- หน้าแรก
- รับบทชาวมุงอยู่ดีๆ ท่านทรราชก็ดันมาคลั่งรัก
- บทที่ 19 สามสิบหัวล้าน สี่สิบอายุสั้น
บทที่ 19 สามสิบหัวล้าน สี่สิบอายุสั้น
บทที่ 19 สามสิบหัวล้าน สี่สิบอายุสั้น
บทที่ 19 สามสิบหัวล้าน สี่สิบอายุสั้น
ฉู่หลิวเจิงแสร้งทำเป็นขมวดคิ้วมุ่น "กงกง ท่านไม่ได้ส่งคนไปจริงๆ หรือเจ้าคะ?"
หวังจิ้นจงส่ายหน้า "หากแม่นางไม่เชื่อข้า ก็ลองไปถามทุกคนในกรมวังดูได้เลยว่าข้าพูดปดแม้แต่ครึ่งคำหรือไม่"
กรมวังเป็นถิ่นของท่าน ต่อให้ท่านชี้กวางเป็นม้า พวกเขาก็ต้องพยักหน้าเห็นด้วยอยู่แล้ว
"ข้าย่อมเชื่อใจกงกงอยู่แล้วเจ้าค่ะ" ฉู่หลิวเจิงกล่าว "เพียงแต่ฝ่าบาททรงรับสั่งให้ข้ามาชี้ตัวคน ข้าจึงต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เป็นความผิดของข้าเองที่มารบกวนเวลานอนของกงกง ต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ"
นางย่อกายคารวะ แต่หวังจิ้นจงไม่กล้ารับไว้เต็มที่
เขาพอจะได้ยินข่าวลือมาบ้าง และเมื่อเห็นท่าทีนอบน้อมที่โจวหยวนเต๋อมีต่อนาง ไม่แน่ว่าในอนาคตนางอาจจะกลายเป็นเจ้านายที่อยู่เหนือพวกเขา
ทั้งสามคนพูดคุยตามมารยาทกันอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งฉู่หลิวเจิงเริ่มรู้สึกคอแห้ง ในที่สุดพวกขันทีจากกรมวังก็มาถึง
หวังจิ้นจงเอ่ยเสียงเข้มกับเหล่าขันที "ใครชื่อเจี่ยหมิง? ก้าวออกมา"
สิ้นเสียง ขันทีสามคนก็ก้มหน้าก้าวออกมาทันที ทั้งสามคนรูปร่างสูงโปร่ง ชื่อว่าเสี่ยวหยวนจื่อ เสี่ยวหยวนจื่อ และเสี่ยวหยวนจื่อ ซึ่งออกเสียงเหมือนกันหมด
หวังจิ้นจงกวักมือเรียก ทั้งสามจึงเดินเข้ามา ยืนเรียงหน้ากระดานต่อหน้าฉู่หลิวเจิง
หวังจิ้นจงหันไปยิ้มให้ฉู่หลิวเจิง "คนมาครบแล้ว เชิญแม่นางชี้ตัวได้เลย"
"ขอบคุณกงกงหวังเจ้าค่ะ" ฉู่หลิวเจิงพยักหน้าให้เขา ก่อนจะหันไปสั่งขันทีทั้งสาม "เงยหน้าขึ้น"
ทั้งสามเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน สายตามองตรงไปข้างหน้า
ฉู่หลิวเจิงกวาดตามองใบหน้าของพวกเขาที่ละคน หัวใจพลันดิ่งวูบลงเล็กน้อย
เป็นอย่างที่คิด ขันทีน้อยที่วางยานางใช้ชื่อปลอม
ข่าวซุบซิบในระบบกินเผือกนั้นมีมากมายมหาศาล แต่ฉู่หลิวเจิงเป็นโฮสต์ เรื่องราวของตัวนางเองจึงไม่ถูกบันทึกไว้ นางทำได้เพียงแกะรอยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเองจากเรื่องชาวบ้านเท่านั้น
อีกอย่าง ระบบจะบันทึกเฉพาะสิ่งที่พูดหรือทำที่เข้าข่ายข่าวซุบซิบเท่านั้น ความคิดในใจไม่นับ
แม้การใช้ระบบกินเผือกตรวจสอบข่าวสารจะได้ผลดี แต่มันก็มีข้อเสีย คือไม่มีภาพ ไม่มีวิดีโอประกอบ
ถ้านางไม่รู้ชื่อ ก็จับคู่กับข่าวซุบซิบไม่ได้ และถ้ารู้ชื่อปลอม ก็จะกินเผือกผิดลูก
ปกติแล้วก็ไม่เป็นไรหรอก การกินเผือกก็แค่เรื่องสนุกๆ คนชอบเผือกกินลูกไหนก็อร่อยทั้งนั้น
แต่สถานการณ์อย่างวันนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
จริงอยู่ที่ในกรมวังมีคนชื่อ 'เจี่ยหมิง' (ชื่อพ้องเสียงกับคำว่าชื่อปลอม) อยู่จริง แต่เจี่ยหมิงคนนี้ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง
ความคิดของฉู่หลิวเจิงหมุนวนอย่างรวดเร็ว นางเปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง แล้วค้นหาข่าวซุบซิบที่เกี่ยวข้องกับชุยอวิ๋น
นางไม่ค่อยสร้างศัตรู ช่วงนี้คนเดียวที่คิดปองร้ายนางก็มีแต่ชุยอวิ๋น
ต้องมัดนางพาไปที่ตำหนักเจ้าเสวี่ย แผนการของชุยอวิ๋นถึงจะสำเร็จ ดังนั้นขันทีน้อยที่มาหานางจะต้องเกี่ยวข้องกับชุยอวิ๋นแน่ๆ เมื่อครู่นางอาจจะโมโหจนมองข้ามอะไรบางอย่างไป
ฉู่หลิวเจิงเริ่มขุดคุ้ยเรื่องราวของชุยอวิ๋นตั้งแต่เข้าวัง
ข่าวซุบซิบหลายเรื่องไหลผ่านสายตา คำสำคัญต่างๆ ประทับลงในสมอง
ทันใดนั้น สายตาของนางก็หยุดชะงัก
"จับคู่?"
"เสี่ยวอินจื่อ ขันทีดูแลห้องเก็บของในกรมวังเป็นคนบ้านเดียวกับชุยอวิ๋น เขาอยากจะจับคู่เป็นสามีภรรยากับชุยอวิ๋น แต่ชุยอวิ๋นไม่เล่นด้วย"
"เมื่อวานซืน จู่ๆ ชุยอวิ๋นก็เป็นฝ่ายไปหาเสี่ยวอินจื่อเพื่อรำลึกความหลัง บอกว่ายินดีจะจับคู่กับเขาแล้ว"
"จุ๊ๆ เวลาช่างประจวบเหมาะอะไรขนาดนี้?"
"เสี่ยวอินจื่อ" ฉู่หลิวเจิงเผลอหลุดปากทวนชื่อนั้นออกมา
"แม่นางว่าอะไรนะ?" หูของโจวหยวนเต๋อนั้นไวมาก "เสี่ยวอินจื่อหรือ?"
"เสี่ยวอินจื่อ?" หวังจิ้นจงนึกว่าเปลี่ยนตัวคนหาแล้ว จึงรีบตะโกนสั่งเหล่าขันที "ใครชื่อเสี่ยวอินจื่อ ก้าวออกมา"
ชั่วอึดใจ ขันทีน้อยรูปร่างเตี้ยคนหนึ่งก็เดินออกมาจากฝูงชน เมื่อดูใกล้ๆ จะเห็นว่าขาสองข้างของเขาสั่นระริก
หวังจิ้นจงสั่ง "เข้ามานี่"
ขันทีน้อยเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
ฉู่หลิวเจิงมองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่ตามหา แต่ก็ยังถามออกไป "เจ้าคือเสี่ยวอินจื่อหรือ?"
ขันทีน้อยพยักหน้า "ทูลแม่นาง ข้าน้อยเสี่ยวอิงจื่อขอรับ"
ฉู่หลิวเจิง: "..."
แค่แยกเสียงหน้าเสียงหลัง (อิน กับ อิง) ไม่ออกก็แย่แล้ว นี่ถึงกับแยกเสียงวรรณยุกต์ไม่ออกเชียวหรือ?
"หูหาเรื่อง!" หวังจิ้นจงยกมือตบหัวเสี่ยวอิงจื่อฉาดใหญ่ ตวาดอย่างหัวเสีย "ข้าเรียกเสี่ยวอินจื่อให้ก้าวออกมา เจ้าเสนอหน้าออกมาทำไม?"
"เสี่ยว... เสี่ยวอินจื่อไม่สบายขอรับ เขามีไข้ลุกไม่ไหว" เสี่ยวอิงจื่อทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ น้ำเสียงเจือความน้อยใจ "ข้าน้อยพักอยู่ห้องเดียวกับเขา ก็แค่อยากจะออกมาบอกแทนเขาเท่านั้นเอง"
"ป่วยหนักขนาดลุกไม่ขึ้นเชียวรึ?" แววตาของหวังจิ้นจงฉายแววอำมหิต สั่งลูกน้องคนสนิทสองคนให้ไปลากตัวมา
ไม่นานนัก คนก็ถูกหามมา
เมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน ดวงตาของฉู่หลิวเจิงก็โค้งลงเป็นรอยยิ้มทันที "กงกงน้อย จำข้าได้หรือไม่?"
"แม่นางล้อเล่นแล้ว" ใบหน้าของเสี่ยวอินจื่อซีดเซียวเพราะพิษไข้ ก้มหน้าต่ำ "ข้าน้อยไม่เคยพบเจอแม่นางมาก่อน"
หวังจิ้นจงมองเสี่ยวอินจื่อ แล้วหันมองฉู่หลิวเจิง ถามย้ำ "แม่นาง แน่ใจนะว่าเป็นคนนี้?"
—อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนของกรมวัง ต้องถามให้ชัดเจนจะได้ไม่รับผิดแทนคนอื่น
"แน่ใจเจ้าค่ะ" รอยยิ้มบนหน้าฉู่หลิวเจิงจางหายไป แววตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา "คนที่ทำร้ายข้า ต่อให้มันกลายเป็นเถ้าถ่านข้าก็จำได้!"
การเปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหันของนางทำเอาทุกคนตกใจ
ตั้งแต่นางมาถึงก็ดูเป็นมิตร ยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา
พอทำหน้านิ่งเย็นชาขึ้นมา กลับดูมีอำนาจบารมีบางอย่าง ทำให้ผู้คนรู้สึกว่านางไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่ายๆ
หวังจิ้นจงเลิกซักไซ้ ไม่ว่าเสี่ยวอินจื่อจะร้องขอความเมตตาอย่างไร เขาก็ไม่สนใจ ถึงขั้นคุมตัวเสี่ยวอินจื่อไปส่งที่ตำหนักหยางซินพร้อมกับฉู่หลิวเจิงด้วยตัวเอง
—ไม่ว่าเสี่ยวอินจื่อจะไปก่อเรื่องอะไรไว้ เขาต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจของกรมวังและตัวเขาเองต่อหน้าฮ่องเต้ให้ได้
โจวหยวนเต๋อต้องการขายน้ำใจให้ฉู่หลิวเจิง จึงอาสาเป็นผู้สอบสวนเอง ยังไม่ทันไปถึงตำหนักหยางซิน เสี่ยวอินจื่อก็สารภาพจนหมดเปลือก
เป็นเขาจริงๆ ที่วางยาฉู่หลิวเจิง พาตัวนางไปซ่อน แล้วอาศัยช่วงมืดค่ำแบกนางไปทิ้งไว้ที่ตำหนักเจ้าเสวี่ยผ่านทางลัด
"ข้าก็แค่ต้องการระบายความแค้นแทนชุยอวิ๋น" ใบหน้าที่ยังดูป่วยของเสี่ยวอินจื่อเต็มไปด้วยความคับแค้น จ้องมองฉู่หลิวเจิงอย่างกินเลือดกินเนื้อ "เป็นเพราะเจ้าคนเดียว ชุยอวิ๋นถึงต้องถูกลงโทษไปลำบากตรากตรำที่กองงานซักล้าง เจ้าเป็นคนทำร้ายนาง!"
ฉู่หลิวเจิง: หือ?
โยนขี้ก้อนเบ้อเริ่มมาให้เฉยเลย
เห็นชัดๆ ว่าทรราชเป็นคนสั่งลงโทษ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?
นี่เห็นข้าเป็นลูกพลับนิ่มจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?
ฉู่หลิวเจิงอยากจะถลกแขนเสื้อเดินไปลากคอชุยอวิ๋นที่กองงานซักล้างออกมาตบสักฉาดจริงๆ!
นังตัวหายนะ!!
แม่เจ้าประคุณเอ๊ย ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ ที่ต้องมารู้จักกับคนอย่างเจ้า!
นางหรี่ตาลง จ้องมองเสี่ยวอินจื่อ น้ำเสียงไม่เป็นมิตร "ชุยอวิ๋นสั่งให้เจ้าทำหรือ?"
เสี่ยวอินจื่อเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบ หวังจิ้นจงจึงเงื้อมือตบหน้าไปหลายฉาด เสี่ยวอินจื่อถึงยอมปริปาก
"ใช่"
สายตาของเขาล่อกแล่ก รีบเสริมต่อ "ทั้งหมดข้าทำด้วยความสมัครใจ ชุยอวิ๋นไม่ได้บังคับข้า"
ฉู่หลิวเจิงลอบเลิกคิ้ว ประโยคหลังนี่ไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้มั้ง
คิดว่าเสี่ยวอินจื่อจะรักชุยอวิ๋นขนาดนั้นเชียวหรือ? เวลาภัยมาถึงตัว ต่างคนก็ต่างเอาตัวรอด นี่เขากำลังหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองอยู่ไม่ใช่หรือไง?
มาสำนึกเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว!
ตำหนักหยางซินยังคงสว่างไสว แสดงว่าคนข้างในยังไม่ได้พักผ่อน
ฉู่หลิวเจิงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองท้องฟ้า ซึ่งเริ่มมีแสงสีขาวจางๆ จับขอบฟ้าแล้ว
ทรราชกะจะโต้รุ่งตรวจฎีกาเลยหรือไง?
จุ๊ๆ สามสิบหัวล้าน สี่สิบอายุสั้น ทรราชนี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
ฮ่องเต้ผู้ถูกแช่งให้ตายโหง: "..."
นังผู้หญิงสมควรตาย!
ช้าหรือเร็ว เจิ้นจะคิดบัญชีกับเจ้าให้สาสม!!
"เข้ามา!"
โจวหยวนเต๋อสะดุ้งโหยง น้ำเสียงของฝ่าบาทดูแปลกๆ ใครไปทำให้พระองค์กริ้วอีกแล้วนะ?
เขาพาคณะทั้งหมดเดินเข้าสู่ตำหนักหยางซินอย่างระมัดระวัง