- หน้าแรก
- จำใจเลวเพราะระบบเทพ
- บทที่ 22: เสน่ห์ดึงดูดแบบลูกผู้ชาย?
บทที่ 22: เสน่ห์ดึงดูดแบบลูกผู้ชาย?
บทที่ 22: เสน่ห์ดึงดูดแบบลูกผู้ชาย?
บทที่ 22: เสน่ห์ดึงดูดแบบลูกผู้ชาย?
แถบความคืบหน้า 100% ของหัวข้อ "ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา" มอบการยกระดับสมรรถภาพทางกายรอบด้านให้แก่หลินโหย่ว ไม่เพียงแต่ความฟิตที่เพิ่มขึ้น แต่กล้ามเนื้อ กระดูก และบุคลิกภาพของเขายังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีหลินโหย่วก็หน้าตาดีอยู่แล้ว แต่เป็นเพียงความหล่อแบบพื้นๆ ทั่วไป หลังจากการยกระดับครั้งนี้ เขาได้วิวัฒนาการร่างกลายเป็นหนุ่มหล่อมาดนักกีฬา ที่เปี่ยมไปด้วยฮอร์โมนพลุ่งพล่านและเสน่ห์ดึงดูดแบบชายชาตรีอย่างรุนแรง
หลินโหย่วก่นด่าระบบในใจอย่างดุเดือด: "แกนี่หาเรื่องให้ฉันจริงๆ เลยนะเนี่ย แบบนี้มันจะไม่กระทบเรื่องเรียนรึไง?"
แม้ได้รับการยกระดับจากระบบ แต่ร่างกายก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน ทันทีที่หลินโหย่วนั่งลง เขาก็รู้สึกท้องร้องโครกครากเสียงดังลั่น
โรงอาหารโรงเรียนคงไม่อาจเติมเต็มความหิวโหยระดับนี้ได้ เขาจึงวางแผนจะออกไปหาร้านอาหารข้างนอกเพื่อจัดหนักสักมื้อ
หลินโหย่วลองชวนเซี่ยซิงเมิ่งกับหวังเหลียนดูเล่นๆ ปกติแล้วเซี่ยซิงเมิ่งจะมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง มักจะกินข้าวเที่ยงกับหวังเหลียน และวางแผนเวลาพักเที่ยงกับเวลาอ่านหนังสือไว้อย่างเป๊ะๆ
เซี่ยซิงเมิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าตอบว่า "โอเค ไปกินด้วยกันสิ"
หลินโหย่วอึ้งไปเล็กน้อย "อ้อ... อื้อ"
ทั้งสามคนไปยังร้านอาหารร้านเดิมที่หลินโหย่วเคยเลี้ยงตู้จ้าวอวี่ เห็นได้ชัดว่าเจ้าของร้านยังจำคู่กรณี "ดินเนอร์ใต้แสงเทียน" ได้แม่น พอเห็นเจ้าหมอนี่พาผู้หญิงคนละคนมาถึงสองคน สีหน้าของเฮียแกก็ดูมีเลศนัยขึ้นมาทันที
นั่นสินะ ผลการเรียนดีไม่ได้การันตีสันดาน เด็กโรงเรียนเจ็ดอันเฉิงก็มีพวกเจ้าชู้ประตูดินอยู่ไม่น้อย...
หลินโหย่วไม่มีเวลามาสนใจสายตาตัดสินของเจ้าของร้าน เขารีบสั่งอาหารด้วยความหิวโซจนทนรอไม่ไหว ถึงขนาดวิ่งไปร้านข้างๆ ซื้อบะหมี่คลุกมาชามหนึ่งเพื่อรองท้องก่อน
เซี่ยซิงเมิ่งถามด้วยความสงสัย "นายหิวมากเลยเหรอ?"
หลินโหย่วตั้งหน้าตั้งตากิน กลืนบะหมี่คำโตลงคอไปหลายคำ จนกระทั่งกระเพาะเริ่มสงบลงบ้างแล้วถึงได้ตอบ
"เรียนมาทั้งเช้า แถมคาบพละยังวิ่งไปอีก 5 กิโล ตอนนี้ให้กินหมูทั้งตัวในสามคำก็ยังไหว"
"5 กิโล?" เซี่ยซิงเมิ่งแปลกใจมาก เด็กมัธยมปลายที่ไหนจะชอบวิ่งในคาบพละ? แถมยังวิ่งตั้ง 5 กิโล?
หลินโหย่วโพล่งออกมาว่า "ฉันเคยอ่านนิยายเจอ เขาบอกว่านักคณิตศาสตร์ระดับท็อปชอบวิ่งระยะไกลเพื่อสงบจิตใจและปรับกระบวนความคิด พร้อมกับบริหารหัวใจและปอด ร่างกายจะได้แข็งแรง ทุ่มเทเพื่องานวิจัยได้ดียิ่งขึ้น"
ยิ่งฟังเซี่ยซิงเมิ่งก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเหตุผล ดวงตาของเธอค่อยๆ เป็นประกาย "นายอ่านนิยายเรื่องอะไร?"
"ระบบสุดโกงของเด็กเทพ"
หวังเหลียนหูผึ่งทันที "ฉันเคยอ่าน! ฉันเคยอ่าน! เรื่องนั้นสนุกมาก!"
เซี่ยซิงเมิ่งงงเต็กทันที การเปลี่ยนแปลงช่วงนี้ของหลินโหย่วมันมากเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ แต่เธอรู้จักหวังเหลียนดี หวังเหลียนอ่านวรรณกรรมคลาสสิกไม่เคยจบสักเล่ม แค่เปิดหนังสือเรียนภาษาจีนไม่กี่หน้าก็หลับแล้ว หนังสือที่หวังเหลียนชอบ แถมชื่อเรื่องแบบนั้น... มันจะเป็นหนังสือที่มีสาระได้ยังไง?
"นิยายเว็บเหรอ?"
หลินโหย่วกับหวังเหลียนพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกัน
หวังเหลียนตาเป็นประกาย "เธอลองอ่านสิ สนุกมากเลยนะ"
เซี่ยซิงเมิ่งลังเลครู่หนึ่ง "ไม่ล่ะ นิยายเว็บก็แค่ความบันเทิง ไม่ต่างอะไรกับดูละคร ไวสอบเข้ามหาลัยเสร็จค่อยว่ากัน"
หลินโหย่วพยักหน้า สมเป็นเซี่ยซิงเมิ่งจริงๆ ตรงกับภาพจำของเธอในช่วงนี้เป๊ะ: จริงจังและหัวโบราณ
"งั้นปกติเธอไม่พักผ่อนหย่อนใจบ้างเลยเหรอ?"
เซี่ยซิงเมิ่งคิดนิดนึง "นอนกับเล่นกีตาร์นับไหม?"
"เธอเล่นกีตาร์เป็นด้วย? เก่งแค่ไหน?"
เซี่ยซิงเมิ่งตอบเรียบๆ "พ่อฉันเคยอยู่วงดนตรีสมัยหนุ่มๆ เป็นมือกีตาร์ ฉันเริ่มเรียนอูคูเลเล่ตอน 4 ขวบ เริ่มเล่นกีตาร์ตอน 7 ขวบ"
เซี่ยซิงเมิ่งไม่ได้อวด เธอแค่พูดความจริง แต่หลินโหย่วสัมผัสได้ถึงความเทพ... นี่มันส่วนผสมของพรสวรรค์จากสายเลือดและการฝึกฝนกว่าสิบปี
"ว่างๆ สอนฉันบ้างสิ"
เซี่ยซิงเมิ่งส่ายหน้า "ไม่มีเวลา ม.6 แล้ว ฉันมีเวลาแตะกีตาร์แค่วันอาทิตย์ชั่วโมงเดียว ไม่มีเวลาสอนนายหรอก"
หลินโหย่วรู้สึกเหมือนกำลังนั่งวาดวงกลมอยู่ที่มุมห้อง ทำไม "แฟนเก่า" คนนี้ถึงได้เย็นชานักนะ?
เห็นหลินโหย่วทำท่าทางเหมือนเจ็บปวดรวดร้าว เซี่ยซิงเมิ่งก็ลังเลนิดหน่อย "รอหลังสอบเข้ามหาลัยละกัน ถ้าตอนนั้นนายยังอยากเรียนอยู่ ฉันจะสอนให้"
เกมราชาแห่งการยัดทะนานยังไม่จบ หลินโหย่วแค่รู้สึกดราม่าเล่นๆ จนกระทั่งอาหารมาเสิร์ฟ เขาก็เปลี่ยนโหมดเป็นเครื่องจักรสังหารอาหารทันที
เนื่องจาก 'งบจีบสาว' มีเหลือเฟือ หลินโหย่วเลยจัดหนักกับข้าว 6 อย่าง ซุป 1 อย่าง บวกกับบะหมี่คลุกก่อนหน้านี้ เขาฟาดข้าวเปล่าไปอีก 4 ถ้วยใหญ่ ทำลายสถิติการกินจุที่สุดในชีวิตเท่าที่จำความได้
จนกระทั่งจานทุกใบเกลี้ยงเกลา หลินโหย่วถึงวางตะเกียบลงด้วยความอิ่มเอมใจ
ระหว่างทางกลับโรงเรียน หลินโหย่วแวะซื้อชานมไข่มุกอีก ขณะที่ทั้งสามคนกำลังเดินดูดชานมกลับ ก็บังเอิญเจอกับหลี่ชิงปัว เพื่อนร่วมห้องบ้านรวย
หลี่ชิงปัวเห็นหลินโหย่วแต่ไกล ตั้งใจจะทักทายอย่างกระตือรือร้น แต่พอมองเห็นเซี่ยซิงเมิ่งกับหวังเหลียนเดินขนาบข้างหลินโหย่ว มือที่ยกค้างไว้ครึ่งทางก็แข็งทื่อทันที เขาหันกลับไปมองเพื่อนซี้สองคนที่เดินตามหลังมา—
เมื่อก่อนหลินโหย่วการเรียนก็งั้นๆ ฐานะทางบ้านก็งั้นๆ แค่มีดีที่หน้าตาหล่อเหลา ก็เข้ากับสาวๆ ในห้องได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย... หลี่ชิงปัวผู้มีหน้าตาธรรมดาน้ำตาตกใน
สักวันฉันจะล้มล้างโลกที่มองคนแค่เปลือกนอกนี้ให้ได้!
รวยแล้วไง? เด็กมัธยมยังไม่เห็นค่าของเงินขนาดนั้นหรอก!
ดูอย่างเซี่ยซิงเมิ่งสิ ตอน ม.4 หลี่ชิงปัวเคยตามจีบ แต่ก็โดนเมินใส่...
ช่วงพักเที่ยง หลินโหย่วที่เติมพลังงานเต็มเปี่ยมยังคงคึกคัก เห็นได้ชัดว่าความคืบหน้า 100% ของ "ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา" ช่วยเพิ่มขีดจำกัดพลังงานของเขาด้วย
เขาอดไม่ได้ที่จะขยันทำโจทย์หนักกว่าเดิม ภารกิจสำหรับหัวข้อ "คณิตศาสตร์" และ "ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ" รวมกันแล้วยังต้องทำข้อสอบอีกเป็นร้อยชุด
เขียน เขียน เขียน แล้วก็เขียนเข้าไป!
ช่วงบ่าย หลินโหย่วยังคงวนเวียนอยู่กับการทำข้อสอบและวิ่งไปถามครู ด้วยแรงกระตุ้นจากเขา เซี่ยซิงเมิ่งกับหวังเหลียนก็เริ่มกระตือรือร้นในการไปถามโจทย์ที่ห้องพักครูมากขึ้น
ยังไงซะ ได้ความรู้แถมครูยังเอ็นดู สำหรับคนที่อยากอัปเกรดคะแนน มีแต่ได้กับได้!
หลังเลิกเรียนตอนเย็น หลินโหย่วกลับบ้านไปอาบน้ำเย็น เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านอ่านหนังสือซินหลิวตามนัด
ตู้จ้าวอวี่กับซูเหวินเหวินมาถึงก่อนเวลา จองโต๊ะสำหรับสามคนไว้แล้ว ทันทีที่หลินโหย่วนั่งลงข้างตู้จ้าวอวี่ เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาสองคู่ที่มองมาอย่างแปลกไปจากเดิม
หลินโหย่วหัวเราะในใจ เสื้อผ้าที่เขาเปลี่ยนหลังอาบน้ำคือเสื้อยืดแขนสั้นเข้ารูปที่โชว์สัดส่วน เป็นลูกไม้เล็กๆ ที่เขาจงใจงัดมาใช้เพื่อมาเจอตู้จ้าวอวี่ ตอนอาบน้ำเขาส่องกระจกเช็กหุ่นอยู่นาน จะพูดยังไงดี... ท่านพ่อระบบนี่สุดยอดจริงๆ!
หลินโหย่วแอบดีใจที่หัวข้อนี้คือ "ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา" ไม่ใช่ "ผู้เชี่ยวชาญด้านเพาะกาย" กล้ามเนื้อที่ได้มาจึงไม่ใช่แบบล่ำบึ้ก แต่เป็นแบบเพรียวกระชับและคมชัด ซึ่งตรงกับสเปกหนุ่มกล้ามสวยในอุดมคติของคนทั่วไป
ดูเหมือนว่าตู้จ้าวอวี่กับซูเหวินเหวินจะแพ้ทางหุ่นแบบนี้เข้าเต็มเปา
หลินโหย่วแกล้งกระแอมเบาๆ สองที แล้วกระซิบว่า "พวกเธอสองคนทำอะไรกัน? มาร้านหนังสือเสียตังค์เพื่อมาอู้งานเหรอ? ซูเหวินเหวิน น้ำลายเธอไหลแล้ว"
ซูเหวินเหวินสะดุ้งโหยง รีบยกมือเช็ดน้ำลายที่ไม่มีอยู่จริง พอรู้ตัวว่าโดนหลอก เธอก็ไม่กล้าโกรธ... ก็แหม เมื่อกี้เธอเล่นจ้องหุ่นหลินโหย่วจนแทบจะกลืนกินต่อหน้า 'อวี่เป่า' ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันค้ำคอจนเถียงไม่ออกชั่วขณะ
จ้องเขม็ง.
ตู้จ้าวอวี่หันขวับ พอเห็นว่าไม่มีน้ำลายที่มุมปากซูเหวินเหวิน เธอถึงได้แสร้งทำเป็นก้มหน้าทำโจทย์ต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
แต่ทว่า... ปลายหูของเธอแดงระเรื่อไปหมดแล้ว...
วันต่อมา
หลังจากกายบริหารช่วงพักใหญ่ พอเดินกลับเข้ามาในห้อง เพื่อนร่วมชั้นก็มุงดูประกาศที่แปะอยู่หลังห้องพร้อมกับพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น
"อะไรนะ? คืนสิทธิ์ให้นักเรียน ม.6 เข้าร่วมแข่งบาสเกตบอลประเพณีของโรงเรียนได้?"
"โรงเรียนใจกว้างขนาดนี้เลย? ข่าวลือที่ว่าพอยกเลิกเรียนภาคค่ำแล้วจะปล่อยผีเด็ก ม.6 นี่เรื่องจริงเหรอ?"
...หลินโหย่วเดินกลับมาจากถามโจทย์ครู ก็โดนเฉินหยาง กรรมการฝ่ายกีฬา ลากตัวไปทันที
"หลินโหย่ว ศึกบาสเกตบอลโรงเรียนครั้งนี้ ความหวังเรื่องรีบาวด์ของห้องเราฝากไว้ที่นายแล้วนะ!"
หือ?
เครื่องหมายคำถามเด้งขึ้นบนหัวหลินโหย่ว หลังจากฟังเฉินหยางอธิบาย เขาถึงได้เข้าใจ
ตอนแรกเขากะจะปฏิเสธ แต่พอนึกถึงหัวข้อ "ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา" ที่เพิ่งได้มาเมื่อวาน เขาก็เริ่มรู้สึกหวั่นไหวนิดๆ