- หน้าแรก
- รับบทชาวมุงอยู่ดีๆ ท่านทรราชก็ดันมาคลั่งรัก
- บทที่ 29 ฮ่องเต้นะไม่ใช่คนเก็บของเก่า
บทที่ 29 ฮ่องเต้นะไม่ใช่คนเก็บของเก่า
บทที่ 29 ฮ่องเต้นะไม่ใช่คนเก็บของเก่า
บทที่ 29 ฮ่องเต้นะไม่ใช่คนเก็บของเก่า
"นายกองทหารองครักษ์เหยียนคัง ฝ่าฝืนกฎกองทัพ ลงโทษโบยหนึ่งร้อยไม้ และปลดออกจากตำแหน่งทหารองครักษ์"
"จุ๊ๆ โดนโบยตั้งหนึ่งร้อยไม้ ต่อให้เหยียนคังไม่ตายก็คงพิการ"
ฉู่หลิวเจิงซึ่งกำลังเข้าเวรดึกในตำหนักเหวินหัว ตาลุกวาว ยกนิ้วโป้งให้เสี่ยวเซี่ยจื่อในใจเงียบๆ
ว่าแต่เหยียนคังนี่ใครหว่า?
ฮ่องเต้ได้ยินเสียงความคิดของนาง ก็หันไปมองสตรีที่อู้งานต่อหน้าต่อตาพระองค์อีกแล้ว ทรงกระแอมเบาๆ แล้วตรัสว่า "ฝนหมึก"
ฉู่หลิวเจิงหยุดอ่านข่าวซุบซิบ หันไปมองหัวหน้าขันทีโจว
—เขาเรียกท่านน่ะ ไปสิ!
โจวหยวนเต๋อคิดในใจว่าฝ่าบาทไม่ได้เรียกเขาเสียหน่อย ทำไมเขาต้องไปด้วย?
เท้าเขายังคงตรึงอยู่กับที่ แต่สายตาพยักพเยิดไปทางฉู่หลิวเจิง
—ฝ่าบาทเรียกเจ้าต่างหาก รีบไปสิ!
ฉู่หลิวเจิง... ก็ไม่ขยับเช่นกัน
"เงินเดือนก้อนเดียวจะให้ทำงานสองตำแหน่งหรือไง? ทรราชไม่ได้เอ่ยชื่อฉันสักหน่อย"
ฮ่องเต้: "..."
พระองค์อดทบทวนตัวเองไม่ได้ หรือว่าเบี้ยหวัดรายเดือนที่ให้จะน้อยไปจริงๆ?
ผลจากการที่ทั้งโจวหยวนเต๋อและฉู่หลิวเจิงต่างเล่นสงครามประสาทไม่ยอมขยับตัว ก็คือไช่เยว่เป็นฝ่ายขยับ
นางก้าวออกมา ม้วนแขนเสื้อสีชมพูควันบุหรี่เผยให้เห็นข้อมือขาวผ่องดุจหยวกกล้วย ตักน้ำชาเพียงเล็กน้อยลงในแท่นฝนหมึก ใช้นิ้วเรียวคีบแท่งหมึกจูซา แล้วเริ่มลงมือฝนหมึก
สาวงามก้มหน้าลง ท่าทางอ่อนช้อยนอบน้อม เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียนโดยไม่ได้ตั้งใจ ชวนให้ผู้คนหลงใหล
ข้อมือบอบบางหมุนวนแผ่วเบา หมึกละลายไปกับสายน้ำ
ขนตายาวงอนดุจปีกผีเสื้อกระพริบไหวตามแรงขยับ ส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจ ปั่นป่วนหัวใจคนรอบข้าง
ฮ่องเต้ปรายตามองสาวงามข้างกาย แววตาไหววูบเล็กน้อย
"อุ๊ยตาย~ เขามองแล้ว เขามองแล้ว!"
"ว้าว ว้าว ว้าว! พี่หญิงไช่เยว่รู้จักยั่วยวนเป็นด้วยแฮะ ซ่อนรูปจริงๆ"
"สายตาเจ้าเล่ห์แบบ 'ผู้หญิงคนนี้ เธอเรียกร้องความสนใจจากฉันได้สำเร็จ' นี่มันอะไรกัน ทรราชชอบแนวนี้สินะ จุ๊ๆ มีสาวงามมาเพิ่มกลิ่นหอมในห้องทรงอักษร เป็นฉัน ฉันก็ชอบ"
หางตาของฮ่องเต้กระตุกยิก ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงคิดแต่เรื่องเพ้อเจ้อพวกนี้ได้ตลอดนะ! คิดเรื่องที่เป็นผู้เป็นคนบ้างไม่ได้หรือไง!
"เอ๊ะ ทำไมทรราชยังไม่ทำอะไรอีก?"
"ตามพล็อตนิยายท่านประธานจอมเผด็จการ ตอนนี้ทรราชควรรวบตัวสาวงามเข้ามาในอ้อมกอด แล้วโบกมือไล่คนอื่นออกไป เพื่อทดสอบความแข็งแรงของโต๊ะทรงพระอักษรกับสาวงามไม่ใช่เหรอ?"
ฮ่องเต้: "..."
"หรือข่าวลือจะเป็นจริง ที่ทรราชไม่ค่อยไปหาเหล่านางสนม เป็นเพราะเขา 'เรื่องบนเตียงไม่ได้เรื่อง' หรือเปล่า?"
ฮ่องเต้: "..."
เจิ้นแข็งแรงดี!
"แปลกแฮะ ในระบบก็ไม่มีบันทึกไว้ ไหนดูซิ คราวที่แล้วทรราชกับฉุนฉางไจ้..."
"แค่ก แค่ก แค่ก!" จู่ๆ ฮ่องเต้ก็ไอโขลกออกมาอย่างรุนแรง ดึงดูดสายตาของทุกคนในตำหนักเหวินหัว
ไช่เยว่รีบขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกไปช่วยลูบพระอุระฮ่องเต้อย่างรู้ใจ
"อุ๊ยต๊าย~ แตะตัวแล้ว นางแตะตัวเขาแล้ว!"
ดวงตาของฉู่หลิวเจิงเป็นประกายวิบวับ
"ทรราช รีบคว้ามือนุ่มๆ ของสาวงามเร็วเข้า!"
ทรราชไม่ได้คว้ามือไว้ แต่กลับปัดมือที่กำลังลูบคลำหน้าอกเขาออก
พระองค์จ้องมองนางกำนัลตรงหน้า แล้วตรัสถามเสียงเย็น "เจ้าใช้น้ำหอมหรือ?"
แก้มของไช่เยว่แดงระเรื่อ ก้มหน้าลงเล็กน้อย ตอบรับเสียงเบา "เพคะ"
มิน่าล่ะ เมื่อกี้เขาถึงรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก
ฮ่องเต้ปิดจมูกด้วยความรังเกียจ สั่งเสียงเฉียบขาด "ลากตัวออกไป ล้างตัวให้สะอาดที่สระจันทร์เสี้ยว!"
สระจันทร์เสี้ยวเป็นสระน้ำจำลองขนาดเล็กหลังตำหนักเหวินหัว ตั้งชื่อตามรูปร่างที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ในสระมีบัวและปลาคาร์ปแดงอยู่สิบกว่าตัว ยามที่ฮ่องเต้ทรงเหนื่อยล้าจากการตรวจฎีกา มักจะมาเดินเล่นที่นี่
ในยามปลายฤดูใบไม้ร่วง ลมราตรีพัดโชย น้ำในสระย่อมเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ
"จุ๊ๆ สั่งให้คนไปอาบน้ำเย็นกลางดึกแบบนี้ ทรราชรู้จักคำว่า 'ถนอมบุปผา' บ้างไหมเนี่ย?"
ถนอมบุปผา?
ฮ่องเต้มองไช่เยว่ที่ถูกขันทีสองคนหิ้วปีกออกไปด้วยสายตาเหยียดหยาม หน้าตาแบบนั้น แถมผู้หญิงในความคิดของนางยังดูไม่ได้เรื่องสักคน จะให้เขาไปถนอมลงได้ยังไง?
เขาเป็นฮ่องเต้ ไม่ใช่คนเก็บของเก่า
หากไช่เยว่รู้ว่าตนถูกฮ่องเต้ซุ่นกวงเปรียบเป็นของเก่า นางคงร้องไห้จนกำแพงเมืองจีนถล่มลงมาสักสองรอบแน่ๆ
แค่ตอนนี้สภาพนางก็ดูไม่จืดแล้ว น้ำตาไหลอาบแก้มขาวผ่องดั่งไข่มุกร่วงหล่น บวกกับใบหน้าที่ตื่นตระหนก ช่างดูน่าสงสารจับใจ
ฉู่หลิวเจิงลอบเลิกคิ้ว
แม่นางคนนี้มีชั้นเชิงเหนือกว่าคนก่อนๆ ดูการร้องไห้เงียบๆ ไร้เสียงโวยวายนั่นสิ แม้แต่นางเห็นแล้วยังอดสงสารไม่ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้ทรราชใจอ่อนได้จริงๆ
จะให้ใจอ่อนคงเป็นไปไม่ได้
ฮ่องเต้เพียงแค่รู้สึกว่ากลิ่นฉุนกึกยังคงอบอวลอยู่รอบตัว ทำให้หงุดหงิดรำคาญใจ
พระองค์โยนฎีกาทิ้ง ตรัสอย่างหัวเสีย "เตรียมน้ำสรง"
โจวหยวนเต๋อรีบสั่งคนให้จัดเตรียมทันที
ฉู่หลิวเจิงเห็นว่าไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเตรียมจะก้าวเท้าตามโจวหยวนเต๋อออกไป แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง "กลับมา"
ฉู่หลิวเจิงขยับตัวหลบฉากตามสัญชาตญาณ แล้วบอกกงกงโจวว่า "กงกงโจว ฝ่าบาทเรียกท่านเจ้าค่ะ"
โจวหยวนเต๋อ: "..."
ฝ่าบาทเรียกเจ้าชัดๆ
เขาส่งสายตาประมาณว่า 'ทำหน้าที่ให้ดีล่ะ' ให้ฉู่หลิวเจิง แล้วรีบก้าวเท้าออกจากประตูตำหนักไป
ฉู่หลิวเจิง: "..."
"บ้าจริง! ไอ้ขันทีเจ้าเล่ห์ ทิ้งกันดื้อๆ เลยนะ! ปล่อยให้ฉันเผชิญพายุอารมณ์อยู่คนเดียว!"
ฉู่หลิวเจิงสูดลมหายใจเข้าลึก หมุนตัวกลับเดินไปที่โต๊ะทรงงาน ก้มหน้าถวายความเคารพ "หม่อมฉันน้อมรับพระบัญชาเพคะ"
ฮ่องเต้จ้องมองนางครู่หนึ่ง ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยออกมาสองคำ "ฝนหมึก"
"เพคะ"
"ฝนหมึก ฝนหมึก แล้วก็ฝนหมึก หมึกเยอะขนาดนี้จะใช้หมดชาติไหน?"
มองดูสตรีข้างกายที่ในใจก่นด่าเขาไม่หยุด แต่สีหน้ากลับเรียบเฉยไร้ความรำคาญ ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้น "เททิ้ง แล้วฝนใหม่"
ฉู่หลิวเจิง: "..."
เอาที่สบายใจเลย เป็นฮ่องเต้จะเอาแต่ใจยังไงก็ได้ใช่ไหมล่ะ?
นางเทหมึกในแท่นฝนทิ้งลงในโถกระเบื้องมุมห้องอย่างว่าง่าย เช็ดหน้าแท่นจนสะอาด แล้วเดินกลับมาตั้งหน้าตั้งตาฝนหมึกใหม่
ฮ่องเต้ไม่ได้ตรวจฎีกา เพียงแค่ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองดูนางอย่างเกียจคร้าน สายตาไล่เลี่ยจากโครงหน้าด้านข้างที่ขาวผ่องนวลเนียนลงมายังมือของนาง
มือคู่นั้นขาวดั่งหยก นิ้วเรียวยาว เป็นมือที่งดงาม เหมาะแก่การทำงานศิลปะอันประณีต
เมื่อกี้มือคู่นั้นก็ดูเหมือนจะขาวเหมือนกันนะ
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วพยายามนึกย้อนดู เมื่อครู่เขาแค่ปรายตามองผ่านๆ ไม่ได้จดจำอะไรมากนัก
แต่คงไม่สวยเท่ามือคู่นี้หรอก
แผ่นหลังของฉู่หลิวเจิงเกร็งขึ้นเล็กน้อย การถูกฮ่องเต้จ้องมองทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ทรราชจ้องมือฉันทำไม? ฉันไม่ได้อู้งานสักหน่อย!"
"หรือทรราชจะคิดว่ามือฉันสวย เลยอยากตัดไปสตัฟฟ์เก็บไว้ดูเล่น?"
"แง ไม่เอานะ!!!"
ฮ่องเต้ผู้ซึ่งแค่คิดว่ามือสวยดีเลยอยากมองนานๆ หน่อย: "..."
สายตาของพระองค์เลื่อนกลับไปที่ใบหน้าของฉู่หลิวเจิง แล้วถามว่า "ทำไมเจ้าถึงไม่ใช้น้ำหอม?"
ฉู่หลิวเจิงวางแท่งหมึก ย่อกายคารวะก่อนตอบ "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ชอบเพคะ"
"ใช่ว่าไม่ชอบซะหน่อย! แต่น้ำหอมมันแพง! แพงหูฉี่เลยต่างหาก!!"
"ทำงานเหนื่อยแทบตายทั้งเดือน ได้เงินแค่ห้าตำลึง ต้องเจียดไปเป็นค่าสังคมตั้งสองตำลึงกว่า ที่เหลือต้องเก็บไว้เผื่อเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีเหตุฉุกเฉิน ใครจะกล้าใช้สุรุ่ยสุร่าย?"
"แถมยังต้องเก็บเงินไว้รอออกจากวังไปใช้ชีวิตวัยเกษียณอีก จะให้เอาเงินไปละลายกับเครื่องประทินโฉมพวกนี้ได้ยังไง"
ฮ่องเต้ชินชากับความปากไม่ตรงกับใจของนางเสียแล้ว ปากพูดอย่าง ในใจคิดอีกอย่าง
ผู้หญิงคนนี้ต้องรับใช้หน้าพระพักตร์ไปอีกนาน ไม่ใช้น้ำหอมพวกนั้นแหละดีแล้ว จมูกเขาจะได้ไม่ต้องทรมาน
เมื่อเห็นฮ่องเต้ไม่ซักถามต่อ ฉู่หลิวเจิงก็หยิบแท่งหมึกขึ้นมาฝนต่อ
"ฝนเข้าไป ฝนเข้าไป ทรราชต้องหัวล้านเข้าสักวันแน่!"
ฮ่องเต้: "..."
"ฝ่าบาท ห้องสรงพร้อมแล้วพะยะค่ะ" โจวหยวนเต๋อกราบทูลจากด้านนอก "เชิญเสด็จพะยะค่ะ"