- หน้าแรก
- สลับชะตาทะลุมิติยุค ห้าศูนย์
- บทที่ 16: ขึ้นเขา (1)
บทที่ 16: ขึ้นเขา (1)
บทที่ 16: ขึ้นเขา (1)
หลังจากกู้อ้ายต่างกลับมาถึงบ้าน ทุกคนในครอบครัวก็นั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่อเขานั่งลง
ย่ากู้ก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้น "เจ้ารอง ปีนี้เป็นปีข้าวยากหมากแพง เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแล้วถ้าแกยังไม่ยอมหย่า ก็เท่ากับปล่อยให้คนบ้านตระกูลจางมาสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวเรานะ"
พอย่ากู้พูดจบ หล่อนก็เงยหน้าขึ้นและปรายตามองลูกสะใภ้คนโต
สะใภ้ใหญ่กู้สะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดหวั่น รีบฉีกยิ้มประจบแม่สามี "แม่คะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะตัดใจเอาเสบียงอาหารของลูกชายไปให้คนอื่นได้ยังไงกัน"
กู้อ้ายต่างมองหน้าผู้เป็นแม่พลางหัวเราะร่วน "แม่ครับ ผมก็เชื่อฟังแม่ ยอมหย่ากับแม่ของลูกๆ แล้ว แม่ก็อย่าลืมหาเมียใหม่ให้ผมด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นลูกชายคนนี้คงไม่มีทายาทสืบสกุลแน่"
ย่ากู้กำลังครุ่นคิดเรื่องอื่นอยู่ จึงตอบส่งๆ ไปว่า "รู้แล้วน่า"
เมื่อกู้หยีหานได้ยินพ่อบังเกิดเกล้าคนนี้พูดเรื่องแต่งเมียใหม่ เธอก็รู้สึกได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ช่างเลือดเย็นเหลือเกิน
ใครๆ ต่างก็บอกว่าความรักในยุคสมัยนี้ จดหมายส่งช้า รถม้าเดินทางไกล ชั่วชีวิตหนึ่งรักใครได้เพียงคนเดียว
แต่ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกต่างหากล่ะ ถ้าเลือกได้ มีหรือที่จะเลือกแค่คนเดียว?
กู้เมิ่งและกู้ต้าหยานั่งเงียบกริบอยู่ที่โต๊ะราวกับไร้ตัวตน เพราะพวกเธอไม่มีสิทธิ์ปริปากพูดอะไรเลย
กู้ต้าหยาต้องคอยทำงานบ้านทุกอย่างที่สมควรจะเป็นหน้าที่ของสะใภ้ใหญ่กู้ทุกวัน ทั้งซักเสื้อผ้าให้คนทั้งบ้าน ยุ่งหัวปั่นจนแทบจะไม่มีเวลาได้พักหายใจ จะได้เห็นหน้าค่าตาก็เฉพาะตอนกินข้าวเท่านั้น
ส่วนกู้เมิ่ง ตอนนี้ละทิ้งความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังที่มีต่อกู้หยีหานไปหมดแล้ว ในหัวเอาแต่คิดทุกวันว่าจะทำยังไงถึงจะได้เรียนรู้หนังสือมากขึ้น เพื่อที่จะได้รีบโตและออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที
"ต่อจากนี้ไป ใครที่ว่างงานก็ให้ขึ้นเขาไปหาของกินซะ"
หลังจากย่ากู้สั่งความเสร็จ หล่อนก็นึกโชคดีอยู่ในใจที่บ้านนี้ยังมีเสบียงตุนเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคนทั้งครอบครัว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่คงได้อดตายกันหมดแน่
ย่ากู้พาบรรดาหลานสาวเดินไปถึงตีนเขา และได้บังเอิญพบปะกับชาวบ้านหลายคนตามทาง
"คุณป้ากู้ จะขึ้นเขาเหรอจ๊ะ?" กู้หยีหานที่เดินรั้งท้ายสุดได้ยินเสียงแหลมปรี๊ดอันคุ้นเคยของเมียเจียวั่ง
เธอไม่ต้องเงยหน้ามองก็รู้ว่านั่นคือหญิงวัยกลางคนที่ไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลยตอนที่กองการผลิตแจกจ่ายธัญพืช
เมียเจียวั่งกลอกตาไปมาจนเหลือบไปเห็นกู้หยีหานที่อยู่ข้างหลัง ซึ่งมีผิวพรรณขาวผ่องราวกับหิมะ
ริมฝีปากบนใบหน้าที่ดูร้ายกาจและปากคอเราะรายของหล่อนเบะคว่ำลง ก่อนจะพ่นคำพูดเสียดสีใส่ย่ากู้เป็นชุด กู้หยีหานมองแล้วรู้สึกขัดหูขัดตายิ่งนัก
"คุณป้ากู้ ดูสิว่าป้าตามใจกู้หยีหานของป้าขนาดไหน โตป่านนี้แล้วยังไม่เคยลงนาเลยใช่ไหมล่ะ? นี่เป็นวันแรกเลยนะที่ฉันเห็นแม่หนูนี่ออกมาข้างนอก"
"พวกเด็กผู้หญิง พวกตัวผลาญเงินพวกนี้น่ะ ยิ่งทุ่มเทเลี้ยงดูไปก็มีแต่จะขาดทุน ป้าต้องหัดให้พวกหล่อนทำงานเยอะๆ จะมากินอยู่หลับนอนฟรีๆ ไม่ได้หรอกนะ นี่ป้ายังให้หล่อนเรียนหนังสืออีก แบบนี้พอแต่งงานไป บ้านสามีหล่อนก็สบายไปเลยสิ?"
"ในความเห็นฉันนะ แม่หนูนี่มีเรือนร่างอย่างคุณหนูแต่กลับมีชะตาเป็นแค่บ่าวไพร่ ป้าควรจะใช้งานหล่อนตั้งแต่ตอนนี้เลย พอโตไปก็ยังเรียกค่าสินสอดได้ตั้งหลายสิบหยวนนะ"
ยังไม่ทันที่เมียเจียวั่งจะได้พล่ามอะไรต่อ ย่ากู้ก็พุ่งเข้าไปตบหน้าหล่อนฉาดใหญ่หลายทีติดกัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว ย่ากู้ก็ถีบหล่อนจนล้มลงไปกองกับพื้น
หล่อนขึ้นคร่อมทับร่างนั้นไว้ ทั้งตบตีทั้งด่าทอไปพร้อมกัน "นังคนใจดำหน้าด้าน! แกขายลูกสาวตัวเองแล้วยังหาเมียให้ลูกชายไม่ได้ ก็เลยกล้ามาคิดการชั่วกับหลานสาวฉันงั้นรึ แกนี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!"
"ต่อให้แกต้องขายตัวเองทิ้ง ก็ไม่มีใครยอมแต่งงานกับลูกชายอันธพาลของแกหรอก แล้วนี่แกยังกล้ามาหมายปองหลานสาวฉันอีกรึ"
"วันนี้ฉันจะตีแกให้ตายเลย นังคนปากโสโครก!"
เมียเจียวั่งพยายามปัดป้องพลางร้องโวยวาย "ฉันพูดเพื่อความหวังดีต่อป้าแท้ๆ ป้าอย่ามาเห็นความหวังดีของฉันเป็นเรื่องร้ายสิ!"
เมียเจียวั่งหันไปเห็นชาวบ้านมุงดูอยู่จึงตวาดลั่น "พวกแกตายกันหมดแล้วหรือไง? ไม่รู้จักเข้ามาห้ามบ้างเลยรึไง ยายแก่บ้าเอ๊ย!"
ชาวบ้านต่างก็เกลียดชังเมียเจียวั่งเข้าไส้ จึงไม่มีใครยอมสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องของหล่อนเลยแม้แต่คนเดียว
กู้หยีหานรอจนกระทั่งย่ากู้ตบตีจนหนำใจและได้ระบายความอัดอั้นที่เก็บมาทั้งวันออกไปจนหมดแล้ว จึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาคุณย่า
"คุณย่าคะ ใจเย็นๆ ค่ะ เดี๋ยวจะเสียสุขภาพเอานะคะ"
กู้หยีหานประคองย่ากู้ให้ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง พลางก้มดูมือของคุณย่าที่ไม่ได้มีรอยฟกช้ำอะไรมากนัก
เธอเป่ามือให้คุณย่าอย่างทะนุถนอม "ระวังอย่าให้เจ็บมือสิคะ เดี๋ยวหลานคนนี้จะปวดใจเอานะ"
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ ต่างพากันหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
เมียเจียวั่งซึ่งตอนนี้ใบหน้าบวมเป่งเป็นหัวหมูจากการโดนย่ากู้ตบ กำลังจะอ้าปากด่าทออีกครั้ง แต่ก็ถูกคุณป้าคนหนึ่งขัดขึ้นเสียก่อน "ถ้าอยากโดนตบอีกก็พูดออกมาเลย"
เมียเจียวั่งถึงกับสะอึกและหุบปากฉับ หล่อนทำได้เพียงสบถด่าอุบอิบในลำคอขณะเดินกระฟัดกระเฟียดกลับหมู่บ้านไป
นี่เป็นครั้งแรกที่กู้เมิ่งและกู้ต้าหยาได้เห็นย่ากู้อาละวาดหนักขนาดนี้ ทั้งคู่ตกใจกลัวจนต้องถอยห่างออกไปไกลๆ
กู้หยีหานมองย่ากู้ด้วยแววตาเทิดทูนและเอ่ยประจบ "คุณย่าคะ ย่าเก่งจังเลย! ทำไมย่าถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้คะเนี่ย?"
"ปกติเวลาเห็นย่าทะเลาะกับแม่ ก็เห็นเถียงกันแบบผู้ดีตลอดเลย หนูไม่คิดเลยว่าพลังการต่อสู้ของคุณย่าจะยอดเยี่ยมขนาดนี้"
ย่ากู้ยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจแล้วตอบว่า "นั่นเป็นเพราะย่าออมมือให้แม่ของหนูต่างหากล่ะ ยังไงเสียหล่อนก็คลอดลูกให้ตระกูลกู้ของเราตั้งสองคน ย่าจะไปลงไม้ลงมือกับหล่อนได้ยังไงกัน"
กู้หยีหานยกนิ้วโป้งให้เลย
ย่ากู้ถามด้วยความงุนงง "นี่มันแปลว่าอะไรน่ะ?"
กู้หยีหานกระซิบตอบ "แปลว่า 'คุณย่าสุดยอดไปเลย' ค่ะ"
ย่ากู้หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
หล่อนปรายตามองกู้เมิ่งและกู้ต้าหยาที่ยืนอยู่ไกลลิบ ใครๆ ต่างก็หาว่าหล่อนลำเอียง แต่จะมีใครรู้บ้างล่ะว่ามีเพียงหลานสาวคนนี้เท่านั้นที่ทำให้หล่อนมีความสุขได้ในทุกๆ วัน?
เมื่อเห็นย่ากู้และกู้หยีหานหัวเราะกันอย่างร่าเริง กู้ต้าหยาก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างแท้จริง
เธอหันไปพูดกับกู้เมิ่ง "คุณย่าก็แค่ลำเอียง ในสายตาย่าก็มีแต่พี่ใหญ่กับกู้หยีหานเท่านั้นแหละ"
กู้เมิ่งปรายตามองอีกฝ่ายก่อนจะตอกกลับ "ถ้าพี่เก่งนัก พี่ก็ไปทำตัวให้คุณย่ามีความสุขทุกวันบ้างสิ"
ความปรารถนาเดียวของกู้เมิ่งในตอนนี้คือการมีครอบครัวเป็นของตัวเอง และหนีไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้ เรื่องอื่นเธอไม่สนอะไรอีกแล้ว