- หน้าแรก
- ตื่นมาอีกทีเป็นเมจสายดาร์ก
- บทที่ 24
บทที่ 24
บทที่ 24
บทที่ 24 - การลงทัณฑ์
༺༻
เมื่อซาฟากลับมาที่ห้องครัว เธอได้ยินเสียงการปะทะดังออกมาจากอีกฝั่งของประตู เธอแอบมองผ่านช่องว่างเล็ก ๆ และเห็นช่วงสุดท้ายของการเผชิญหน้า
เธอไม่ได้เห็นตอนที่ซิมยอนถูกต่อย แต่เธอมองออกว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเขาต่อไป และรู้ดีว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร มือของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธ
'คนพวกนี้ เป็นบ้าอะไรกันไปหมด!' ซาฟาคิด 'พวกมันเล่นงานฉัน แล้วตอนนี้ล่ะ? แค่เพราะซิมยอนอยู่ข้างฉัน พวกมันก็ต้องเล่นงานเขาด้วยเหรอ? มีคนต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันอีกเท่าไหร่กัน?'
ใบหน้าของซิมยอนที่อาบไปด้วยเลือด ทำให้ความทรงจำเรื่องเสียงที่เธอได้ยินตอนที่ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าผุดขึ้นมา แล้วเธอก็นึกถึงเรซ นึกถึงแววตาของเขาในตอนนั้น และคำพูดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว
'เขาบอกว่า... ถ้าฉันอยากจะหยุดมัน ฉันต้องสู้กลับ!'
ด้วยความคิดนั้น เธอผลักประตูเปิดออกและวิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปเพื่อปกป้องซิมยอน เมื่อเข้าใกล้พอ เธอใช้ท่าก้าวสองจังหวะพุ่งผ่านฝาแฝดทั้งสองและเหวี่ยงหมัดเข้าใส่หน้าของเกร็นอย่างจัง
ทว่า มีบางอย่างที่รู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการปะทะที่แน่นหนา ราวกับว่าหมัดของเธอไม่ได้สัมผัสโดนเป้าหมายอย่างเต็มที่
"นังตัวแสบ! ฉันจะฆ่าแก!" เกร็นตะโกนใส่ซาฟา
ทันใดนั้น ฝาแฝดที่ถูกวิ่งผ่านไปก็ขมวดคิ้วแน่นและพุ่งเข้าใส่ซาฟาทันที เธอหันกลับมาและเห็นพวกเขาพุ่งเข้ามา จึงเบี่ยงตัวหลบการโจมตีครั้งแรกจากกิโยได้สำเร็จ
ทว่าเธอกลับหลบเข้าไปหาบิโยพอดี เขาคว้าแขนทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น เธอพยายามดิ้นรนและยกขาขึ้นเตรียมจะถีบไปด้านหลัง
แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร กิโยก็หวดเท้าเข้าใส่หน้าแข้งของเธออย่างแรง
ใบหน้าของซาฟาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่แทบไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเธอเลย มีเพียงเสียงครางในลำคอเบา ๆ ราวกับเสียงกระซิบเท่านั้น
เกร็นค่อย ๆ เดินเข้ามาในขณะที่ฝาแฝดทั้งสองล็อคตัวเธอไว้ "ทำไมไม่ร้องออกมาล่ะ? เผื่อจะมีใครหน้าไหนมาช่วยแกได้ไง" เกร็นกล่าวพลางตั้งหมัด เขาหลับตาลง จดจ่อเพื่อรวบรวมปราณให้ได้มากขึ้น
"พวกแกจะทำอะไรน่ะ!" ซิมยอนตะโกนก้อง "กะจะฆ่าเธอเลยหรือไง? หยุดนะ!"
เสียงประตูที่ถูกกระแทกเปิดออกดังกังวานอีกครั้ง และในทันที คลื่นแห่งแรงกดดันมหาศาลก็พุ่งพล่านเข้ามาในห้อง
"พวกเธอทำบ้าอะไรกันอยู่!" ครอนตะโกนก้อง
เสียงของท่านเพียงอย่างเดียวก็สร้างกระแสลมที่ทำให้เส้นผมของทุกคนพริ้วไหว และแค่เห็นดวงตาที่เบิกโพลงของท่านในตอนนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าท่านโกรธจัดเพียงใด
"ท่านอาจารย์ครอน!" เกร็นตะโกนและรีบก้มลงค้อมศีรษะทันที เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้น และฝาแฝดที่เหลือก็ทำตาม
"มันไม่ใช่แบบที่ท่านเห็นนะครับ!" เกร็นละล่ำละลัก "เหมือนซิมยอนกำลังช่วยสอนเธอเรื่องทำอาหาร แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยพอใจเลยต่อยเขาเข้า พวกเราสามคนได้ยินเสียงเอะอะเลยรีบเข้ามาช่วยจับเธอไว้ครับ จริงไหมพวกเรา?"
เกร็นหันไปมองซิมยอนที่พยายามยันกายลุกขึ้นมาจากพื้นและพิงหลังเข้ากับตู้กับข้าว
'สายตาแบบนั้น ฉันจำได้ดี แกกำลังขู่ฉันว่าแกจะทำให้ชีวิตฉันเหมือนตกนรกถ้าฉันไม่ยอมเล่นตามเกมของแกสินะ ฮ่าฮ่า ไอ้คนโง่เอ๊ย'
"ไม่ครับ" ซิมยอนกล่าว "ท่านอาจารย์ ลองตรวจดูอาหารในจานบนโต๊ะสิครับ เกร็นเข้ามาในครัวตอนที่เรากำลังทำกับข้าวแล้วบดเห็ดบางอย่างใส่ลงไป เขาต้องการให้ซาฟากินมัน ผมพยายามจะหยุดเขาแล้วก็เลยโดนแบบนี้ครับ" ทุกคำพูดที่ซิมยอนพูดออกมา เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
เขามีความสุข เพราะในที่สุดเขาก็ได้บอกความจริงเรื่องเกร็นเสียที
"ไม่จริงนะครั-"
"พอได้แล้ว!" ครอนตะโกนตัดบทเกร็นก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ท่านรู้ดีว่าซิมยอนไม่ใช่คนชอบโกหก และไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะโกหกในเมื่อคนที่ทำร้ายเขาอยู่ตรงนี้
"นับตั้งแต่นี้ไป พวกเธอสามคนจะไม่ได้กินข้าวแม้แต่มื้อเดียวในวันนี้ และถ้าพวกเธอใช้หมัดไม่เป็นที่ทางแบบนี้ ก็ไม่ต้องใช้มันอีกต่อไป ครูสั่งห้ามพวกเธอเข้าร่วมการฝึกจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่!" ครอนสั่งเสียงเฉียบ
เกร็นอยากจะเถียงใจจะขาด เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นจากท่าก้มหัวและสบตาเข้ากับครอน เขาก็ต้องหวาดผวา ออร่ารอบตัวครอนทำให้ท่านดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ด้วยความกลัวว่าถ้าพูดอะไรไปมากกว่านี้บทลงโทษจะหนักขึ้น เขาจึงเลือกที่จะเงียบกริบ
——
เป็นเวลาเที่ยงวัน ครอนนั่งอยู่ในห้องทำงาน จ้องมองเพดานพลางถอนหายใจยาว เมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
'เห็ดนั่น มันคือเห็ดพิษ สำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างซาฟา ปริมาณขนาดนั้นอาจถึงแก่ชีวิตได้เลย เกร็นไปเอาของแบบนั้นมาจากไหนกัน?' ครอนเริ่มส่ายหน้า พลางนึกถึงวันแรกที่เขาได้พบกับเกร็น
'ฉันเคยกลัวว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ฉันหวังว่าการขัดเกลาจะช่วยเปลี่ยนเขาได้ แต่ดูเหมือนเขาจะได้รับอิทธิพลจากอดีตของตัวเองมากเกินไปงั้นเหรอ? ฉันเองก็ถูกพรสวรรค์ของเขาบังตาจนเชื่อว่าจะปั้นเขาได้ นั่นคือความผิดพลาดของฉันเอง'
'นี่เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าฉันไล่เขาออกจากอาราม จะเกิดอะไรขึ้นตามมา? คนอื่นอาจจะเอาเขาไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดได้'
ท่านเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ พลางครุ่นคิดถึงวิธีรับมือที่ดีที่สุด เพราะรู้ดีว่าสถานการณ์อาจเลวร้ายลงไปกว่านี้
เวลาที่เหลือของวันดำเนินไปตามปกติ แม้แต่เกร็นและคู่แฝดก็ต้องทำงานบ้านของตน แม้จะช้าลงเพราะไม่มีแรงจากการขาดอาหาร
การพลาดมื้ออาหารสองมื้อสำหรับเด็กที่กำลังโตและต้องทำงานหนักนั้นเป็นเรื่องที่ลำบากมาก ทั้งซิมยอนและซาฟาต่างก็พยายามหลีกเลี่ยงทั้งสามคน และข่าวลือในหมู่เด็กคนอื่น ๆ ก็เริ่มแพร่สะพัด
"ฉันได้ยินมาว่ามันเป็นรักสามเส้านะ พวกเขาแย่งซาฟากันล่ะ!"
"ไม่หรอก เกร็นแค่หงุดหงิดที่ตัวเองเตี้ยน่ะ พลังงานมันเลยพลุ่งพล่านผิดที่ผิดทาง"
"นายหมายถึงเขาเป็นพวกนิสัยเสียใช่ไหม? เออ ฉันเห็นด้วยว่ะ"
ตั้งแต่เด็ก ๆ สังเกตเห็นว่าอาจารย์ครอนปฏิบัติกับพวกเขาต่างไปจากเดิม หลายคนก็เริ่มแสดงความอึดอัดออกมาอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยกล้าทำมาก่อน เมื่อมีอาจารย์ครอนคอยคุ้มครอง ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเคยลังเล พวกเขาจึงกล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจ และเกร็นก็ได้ยินทุกคำพูด
เขาบดเคี้ยวฟันไปมาในขณะที่กำลังขัดถูรูปปั้น
'ทุกอย่าง... ทุกอย่างที่ฉันสร้างมา ความเคารพที่ทุกคนเคยมีให้ฉัน มันพังพินาศหมดเพราะนัยนั่นคนเดียว!'
ในตอนเย็น เรซยังไม่กลับมาจากสำนักกองพันสีชาด แต่นักเรียนคนอื่น ๆ ยังคงทำการฝึกช่วงค่ำตามปกติ เป็นจริงตามที่ครอนพูด ฝาแฝดและเกร็นถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าร่วม
คู่แฝดรีบเข้านอนทันทีเพราะทั้งเหนื่อยและหิว ในขณะที่เกร็นไม่สามารถระงับความโกรธไว้ได้
'ฉันเข้าร่วมการฝึกไม่ได้ แล้วท่านยังไปสอนไอ้พวกสวะที่ต่อยไม่เป็นพวกนั้นอีกเหรอ! ทำไม! ทำไมกัน!' เกร็นเริ่มหายใจหอบถี่และมองไปรอบ ๆ จนสายตาไปหยุดอยู่ที่ห้องห้องหนึ่ง
ก่อนที่จะรู้ตัว เขาก็เดินเข้าไปข้างในและปิดประตูตามหลัง
"อ๊ากกก!" เกร็นกรีดร้องพลางยกเก้าอี้ในห้องฟาดลงกับพื้นจนพังยับเยิน จากนั้นเขาก็ยกเท้าขึ้นกระทืบลงบนโต๊ะ เขาทำลายทุกอย่างในห้องนี้ ทุกอย่างที่เป็นของเธอ แต่ความหงุดหงิดก็ยังไม่จางหายไป
เขาเดินเข้าไปที่ฟูกที่นอนแล้วรัวหมัดเข้าใส่ไม่ยั้ง มือของเขาจิกเกร็งราวกับกรงเล็บ เขาฉีกทึ้งผ้าชั้นบนออก ดึงเอาไส้ข้างในออกมาทีละนิด
"อ๊ากกกก!" เกร็นคำรามขณะที่ยังคงทำลายข้าวของต่อไป จนในที่สุดเขาก็หยุดลง หอบหายใจรัว
"ทั้งหมดนี่มันไร้ประโยชน์ ถ้าฉันฝึกไม่ได้หรือแข็งแกร่งขึ้นไม่ได้ ฉันไปจากที่นี่ซะยังจะดีกว่า" เมื่อก้มมองลงไป บางอย่างก็เตะตาเขาเข้า มันส่องประกายสีเหลืองนวลท่ามกลางเศษซาก : ผลึกอสูร
༺༻