- หน้าแรก
- ตื่นมาอีกทีเป็นเมจสายดาร์ก
- บทที่ 15
บทที่ 15
บทที่ 15
บทที่ 15 - จู่โจมทมิฬ
༺༻
เมื่อระบุตำแหน่งที่มาของเสียงได้แล้ว ดูเหมือนมันจะมาจากทางอาคารหลังใหญ่ทางขวาของเขา ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาตั้งใจจะมุ่งหน้าไปแต่แรก
'คนโง่เท่านั้นแหละที่จะวิ่งไปตามเสียงกรีดร้องแบบนั้น' เรซคิด 'นั่นมันคือสูตรสำเร็จของการไปหาที่ตายนัดชัด ๆ เราไม่ได้อยู่ในหนังยองขวัญซักหน่อย ดังนั้นเลี่ยงไปน่าจะดีที่สุด'
ด้วยความคิดนี้ เรซจึงตัดสินใจสำรวจชานพักด้านนอกที่ทอดยาวไปตามด้านข้างของอาคารหลังใหญ่ต่อไป ทว่าเสียงนั้นกลับรบกวนใจเรซด้วยเหตุผลหลายประการ
หนึ่ง ที่นี่คือประตูมิติสู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น แห่งที่มีสัตว์ประหลาดแบบเดียวกับที่เขาเคยเจอเมื่อตอนผ่านประตูมิติที่อัลเทเรียน พวกเขาไม่เคยเจอคนอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
'หรือว่าจะมีจอมเวทคนอื่นมาล่าที่นี่เหมือนกัน? สัตว์ร้ายที่นี่ดูไม่ได้มีระดับสูงนัก อย่างมากพวกจอมเวทก็น่าจะอยู่ประมาณ 2 ดาว หรือว่าจะเป็นคนจากดาวดวงนี้จริง ๆ เป็นครั้งแรกกันนะ'
เรซต้องหยุดความคิดกลางคัน เมื่อสัตว์ร้ายตัวเดิมจากก่อนหน้านี้ปรากฏตัวออกมาจากหลังลังไม้ลำหนึ่ง มันขู่คำรามและจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่คมกริบ
"ฉันเข้าใจความรู้สึกแกนะ ฉันเพิ่งฆ่าเพื่อนแกไปใช่ไหม? นั่นเป็นป้า พี่ชาย หรือน้องชายแกหรือเปล่า? ฟังนะ มาตกลงกันเถอะ ถ้าแกไม่ทำร้ายฉัน ฉันก็จะไม่ทำร้ายแก โอเคไหม?"
ทันทีที่พูดจบ สัตว์ร้ายก็กระโจนเข้าใส่เขากลางอากาศทันที สัตว์ประหลาดจากโลกอื่น หากเป็นประเภทเดียวกัน มักจะจู่โจมด้วยรูปแบบเดิมเสมอ
ในเวลาเดียวกัน พวกมันมักจะแสดงความเป็นศัตรูต่อทุกคนที่พบเจอเสมอ ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า นี่คือวิธีที่พวกเขาค้นพบการใช้ผลึกในร่างกายของพวกมันตั้งแต่แรก
แทนที่จะกลิ้งหลบ เรซรอจนถึงจังหวะที่เหมาะสม และจัดวางเท้าของเขาเหมือนที่เคยทำในการฝึก จากนั้นเขาก็กระโดดออกจากเท้าหลังและก้าวด้วยเท้าหน้า ชกหมัดออกไป พลังงานทมิฬหลั่งไหลออกมาจากหมัดนั้น
"จู่โจมทมิฬ!"
หมัดนั้นสั่นสะเทือนและซัดเวทมนตร์ออกมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ฉีกกระชากส่วนบนของหัวสุนัขตัวนั้นหายไป ฆ่ามันได้ในหมัดเดียวและทำให้มันล้มลงกองกับพื้น
'ผลจากการเพิ่มท่าก้าวสองจังหวะควบคู่ไปกับการชกหมัด ช่วยขยายพลังของชีพจรทมิฬได้จริง ๆ แม้ฉันจะไม่ได้สัมผัสโดนโดยตรง แต่มันก็แข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้เยอะ'
เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ แก่นแท้ทมิฬลอยออกมาจากสัตว์ร้ายที่ตายแล้วและไหลเข้าสู่ตัวเรซโดยตรง เมื่อมันเชื่อมต่อกับแกนทมิฬของเขา แหวนที่นิ้วของเขาก็ส่องสว่างขึ้นเช่นกัน
[ดูดซับแก่นแท้ทมิฬ 16/250]
แหวนทมิฬนี้มีผลอีกอย่างหนึ่ง คือเมื่อเชื่อมต่อกับแกนทมิฬแล้ว มันจะช่วยให้เขามีวิธีติดตามความถนัดในธาตุมืดได้ดียิ่งขึ้น ตอนนี้เมื่อบำเพ็ญแก่นแท้ทมิฬหรือฆ่าสัตว์ร้าย เขาจะรู้ได้ว่าเวทมนตร์ทมิฬของเขาแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด
สำหรับตอนนี้มันยังมีขีดจำกัดอยู่ แต่ทุกครั้งที่เขาเพิ่มระดับดาวของจอมเวท ขีดจำกัดก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้เวทมนตร์ทมิฬของเขาเติบโตขึ้นได้แข็งแกร่งกว่าเดิม
[ฟื้นฟูมานาบางส่วน]
ผลอีกอย่างของแหวนเริ่มทำงาน ทำให้เขาสามารถใช้ทักษะชีพจรทมิฬได้อีกครั้ง แต่มีบางอย่างที่ยังไม่ฟื้นตัว นั่นคือความอึดของเขา
'การใช้ท่าก้าวสองจังหวะ เพราะร่างกายที่อ่อนแอนี่ ทุกครั้งที่ใช้คู่กับชีพจรทมิฬ ผลของมันจะลดลง ฉันว่าร่างกายนี้ทำได้สมบูรณ์แบบแค่สามครั้งเท่านั้นแหละ อีกอย่าง การเรียกชื่อนี่มันดูสับสนจัง เอาเป็นว่าเรียกพวกมันว่า ชีพจรทมิฬ กับ จู่โจมทมิฬ ไปก่อนแล้วกัน'
สำหรับจอมเวท การเรียกชื่อคาถาถือเป็นส่วนสำคัญในการร่ายมนตร์ คนคนหนึ่งต้องมีภาพการก่อตัวของเวทมนตร์ในใจเมื่อแสดงทักษะที่ตนพูดออกมา
การตั้งชื่อให้กับรูปแบบคาถาแต่ละบทช่วยให้ภาพนั้นปรากฏในหัวได้ง่ายขึ้น ทำให้พวกเขามีโอกาสใช้การโจมตีได้เร็วขึ้นด้วยรูปแบบที่ถูกต้อง สรุปง่าย ๆ คือ คนเราเชื่อมโยงคำพูดเข้ากับรูปแบบการก่อตัว และมันจำคำพูดได้ง่ายกว่าการจำภาพรูปแบบในหัวเยอะเลยล่ะ
เขาได้รับผลึกมาอีกอันแล้ว และส่วนที่ดีที่สุดคือ ผลึกนี้เป็นของเขาเพื่อใช้งานเพียงผู้เดียว เขาไม่ต้องใช้มันเพื่อสร้างไอเทม แต่เขาสามารถใช้มันเพื่อเพิ่มพลังเวทของตัวเองแทนได้
เรซคุกเข่าลงพลางชื่นชมผลึกในมือพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
"หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!" เสียงหนึ่งตะโกนมาจากด้านหลัง เป็นเสียงที่ค่อนข้างแหลมสูง ฟังดูเหมือนเป็นผู้หญิง
'อย่าบอกนะว่า... ฉันอุตส่าห์เดินอ้อมเพื่อจะเลี่ยงทุกคนแล้วเชียว'
"นายไม่ได้รับอนุญาตให้มาที่นี่ นายเป็นใคร? บอกชื่อและที่มาของนายมา!" คนผู้นั้นสั่ง
"ไม่ได้รับอนุญาตงั้นเหรอ?" เรซพูดพลางลุกขึ้นยืนและหันกลับไป เขาอยากจะเห็นเหมือนกันว่าคนประเภทไหนที่กล้าพูดจาอวดดีแบบนี้
"เธอเป็นเจ้าของที่นี่หรือยังไง? เธอเป็นใครถึงมาถามหาการอนุญาต?" เรซถามด้วยความโกรธที่เริ่มครอบงำ วิธีที่คนผู้นี้พูดเตือนให้นึกถึงจอมเวทจองหองมากมายที่มักจะดูถูกคนอื่น
พวกปากว่าตาขยิบในหอคอยที่คอยสั่งสอนเรื่องต่าง ๆ แต่สุดท้ายก็ทำตามใจตัวเอง
เมื่อเห็นคนตรงหน้า เรซรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นพอสมควร เธอเป็นหญิงสาวอายุน้อย และเป็นคนที่สวยมากเสียด้วย ผมดำยาวตรงของเธอถูกรวบขึ้นเป็นหางม้า ขณะที่หน้าม้าส่วนหนึ่งปรกไปด้านข้าง
อย่างไรก็ตาม ผิวของเธอดูเหมือนจะเปล่งประกายได้แม้ในที่มืดแบบนี้ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจไม่ใช่ความสวยของเธอ เรซเคยเห็นจอมเวทที่สวยงามมานับไม่ถ้วน โดยเฉพาะพวกที่ใช้เวทมนตร์เสริมความงามและเปลี่ยนไปตามเทรนด์ เดี๋ยวทำปากให้อวบอิ่ม เดี๋ยวทำก้นให้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งทำหัวเข่าให้ใหญ่ก็เคยเป็นเทรนด์มาแล้ว!
สิ่งที่เรซประหลาดใจคือสิ่งที่เธอสวมใส่ เธอสวมชุดที่ทำจากผ้าสีขาวและทอง มันเข้ารูปช่วงหน้าอกและเอว แต่ดูหลวมเล็กน้อยที่แขน และในมือของเธอที่ชี้มาทางเรซคือดาบเล่มหนึ่ง
'นี่ เธอไม่ใช่จอมเวทแน่นอน เธอดูเหมือน...'
"นายต้องตอบฉัน!" หญิงสาวสั่งซ้ำ "พื้นที่แถบนี้เป็นของ สำนักดาบรุ่งอรุณ! จงบอกมาว่านายมาจากสำนักไหน ถ้าตอบไม่ได้ ฉันจะกำจัดนายซะตรงนี้ ฉันขอสาบานในนามของ เบียทริกซ์ ไฮบอร์น!"
ตอนนี้ชัดเจนแล้ว เรซมั่นใจที่สุด คนคนนี้มาจากโลกเดียวกับเขา ไม่ใช่โลกของจอมเวท แต่เป็นโลกของศิลปะการต่อสู้? นี่เขาเทเลพอร์ตมาที่พื้นที่อื่นงั้นเหรอ?
ไม่สิ เขามั่นใจจากสีของดวงจันทร์ ว่าที่นี่คือดาวเคราะห์ดวงอื่น แล้วทำไมถึงมีนักรบพากยามาอยู่ตรงหน้าเขาได้ล่ะ?
เรซลังเลว่าจะเอ่ยชื่อสำนักกองพันสีชาดดี หรือจะบอกว่าไม่มีสังกัดดี เพราะในทางเทคนิคแล้วเขาไม่ได้มาจากที่นั่น และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่านักรบคนนี้อยู่ระดับไหน
ในที่สุด เรซตัดสินใจเดิมพัน
"ฉันมาจากดาวดวงนี้" เรซตอบ
"จากดาวดวงนี้งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นนายก็เป็นแค่อสูรที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์สิ แกต้องตาย!" เบียทริกซ์พุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมดาบที่ชี้ตรงมา มันมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ชัดเจนว่าเธอสามารถใช้ปราณได้ และข้อสันนิษฐานของเขาที่ว่าเธอคือนักรบพากยานั้นถูกต้อง
'หลบไม่พ้นแน่... ร่างกายนี้ช้าเกินไป ฉันไม่มีทางเลือกแล้ว'
เรซไม่มีทักษะที่จะช่วยให้เขาเคลื่อนที่หลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว และเขาก็ไม่มีเวทมนตร์อื่น ดังนั้นเขาจึงทำในสิ่งที่ทำได้เพียงไม่กี่อย่าง เขาตั้งท่าและพุ่งตัวไปข้างหน้า
'ท่าก้าวสองจังหวะ หมอนี่คือนักรบพากยางั้นเหรอ!' เบียทริกซ์คิด 'แต่ นั่นมันทักษะพื้นฐานมากเลยนะ ทำไมถึงใช้ท่าแบบนั้นในสถานการณ์นี้ล่ะ?'
"จู่โจมทมิฬ!" เรซตะโกนลั่น ชกหมัดออกไปพร้อมกับรวบรวมเวทมนตร์ของเขา
การเคลื่อนไหวนั้นเรียบง่าย เรียบง่ายเกินไปทำให้เบียทริกซ์หลบการจู่โจมได้ และเธอแทงดาบสวนกลับมาด้วยปราณของเธอ ตรงไปยังหน้าอกของเรซ
'กะไว้แล้วว่าเธอต้องทำแบบนี้ พุ่งเข้าที่หน้าอกและกะเอาตาย... ไม่มีทางเลือกแล้ว มันจะใช้มานาของฉันไปเกือบหมด แต่ฉันต้องรอดให้ได้!'
"หทัยอำพราง!"
ดาบปะทะเข้าที่หน้าอกของเรซอย่างจัง ร่างทั้งร่างของเขาถูกซัดกระเด็นไปในอากาศ ร่างเขากระแทกทะลุอาคารหลังใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง และหายไปจากสายตาของเบียทริกซ์
"รู้สึกแปลก ๆ แฮะ" เบียทริกซ์คิดพลางมองที่ดาบของตน มันยังปกติดี แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือไหล่ของเธอเอง แม้ว่าหมัดจะไม่ได้โดนตรง ๆ แต่กลับมีบางอย่างที่กระแทกโดนเธอเข้า
"เขามาจากสำนักหรือฝ่ายไหนกันแน่?"
༺༻