เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 เสน่ห์แรงดึงดูดหมู่ภมร

บทที่ 11 เสน่ห์แรงดึงดูดหมู่ภมร

บทที่ 11 เสน่ห์แรงดึงดูดหมู่ภมร


บทที่ 11 เสน่ห์แรงดึงดูดหมู่ภมร

"โห พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร วันนี้ทรราชดูอารมณ์ดีผิดปกติ น่าจะรับมือได้ง่ายกว่าเมื่อวานกระมัง"

เมื่อได้ยินเสียงนี้ ฮ่องเต้ก็เงยพระพักตร์ขึ้น มองเห็นสตรีผู้บังอาจนางนั้นเดินเข้ามาแล้วจริงๆ

ฉู่หลิวเจิงก้มหน้าลงเล็กน้อย วางถ้วยชาจากถาดลงบนโต๊ะทรงพระอักษร ขณะกำลังจะกลับไปห้องชงชาเพื่อยกกาอื่นมา ฮ่องเต้พลันใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ

เป็นสัญญาณบอกให้เปลี่ยนชา

ฉู่หลิวเจิงพูดไม่ออก

"ยังไม่ทันเปิดฝาถ้วยก็ไล่ให้ไปเปลี่ยนชาแล้ว ทรราชมีตาทิพย์หรือไรกัน!"

"ขอถอนคำพูดเมื่อกี้ ทรราชก็ยังปรนนิบัติยากเหมือนเดิมนั่นแหละ!"

ไม่ว่าจะบ่นในใจอย่างไร ฉู่หลิวเจิงก็ยังคงยกถ้วยชากลับไปวางบนถาดอย่างว่าง่าย และกลับไปชงชาใหม่ที่ห้องชงชา

หลังจากเดินไปกลับเช่นนี้ถึงสามรอบ จนกระทั่งรอบที่สี่ที่นางยกชามาเปลี่ยน ทุกคนในที่นั้นต่างรู้สึกถึงความผิดปกติ

ยังไม่ทันเปิดฝาถ้วยก็สั่งเปลี่ยนชา ฝ่าบาทจงใจกลั่นแกล้งนางกำนัลถวายน้ำชาผู้นี้หรือไร?

แต่... หากไม่พอพระทัยการปรนนิบัติของนางกำนัลผู้นี้ ก็แค่เปลี่ยนคนใหม่ก็สิ้นเรื่อง ไยต้องลำบากถึงเพียงนี้?

มีเพียงมหาบัณฑิตจางและเสนาบดีเมิ่งที่คิดว่าตนรู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างพากันสบตากันเงียบๆ

ฝ่าบาทจะทรงไม่พอพระทัยนางกำนัลผู้นี้ได้อย่างไร พระองค์ทรงจงใจหยอกเย้านางกำนัลตัวน้อยเล่นต่างหากเล่า

ฝ่าบาททรงยังเยาว์นัก ยังทรงเล่นสนุกเหมือนเด็กหนุ่มที่ชอบดึงเปียสาวน้อยเพื่อเรียกร้องความสนใจเมื่อพึงใจในตัวนาง

จุ๊ๆ อีกไม่นานนางกำนัลตัวน้อยผู้นี้คงได้เลื่อนขั้นเข้าสู่วังหลังเป็นแน่แท้?

จากนางกำนัลก้าวขึ้นเป็นสนมของฮ่องเต้เพียงชั่วข้ามคืน นางกำนัลตัวน้อยผู้นี้ช่างมีวาสนานัก

หากฉู่หลิวเจิงได้ยินความคิดของสองคนนี้ นางคงพ่นน้ำลายใส่หน้าพวกเขาไปแล้ว

วาสนานี้พวกท่านเอาไปเองเถอะ!

"วันนี้ทรราชต้องกินยาผิดขวดมาแน่! ถ้าไม่อยากดื่มชาก็เลิกแกล้งคนอื่นเล่นเสียทีได้ไหม ข้าเดินจนขาเรียวเล็กลงไปหนึ่งขนาดแล้วนะ!"

ฉู่หลิวเจิงระงับความอยากที่จะสาดน้ำชาทั้งถ้วยใส่พระพักตร์ฮ่องเต้ แล้ววางถ้วยชาลายครามลงบนโต๊ะทรงพระอักษรเป็นครั้งที่ห้า

"ชาเปลี่ยนแล้ว ถ้วยก็เปลี่ยนแล้ว ล้วนแต่เป็นของโปรดของทรราชทั้งสิ้น คราวนี้คงไม่มีปัญหาแล้วกระมัง?"

ฉู่หลิวเจิงจ้องมองนิ้วพระหัตถ์เรียวยาวดุจหยกสลักของฮ่องเต้ พลางใช้สายตาข่มขู่นิ้วมือที่งดงามคู่นั้นอย่างดุเดือด

"ลองเคาะอีกทีสิ! ถ้าเคาะอีกที... ถ้าเคาะอีกที แม่จะถ่มน้ำลายลงในชาให้ดู!!"

ฮ่องเต้มิได้เคาะโต๊ะ ไม่ใช่เพราะเปลี่ยนพระทัย แต่เพราะตรัสมากไปจนคอแห้ง

ทว่า... ถ่มน้ำลาย?

พระองค์มองดูน้ำชาในมืออย่างระแวง ในถ้วยนี้คงไม่มีน้ำลายกระมัง?

น้ำชาสีอ่อนใสกระจ่าง ดูแล้วไม่น่าจะมีสิ่งแปลกปลอม

"ประทานให้เจ้า"

เพื่อความปลอดภัย ฮ่องเต้จึงเลื่อนถ้วยชาไปที่ริมโต๊ะ พยักพเยิดให้ฉู่หลิวเจิงดื่มเดี๋ยวนี้

ฉู่หลิวเจิง: "?"

"สมองทรราชต้องมีรูรั่วแน่ๆ!!"

เหล่าขุนนางที่กำลังหารือราชกิจต่างแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น แต่แท้จริงแล้วแอบลอบมองทั้งสองคนอยู่

หูของพวกเขาผึ่งกว้างยิ่งกว่าครั้งก่อนเสียอีก

คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางต่างคิดในใจ: หรือว่าฝ่าบาททรงมีพระทัยให้นางกำนัลตัวน้อยผู้นี้?

ส่วนสองคนที่รู้เรื่องต่างคิดว่า: อ้อ ฝ่าบาททรงอดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ! ยังทรงพระเยาว์นัก!

โจวหยวนเต๋อคิดในใจ: ชุดน้ำชาลายครามที่ฝ่าบาททรงโปรดปราน แม้แต่ฮองเฮาและหรงกุ้ยเฟยยังไม่เคยได้ใช้ กลับประทานให้นางกำนัลคนหนึ่ง ต่อไปเขาคงต้องให้ความเคารพแม่นางหลิวเจิงผู้นี้ให้มากขึ้นเสียแล้ว

ส่วนชุ่ยอวิ๋นมองฉู่หลิวเจิงด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความริษยา

หากฝ่าบาททรงปฏิบัติต่อนางเช่นเดียวกับแม่นางหลิวเจิงบ้างคงดีไม่น้อย ให้นางวิ่งวุ่นทำงานรับใช้ฝ่าบาทนางก็ยอม!

"ทำไมยังไม่ดื่ม?" ยิ่งเห็นนางนิ่งเฉย ฮ่องเต้ยิ่งระแวงว่านางถ่มน้ำลายลงไปจริงๆ แววพระเนตรจึงเย็นชาลง

ดื่มก็ดื่มสิ!

ฉู่หลิวเจิงหยิบถ้วยชาขึ้นมา ไม่สนว่ามันจะร้อนหรือไม่ แล้วกระดกเข้าปากคำโต

รสชาหอมกรุ่นเข้มข้น นุ่มละมุนลิ้น ทั้งยังมีรสหวานชุ่มคอ อร่อยล้ำ!

ฉู่หลิวเจิงเองก็กระหายน้ำจากการเดินไปเดินมา จึงก้มหน้าดื่มจนหมดถ้วยรวดเดียว แถมยังเคี้ยวใบชาลงท้องไปอีกสองใบ

"เหอะ ชาบรรณาการที่มีเฉพาะในวังหลวง ต่อให้มีเงินก็หาซื้อข้างนอกไม่ได้ ถือว่าข้าได้เสพสุขจากวาสนาของทรราชสักครั้งก็แล้วกัน!"

ชารสเลิศช่วยชะล้างอารมณ์ขุ่นมัวไปได้บ้าง ฉู่หลิวเจิงยืนสำรวมกิริยา รอรับพระบัญชาจากทรราช

สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ดูบูดบึ้งเล็กน้อย

นางไม่ได้ถ่มน้ำลาย ถือว่านางโชคดีไป!

อย่างไรก็ตาม พระองค์หมดอารมณ์จะกลั่นแกล้งฉู่หลิวเจิงต่อแล้ว จึงโบกพระหัตถ์ให้นางไปชงชามาใหม่

ฉู่หลิวเจิงรับคำสั่งอย่างว่าง่าย นางเตรียมใจไว้แล้วว่าทรราชคงจะแกล้งนางต่อ แต่ผิดคาด ทรราชรับน้ำชาไป เพียงแค่ปรายตามองแล้วยกขึ้นจิบ ไม่ได้เล่นเกมเปลี่ยนชาอีก

"เฮ้อ~ อาการบ้าสงบลงแล้วสินะ"

นางถอยออกมายืนข้างชุ่ยอวิ๋น คอยสังเกตการณ์ดื่มชาของทรราชและเหล่าขุนนาง เพื่อเตรียมเติมน้ำชาได้ตลอดเวลา

ชุ่ยอวิ๋นเอื้อมมือมากระตุกแขนเสื้อนางเบาๆ กระซิบว่า "พี่สาว เมื่อครู่ท่านคงเหนื่อยแย่ ท่านพิงผนังพักเถอะ เรื่องเติมน้ำชาเดี๋ยวข้าจัดการเอง"

ฉู่หลิวเจิงสังเกตเห็นว่า ยามที่สายตาของชุ่ยอวิ๋นกวาดผ่านฮ่องเต้ แววตาของนางแฝงไปด้วยความคะนึงหาและความขัดเขิน การคาดเดาในแง่ร้ายพลันผุดขึ้นในใจ

ไม่จริงน่า ขันทีโจวอุตส่าห์เตือนด้วยตัวเองแล้ว แต่นางกำนัลน้อยคนนี้ยังดื้อรั้นอยู่อีกหรือ?

คงไม่ใช่ว่านางต้องเปลี่ยนเพื่อนร่วมห้องอีกแล้วหรอกนะ?

นางเพิ่งจะทุ่มเทแรงกายแรงใจสั่งสอนงานไปตั้งนาน!

ไม่ได้การล่ะ!

"ทำไมทรราชต้องหน้าตาดีขนาดนี้ด้วยนะ! วันๆ เอาแต่เรียกผึ้งล่อภุมริน เที่ยวล่อลวงสาวน้อยผู้ไร้เดียงสา!"

ฮ่องเต้:?

เขาเนี่ยนะ เรียกผึ้งล่อภุมริน?

"เติมน้ำ"

ชุ่ยอวิ๋นระงับความตื่นเต้น กำลังจะถือกาน้ำทองเหลืองใบเล็กเข้าไป แต่ฮ่องเต้กลับเงยพระพักตร์ขึ้น สายตาพุ่งตรงไปยังฉู่หลิวเจิงที่กำลังยืนพิงผนังอู้งานอยู่พอดี

ฉู่หลิวเจิง: "..."

ฮ่องเต้: ข้าต้องหาอะไรให้สตรีผู้นี้ทำ นางจะได้ไม่ว่างจนฟุ้งซ่านพ่นวาจาเหลวไหล

ชุ่ยอวิ๋นจำใจส่งกาน้ำทองเหลืองให้ฉู่หลิวเจิงด้วยความคับแค้นใจ ส่วนฉู่หลิวเจิงก็ส่งสายตาที่คับแค้นยิ่งกว่ากลับไป

น้องสาว ไม่ใช่ว่าข้าอยากจะแย่งงานเจ้า แต่ข้าไม่กล้าขัดราชโองการ! จริงๆ แล้วข้าไม่อยากปรนนิบัติทรราชเลยสักนิด!

ฉู่หลิวเจิงแบกความไม่เต็มใจนับร้อยพันถือกาน้ำชาลงไป พอเติมน้ำเสร็จกำลังจะกลับไปอู้งานต่อ จู่ๆ ฮ่องเต้กลับสั่งให้นางอยู่ฝนหมึกเสียอย่างนั้น

ฉู่หลิวเจิง: "..."

"ใช้งานคนเดียวสองหน้าที่ จ่ายเงินเพิ่มมาเดี๋ยวนี้นะ เจ้าคนเฮงซวย!"

มุมปากของฮ่องเต้ยกโค้งขึ้นเล็กน้อย

ตราบใดที่สตรีผู้นี้ไม่มีความสุข เขาก็มีความสุข

เหล่าขุนนางแสร้งทำเป็นตาบอด ข่มความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้าน แล้วหารือราชกิจกันต่อ

การฝนหมึกเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะแต่ก็น่าเบื่อจำเจ เมื่อคืนฉู่หลิวเจิงนอนหลับไม่สนิท ขณะที่ฝนหมึกวนไปมา นางก็อดไม่ได้ที่จะอยากหาว

การหาวต่อหน้าพระพักตร์ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรง อาจถูกลากออกไปโบยได้

ฉู่หลิวเจิงพยายามกลั้นหาวจนน้ำตาคลอเบ้า ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ

"ไม่ไหว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปต้องหลุดหาวออกมาแน่ ต้องหาอะไรเบี่ยงเบนความสนใจ อ่านข่าวซุบซิบแก้ขัดหน่อยดีกว่า"

ฉู่หลิวเจิงเปิดระบบขึ้นมา เริ่มเลื่อนดูข่าวซุบซิบล่าสุด

"เหวินจี้คิดว่านางโลมจากหอหว่านฟางสวยกว่านางโลมจากสวนมาลีภิรมย์ เมิ่งฮ่าวจวินไม่เห็นด้วย ทั้งสองจึงชกต่อยกันในคุกกองปราบฯ เมิ่งฮ่าวจวินสู้แรงคนหนุ่มกว่าไม่ไหว โดนเหวินจี้ต่อยจนฟันหน้าหักไปสองซี่"

"โห! ฟันหน้าหายไปสองซี่ แบบนี้คงเป่าเทียนไม่ดับแล้วมั้ง?"

"เดี๋ยวนะ คุณชายรุ่นที่สองสองคนนี้ คนหนึ่งมีพ่อเป็นเสนาบดีกรมคลัง อีกคนมีพี่ชายเป็นเสนาบดีกรมขุนนาง เหตุใดถึงถูกจับขังคุกกองปราบฯ ได้เล่า? หรือว่าท่านเสนาบดีทั้งสองเกิดกลับใจขึ้นมากะทันหัน?"

"อ้อ ที่แท้ก็เป็นผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรเป็นคนจับกุมตัว ตามพระบัญชาของทรราช จับกุมกันกลางดึกเลยทีเดียว"

"ข้าว่าแล้วเชียว ทรราชจะไปไม่รู้เรื่องชั่วๆ ที่คุณชายสองคนนี้ก่อไว้ได้อย่างไร แต่นี่ไม่ใช่การใช้อำนาจหน้าที่เพื่อแก้แค้นเรื่องส่วนตัวหรอกหรือ?"

จบบทที่ บทที่ 11 เสน่ห์แรงดึงดูดหมู่ภมร

คัดลอกลิงก์แล้ว