้ง ขนาดกู้จิงสือยังเริ่มหอบแล้วเลย
เจียงจือเซี่ยและเจียงหว่านไม่ได้รอพวกเขาทั้งสองคน เธอตะโกนบอกว่า "ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนนะ เกิดเป็นลมแดดขึ้นมาตอนนี้ ที่โรงพยาบาลคงไม่มีเตียงว่างให้นอนหรอก"
จากนั้นพวกเขาก็เดินขึ้นบันไดต่อไป
หลังจากผ่านประตูมาสามบาน พวกเขาก็กลับมาถึงห้องนั่งเล่นที่เย็นสบาย เจียงหว่านนำของทั้งสองอย่างไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ ซึ่งมีอาหารและน้ำแร่เก็บไว้บางส่วนแล้ว
เมื่อเช็กข่าวในอินเทอร์เน็ต เธอก็พบว่าหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาไฟดับ บางพื้นที่ไฟมาหลังจากดับไปไม่กี่ชั่วโมง แต่บางพื้นที่ไฟดับยาวมาสองสามวันแล้ว มีคนจำนวนมากเป็นลมแดดเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงปรี๊ด
โรงพยาบาลกลับมาเนืองแน่นไปด้วยผู้คนอีกครั้ง บางคนถึงกับแกล้งป่วยเพียงเพื่อจะได้เข้าไปตากแอร์ในโรงพยาบาล ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรทางการแพทย์ไปอย่างเปล่าประโยชน์
สถานีโทรทัศน์หลายช่องออกมารณรงค์ผ่านช่องทางออนไลน์ ขอร้องผู้ที่ไม่ได้ป่วยหนักงดเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น
พวกเขายังระบุด้วยว่าจะระดมช่างเทคนิคทั้งหมดเพื่อเร่งซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
เมื่อเห็นข่าวในอินเทอร์เน็ต เจียงจือเซี่ยก็คาดเดาว่าการจำกัดการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาน่าจะเริ่มขึ้นในอีกวันสองวันนี้ และห้างสรรพสินค้าก็คงจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปหลบร้อน
ก็แน่ล่ะ ตอนนี้มีพื้นที่ไฟดับเยอะเกินไป และผู้คนก็คงทนอยู่ในบ้านที่ไม่มีแอร์ไม่ได้แน่ๆ ด้วยปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่สูงปรี๊ดขนาดนี้ โรงไฟฟ้าคงผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ทันแน่ๆ
และก็เป็นไปตามคาด กว่าไฟจะมาก็ปาเข้าไปอีกวัน นิติบุคคลได้แจ้งให้ทุกคนทราบเกี่ยวกับการจำกัดการใช้ไฟและน้ำประปา ซึ่งเป็นข้อบังคับระดับชาติ
ในช่วงสองวันนี้ มีรายงานข่าวบนอินเทอร์เน็ตมากมายเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังเสียชีวิตจากโรคลมแดดเนื่องจากไฟดับ
กว่าจะพบศพก็ตอนที่เพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา พอไปเคาะประตูเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบรับ จึงโทรแจ้งนิติบุคคล ถึงได้รู้ว่าผู้สูงอายุเหล่านั้นเสียชีวิตมาสองวันแล้ว
อุณหภูมิที่สูงลิ่วเร่งให้ศพเน่าเปื่อยเร็วขึ้น ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว
เป็นไปตามคาด ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังก็แทบระเบิด
เจียงจือเซี่ยต้องรีเฟรชหน้าจออยู่หลายครั้งกว่าจะเข้าแอปได้ และพบกับคอมเมนต์เดือดๆ มากมายอยู่ด้านล่าง
ปลาตายเพราะร้อน: จำกัดการใช้ไฟเนี่ยนะ เอาจริงดิ? อากาศแบบนี้ถ้าไม่เปิดแอร์ แค่นอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็เป็นลมแดดตายแล้วไหม?
มนุษย์เหงื่อตก: วันนี้เช็กดูอุณหภูมิในโทรศัพท์ ปาไป 48 องศาแล้ว ที่บ้านมีคนแก่อยู่ด้วย ถ้าไม่มีไฟจะอยู่กันยังไง?
นกนางแอ่น: แอร์จ๋า ไม่มีเธอฉันจะอยู่ยังไง! แอร์จ๋า กลับมาเถอะนะ! ขาดเธอไปฉันขาดใจแน่!
วันนี้คุณร้อนตายหรือยัง: แค่ปิดแอร์นาทีเดียว เหงื่อก็แตกพลั่กไปทั้งตัวแล้ว เมียเพิ่งคลอดลูก ลูกก็เพิ่งได้ไม่กี่วัน ถ้าโดนตัดไฟ พวกเขาจะอยู่ยังไง?
ไม่นาน ข่าวอีกชิ้นก็เด้งขึ้นมา: ห้างสรรพสินค้าในเมืองจะถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว และจะมีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษในชนบทเพื่อให้บริการห้องแอร์เย็นฉ่ำตลอด 24 ชั่วโมง
คงจะรู้ว่ายังมีคนอีกมากที่ไม่พอใจ...
...พวกเขาจึงปล่อยคลิปวิดีโออีกตัวที่รวบรวมเหตุการณ์หลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน
ในดินแดนแห่งเสรีภาพ หลังจากที่อากาศเริ่มร้อนจัดได้ไม่นาน ผู้คนก็รวมตัวกันปล้นซูเปอร์มาร์เก็ต ธนาคาร หรือแม้กระทั่งบุกงัดบ้านคนอื่นเพื่อขโมยอาหาร มีเหตุปล้นสะดมเกิดขึ้นนับร้อยครั้งในแต่ละวัน
บางประเทศที่ขาดแคลนน้ำก็กำลังดิ้นรนอย่างหนัก และด้วยอุณหภูมิที่สูงลิ่วทำให้สูญเสียน้ำในร่างกายมากขึ้น หลายคนถึงกับไม่มีน้ำตกถึงท้องเลยสักหยดในแต่ละวัน
ภาพจากโดรนเผยให้เห็นถนนสายเปลี่ยวที่เต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาด ศพเหล่านั้นล้วนมีสภาพริมฝีปากแห้งแตกและผอมแห้งติดกระดูก ถูกทิ้งให้ตากแดดจนเน่าเปื่อยและมีหนอนไต่ยั้วเยี้ย จนกลายเป็นเพียงกองกระดูกขาวโพลน—ในทางกลับกัน แม้อาหารในประเทศจะแพงไปบ้าง แต่การจำกัดปริมาณการซื้อในแต่ละวันก็ยังทำให้ผู้คนกินอิ่มนอนหลับได้ และผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากก็ยังมีงานให้ทำเพื่อแลกกับอาหาร
ถึงจะมีการจำกัดการใช้ไฟฟ้า แต่อย่างน้อยคุณก็ยังมีที่ให้ไปอาศัยตากแอร์ได้
หลังจากดูคลิปวิดีโอนี้จบ การเปิดตัวมาตรการจำกัดการใช้น้ำก็ดูจะยอมรับได้ง่ายขึ้นมาก
ปัจจุบัน ช่วงเวลาที่จำกัดการใช้ไฟฟ้าคือตั้งแต่ 02:00 น. ถึง 08:00 น. ส่วนน้ำประปาจะคำนวณเป็นรายบุคคล ให้โควตาคนละหนึ่งตันต่อเดือน โดยจะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจมาตรวจสอบจำนวนประชากร
วันรุ่งขึ้น เมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงถึง 48 องศาเซลเซียส ศูนย์พักพิงก็เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
ผู้จัดการหวัง: ในเมื่อตอนนี้มีการจำกัดการใช้ไฟฟ้าแล้ว ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ นี้จึงเปิดให้บริการห้องแอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ใครที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเดินทางไปได้ด้วยตัวเองเลยนะครับ ลำดับต่อไป เราต้องนับจำนวนคนในกลุ่มแชตนี้ ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วยนะครับ
จากนั้นเขาก็โพสต์ประกาศเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าสาธารณูปโภค
ไม่รู้ว่าจะมีลูกบ้านจากหมู่บ้านลี่จิงไปใช้บริการที่นั่นกี่คน แต่เกินครึ่งของคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่รอบๆ นี้คงจะแห่กันไปแน่ๆ
ก็แหม ตอนนี้ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าไฟ รวมๆ กันแล้วมันไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เลยนะ
ตกบ่าย ผู้จัดการนิติบุคคลก็ส่งข้อความมาอีก
ผู้จัดการนิติบุคคลเสี่ยวหลี่: เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและมีผู้ป่วยโรคลมแดดเพิ่มมากขึ้น การซื้อของใช้ชำต่างๆ จึงเปลี่ยนรูปแบบเป็นออนไลน์แทน โปรดคลิกลิงก์ด้านล่าง เลือกสินค้า และชำระเงิน สามารถรับสินค้าได้ในวันถัดไปที่ล็อบบี้ตึกของท่าน สำหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง เรามีบริการจัดส่งให้ถึงบ้านครับ
เจียงจือเซี่ยคลิกลิงก์เข้าไป เลือกของแบบส่งๆ ไปสองสามอย่าง แล้วกดสั่งซื้อ ในเมื่อเธอไม่ได้ขาดแคลนอะไร เธอก็จะไม่ไปแย่งชิงเสบียงกับพวกเขาหรอก
คืนนั้น เจียงจือเซี่ยสะดุ้งตื่นเพราะเสียงระเบิดดังสนั่น เธอรีบลุกจากเตียงและเลิกผ้าม่านดู ก็เห็นว่าคอมเพรสเซอร์แอร์ของตึกข้างๆ ระเบิด และไฟกำลังลุกท่วมตัวเครื่องด้านนอกทั้งหมด
พอดูนาฬิกาในโทรศัพท์ ตอนนี้ตีหนึ่งแล้ว สาเหตุน่าจะมาจากการเปิดแอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ประกอบกับอากาศภายนอกที่ร้อนจัด
มีเสียงเคาะประตูห้องของเธอ และเสียงของเจียงหว่านก็ดังอู้อี้ลอดผ่านประตูไม้เข้ามา "เซี่ยเซี่ย เป็นอะไรหรือเปล่า"
เมื่อมองออกไปข้างนอก แสงไฟเริ่มสว่างไสวไปทั่ว และเธอก็ได้ยินเสียงคนด่าทอแว่วๆ มา
ความง่วงของเจียงจือเซี่ยมลายหายไปจนหมดสิ้น เธอจึงตัดสินใจเปิดประตูและไปนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่นกับเจียงหว่าน
ไม่นาน เสียงรถดับเพลิงก็ดังขึ้น เมื่อมองผ่านกระจกออกไป เธอเห็นควันดำหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากคอมเพรสเซอร์แอร์ที่กำลังลุกไหม้ที่ชั้นบน แรงระเบิดทำให้เศษพลาสติกติดไฟกระเด็นไปทั่ว ร่วงหล่นลงมาใส่คอมเพรสเซอร์แอร์ของชั้นล่างและตกลงบนสนามหญ้า
กว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงได้ บ้านหลายหลังก็ถูกไฟไหม้จนดำเป็นตอโกนไปแล้ว
ผู้พักอาศัยเหล่านั้นจำต้องย้ายไปพักในห้องว่างชั่วคราว
นิติบุคคลยังได้แจ้งเตือนทุกคนไม่ให้เปิดแอร์ติดต่อกันนานเกินไป หรือตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำเกินไป ทางที่ดีควรปิดพักเครื่องสิบนาทีในทุกๆ หนึ่งชั่วโมง
หลังจากคืนนั้น หลายคนก็นอนหลับไม่สนิท เพราะกลัวว่าแอร์ของตัวเองจะระเบิดขึ้นมาบ้าง
ตอนเช้า เจียงจือเซี่ยเห็นผู้คนมากมายกำลังมุ่งหน้าไปยังศูนย์พักพิง แม้แต่เซี่ยหานก็ยังถามเธอว่าจะไปไหม
เจียงจือเซี่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราอีกแล้ว
พอตกเย็น เจียงจือเซี่ยก็ได้รับข้อความ WeChat จากเซี่ยหาน
เซี่ยหาน: เซี่ยเซี่ย เธอไม่รู้หรอกว่าที่ศูนย์พักพิงนี่คนเยอะขนาดไหน แทบจะเดินชนกันอยู่แล้ว แถมยังมีคนไม่อาบน้ำตั้งหลายคน กลิ่นเหงื่อกับกลิ่นตีนทำเอาฉันแทบอ้วก ฉันยอมกลับไปอยู่บ้านดีกว่า
เมื่อได้รับข้อความ เจียงจือเซี่ยก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร เธอคาดเดาไว้แล้วว่าภาพมันต้องออกมาเป็นแบบนี้