- หน้าแรก
- จำใจเลวเพราะระบบเทพ
- บทที่ 21: ทักษะความคืบหน้า 100%!
บทที่ 21: ทักษะความคืบหน้า 100%!
บทที่ 21: ทักษะความคืบหน้า 100%!
บทที่ 21: ทักษะความคืบหน้า 100%!
อีกด้านหนึ่ง หลินโหย่วรีบกลับไปที่สนามฟุตบอล
สนามฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมเจ็ดอันเฉิงถูกล้อมรอบด้วยลู่วิ่งขนาด 400 เมตร นักเรียนชั้น ม.4 ที่เพิ่งเข้าใหม่บางส่วนกำลังฝึกวิ่งระยะสั้นกันอยู่บนลู่วิ่ง
หลินโหย่วเดินมาที่มุมหนึ่งของสนามฟุตบอลและวอร์มอัพร่างกายอีกครั้ง ในหัวขบคิดถึงภารกิจใหม่
ภารกิจนี้ถือว่ายากมากสำหรับหลินโหย่ว ซึ่งถูกระบบระบุว่ามีสมรรถภาพทางกายย่ำแย่เหมือนคนอายุสามสิบกว่า อาจต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายเดือนกว่าจะผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
แต่สำหรับหลินโหย่วในวัย 18 ปีที่ยังอยู่ในช่วงพีคของร่างกาย ข้อกำหนดของภารกิจนี้แม้จะไม่ง่าย แต่ถ้าเขายอมทุ่มสุดตัว หลินโหย่วก็สามารถทำมันให้สำเร็จได้ในตอนนี้เลย
ตามธรรมเนียมของระบบ ขอแค่ทำภารกิจสำเร็จก็จะได้รับรางวัล ต่อให้หลินโหย่วจะเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่ทันทีที่ได้รับทักษะ [ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา] ที่มีความคืบหน้า 100% เขาคาดการณ์ว่าร่างกายน่าจะฟื้นตัวได้ในทันที
ดังนั้นนี่จึงเป็นภารกิจที่คุ้มค่าความเสี่ยง ขอแค่อดทนกัดฟันวิ่งให้ครบ 5 กิโลเมตร
หลินโหย่วเคยเห็นอานุภาพของระบบแถบความคืบหน้ามาแล้ว เขาจึงรีบกลับมาที่สนามฟุตบอลโดยไม่หยุดพัก เพื่อพยายามทำภารกิจให้สำเร็จและรับทักษะ [ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา] ก่อนหมดคาบพละ
หลังจากวอร์มอัพข้อต่อต่างๆ อย่างง่ายๆ หลินโหย่วก็เริ่มออกตัววิ่ง เนื่องจากไม่มีนาฬิกาออกกำลังกาย เขาจึงทำได้แค่โหลดแอปออกกำลังกายมาชั่วคราว ถือโทรศัพท์ไว้ในมือ และเปิดโหมดวิ่งระยะไกลเพื่อจับเวลา
ชุดที่หลินโหย่วใส่มาวันนี้ค่อนข้างลำลอง แม้จะไม่ใช่ชุดกีฬาโดยเฉพาะ แต่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงผ้าฝ้ายขายาว และรองเท้าผ้าใบ ก็ถือว่าใส่วิ่งได้สบายอยู่
หลินโหย่วพยายามรักษาระดับความเร็วให้คงที่ เมื่อครบหนึ่งกิโลเมตร โทรศัพท์ก็ส่งเสียงรายงานเวลาที่ใช้ไป 4 นาที 27 วินาที
เด็กมัธยมปลายทั่วไปไม่ค่อยได้ฝึกวิ่งระยะไกลกันนัก หลินโหย่วเองก็เช่นกัน ตอนนี้เขาทำได้แค่อาศัยลูกฮึดวิ่งตะบึงไปข้างหน้า แต่เขารู้ดีว่ายิ่งวิ่งไปเรื่อยๆ แรงก็จะยิ่งตก ถ้าอยากวิ่ง 5 กิโลเมตรให้ทันภายใน 25 นาที เขาต้องตุนเวลาไว้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ เท่านั้น
กิโลเมตรที่สองหลินโหย่วใช้เวลาไป 4 นาที 21 วินาที เร็วกว่ารอบแรกเล็กน้อย ทั้งหมดเป็นเพราะร่างกายเขายังไม่ถึงขีดจำกัด
กิโลเมตรที่สามหลินโหย่วใช้เวลา 4 นาที 49 วินาที ความเร็วตกลงอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจเริ่มหอบถี่ และลำคอเริ่มแห้งผาก
เขาอดเสียใจไม่ได้ที่ไม่ได้ซื้อน้ำเปล่ามาวางเตรียมไว้ก่อน
เขามองไปรอบๆ และพบว่าไม่ไกลนัก มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถือขวดน้ำเปล่าอยู่สองขวด ขวดหนึ่งดื่มไปแล้วครึ่งหนึ่ง อีกขวดหนึ่งยังเต็มอยู่
หลินโหย่วพุ่งเข้าไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้น ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเธอ เขาชี้ไปที่คอตัวเอง แล้วชี้ไปที่ขวดน้ำเต็มขวดในมือเธอ พลางพูดเสียงหอบ: "เธอ... ขอยืมน้ำหน่อย รอฉันตรงนี้นะ วิ่งเสร็จแล้วจะจ่ายคืนให้สิบเท่าเลย"
พูดจบ เด็กสาวก็ยื่นน้ำให้หลินโหย่วไปตามสัญชาตญาณ หลินโหย่วกล่าวขอบคุณแล้วคว้าขวดน้ำไปทันที เขาหมุนฝาเปิดขณะวิ่งและกรอกน้ำเข้าปากไปสองอึก
หลังจากได้ดื่มน้ำเติมความสดชื่นและบรรเทาความแห้งผากในลำคอ หลินโหย่วก็พอจะมีแรงฮึดเพื่อวิ่งต่อในสองกิโลเมตรสุดท้าย
กิโลเมตรที่สี่ รวมเวลาที่เสียไปตอน 'ยืมน้ำ' ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 5 นาที 47 วินาที
หลินโหย่วก้มมองโทรศัพท์และคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว กิโลเมตรสุดท้ายต้องวิ่งให้ทันภายใน 5 นาที 36 วินาที ช้าไปแค่วินาทีเดียวก็ถือว่าภารกิจล้มเหลว
ร่างกายเขาเข้าใกล้ขีดจำกัดเต็มที การจะรักษาระดับความเร็วนี้ต่อไปดูจะเกินกำลังไปหน่อย แต่เขามั่นใจในระบบและเชื่อว่าต่อให้วิ่งจนเกือบตาย ขอแค่กัดฟันจนได้รับรางวัล ระบบก็จะช่วยชีวิตเขาได้ทันที
ดังนั้นในสายตาของเด็กผู้หญิงที่ถูกยืมน้ำเมื่อครู่ ใบหน้าหล่อเหลาของหลินโหย่วจึงดูถมึงทึงและบิดเบี้ยว ราวกับจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดในวินาทีถัดไป...
เด็กสาวคนนี้ชื่อจ้าวเฟยเฟย นักเรียนชั้น ม.5 ห้องคิงสายศิลป์ เดิมทีเธอไม่ได้เสียดายน้ำขวดเดียวนั้นหรอก หลังจากยืนอึ้งไปครู่หนึ่งเธอกำลังจะเดินจากไป แต่พอเห็นสภาพของหลินโหย่วที่ดูไม่ปกติ เธอก็ร้องเตือนด้วยความหวังดีหลายครั้ง— "นายๆ อย่าวิ่งต่อเลย ท่าทางจะไม่ไหวแล้วนะ..."
แต่เธอกลับเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงวิ่งต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สายตาจดจ้องแต่ลู่วิ่งข้างหน้า ไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสิ้น
เธออดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครวิ่งจนตาย... เธอจึงยั้งไว้และไม่ได้เรียกให้ใครมาช่วยหยุดเด็กหนุ่มตรงหน้า
ในที่สุด ประมาณสิบนาทีหลังจากเหตุการณ์ "ยืมน้ำ" ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะวิ่งจนครบกำหนด ความเร็วของเขาลดวูบลงทันที ก้าวเท้าเดินต่ออีกไม่กี่ก้าว แล้วก็—
ตุ้บ! เขาล้มลงบนพื้นหญ้าขอบสนามฟุตบอล ห่างจากจ้าวเฟยเฟยไปประมาณห้าสิบเมตร
ในสนามมีกลุ่มเด็กผู้ชายแบ่งทีมเตะบอลกันอยู่เต็มสนาม นอกจากจ้าวเฟยเฟยแล้ว ไม่มีใครสนใจคนวิ่งบนลู่วิ่งเลยสักคน
จ้าวเฟยเฟยตกใจจนรีบวิ่งเข้าไปดู กลัวว่าเด็กหนุ่มจะหัวใจวายตายคาที่ ในใจก็นึกตำหนิตัวเองที่ไม่น่าคิดไปตามความเคยชินเลย... ใครบอกว่าไม่มีคนวิ่งจนตัวตายกัน?!
...หลินโหย่วนอนแผ่หลาบนพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ น่อง ข้อเท้า หัวเข่า และฝ่าเท้าชาหนึบและเจ็บปวด ปอดแสบร้อนราวกับถูกไฟเผา หอบหายใจรุนแรงเหมือนเครื่องสูบลมพังๆ
"ติ๊ง!"
[ภารกิจ: วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร ภายในเพซ 5 นาที รางวัล: "ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา" ความคืบหน้า 100% (สำเร็จ)]
หลังจากเลือกรับรางวัลในแผงควบคุมในจินตนาการ วินาทีถัดมา หลินโหย่วก็รู้สึกถึงกระแสความเย็นสายหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากแผ่นหลัง กระแสน้ำนี้ไหลรินไปตามแขนขาและกระดูกราวกับลำธาร
กล้ามเนื้อน่องที่กระตุกเกร็งหยุดสั่นทันที ความรู้สึกแสบร้อนในปอดหายไปในพริบตา กล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยเริ่มรู้สึกคันยุบยิบ ราวกับมีฟองอากาศเล็กๆ นับไม่ถ้วนวิ่งพล่านอยู่ระหว่างเส้นใยกล้ามเนื้อ
ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าทุเลาลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความเย็นสบายเหมือนเพิ่งประคบน้ำแข็ง
หลินโหย่วดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นหญ้า ยกฝ่ามือขึ้นมาดูระดับสายตา เขาสังเกตเห็นว่าเส้นเลือดที่ปูนโปนบนแขนกำลังค่อยๆ ยุบลง แต่ชีพจรกลับเต้นแรงและมั่นคง—ราวกับว่าการวิ่ง 5 กิโลเมตรเมื่อครู่เป็นเพียงการวอร์มอัพเบาๆ เท่านั้น
"นาย... เป็นอะไรหรือเปล่า?"
เสียงของเด็กสาวดังขึ้นข้างตัว หลินโหย่วถึงได้ละความสนใจจากตัวเองหันไปมองคนข้างๆ
ตอนที่ยืมน้ำก่อนหน้านี้ หลินโหย่วสนใจแต่ขวดน้ำ จนตอนนี้ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเด็กสาวเจ้าของน้ำหน้าตาสะสวยมาก
เด็กสาวตรงหน้ามีผมสีดำยาวสลวยถึงเอว ปลายผมดัดลอนเล็กน้อย ผิวหน้าเรียวรูปไข่ขาวผ่องดุจหยกขาวเมื่อต้องแสงแดด ดวงตากลมโตคู่สวยราวกับซ่อนสระน้ำใสไว้ภายใน ขนตายาวทาบเงาจางๆ ใต้ดวงตา
เสื้อเชิ้ตฝ้ายสีขาวติดกระดุมเรียบร้อยจนถึงเม็ดที่สอง กระโปรงลายสก๊อตสีน้ำเงินเข้มทิ้งตัวนุ่มนวลจากเอว พลิ้วไหวเป็นริ้วๆ ตามแรงลม
ดูไม่เหมือนคนที่มาเรียนวิชาพละ แต่เหมือนสาวน้อยสายวรรณกรรมที่ออกมาเดินเล่นชมฤดูใบไม้ร่วงมากกว่า
หลังจากมองเด็กสาวตรงหน้า หลินโหย่วก็ตระหนักได้ว่าไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดทางกายที่หายไป แต่การมองเห็น การได้ยิน และการดมกลิ่นของเขาก็ดูเหมือนจะดีขึ้นด้วย
เด็กสาวยืนห่างออกไปประมาณสองเมตร แต่เขายังสามารถแยกแยะกลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอออกจากกลิ่นหญ้าในอากาศได้ สีสันรอบตัวดูสดใสขึ้น เสียงรองเท้ากระทบลูกฟุตบอลในสนามที่อยู่ไม่ไกลก็ชัดเจนสมจริงยิ่งขึ้น
ผลของการที่ทักษะ [ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา] เต็ม 100% นี้ ราวกับว่าหลินโหย่วได้รับการชำระไขกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นเหมือนในนิยายกำลังภายในเลยทีเดียว
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติยินดี จนลืมตอบคำถามเด็กสาวตรงหน้าไปชั่วขณะ
"นี่!"
เสียงของเด็กสาวนุ่มนวลราวกับขนมสายไหม
หลินโหย่วรู้สึกตัวว่าเสียมารยาท จึงรีบพูดขึ้น: "ขอโทษที ฉันเหม่อไปหน่อย ขอบใจมากนะเมื่อกี้ ถ้าไม่ได้น้ำของเธอ ฉันคงตายแน่ๆ"
จ้าวเฟยเฟยยังคงตกใจอยู่เห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้เธอเห็นหลินโหย่วหน้าตาบิดเบี้ยวล้มฟุบลงไป นึกว่าเขาตายไปแล้วจริงๆ เธอรีบวิ่งมาดู แต่พอมาถึงข้างตัว หลินโหย่วกลับกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความแตกต่างระหว่างก่อนหน้ากับตอนนี้ทำให้เธอเกือบคิดว่าโดนแกล้ง... ถ้าเธอไม่เห็นสภาพทุลักทุเลตอนเขามายืมน้ำแล้ววิ่งต่ออีกสองกิโลเมตร เธอคงคิดแบบนั้นแน่ๆ เพราะเธอเคยเจอผู้ชายรอบตัวพยายามเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีแปลกๆ มาเยอะ
เพียงแต่เธอไม่เคยเห็นใครทุ่มสุดตัวขนาดนี้มาก่อน... "นายไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?" จ้าวเฟยเฟยอดถามย้ำไม่ได้ ด้วยความใจดีเธอแค่อยากให้แน่ใจว่าหลินโหย่วไม่ได้อยู่ในภาวะ "ไฟวูบสุดท้ายก่อนดับ"
เมื่อต้องเผชิญกับความห่วงใยจากสาวสวยแปลกหน้า หลินโหย่วส่งยิ้มให้แล้วตีลังกากลับหลังโชว์ไปหนึ่งทีอย่างง่ายดาย "ขอบคุณที่เป็นห่วง เมื่อกี้ฉันแค่หมดแรงน่ะ นอนพักแป๊บเดียวก็หายแล้ว เธอ... ขอแนะนำตัวหน่อย ฉันชื่อหลินโหย่ว อยู่ ม.6 สะดวกให้แอดวีแชตไหม? ฉันจะโอนเงินคืนให้"
คำตอบของหลินโหย่วดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย แต่จ้าวเฟยเฟยเป็นเด็กสายศิลป์ จึงพยักหน้าทำท่าเหมือนเข้าใจ เธออยากจะปฏิเสธเรื่องแอดวีแชต เดิมทีที่เธอยืนรออยู่ตรงนี้ไม่ได้เพื่อรอให้หลินโหย่วใช้เงินคืน น้ำเปล่าขวดเดียวไม่ได้สลักสำคัญอะไรสำหรับเธอ แม้แต่จะให้คนแปลกหน้ากินฟรีก็ตาม
เธอแค่รอเพราะความใจดี กลัวว่าหลินโหย่วที่วิ่งอย่างบ้าคลั่งด้วย "ใบหน้าถมึงทึง" จะเป็นอันตราย
แต่พอมองดูหลินโหย่วที่รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาสดใส และเหงื่อไคลที่ไม่ได้ดูสกปรกซกมก กลับแผ่กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
ถ้าให้ใช้คำศัพท์ยอดฮิตในโลกออนไลน์มาบรรยาย ก็ต้องบอกว่าเต็มไปด้วย "เสน่ห์ดึงดูดทางเพศ"
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากระโปรงอย่างงงๆ ก้มหน้าเปิดคิวอาร์โค้ดวีแชต แล้วพูดเสียงเบา: "สวัสดี ฉันชื่อจ้าวเฟยเฟย อยู่ ม.5"
หลินโหย่วสแกนคิวอาร์โค้ดและเพิ่มเพื่อนชื่อ "จ้าวเฟยเฟย" ได้สำเร็จ ชื่อวีแชตเป็นชื่อจริง แสดงว่าเธอคงพอใจในชื่อของตัวเองมาก
หลินโหย่วโอนเงินไป 20 หยวน ยิ้มแล้วเขย่าโทรศัพท์โชว์ "เมื่อกี้บอกว่าจะคืนให้สิบเท่า ขอบคุณอีกครั้งนะจ้าวเฟยเฟย"
พูดจบ หลินโหย่วก็โบกมือลาจ้าวเฟยเฟย แล้วหันหลังเดินไปทางตึกเรียนชั้น ม.6
ใช่ จ้าวเฟยเฟยสวยมาก แล้วไงล่ะ?
ผู้หญิงสวยๆ ในโลกนี้มีเยอะแยะถมไป หลินโหย่วจะมาชอบทุกคนที่เห็นไม่ได้หรอก ภารกิจกลยุทธ์ในแผงระบบของเขามีเยอะจนต้องต่อคิวยาวไปถึงปีใหม่แล้ว เขาจะเอาเวลาที่ไหนมาคุยกับสาว ม.5 กันล่ะ
เมื่อเดินมาถึงอ่างล้างหน้าสาธารณะข้างตึกเรียนชั้น ม.6 หลินโหย่วถอดเสื้อแขนสั้นออกโดยไม่สนใจนักเรียนที่เดินผ่านไปมา แล้วมุดหัวเข้าไปใต้ก๊อกน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา หลังจากล้างผมเสร็จ หลินโหย่วก็สะบัดหัวไปมาเพื่อไล่หยดน้ำออกให้มากที่สุด จากนั้นวักน้ำขึ้นมาเช็ดเหงื่อตามตัวท่อนบน เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็ขยี้ซักเสื้อแขนสั้นครู่หนึ่ง บิดให้แห้งหมาดๆ แล้วสวมกลับเข้าไป เตรียมใช้อุณหภูมิร่างกายทำให้มันแห้ง
ช่วงใกล้เที่ยง อุณหภูมิสูงถึง 32 องศาเซลเซียส หลินโหย่วที่เพิ่งได้รับทักษะ [ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา] ขั้นสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายและสมรรถภาพแข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว จึงไม่กลัวว่าจะป่วยแต่อย่างใด